เนการาบรูไนดารุสซาลาม

Brunei Darussalam

บันทึกข้อมูลเมื่อ: Dec. 24, 2019, 10:12 a.m.
แก้ไขล่าสุดเมื่อ: Dec. 24, 2019, 10:13 a.m.
ธงบรูไน
 

เมืองหลวง บันดาร์เสรีเบกาวัน

ที่ตั้ง ตั้งอยู่บนเกาะบอร์เนียวทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีพื้นที่ 5,765 ตร.กม. แบ่งเป็น 4 เขต (district) คือ บรูไนและมูอารา (Brunei and Muara) เบเลต (Belait) ตูตง (Tutong) และเตมบูรง (Temburong) พื้นที่ประเทศแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ด้านตะวันตกกับด้านตะวันออก โดยมีดินแดนรัฐซาราวักของมาเลเซียและทะเลบรูไนคั่น การเดินทางไปมาหาสู่กันต้องใช้เรือข้ามทะเลบรูไน หรือเดินทางโดยรถยนต์ผ่านรัฐซาราวักของมาเลเซีย บรูไนมีเขตแดนทางบกยาว 266 กม. และชายฝั่งทะเลยาว 161 กม.

อาณาเขต ทิศเหนือ จรดทะเลจีนใต้

ทิศตะวันออก ทิศใต้ และทิศตะวันตก ติดกับรัฐซาราวักของมาเลเซีย

ภูมิประเทศ บริเวณชายฝั่งเป็นพื้นที่ราบที่ค่อย ๆ ชันขึ้นเป็นภูเขาทางด้านตะวันออก จุดสูงที่สุดอยู่ที่ยอดเขาบูกิต ปากอง (1,850 ม. หรือ 6,070 ฟุต) พื้นที่ 70% เป็นป่าไม้ มีป่าชายเลนที่สมบูรณ์ รวมทั้งมีทรัพยากรธรรมชาติ ได้แก่ น้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ป่าไม้ แร่ธาตุ และสัตว์น้ำ

ภูมิอากาศ อยู่ในเขตร้อนชื้น มีฝนชุกเกือบตลอดปี อุณหภูมิเฉลี่ย 24-28 องศาเซลเซียส ฝนตกหนักในช่วง ก.ย.-ม.ค. และ พ.ค.-ก.ค. อากาศเย็นสบายที่สุดช่วง มี.ค.-เม.ย.

ประชากร 442,400 คน (พ.ค. 2561) เชื้อสายมาเลย์ 65.7% จีน 10.3% และอื่น ๆ 24% มีชนพื้นเมือง 7 ชนเผ่าเรียกโดยรวมว่ามลายูหรือมาเลย์ โครงสร้างประชากร วัยเด็ก (0-14 ปี) 20.7% วัยรุ่นถึงวัยกลางคน (15-64 ปี) 74.7% และวัยชรา (65 ปีขึ้นไป) 4.6% อัตราการเกิด 1.7% อัตราการตาย 0.36% อายุขัยเฉลี่ย 77.5 ปี

ศาสนา อิสลาม (ซุนนี) 67% พุทธนิกายมหายาน 13% คริสต์ 10% ฮินดู ความเชื่อพื้นเมือง และ อื่น ๆ 10%

ภาษา ภาษามาเลย์ (Malay หรือ Bahasa Melayu) เป็นภาษาราชการ ส่วนภาษาอังกฤษและภาษาจีนเป็นภาษาที่ใช้กันแพร่หลาย

การศึกษา ไม่มีการศึกษาภาคบังคับ แต่จัดการศึกษาให้กับเด็กทุกคนโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย การศึกษาแบ่งเป็น 4 ระดับ ซึ่งจัดสรรตามกลุ่มอายุ ได้แก่ 1) ระดับปฐมวัย 7 ปี 2) ระดับมัธยมศึกษา 7-8 ปี 3) ระดับเตรียมอุดมศึกษา 2 ปี และ 4) ระดับวิทยาลัยและมหาวิทยาลัย 3-4 ปี อย่างไรก็ดี เด็กชาวมุสลิมในบรูไน ทุกคนต้องเรียนศาสนา ซึ่งเป็นการศึกษาภาคบังคับใช้เวลารวม 7 ปี โดยมีกระทรวงกิจการศาสนาของบรูไนเป็นผู้กำกับดูแลอัตราการรู้หนังสือของประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป 99.6% งบประมาณด้านการศึกษา 422.60 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ปี 2562)

การก่อตั้งประเทศ

บรูไนเคยเป็นที่ตั้งอาณาจักรที่เจริญรุ่งเรืองในช่วงศตวรรษที่ 14-16 มีอาณาเขตครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของเกาะบอร์เนียวตอนเหนือ และบางส่วนของหมู่เกาะซูลู (Sulu) มีชื่อเสียงทางการค้า โดยเฉพาะการบูร พริกไทย และทองคำ แต่เสื่อมอำนาจลงในศตวรรษที่ 19 โดยสูญเสียดินแดนจากสงคราม โจรสลัด และการขยายอาณานิคมของประเทศตะวันตก ในที่สุดได้เข้าเป็นดินแดนในอารักขาของสหราชอาณาจักรโดยสมบูรณ์เมื่อปี 2449 เศรษฐกิจของบรูไนเริ่มมั่นคงหลังจากสำรวจพบแหล่งน้ำมันขนาดใหญ่ที่เมืองเซรีอา (Seria) ทางด้านตะวันตกเมื่อปี 2472 สหราชอาณาจักรให้อำนาจบรูไนปกครองตนเองตามรัฐธรรมนูญฉบับปี 2502 แต่ยังดูแลด้านการต่างประเทศและให้คำปรึกษาด้านการป้องกันประเทศ ผลการเลือกตั้งครั้งแรกเมื่อปี 2505 พรรคประชาชนบอร์เนียว (Borneo People’s Party) ได้รับชัยชนะท่วมท้น แต่ถูกกีดกันไม่ให้จัดตั้งรัฐบาลจึงพยายามยึดอำนาจจากสุลต่านแต่ไม่สำเร็จ เนื่องจากสุลต่านทรงได้รับความช่วยเหลือจากกองทหารกุรข่าของสหราชอาณาจักรที่ส่งตรงมาจากสิงคโปร์ รัฐบาลได้ประกาศภาวะฉุกเฉินมาตั้งแต่ปี 2505 ทำให้ไม่มีการเลือกตั้งมาจนถึงปัจจุบัน บรูไนได้รับเอกราชเมื่อ 1 ม.ค. 2527 หลังจากอยู่ภายใต้อารักขาของสหราชอาณาจักรนานถึง 95 ปี

วันชาติ 23 ก.พ.

การเมือง ปกครองระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ภายใต้หลักราชาธิปไตยอิสลามมลายู (Melayu Islam Beraja /Malay Islam Monarchy-MIB) ได้แก่ การเป็นประเทศมุสลิมมาเลย์ การยึดหลักศาสนาอิสลาม และการเคารพสถาบันกษัตริย์ รัฐธรรมนูญปัจจุบัน กำหนดให้สมเด็จพระราชาธิบดีหรือสุลต่านมีอำนาจสูงสุดทางการเมือง โดยเป็นทั้งประมุขรัฐและ นรม. รวมทั้งกำหนดให้ นรม.ต้องเป็นชาวบรูไนเชื้อสายมาเลย์โดยกำเนิด และนับถือศาสนาอิสลามนิกายซุนนี

ประมุขรัฐ สมเด็จพระราชาธิบดี ฮัจญี ฮัสซานัล โบลเกียห์ มูอิซ ซัดดิน วัดเดาละห์ ขึ้นครองราชย์เมื่อ 5 ต.ค. 2510 เป็นสมเด็จพระราชาธิบดีองค์ที่ 29

ฝ่ายบริหาร : มี นรม.เป็นผู้นำ และมีสภาที่ปรึกษา ซึ่งแต่งตั้งโดยสมเด็จพระราชาธิบดี ประกอบด้วย สภารัฐมนตรี (Council of Cabinet Ministers) สภาศาสนา (Religious Council) สภาองคมนตรี (Privy Council) และสภาว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ (Council of Succession) ทั้งนี้ สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งบรูไนทรงควบทั้งตำแหน่งประมุขรัฐและนายกรัฐมนตรีบรูไน

ฝ่ายนิติบัญญัติ : สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งบรูไนฯ ทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ประกาศแต่งตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติชุดใหม่ เมื่อ 12 ม.ค. 2560 หลังการยุบสภานิติบัญญัติแห่งชาติเมื่อ ส.ค. 2559 โดยสมาชิกสภานิติบัญญัติชุดใหม่ ประกอบด้วย สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งบรูไน มกุฎราชกุมารแห่งบรูไน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงรวม 13 คน และผู้นำท้องถิ่นซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากสมเด็จพระราชาธิบดีอีก 20 คน รวม 33 คน มีวาระการดำรงตำแหน่ง 5 ปี (2560-2565)

ฝ่ายตุลาการ : ศาลสูงสุด ศาลอุทธรณ์ ศาลแขวงและศาลชะรีอะฮ์ (Sharia Court) ตำแหน่งสำคัญในฝ่ายตุลาการแต่งตั้งโดยสมเด็จพระราชาธิบดีแห่งบรูไน

พรรคการเมือง : บรูไนมีพรรคการเมืองเดียว คือ National Development Party ซึ่งได้รับการจดทะเบียนเป็นพรรคการเมืองที่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่ไม่สามารถส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง เนื่องจากบรูไนไม่มีการเลือกตั้งตั้งแต่ปี 2505 ทั้งนี้ รัฐบาลบรูไนต้องการจำกัดบทบาทพรรคการเมือง โดยใช้กฎหมายความมั่นคงภายในซึ่งห้ามชุมนุมทางการเมือง ถอดถอนการจดทะเบียนเป็นพรรคการเมือง และห้ามข้าราชการ (มีสัดส่วนครึ่งหนึ่งของประชากร) เป็นสมาชิกพรรคการเมือง

เศรษฐกิจ

เศรษฐกิจบรูไนในปี 2562 ชะลอตัวจากราคาน้ำมันโลกที่ปรับตัวลดลงซึ่งส่งผลต่อปริมาณการส่งออกน้ำมันและก๊าซธรรมชาติของบรูไน อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจบรูไนจะฟื้นตัวดีขึ้นในปี 2563 เนื่องจากการเปิดดำเนินการของโรงกลั่นน้ำมันและโรงงานปิโตรเคมีของจีน รวมทั้งการลงทุนของต่างชาติที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ด้านรัฐบาลบรูไนพยายามปรับโครงสร้างเศรษฐกิจและส่งเสริมบรรยากาศการลงทุนโดยเฉพาะภาคการผลิตและการบริการ ทั้งนี้ บรูไนได้รับการจัดอันดับให้เป็นประเทศที่มีศักยภาพในการแข่งขันอันดับที่ 56 ของประเทศทั่วโลก และอันดับที่ 5 ของอาเซียนรองจากสิงคโปร์ มาเลเซีย ไทย และอินโดนีเซีย ประจำปี 2562 จากทั้งหมด 141 ประเทศ

     - งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2562 (1 เม.ย. 2562-31 มี.ค. 2563) 5,860 ล้านดอลลาร์บรูไน

    - สกุลเงิน ตัวย่อสกุลเงิน : ดอลลาร์บรูไน (BND)

    - อัตราแลกเปลี่ยนต่อดอลลาร์สหรัฐ : 1 ดอลลาร์บรูไน : 0.73 ดอลลาร์สหรัฐ

    - อัตราแลกเปลี่ยนต่อบาท : 1 บาท : 0.045 ดอลลาร์บรูไน (ต.ค. 2562)

ดัชนีเศรษฐกิจสำคัญ

ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) : 13,385 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ปี 2561)

อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ : 1.8% (ปี 2562)

ดุลบัญชีเดินสะพัด : 2,643 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ปี 2562)

รายได้เฉลี่ยต่อหัวต่อปี : 30,257 ดอลลาร์สหรัฐ (ปี 2561)

ประชากรวัยทำงาน : 220,965 คน (ปี 2561)

อัตราการว่างงาน : 8.7% (ปี 2561)

มูลค่าการค้าระหว่างประเทศ : 1,089.8 ล้านดอลลาร์บรูไน (ก.ค. 2562)

ดุลการค้าระหว่างประเทศ : 251.8 ล้านดอลลาร์บรูไน (ก.ค. 2562)

มูลค่าการส่งออก : 670.8 ล้านดอลลาร์บรูไน (ก.ค. 2562)

สินค้าส่งออก : น้ำมันดิบ ก๊าซธรรมชาติ ปิโตรเลียมกลั่น และเสื้อผ้า

คู่ค้าส่งออกที่สำคัญ : ญี่ปุ่น มาเลเซีย อินเดีย สิงคโปร์ และไทย

มูลค่าการนำเข้า : 419 ล้านดอลลาร์บรูไน (ก.ค. 2562)

สินค้านำเข้า : เครื่องจักร รถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า เคมีภัณฑ์ และอาหาร

คู่ค้านำเข้าที่สำคัญ : สิงคโปร์ มาเลเซีย จีน สหรัฐฯ และเกาหลีใต้

คู่ค้าสำคัญ 5 อันดับในกลุ่มอาเซียน : สิงคโปร์ มาเลเซีย ไทย เวียดนาม และอินโดนีเซีย

นักท่องเที่ยวเข้าประเทศ : ประมาณ 278,136 ล้านคน (ปี 2561)

การทหาร กองทัพบรูไนมีขนาดเล็กที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประกอบด้วย ทบ. ทร. และ ทอ. ขึ้นตรง ต่อ ผบ.ทหารสูงสุด บรูไนไม่มีการเกณฑ์ทหาร แต่ชายบรูไนอายุ 17 ปี สามารถเข้ารับราชการทหารโดยสมัครใจ กองทัพบรูไนมีกำลังพล 7,200 นาย และกำลังสำรอง 700 นาย เป็น ทบ. 4,900 นาย ทร. 1,200 นาย ทอ. 1,100 นาย นอกจากนี้ สุลต่านยังมี กกล.ทหารกุรข่าส่วนพระองค์ (Gurkha Reserve Unit-GRU) ประมาณ 400-500 นาย

    - งบประมาณทางทหาร ปี 2562 : 436.02 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

    - ยุทโธปกรณ์สำคัญ : รถถังเบา (สกอร์เปียน) 20 คัน ยานยนต์หุ้มเกราะ 45 คัน เครื่องยิงลูกระเบิดขนาด 81 มม. 24 เครื่อง เรือตรวจการณ์ชายฝั่งและเรือรบ 10 ลำ เรือบรรทุก บ. 4 ลำ ฮ.ขนส่ง 23 ลำ

ปัญหาด้านความมั่นคง

บรูไนเฝ้าระวังภัยคุกคามจากการก่อการร้าย เนื่องจากเป็นพื้นที่เคลื่อนไหวของกลุ่มก่อการร้าย Islamic State (IS) ที่ต้องการเผยแพร่แนวคิดหัวรุนแรงแก่ชาวบรูไนและชาวต่างชาติที่อาศัยในบรูไน รวมทั้งชักจูงชาวบรูไนให้เข้าร่วมการสู้รบกับกลุ่มก่อการร้าย โดยตำรวจบรูไนจับกุมชาวบรูไนและชาวอินโดนีเซียซึ่งได้รับการบ่มเพาะแนวคิดหัวรุนแรงจำนวน 5 คน ระหว่างปี 2560-2561 นอกจากนี้ บรูไนเป็นเส้นทางผ่านของขบวนการค้ามนุษย์เพื่อการบังคับใช้แรงงานและการค้าประเวณี โดยเหยื่อการค้ามนุษย์ส่วนใหญ่เป็นชาวอินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ปากีสถาน อินเดีย บังกลาเทศ จีน และไทย

สมาชิกองค์การระหว่างประเทศ ที่สำคัญ ได้แก่ APEC, ARF, ASEAN, G-77, ILO, IMF, INTERPOL, OIC, UN, UNCTAD, UNESCO, WHO และ WTO

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี บรูไนมุ่งการวิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล การแปรรูปอาหาร และอุตสาหกรรมเวชภัณฑ์ ตามแผนพัฒนาแห่งชาติฉบับที่ 11 (ปี 2561-2566) ขณะเดียวกัน บรูไนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการใช้เทคโนโลยีเพื่อส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล ความคืบหน้าที่สำคัญ ได้แก่ การจัดตั้งสภาเศรษฐกิจดิจิทัลเมื่อ ก.ค. 2562 เพื่อประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำหนดนโยบายเกี่ยวกับการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล และเตรียมใช้ระบบการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ภายในปี 2568

การขนส่งและโทรคมนาคม : มีท่าอากาศยาน 2 แห่ง คือ สนามบินนานาชาติบรูไน และสนามบิน Anduki ซึ่งใช้ในกิจการของบริษัท Brunei Shell Petroleum (BSP) อยู่ที่เขตเบเลต เส้นทางรถไฟระยะทาง 13 กม. ถนนระยะทาง 3,029 กม.ท่าเรือเพื่อการสัญจร 5 แห่ง ได้แก่ บันดาร์เสรีเบกาวัน กัวลา เบเลต มูอารา เซรีอา และตูตง ท่าเรือเพื่อขนส่งสินค้า 1 แห่ง คือ ท่าเรือที่มูอารา

โทรคมนาคม : โทรศัพท์พื้นฐานให้บริการ 79,600 เลขหมาย (ปี 2561) โทรศัพท์เคลื่อนที่ 565,949 เลขหมาย (ปี 2561) รหัสโทรศัพท์ +673 จำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ต 607,336 คน (ปี 2561) รหัสอินเทอร์เน็ต .bn เว็บไซต์การท่องเที่ยว : http://www.bruneitourism.com/

การเดินทาง สายการบิน Royal Brunei Airlines ให้บริการเที่ยวบินตรง กรุงเทพฯ–บันดาร์เสรีเบกาวัน (ประมาณ 1,690 กม.) ระยะเวลาบิน 2 ชม. 45 นาที เวลาที่บรูไนเร็วกว่าไทย 1 ชม. นักท่องเที่ยวไทยเดินทางเข้าบรูไนโดยไม่ต้องตรวจลงตราหนังสือเดินทาง

สถานการณ์สำคัญที่น่าติดตาม

บรูไนตั้งเป้าหมายว่าจะเพิ่มการผลิตอาหารเพื่อการพึ่งพาตนเองให้ได้ 10% จาก 5% ของการบริโภคภายในปี 2573 โดยพัฒนาสายพันธุ์ข้าวที่ให้ผลผลิตสูง และส่งเสริมความร่วมมือกับอาเซียนเพื่อแลกเปลี่ยนการใช้เทคโนโลยีด้านการเกษตรเพื่อเพิ่มผลผลิต บรูไนเฝ้าระวังความเคลื่อนไหวของกลุ่มก่อการร้าย IS ที่เผยแพร่แนวคิดหัวรุนแรงแก่ชาวบรูไนและชาวต่างชาติที่อาศัยในบรูไน และอาจใช้บรูไนเป็นเส้นทางผ่านในการเดินทางไปประเทศในภูมิภาค เช่น มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ เพื่อสรรหาสมาชิกใหม่ของกลุ่มหรือวางแผนการก่อเหตุโจมตี นอกจากนี้ บรูไนมีความเสี่ยงจะเผชิญการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารเท็จและการโจมตีทางไซเบอร์ เนื่องจากบรูไนต้องพึ่งพาเทคโนโลยีดิจิทัลในการพัฒนาเศรษฐกิจ

ความสัมพันธ์ไทย-บรูไน

ไทยสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับบรูไนเมื่อ 1 ม.ค. 2527 และมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกันมาตลอด มีการแลกเปลี่ยนการเยือนในระดับราชวงศ์และผู้นำระดับสูงอยู่เสมอ เป็นพันธมิตรในเรื่องต่าง ๆ ทั้งในกรอบอาเซียน และกรอบพหุภาคี ด้านเศรษฐกิจ บรูไนเป็นคู่ค้าอันดับที่ 51 ของไทยในระยะ 5 ปีที่ผ่านมา (ปี 2557-2561) และเป็นคู่ค้าอันดับที่ 9 ของไทยในกลุ่มอาเซียน มูลค่าการค้าปี 2561 ประมาณ 949 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนมูลค่าการค้าในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2562 (ม.ค.-ก.ย.2562) ไทยและบรูไนมีมูลค่าการค้ารวม 553 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยเป็นฝ่ายขาดดุลการค้า โดยส่งออกสินค้าไปบรูไนมูลค่า 91 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และนำเข้าจากบรูไน 462 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สินค้าส่งออกของไทย ได้แก่ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ข้าว ปูนซีเมนต์ น้ำตาลทราย เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ สินค้านำเข้าจากบรูไน ได้แก่ น้ำมันดิบ เคมีภัณฑ์ เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ สินแร่โลหะ อาหารทะเลแปรรูป ฯลฯ

ส่วนการเยือนในระดับรัฐมนตรีในปี 2562 พล.จ.ดาโต๊ะ ซรี ปาลาวัน อาวัง ไครุล ฮาเหม็ด บิน อาวัง ฮาจิ ลัมโปห์ ผบ.ทบ.ของบรูไนเยือนไทยระหว่าง 12-15 มี.ค.62 ในโอกาสรับตำแหน่งใหม่ สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งบรูไนเสด็จเยือนไทยเพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 34 ระหว่าง 22-23 มิ.ย. 2562 เข้าร่วมการประชุม รมว.กห.อาเซียน ครั้งที่ 13 ระหว่าง 10-12 ก.ค. 2562 ในฐานะรมว.กห.บรูไน และการประชุม รมว.กต.อาเซียน ครั้งที่ 52 ระหว่าง 30 ก.ค.-2 ส.ค. 2562 ในฐานะรมว.กต.บรูไน

ข้อตกลงสำคัญ : ความตกลงบริการเดินอากาศ (13 ม.ค. 2530) บันทึกความเข้าใจการจัดตั้งคณะกรรมาธิการร่วมทวิภาคีไทย-บรูไน (27 ก.ย. 2542) บันทึกความเข้าใจความร่วมมือด้านสารสนเทศและการกระจายเสียงไทย-บรูไน (16 ส.ค. 2544) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการศึกษาระหว่างไทย-บรูไน (19 ต.ค. 2552) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการเกษตรและการผลิตอาหารฮาลาลไทย-บรูไน (25 มี.ค. 2558) บันทึกความเข้าใจด้านความร่วมมือทางสาธารณสุข (1 ก.ย. 2559)

 
 
 
 

ผู้นำบรูไน

 
บันทึกข้อมูลเมื่อ: Dec. 24, 2019, 10:12 a.m.
เผยแพร่ข้อมูลเมื่อ: None |
รูปผู้นำบรูไน
 

สมเด็จพระราชาธิบดีฮัจญี ฮัสซานัล โบลเกียห์ มูอิซซัดดิน วัดเดาเลาะห์

(His Majesty Sultan Haji Hassanal Bolkiah Mu’izzaddin Waddualah)

ตำแหน่ง สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งบรูไนองค์ที่ 29 /นรม./รมว.กระทรวงกลาโหม/รมว.

กระทรวงการคลัง/รมว.กระทรวงต่างประเทศ/ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ/ผู้นำศาสนา

ประสูติ 15 ก.ค. 2489 (74 พรรษา /ปี 2563) ณ บันดาร์เสรีเบกาวัน

เป็นพระราชโอรสพระองค์แรกของสุลต่าน เซอร์ มูดา โอมาร์ อาลี ไซฟุดดิน ที่ 3

เชื้อชาติ มาเลย์

สถานภาพ อภิเษกสมรสกับมเหสี 3 พระองค์ ได้แก่

1. สมเด็จพระราชินีรายา อิสเตรี เปงกิรัน อนัค ซาเลฮา (ทรงอภิเษกสมรสปี 2508) มีพระราชโอรส 2 พระองค์และพระราชธิดา 4 พระองค์ โดยพระราชโอรสองค์แรก คือ เจ้าชายอัล มูห์ตาดี บิลลา โบลเกียห์ เป็นมกุฎราชกุมาร

2. พระมเหสีเปงกิรัน อิสเตรี มาเรียม อับดุล อาซิส (ทรงอภิเษกสมรสปี 2524 แต่ทรงหย่าเมื่อปี 2546) มีพระราชโอรส 2 พระองค์ และพระราชธิดา 2 พระองค์ 3. อาซรีนาซ มาซา ฮาคิม (อภิเษกปี 2548 แต่ทรงหย่าเมื่อปี 2553) มีพระราชโอรส 1 พระองค์ และพระราชธิดา 1 พระองค์

การศึกษา - การศึกษาชั้นต้นที่บันดาร์เสรีเบกาวัน

- สถาบันวิคตอเรียในกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย

- วิทยาลัยการทหาร SANDHURST สหราชอาณาจักร ระหว่างปี 2509-2510

พระราชประวัติการทรงงาน

14 ส.ค. 2504 - ทรงได้รับการสถาปนาเป็นมกุฎราชกุมาร

5 ต.ค. 2510 - ทรงดำรงพระอิสริยศเป็นสมเด็จพระราชาธิบดีบรูไน องค์ที่ 29

ปี 2527-ปัจจุบัน - ทรงดำรงตำแหน่ง นรม. รมว.กระทรวงการคลัง รมว.กระทรวงกลาโหม

รมว.กระทรวงการต่างประเทศ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และผู้นำทางศาสนาอิสลาม ของบรูไน

พระราชกรณียกิจที่สำคัญ

ปี 2534 - ทรงนำหลัก “ราชาธิปไตยอิสลามมลายู (Melayu Islam Beraja-MIB)” ซึ่งมีสถาบัน กษัตริย์เป็นศูนย์กลางความจงรักภักดีมาใช้ในการปกครอง

ก.ย. 2547 - ทรงลงพระปรมาภิไธยในพระราชบัญญัติต่าง ๆ เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปี 2502 ทำให้มีการเปิดประชุมสมาชิกสภานิติบัญญัติอีกครั้ง หลังจากที่ยุบเลิกไปเมื่อปี 2505 ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาประชาธิปไตยในบรูไน

ส.ค. 2541 - ทรงแต่งตั้งเจ้าชายอัล มูห์ตาดี บิลลา โบลเกียห์ ให้ดำรงตำแหน่งมกุฎราชกุมาร แห่งบรูไน

ปี 2548 - ทรงประกาศปรับ ครม. ครั้งแรกในรอบ 22 ปี

ต.ค. 2556 - ทรงประกาศใช้กฎหมายชะรีอะฮ์ (Sharia Law)

มี.ค. 2562 - เปิดประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ครั้งที่ 15

#8c7b75 - right
 

คณะรัฐมนตรี

คณะรัฐมนตรีบรูไน

นรม. Sultan Haji Hassanal Bolkiah

รมต.อาวุโสประจำสำนัก นรม. HRH Prince Al-Muhtadee Billah

รมว.ประจำสำนัก นรม. Dato Laila Utama Haji Awang Ibrahim

และที่ปรึกษาของสมเด็จพระราชาธิบดีแห่งบรูไน

รมว.ประจำสำนัก นรม. Dato Haji Abdul Mokti bin Haji Mohd Daud

รมว.กระทรวงพลังงานและอุตสาหกรรม Dato Paduka Dr. Hj Mat Suny Hj Mohd Hussein

ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

รมช.กระทรวงพลังงานและอุตสาหกรรม Dato Paduka Awang Haji Matsatejo bin Sokiaw

ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

รมช.ประจำสำนัก นรม. Datin Dayang Hajah Elinda binti C.A Mohamed

รมว.กระทรวงกลาโหม Sultan Haji Hassanal Bolkiah

รมว.กระทรวงกลาโหมคนที่สอง Dato Paduka Seri Awang Hj Halbi Hj Mohd Yussof

รมว.กระทรวงการคลัง Sultan Haji Hassanal Bolkiah

รมว.กระทรวงการคลังคนที่สอง Dato Seri Paduka Dr. Hj Mohd Amin Liew Abdullah

รมช.กระทรวงการคลัง Dato Paduka Awang Ahmaddin bin Haji Abdul Rahman

รมว.กระทรวงต่างประเทศ Sultan Haji Hassanal Bolkiah

รมว.กระทรวงต่างประเทศคนที่สอง Dato Paduka Hj Erywan Pehin Dato Pekerma Jaya Hj Mohd Yusof

รมว.กระทรวงมหาดไทย Haji Awang Abu Bakar bin Haji Apong

รมว.กระทรวงกิจการศาสนา Haji Awang Badaruddin bin Haji Awg Othman

รมช.กระทรวงกิจการศาสนา Dato Seri Paduka Haji Bahrom bin Pengiran Haji Bahar

รมว.กระทรวงทรัพยากรพื้นฐาน Dato Seri Setia Awang Haji Ali bin Haji Apong

และการท่องเที่ยว

รมว.กระทรวงศึกษาธิการ Dato Paduka Awang Haji Hamzah bin Haji Sulaiman

รมช.กระทรวงศึกษาธิการ Datin Paduka Dr. Hajah Romaizah binti Haji Mohd Salleh

รมว.กระทรวงสาธารณสุข Dato Paduka Dr. Haji Mohd Isham bin Jaafar

รมว.กระทรวงการพัฒนา Dato Seri Paduka Awang Haji Suhaimi bin Haji Gafar

รมว.กระทรวงการสื่อสาร Abdul Mutalib Mohd Yusof

รมว.กระทรวงวัฒนธรรม เยาวชน และกีฬา พลตรี Dato Paduka Seri Awang Haji Aminuddin

Ihsan bin Pehin Orang Kaya Saiful Mulok Dato Seri Paduka Haji Abidin

--------------------------------------------

(ต.ค. 2562)