สาธารณรัฐอิตาลี

Italian Republic

บันทึกข้อมูลเมื่อ: Dec. 21, 2019, 5:35 p.m.
แก้ไขล่าสุดเมื่อ: Dec. 21, 2019, 5:35 p.m.
ธงอิตาลี
 

เมืองหลวง โรม

ที่ตั้ง ยุโรปตอนใต้ มีลักษณะเป็นคาบสมุทรยื่นออกไปกลางทะเลเมดิเตอร์เรเนียน มีพื้นที่ 301,340 ตร.กม. ขนาดใหญ่เป็นลำดับที่ 72 ของโลก โดยแบ่งเป็นพื้นแผ่นดิน 294,140 ตร.กม. และน่านน้ำ 7,200 ตร.กม. ระยะทางชายแดนรวม 1,899.2 กม. (ด้านออสเตรีย 430 กม. ฝรั่งเศส 488 กม. นครรัฐวาติกัน 3.2 กม. ซานมารีโน 39 กม. สโลวีเนีย 199 กม. และสวิตเซอร์แลนด์ 740 กม.) ระยะทางชายฝั่งรวม 7,600 กม. อิตาลีเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์เนื่องจากอยู่กลางทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และสามารถเดินทางไปยังยุโรปตะวันออกโดยทางทะเล (ตอนใต้) และทางอากาศได้

อาณาเขต

ทิศเหนือ ติดกับสวิตเซอร์แลนด์และออสเตรีย

ทิศใต้ ติดกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียนและทะเลไอโอเนียน ทิศตะวันออก ติดกับทะเลอาเดรียติก (อยู่ตรงข้ามกับสโลวีเนีย โครเอเชีย บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา มอนเตเนโกร และแอลเบเนีย)

ทิศตะวันตก ติดกับฝรั่งเศสและทะเลไทเรเนียน

ภูมิประเทศ พื้นที่ 75% เป็นภูเขาและที่ราบสูง จุดที่สูงที่สุดของประเทศ คือ Mont Blanc de Courmayeur ระดับความสูง 4,748 ม.

ภูมิอากาศ ทางตอนเหนือมีภูมิอากาศแบบร้อนชื้น บริเวณชายฝั่งมีภูมิอากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียน (อากาศอบอุ่น ฤดูหนาวอากาศชื้น ฤดูร้อนอากาศร้อนและแห้ง)

ประชากร 60,359,500 คน (ม.ค. 2562)

รายละเอียดประชากร อัตราส่วนประชากรจำแนกตามอายุ : วัยเด็ก (0-14 ปี) 13.6% วัยรุ่นถึงวัยกลางคน (15-64 ปี) 64.72% วัยชรา (65 ปีขึ้นไป) 21.69% อายุขัยเฉลี่ยของประชากร 82.4 ปี อายุขัยเฉลี่ยของชาย 79.7 ปี อายุขัยเฉลี่ยของหญิง 85.2 ปี อัตราการเกิด 8.5 คนต่อประชากร 1,000 คน อัตราการตาย 10.5 คนต่อประชากร 1,000 คน

ศาสนา คริสต์ (ส่วนใหญ่เป็นคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก) 83.3% ศาสนาอื่น ๆ มุสลิม 3.7% ไม่นับถือศาสนา 12.4% ศาสนาอื่น ๆ 0.6%

ภาษา ภาษาอิตาลี (ภาษาราชการ) เยอรมัน และฝรั่งเศส

การศึกษา อัตราการรู้หนังสือ 99.2%

การก่อตั้งประเทศ บริเวณที่เป็นอิตาลีในปัจจุบันมีการตั้งถิ่นฐานมาตั้งแต่ 800 ปีก่อนคริสตกาล และถูกรวมอยู่ในอาณาจักรโรมันตะวันตกในระหว่างศตวรรษที่ 1-5 จากนั้นกลายเป็นสมรภูมิในความขัดแย้งอันยาวนานระหว่างสันตะปาปาที่กรุงโรมกับจักรพรรดิของอาณาจักรโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ ต่อมาในศตวรรษที่ 11 ดินแดนภาคกลางและภาคเหนือของอิตาลีเริ่มรุ่งเรืองและเป็นศูนย์กลางการค้า หลังศตวรรษที่ 16 จึงเสื่อมลงแต่ในช่วงศตวรรษที่ 16-17 อิตาลีเข้าสู่ยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการ (Renaissance) เป็นแหล่งกำเนิดศิลปวิทยาการ ตลอดจนวรรณกรรมที่เป็นพื้นฐานของอารยธรรมตะวันตกยุคต่อมาเมื่อปี 2404 กษัตริย์ Victor Emanuel ที่ 2 ได้รวบรวมรัฐต่าง ๆ ในคาบสมุทรอิตาลีและเกาะซิซิลีสถาปนาเป็นประเทศอิตาลี ต่อมาในช่วงต้นของสงครามโลกครั้งที่ 1 อิตาลีเป็นพันธมิตรกับเยอรมนีและออสเตรีย-ฮังการี แต่กลับสนับสนุนฝ่ายสัมพันธมิตรในช่วงเกือบสิ้นสุดสงครามเมื่อปี 2458 จึงได้รับดินแดนบางส่วนของออสเตรียมาอยู่ใต้การปกครองของอิตาลี ต่อมาในห้วงปี 2465-2486 อิตาลีปกครองระบอบฟาสซิสต์โดย Benito Mussolini มีกษัตริย์เป็นประมุขของรัฐแต่เพียงในนาม ในสงครามโลกครั้งที่ 2 อิตาลีอยู่ฝ่ายอักษะ แต่หลังจากฝ่ายสัมพันธมิตรยึดเกาะซิซิลีได้เมื่อปี 2486 กษัตริย์อิตาลีได้ปลด Mussolini จากตำแหน่งและแต่งตั้งนายพล Pietro Badaglio ขึ้นเป็น นรม.แทน และอิตาลีหันไปประกาศสงครามกับเยอรมนี หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง อิตาลีเปลี่ยนแปลงการปกครองมาเป็นสาธารณรัฐในระบอบประชาธิปไตย (2 มิ.ย. 2489) และประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับแรกเมื่อ 1 ม.ค. 2491 ซึ่งยังใช้มาจนถึงปัจจุบัน

วันชาติ 25 เม.ย.

การเมือง ปกครองระบอบสาธารณรัฐประชาธิปไตยแบบมีรัฐสภา แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 20 แคว้นได้แก่ 1) Abruzzo 2) Basilicata 3) Calabria 4) Campania 5) Emilia-Romagna 6) Friuli-Venezia Giulia 7) Lazio 8) Liguria9) Lombardy (Lombardia) 10) Marche 11) Molise 12) Piemonte 13) Puglia 14) Sardinia (Sardegna) 15) Valle d’Aosta (Valléed’Aoste) 16) Tuscany (Toscana) 17) Trentino-Alto Adige 18) Umbria 19) Sicily (Sicilia) และ 20) Veneto โดยแคว้น Friuli-Venezia Giulia, Sardegna, Sicilia, Trentino-Alto Adige และ Valléed’Aoste มีอำนาจปกครองตนเอง และ 110 จังหวัด

ฝ่ายบริหาร : ประธานาธิบดี Sergio Mattarella เป็นประมุข โดยประธานาธิบดี Mattarella (อายุ 79 ปี/ปี 2563) ปฏิญาณตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีคนที่ 12 ของอิตาลีเมื่อ 3 ก.พ.2558 ต่อจากอดีตประธานาธิบดี Giorgio Napolitano (อายุ 95 ปี/ปี 2563) ที่ออกจากตำแหน่งด้วยเหตุผลด้านปัญหาสุขภาพ ประธานาธิบดีอิตาลีได้รับการเลือกตั้งโดยรัฐสภา (สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 630 คน และวุฒิสภา 321 คน) ร่วมกับผู้แทนภูมิภาค (จำนวน 58 คน ซึ่งมาจากเขตการปกครองทั้ง 20 แคว้นร่วมกันแต่งตั้ง) ประธานาธิบดีมีวาระการดำรงตำแหน่ง 7 ปี อำนาจหน้าที่ของประธานาธิบดี เช่น การเป็นประธานในงานพิธีต่าง ๆ การแต่งตั้ง นรม. การคัดค้านการเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ การยุบสภา ขณะที่ นรม.เป็นผู้จัดตั้งคณะรัฐบาลโดยความเห็นชอบจากประธานาธิบดี สำหรับ นรม.คนปัจจุบัน คือ นาย Giuseppe Conte ไม่สังกัดพรรค

ฝ่ายนิติบัญญัติ : มี 2 สภา คือ สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นประธานรัฐสภา วาระการดำรงตำแหน่งของทั้ง 2 สภา คือ 5 ปี การเลือกตั้งเป็นการลงคะแนนเสียงผสมระหว่างแบบเสียงข้างมาก 75% และแบบสัดส่วน 25% โดยจะเลือกตั้งพร้อมกันทั้ง 2 สภา การบัญญัติกฎหมายต้องได้รับความเห็นชอบจากทั้ง 2 สภา

    สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิก 630 คน โดย 618 คน มาจากการเลือกตั้งของหน่วยเลือกตั้งภายในประเทศ และอีก 12 คนมาจากหน่วยเลือกตั้งในต่างประเทศ

    วุฒิสภาประกอบด้วยสมาชิก 321 คน มากจากการเลือกตั้งโดยตรงจากแคว้นต่าง ๆ 315 คน และวุฒิสมาชิกตลอดชีพที่มาจากการแต่งตั้งจากบุคคลชั้นนำในสังคมจำนวน 6 คน

ฝ่ายตุลาการ : ฝ่ายตุลาการแยกเป็นอิสระจากฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายตุลาการประกอบด้วยศาลรัฐธรรมนูญ ศาลยุติธรรม (ศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ และศาลฎีกา) และศาลชำนัญพิเศษ

พรรคการเมือง : พรรคการเมืองที่สำคัญ เช่น 1) Five Star Movement (M5S) มีนาย Luigi Di Maio เป็นหัวหน้าพรรค 2) พรรค Democratic Party (PD) มีนาย Paolo Gentiloni เป็นหัวหน้าพรรค 3) พรรค League หรือ Lega มีนาย Matteo Salvini เป็นหัวหน้าพรรค 4) พรรค Forza Italia มีนาย Silvio Berlusconi เป็นหัวหน้าพรรค

เศรษฐกิจ อิตาลีมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 12 ของโลกและใหญ่เป็นอันดับ 4 ของยุโรปมีระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมที่มีอุตสาหกรรมเป็นพื้นฐาน โดยธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) เป็นแกนขับเคลื่อนหลักของภาคอุตสาหกรรม สินค้าของอิตาลีได้รับการยอมรับว่ามีคุณภาพสูงจึงสามารถแข่งขันได้ในตลาดระดับบนหรือตลาดที่เน้นเป้าหมายกลุ่มลูกค้าระดับสูง

อุตสาหกรรม : ท่องเที่ยว เครื่องจักรกล เหล็กและโลหะ เคมีภัณฑ์ อาหารแปรรูป สิ่งทอ รถยนต์ เสื้อผ้า รองเท้า

สกุลเงิน ตัวย่อสกุลเงิน: ยูโร (Euro)

อัตราแลกเปลี่ยนต่อดอลลาร์สหรัฐ : 1 ยูโร : 1.098 ดอลลาร์สหรัฐ

อัตราแลกเปลี่ยนต่อบาท : 1 ยูโร : 33.44 บาท (4 ต.ค. 2562)

ดัชนีเศรษฐกิจสำคัญ

ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) : 2,073,901 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (World Bank, 2561)

อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ : 0.9%

รายได้เฉลี่ยต่อหัวต่อปี : 34,318 ดอลลาร์สหรัฐ

แรงงาน : 25.61 ล้านคน

อัตราการว่างงาน : 10.2%

อัตราเงินเฟ้อ : 1.1%

มูลค่าการส่งออก : 658,594 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

สินค้าส่งออก : เครื่องจักร ยานยนต์ เครื่องจักรไฟฟ้า ผลิตภัณฑ์เภสัชกรรม พลาสติก

มูลค่าการนำเข้า : 606,703 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

สินค้านำเข้า : เชื้อเพลิงและน้ำมัน เครื่องจักร ยานยนต์ เครื่องจักรไฟฟ้า ผลิตภัณฑ์เภสัชกรรม

คู่ค้าสำคัญ : เยอรมนี ฝรั่งเศส สเปน สหรัฐฯ และจีน

การทหาร กำลังพล 171,050 นาย (แยกเป็น ทบ. 99,950 นาย ทร. 30,000 นาย และ ทอ. 41,100 นาย) และ กกล.สารวัตรทหาร 175,750 นาย นอกจากนี้ ยังมี กกล.สำรองอีก 18,300 นาย (แยกเป็น ทบ. 13,400 นาย และ ทร. 4,900 นาย) งบประมาณด้านการทหารปี 2562 จำนวน 20,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ปัญหาด้านความมั่นคง

1) การก่อเหตุจากกลุ่มเชื่อมโยงกับ Islamic State (IS) ข้อมูล ณ ห้วง เม.ย. 2561 ระบุว่ามีชาวอิตาลี 135 คน เดินทางไปร่วมรบใน ตอ.กลาง กับกลุ่ม IS ร้อยละ 33.6 มีรายงานว่าเสียชีวิตแล้ว ขณะที่ร้อยละ 19.2 เดินทางกลับมายุโรป (ในจำนวนนี้ร้อยละ 9.6 เดินทางกลับมาอิตาลี) โดยกลุ่มนักรบที่เดินทางกลับมายุโรปเสี่ยงเป็นกลุ่มก่อเหตุร้ายในพื้นที่โดยอาศัยประสบการณ์และทักษะระหว่างการร่วมรบกับกลุ่ม IS

2) การจัดการปัญหาผู้อพยพ ปัญหาผู้อพยพที่สืบเนื่องจากอิตาลีมีที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ที่เป็นประเทศที่มีชายฝั่งและท่าเทียบเรือ ส่งผลให้อิตาลีเป็นประเทศด่านหน้าที่ต้องรับผู้อพยพจำนวนมากที่โดยสารเรือจากแอฟริกาและตะวันออกกลางมายุโรป

สมาชิกองค์การระหว่างประเทศ : เข้าร่วมในองค์การระหว่างประเทศที่สำคัญ ได้แก่ ADB (สมาชิกนอกภูมิภาค), AfDB (สมาชิกนอกภูมิภาค), Australia Group, AIIB BIS, BSEC (ผู้สังเกตการณ์), CBSS (ผู้สังเกตการณ์), CD, CDB, CE, CEI, CERN, EAPC, EBRD, ECB, EIB, EMU, ESA, EU, FAO, FATF, G-20, G-7, G-8, G-10, IADB, IAEA, IBRD, ICAO, ICC, ICRM, IDA, IEA, IFAD, IFC, IFRCS, IGAD (ประเทศหุ้นส่วน), IHO, ILO, IMF, IMO, IMSO, Interpol, IOC, IOM, IPU, ISO, ITSO, ITU, ITUC, LAIA (ผู้สังเกตการณ์), MIGA, MINURSO, NATO, NEA, NSG, OAS (ผู้สังเกตการณ์), OECD, OPCW, OSCE, Paris Club, PCA, PIF (ประเทศหุ้นส่วน), Schengen Convention, SELEC (ผู้สังเกตการณ์), UN, UNCTAD, UNESCO, UNHCR, UNIDO, UNIFIL, Union Latina, UNMOGIP, UNRWA, UNTSO, UNWTO, UPU, WCO, WHO, WIPO, WMO, WTO และ ZC

การขนส่งและโทรคมนาคม : มีท่าอากาศยาน 129 แห่ง เป็นทางวิ่งลาดยาง 98 แห่ง และทางวิ่งไม่ลาดยาง 31 แห่ง ลานจอด ฮ. 5 แห่ง เส้นทางท่อส่งก๊าซ 20,223 กม. ท่อส่งน้ำมัน 1,393 กม. เส้นทางรถไฟระยะทาง 20,182 กม. ถนนระยะทาง 487,700 กม. เส้นทางเดินทางทางน้ำ 2,400 กม. ด้านโทรคมนาคม มีโทรศัพท์พื้นฐานให้บริการประมาณ 20.70 ล้านเลขหมาย โทรศัพท์เคลื่อนที่ 83.87 ล้านเลขหมายรหัสโทรศัพท์ +39 จำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ต 54.79 ล้านคน รหัสอินเทอร์เน็ต .it

การเดินทาง : สายการบินไทยมีเที่ยวบินตรงไทยไปอิตาลี 2 เส้นทาง ได้แก่ กรุงเทพฯ-โรม และกรุงเทพฯ-มิลาน เวลาของอิตาลีช้ากว่าไทยประมาณ 6 ชม. ในช่วง พ.ย.-มี.ค. และช้ากว่าไทย 7 ชม. ในช่วง เม.ย.-ต.ค.

สถานการณ์สำคัญที่น่าติดตาม :

1) แนวทางการบริหารประเทศของรัฐบาลอิตาลีชุดใหม่ : รัฐบาลชุดใหม่ของอิตาลีเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการเมื่อ 5 ก.ย. 2562 ประกอบด้วย 2 พรรคหลัก คือ พรรค Five Star Movement (M5S) และพรรค Democratic Party (PD) โดยนาย Giuseppe Conte นักการเมืองไม่สังกัดพรรคเป็น นรม. ทั้งนี้ รัฐบาลชุดใหม่ ระบุจะยกระดับศักยภาพในการแข่งขันของอิตาลี รวมถึงพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างอิตาลีกับ EU ให้เป็นไปในทิศทางบวกมากขึ้น เนื่องจากสมัยรัฐบาลผสมชุดก่อนหน้านี้ซึ่งมีพรรค League (แนวคิดขวาจัด) เป็นพรรคร่วมรัฐบาลด้วยนั้น ความสัมพันธ์ระหว่างอิตาลีกับ EU ไม่ค่อยราบรื่น เพราะพรรค ขวาจัดเน้นนโยบายต่อต้านผู้อพยพและไม่สนับสนุนเรื่องแผนงบประมาณของ EU

2) การปรับลดจำนวน ส.ส. และ ส.ว. รัฐสภาอิตาลีลงมติเมื่อ 8 ต.ค. 2562 เห็นชอบให้ปรับลดจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) และสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) มากกว่า 1 ใน 3 ของสมาชิกรัฐสภาทั้งหมด โดยจะลดจำนวน ส.ส. จาก 630 คนเหลือ 400 คน และจำนวน ส.ว. จาก 315 คนเหลือ 200 คน ซึ่งการปฏิรูปรัฐสภาครั้งนี้เป็นการปฏิบัติตามคำมั่นของพรรค Five Star (M5S) ซึ่งเป็นพรรคการเมืองหลักในรัฐบาลผสมของอิตาลี โดยประเมินว่าจะช่วยลดงบประมาณรายจ่ายของประเทศลง 81.6 ล้านยูโรต่อปี หรือลดลงประมาณ 1,000 ล้านยูโรในระยะ 10 ปีข้างหน้า และเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของรัฐสภา ทั้งนี้ ร่างกฎหมายดังกล่าวต้องผ่านการลงประชามติก่อน เนื่องจากเป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญของอิตาลี และน่าจะมีผลบังคับใช้ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในปี 2566

ความสัมพันธ์ไทย-อิตาลี :

ไทยและอิตาลีมีความสัมพันธ์ทางการทูตมายาวนานตั้งแต่ 3 ต.ค. 2411

ด้านการเมือง ไทยและอิตาลีไม่มีปัญหาทางการเมืองต่อกัน ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศดำเนินมาโดยราบรื่น

ด้านการค้า เมื่อปี 2561 อิตาลีเป็นคู่ค้าของไทยอันดับที่ 25 ในตลาดโลกและอันดับที่ 5 ในตลาดกลุ่ม EU มูลค่าการค้ารวม 124,353.45 ล้านบาท ไทยส่งออกมูลค่า 53,998.21 ล้านบาท นำเข้ามูลค่า 70,355.24 ล้านบาท ไทยขาดดุล 16,357.03 ล้านบาท สินค้าส่งออกสำคัญของไทย ได้แก่ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ อัญมณีและเครื่องประดับ อาหารสัตว์เลี้ยง เหล็ก และเหล็กกล้า ผลิตภัณฑ์ยาง ปลาหมึกสด เครื่องนุ่งห่ม สินค้านำเข้าสำคัญของไทย ได้แก่ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ อัญมณีและเครื่องประดับ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ เครื่องใช้เบ็ดเตล็ด เคมีภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์เวชกรรมและเภสัชกรรม ผลิตภัณฑ์โลหะ ส่วนประกอบและอุปกรณ์ยานยนต์

ด้านการลงทุน เมื่อปี 2561 อิตาลีลงทุนในไทยผ่าน BOI จำนวน 4 โครงการ มูลค่ารวม 393 ล้านบาท

การท่องเที่ยวเมื่อปี 2561 มีนักท่องเที่ยวชาวอิตาลีเดินทางมาไทย 279,905 คน เพิ่มขึ้นจากเมื่อปี 2560 ที่มีจำนวน 264,524 คน

ข้อตกลงสำคัญ : ความตกลงยกเว้นการตรวจลงตราหนังสือเดินทางทูตและราชการ (30 ธ.ค. 2498) ความตกลงพื้นฐานว่าด้วยความร่วมมือระหว่างประเทศ (10 ก.พ. 2526) สนธิสัญญาว่าด้วยความร่วมมือในการบังคับให้เป็นไปตามคำพิพากษาในคดีอาญาระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐอิตาลี (28 ก.พ. 2527) ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านการส่งกำลังบำรุงทหารไทย-อิตาลี (2537) ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางการเงิน (22 เม.ย. 2531) ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านการลงทุนไทย-อิตาลี ระหว่างสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนกับ Italian Trade Commission กระทรวงการค้าอิตาลี (มี.ค. 2535) ความตกลงว่าด้วยการจัดตั้งคณะมนตรีธุรกิจไทย-อิตาลีระหว่างสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยกับสมาพันธ์อุตสาหกรรมแห่งอิตาลี-CONFINDUSTRIA (14 มี.ค. 2537) ข้อตกลงความร่วมมือด้านการค้าการลงทุนและเทคโนโลยีระหว่างสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอของไทยกับสหพันธ์อุตสาหกรรมสิ่งทอของอิตาลี (27 มี.ค. 2542) ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางวัฒนธรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (22 ก.ย. 2547) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (22 ก.ย. 2547) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือระหว่างสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนกับสถาบันเพื่อการค้าต่างประเทศของอิตาลี (10 พ.ย. 2548) บันทึกความเข้าใจเพื่อการพัฒนาและส่งเสริมธุรกิจของอิตาลีในต่างประเทศระหว่างสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนกับสถาบันการเงินของอิตาลี (10 พ.ย. 2548) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือในเรื่องการส่งเสริมและการตลาดอาหารไทยและอิตาลีในระดับระหว่างประเทศระหว่างสถาบันอาหารของไทยกับสถาบันเพื่อการค้าต่างประเทศของอิตาลีหรือ ICE (10 พ.ย. 2548) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือเพื่อส่งเสริมสินค้า OTOP และ SMEs ระหว่างหอการค้าไทย-อิตาลีกับบริษัทส่งเสริมการค้าเอสเอ็มอีจำกัดหรือ STP (10 พ.ย. 2548) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการขยายความร่วมมือทวิภาคีระหว่างกระทรวงการต่างประเทศไทยกับกระทรวงการต่างประเทศอิตาลี (1 ต.ค. 2553) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านกิจการอวกาศ (7 มิ.ย. 2554)

การเยือนอิตาลีครั้งล่าสุดของผู้นำไทย คือ เมื่อปี 2557 ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นรม. เยือนเมืองมิลาน อิตาลีเมื่อห้วง 16-17 ต.ค. 2557 เพื่อเข้าร่วมการประชุมผู้นำเอเชีย-ยุโรป (ASEM) ครั้งที่ 10

ความร่วมมือด้านวิชาการ : ส่วนใหญ่เป็นโครงการด้านพลังงาน บางส่วนเกี่ยวข้องกับการเกษตร คมนาคม สาธารณูปโภค อาชีวศึกษาและการแพทย์ ปัจจุบัน ไทยได้รับบริการข้อมูลภาพถ่ายจากดาวเทียม COSMO-Skymed ของอิตาลีเพื่อประโยชน์ด้านพลเรือนในการติดตามและประเมินภัยพิบัติต่าง ๆ การวิเคราะห์ด้านการเกษตร และการสำรวจทางวิศวกรรม

 
 
 
 

ผู้นำอิตาลี

 
บันทึกข้อมูลเมื่อ: Dec. 21, 2019, 5:35 p.m.
เผยแพร่ข้อมูลเมื่อ: None |
รูปผู้นำอิตาลี
 

นายจูเซปเป คอนเต

(Giuseppe Conte)

ตำแหน่ง นรม.อิตาลี

เกิด 8 ส.ค. 2507 (อายุ 56 ปี/ปี 2563) ที่เมือง Volturara Appula ทางภาคตะวันออก เฉียงใต้ของอิตาลี

ครอบครัว เกิดในครอบครัวชนชั้นกลาง บิดาเป็นเจ้าหน้าที่ภาครัฐในท้องถิ่น มารดาเป็นครูชั้น ประถมศึกษา

การศึกษา จบการศึกษาสาขากฎหมายจาก La Sapienza University of Rome

สถานภาพสมรส เคยสมรสกับนาง Valentina Fico แต่ภายหลังได้หย่าร้างกัน ปัจจุบันใช้ชีวิตร่วมกับนาง Olivia Paladino

ประวัติทางการเมือง

18 ก.ย. 2556 - ได้รับเลือกจากสภาผู้แทนราษฎรให้เป็นสมาชิกในสำนักงานด้านการยุติธรรม

31 พ.ค. 2561 - พรรคการเมืองที่มีคะแนนนำสูงสุด 2 พรรค จากผลการเลือกตั้งทั่วไปในอิตาลี เมื่อ 4 มี.ค. 2561 คือ พรรค League (แนวคิดขวาจัด) และพรรค Five Star Movement (M5S) เห็นพ้องจัดตั้งรัฐบาลใหม่ โดยเสนอให้นายจูเซปเป คอนเต ซึ่งเป็นผู้สมัครในนามอิสระไม่สังกัดพรรคใด เข้าดำรงตำแหน่ง นรม.

1 มิ.ย. 2561 - เข้ารับตำแหน่ง นรม. (สมัยที่ 1)

20 ส.ค. 2562 - ประกาศลาออกจากตำแหน่ง นรม.ภายหลังอิตาลีเผชิญวิกฤติการเมืองจากกรณีพรรค League ถอนตัวจากการร่วมรัฐบาลชุดเดิมกับพรรค M5S

5 ก.ย. 2562 - เข้ารับตำแหน่ง นรม.(สมัยที่ 2) ภายหลังอิตาลีจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่สำเร็จ

เมื่อ 29 ส.ค. 2562 โดยเป็นรัฐบาลผสมระหว่างพรรค M5S กับพรรค

Democratic Party (PD) แนวคิดกลางซ้าย


#8c7b75 - right
 

คณะรัฐมนตรี

คณะรัฐมนตรีอิตาลี

ประธานาธิบดี Sergio Mattarella

นรม. Giuseppe Conte

รอง นรม. Riccardo Fraccaro

รมว.กระทรวงมหาดไทย Luciana Lamorgese

รมว.กระทรวงการต่างประเทศ Luigi Di Maio

รมว.กระทรวงกิจการยุโรป Vincenzo Amendola

รมว.กระทรวงกลาโหม Lorenzo Guerini

รมว.กระทรวงยุติธรรม Alfonso Bonafede

รมว.กระทรวงเศรษฐกิจและการคลัง Roberto Gualtieri

รมว.กระทรวงโครงสร้างพื้นฐานและการคมนาคม Paola De Micheli

รมว.กระทรวงศึกษาธิการ Lorenzo Fioramonti

รมว.กระทรวงสิ่งแวดล้อม Sergio Costa

รมว.กระทรวงวัฒนธรรม Dario Franceschini

รมว.กระทรวงสาธารณสุข Roberto Speranza

รมว.กระทรวงบริหารรัฐกิจ Fabiana Dadone

รมว.กระทรวงกิจการภูมิภาค Francesco Boccia

รมว.กระทรวงนวัตกรรม Paola Pisano

รมว.กระทรวงอุตสาหกรรมและการพัฒนาเศรษฐกิจ Stefano Patuanelli

รมว.กระทรวงเกษตรกรรม อาหาร และป่าไม้ Teresa Bellanova

รมว.กระทรวงนโยบายด้านงานและสังคม Nunzia Catalfo

รมว.กระทรวงกีฬาและเยาวชน Vincenzo Spadafora

(ต.ค. 2562)