สหพันธ์สาธารณรัฐบราซิล

Federative Republic of Brazil

บันทึกข้อมูลเมื่อ: Dec. 24, 2019, 10:42 a.m.
แก้ไขล่าสุดเมื่อ: Dec. 24, 2019, 10:47 a.m.
ธงบราซิล
 

เมืองหลวง บราซิเลีย

ที่ตั้ง ด้านตะวันออกของทวีปอเมริกาใต้ พื้นที่ 8,515,770 ตารางกิโลเมตร โดยเป็นแผ่นดิน 8,358 ล้านตารางกิโลเมตร และเขตแดนทางน้ำ 157,630 ตารางกิโลเมตร (มีขนาดใหญ่อันดับ 5 ของโลกและใหญ่ที่สุดในทวีปอเมริกาใต้ (ขนาดใกล้เคียงกับสหรัฐฯ) ครองพื้นที่ส่วนใหญ่ของชายฝั่งทะเล ตอ. ของทวีปอเมริกาใต้ ใช้เวลาตามเส้นแบ่งเวลา 4 ห้วงเวลา จาก UTC-2 ถึง UTC-5 เป็นประเทศเดียวในโลกที่มีทั้งเส้น equator และ Tropic of Capricorn ลากผ่าน มีชายฝั่งทะเลยาว 7,491 กม.

อาณาเขต

    - ทิศเหนือ ติดกับเวเนซุเอลา (2,137 กม.) กายอานา (1,308 กม.) ซูรินาเม (515 กม.) และเฟรนช์เกียนา (649 กม.)

    - ทิศตะวันตก ติดกับโบลิเวีย (3,403 กม.) และเปรู (2,659 กม.)

    - ทิศตะวันออก ติดกับมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ และมหาสมุทรแอตแลนติกใต้

    - ทิศใต้ ติดกับอุรุกวัย (1,050 กม.)

    - ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ติดกับโคลอมเบีย (1,790 กม.)

    - ทิศตะวันตกเฉียงใต้ ติดกับอาร์เจนตินา (1,263 กม.) และปารากวัย (1,371 กม.)

ภูมิประเทศ พื้นที่ส่วนใหญ่ของบราซิลเป็นเนินเขาและที่ราบสูง มีความสูงระหว่าง 200-800 เมตร ที่ราบสูงส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ตอนใต้ของประเทศ ขณะที่ภาค ตอ.น.เป็นที่ราบสลับกับเนินเขา ภาค ตอ.ต.เป็นสันเขาสูงต่ำสลับกับภูเขาสูงที่มีความสูงถึง 1,200 เมตร เช่น ภูเขา Mantiqueira, Espinhaço และ the Serra do Mar ขณะที่ภาคเหนือมีที่ราบสูง Guiana ซึ่งเป็นต้นกำเนิดแหล่งน้ำที่ไหลไปยังลุ่มน้ำแอมะซอนทางใต้ และแม่น้ำ Orinoco ในเวเนซุเอลา จุดที่สูงที่สุดของบราซิลคือ Pico da Neblina (สูง 2,994 เมตร) บราซิลมีแม่น้ำขนาดใหญ่ถึง 8 สายหลัก ไหลลงสู่มหาสมุทรแอตแลนติก ได้แก่ แม่น้ำแอมะซอน (ยาวเป็นอันดับที่ 2 ของโลก และมีปริมาณน้ำมากที่สุดในโลก) แม่น้ำ Paraná แม่น้ำ Iguaçu แม่น้ำ Negro แม่น้ำ São Francisco แม่น้ำ Xingu แม่น้ำ Madeira และแม่น้ำ Tapajós

ภาคเหนือ ซึ่งมีพื้นที่ 42% ของประเทศเป็นเขตลุ่มแม่น้ำแอมะซอน ซึ่งเป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำใหญ่ที่สุดในโลกมีปริมาณน้ำจืด 1 ใน 5 ของโลกและเป็นเขตป่าฝนใหญ่ที่สุดของโลก ภาคตะวันตก ตอนกลางเป็นที่ราบสูงเฉลี่ย 1,000 ม. จากระดับน้ำทะเล พื้นที่ 22% ของประเทศต่อจากเขตแอมะซอนไปทางใต้เป็นเขตป่าไม้ชุกชุมเป็นพื้นที่เพาะปลูกและทำปศุสัตว์ ภาคตะวันออกเฉียงใต้ มีพื้นที่เพียง 11% ของประเทศแต่เป็นที่ตั้ง 3 เมืองใหญ่ที่สุดของบราซิลคือ รีโอเดจาเนโร เซาเปาลูและเบโลโอรีซอนตี ซึ่งมีประชากรอาศัย 45% ของประเทศ พื้นที่มีทั้งชายฝั่ง หาดทรายและที่ราบสูง ภาคใต้มีพื้นที่น้อยที่สุดมีอากาศใกล้เคียงกับยุโรปมีหิมะตกบางพื้นที่ในฤดูหนาวและเป็นที่ตั้งรกรากของชาวยุโรปที่ไปตั้งถิ่นฐาน

ภูมิอากาศ บราซิลเป็นประเทศที่มีขนาดใหญ่ สภาพภูมิอากาศแตกต่างกันไปในแต่ละภูมิภาค แต่พื้นที่ส่วนใหญ่มีสภาพอากาศแบบร้อนชื้น หากนับตามระบบการแบ่งสภาพอากาศของ Köppen System บราซิลจะมีสภาพอากาศ 6 แบบ ตั้งแต่ Equatorial, Tropical, Semiarid, Highland Tropical, Temperate และ Subtropical โดยมีสภาพอากาศแบบ Equatorial Rainforests ในภาคเหนือ Semiarid Deserts ในภาค ตอ.น. Temperate Coniferous Forests ในภาคใต้ และ Tropical Savannas ในภาคกลาง ทำให้มีฝนตกชุกกว่าภาคอื่น ๆ

ประชากร 209,469,333 คน ประกอบด้วยชาวยุโรป/คนผิวขาว 47.7% Mulatto (ลูกผสมยุโรปกับคนผิวดำ) 43.1% คนผิวดำ 7.6% เอเชีย 1.1% ชาวอินเดียนพื้นเมือง 0.4% โครงสร้างอายุของประชากรอายุ 0-14 ปี 2.71% อายุ 15-24 ปี 15.70% อายุ 25-54 ปี 4.09% อายุ 55-64 ปี 9.91% อายุ 65 ปีและมากกว่านั้น 9.54% อายุขัยเฉลี่ยของประชากร 76.57 ปี เพศชาย 73 ปี เพศหญิง 80.1 ปี อัตราการเกิด 13.9 คนต่อประชากร 1,000 คน อัตราการตาย 6.7 คนต่อประชากร 1,000 คน อัตราการเพิ่มของประชากร 0.71%

ผลการสำรวจสถิติสำมะโนประชากรบราซิล โดย the IBGE, the Brazilian Institute of Geography and Statistics เมื่อ พ.ย. 2560 ระบุว่า ปริมาณการเกิดของบราซิลในปี 2560 ลดลงร้อยละ 5.1 เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2559 โดยมีจำเด็กเกิดในปี 2559 2.79 ล้านคน ลดลงจากปี 2558 151,000 คน (ต่ำที่สุดตั้งแต่ปี 2549) ซึ่ง IBGE ระบุว่า ส่วนหนึ่งเป็นผลกระทบจากการระบาดของไวรัสซิกาและปัญหาเศรษฐกิจภายในประเทศทำให้ประชาชนเลื่อนเวลาการมีบุตรออกไป ขณะที่ปริมาณการสมรสลดลง เนื่องจากกลุ่มคนรักร่วมเพศเดียวกันและยอดการหย่าร้างของประชากรเพิ่มสูงขึ้น

ศาสนา คริสต์นิกายโรมันคาทอลิก 64.6% คาทอลิก 0.4% คริสต์นิกายโปรเตสแตนต์ 22.2% คริสต์นิกายอื่น ๆ 0.7% ลัทธินับถือภูตผีวิญญาณ 2.2% อื่น ๆ 1.4% ไม่ระบุ 0.4% และไม่นับถือศาสนา 8%

ภาษา ภาษาโปรตุเกส เป็นภาษาราชการ มีการใช้ภาษาสเปนเขตพรมแดนและในโรงเรียน เยอรมัน อิตาเลียน ญี่ปุ่น อังกฤษ และภาษาของชนกลุ่มน้อยชาวอินเดียนพื้นเมือง

การศึกษา ประชากรอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไปสามารถอ่านออกและเขียนได้ อัตราการรู้หนังสือ 92% เพศชาย 91.7% เพศหญิง 92.3% งบประมาณด้านการศึกษา 6.2% ของ GDP (ประธานาธิบดี Jair Bolsonaro มีแผนลดงบประมาณด้านการศึกษาลง) การศึกษาในบราซิลแบ่งเป็น 5 ระดับ คือ ก่อนวัย เรียนประถมศึกษา มัธยมศึกษา อุดมศึกษาและการศึกษาสำหรับผู้ใหญ่ การศึกษาภาคบังคับ 8 ปี

การก่อตั้งประเทศ โปรตุเกสเข้าครอบครองพื้นที่ซึ่งปัจจุบันคือบราซิลเมื่อ เม.ย. 1500 โดย Pedro Álvares Cabral เริ่มเข้ามาตั้งถิ่นฐานเมื่อปี 1532 และกลายเป็นส่วนหนึ่งของอาณานิคมเมื่อปี 1534 จนกระทั่ง 7 ก.ย. 1822 Prince Pedro de Alcântara ประกาศเอกราชจากโปรตุเกส สถาปนาตนเองเป็นกษัตริย์ Dom Pedro I และตั้งจักรวรรดิบราซิลขึ้น (the Empire of Brazil) แต่ได้รับการรับรองจากโปรตุเกสอย่างเป็นทางการเมื่อ 29 ส.ค. 1825 ระบบกษัตริย์ของบราซิลสิ้นสุดลงเมื่อกองทัพบราซิลปฏิวัติเมื่อปี 1889 และประกาศเป็นสาธารณรัฐบราซิลเมื่อปี 2432

วันชาติ 7 ก.ย. (วันประกาศเอกราชจากโปรตุเกส)

การเมือง สหพันธ์สาธารณรัฐประชาธิปไตย ประธานาธิบดีเป็นประมุขรัฐและหัวหน้ารัฐบาล

    ฝ่ายบริหาร : ประธานาธิบดีและรองประธานาธิบดีมาจากการเลือกตั้งโดยตรง วาระ 4 ปีและไม่เกิน 2 สมัย ประธานาธิบดีเป็นประมุขของรัฐและหัวหน้ารัฐบาลมีอำนาจแต่งตั้ง ครม.บริหารประเทศ หากตำแหน่งประธานาธิบดีว่างลงรองประธานาธิบดีจะเข้ารับตำแหน่งแทนในระยะเวลาของวาระที่เหลืออยู่ ประธานาธิบดีคนปัจจุบันคือนาย Jair Bolsonaro เข้ารับตำแหน่งแทนนาย Michel Miguel Elias Temer Lulia ซึ่งหมดวาระเมื่อ 31 ธ.ค. 2561 การเลือกตั้งครั้งต่อไปจะมีขึ้นในปลาย ต.ค. 2565

    ฝ่ายนิติบัญญัติ : ระบบ 2 สภาคือ วุฒิสภา มีสมาชิก 81 คน (ตัวแทนจาก 26 รัฐและ1 เขตนครหลวง มาจากการเลือกตั้งโดยเสียงข้างมากของแต่ละรัฐและเขตนครหลวงจำนวนเขตละ 3 คน วาระ 8 ปี โดย 1 ใน 3 ของสมาชิกได้รับเลือกตั้งหลังจาก 4 ปีและสมาชิก 2 ใน 3 ได้รับการเลือกตั้งในอีก 4 ปีถัดไป) ส่วนสภาผู้แทนราษฎรมีสมาชิก 513 คน มาจากการเลือกตั้งโดยตรงวาระ 4 ปี การเลือกตั้งครั้งล่าสุดจัดขึ้นเมื่อ 7 ต.ค. 2557 ครั้งต่อไปจะมีขึ้นใน ต.ค. 2565

    ฝ่ายตุลาการ : ศาลฎีกาเป็นศาลสูงสุด (Supreme Federal Tribunal-STF) ประกอบด้วยผู้พิพากษา 11 คน ซึ่งแต่งตั้งโดยประธานาธิบดีและรับรองโดยวุฒิสภา ดำรงตำแหน่งจนถึงอายุ 75 ปี นอกจากนี้ มี Superior Court of Justice, Supreme Electoral Court และ National Justice Council

    พรรคการเมืองที่สำคัญ พรรค Avante มีนาย Luis TIBE เป็นหัวหน้าพรรค Brazilian Communist Party (PCB) มีนาย Ivan Martins PInheiro เป็นหัวหน้าพรรค พรรค Brazilian Democratic Movement Party (PMDB) มีนาย Michel Temer เป็นหัวหน้าพรรค พรรค Brazilian Labor Party (PTB) มีนาง Cristiane Brasil เป็นหัวหน้าพรรค พรรค Brazilian Renewal Labor Party (PRTB) มีนาย Jose Levy Fidelix da Cruz เป็นหัวหน้าพรรค พรรค Brazilian Republican Party (PRB) มีนาย Marcos Antonio Pereira เป็นหัวหน้าพรรค พรรค Brazilian Social Democracy Party (PSDB) มีนาย Tasso Jereissati เป็นหัวหน้าพรรค พรรค Brazilian Socialist Party (PSB) มีนาย Carlos Roberto Siqueira de Barros เป็นหัวหน้าพรรค Christian Democracy (DC) มีนาย Jose Maria Eymael เป็นหัวหน้าพรรค พรรค Christian Labor Party or (PTC) มีนาย Daniel Tourinho เป็นหัวหน้าพรรค พรรค Communist Party of Brazil (PCdoB) มีนาย Jose Renato Rabelo เป็นหัวหน้าพรรค พรรค Democratic Labor Party (PDT) มีนาย Carlos Roberto LUPI) เป็นหัวหน้าพรรค พรรค Democrats (DEM) มีนาย Jose Agripino เป็นหัวหน้าพรรค พรรค Free Homeland Party (PPL) มีนาย Sergio Rubens เป็นหัวหน้าพรรค พรรค Green Party (PV) มีนาย Jose Luiz Penna เป็นหัวหน้าพรรค พรรค Humanist Party of Solidarity (PHS) มีนาย Eduardo Machado เป็นหัวหน้าพรรค พรรค National Mobilization Party (PMN) มีนาย Telma Ribeiro dos Santos เป็นหัวหน้าพรรค พรรค New Party (NOVO) มีนาย Moises Jardim เป็นหัวหน้าพรรค พรรค Party of the Republic (PR) มีนาย Alfredo Nascimento เป็นหัวหน้าพรรค พรรค Patriota มีนาย Adilson Barroso Oliveira เป็นหัวหน้าพรรค พรรค Podemos มีนาง Renata Abreu เป็นหัวหน้าพรรค พรรค Popular Socialist Party (PPS) มีนาย Roberto Joao Pereira Freire เป็นหัวหน้าพรรค พรรค Progressive Party (PP) มีนาย Ciro Nogueira เป็นหัวหน้าพรรค พรรค Progressive Republican Party (PRP) มีนาย Ovasco Roma Altimari Resende เป็นหัวหน้าพรรค พรรค Republican Social Order Party (PROS) มีนาย Euripedes Junior เป็นหัวหน้าพรรค พรรค Social Christian Party (PSC) มีนาย Vitor Jorge Abdala Nosseis เป็นหัวหน้าพรรค พรรค Social Democratic Party (PSD) มีนาย Guilherme Campos เป็นหัวหน้าพรรค พรรค Social Liberal Party (PSL) มีนาย Luciano Caldas Bivar เป็นหัวหน้าพรรค พรรค Socialism and Freedom Party (PSOL) มีนาย Luiz Araujo เป็นหัวหน้าพรรค พรรค Solidarity (SD) มีนาย Paulo PEREIRA da Silva เป็นหัวหน้าพรรค พรรค Sustainability Network (REDE) มีนาง Marina Silva เป็นหัวหน้าพรรค พรรค United Socialist Workers' Party (PSTU) มีนาย Jose Maria de Almeida เป็นหัวหน้าพรรค พรรค Workers' Cause Party (PCO) มีนาย Rui Costa Pimenta เป็นหัวหน้าพรรค และพรรค Workers' Party (PT) มีนาง Gleisi Hoffman เป็นหัวหน้าพรรค

    กลุ่มกดดันทางการเมือง Landless Workers' Movement หรือ MST กลุ่มสหภาพและสหพันธ์รัฐแรงงานเกษตรกร และกลุ่มศาสนา อาทิ Christian churches and the Catholic Church

เศรษฐกิจ บราซิลเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับที่ 8 ของโลก เริ่มฟื้นตัวจากปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำระหว่างปี 2558-2559 ที่ส่งผลกระทบอย่างมากต่อเศรษฐกิจในภาพรวมของบราซิล ปี 2560 อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจอยู่ที่ 1% อัตราเงินเฟ้อลดลงอยู่ที่ 2.9% ซึ่งต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์ของบราซิล บราซิลมีภาคการเกษตร เหมืองแร่ อุตสาหกรรมและภาคบริการขนาดใหญ่ที่มีการพัฒนาแบบก้าวหน้า มีคนชั้นกลางเป็นจำนวนมาก เศรษฐกิจของบราซิลมีอิทธิพลต่อประเทศในอเมริกาใต้อย่างมาก ได้รับความเชื่อถือจากนักลงทุนต่างประเทศสูง แม้ว่าบราซิลได้รับผลกระทบจากภาวะวิกฤติการเงินโลกเมื่อปี 2551 และเป็นหนึ่งในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ที่เริ่มฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ

รัฐบาลบราซิลเริ่มใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจเมื่อปี 2559 เพื่อลดการใช้จ่ายของภาครัฐและลดอุปสรรคของการลงทุนต่างประเทศ รวมถึงดำเนินนโยบายสร้างความเข้มแข็งให้แก่แรงงานและภาคอุตสาหกรรม เพื่อต้องการเพิ่มอัตราการจ้างงานภายในประเทศ แต่เศรษฐกิจของบราซิลได้รับผลกระทบอย่างมากจากปัญหาคอร์รัปชันที่เกิดขึ้นอย่างกว้างขวางพัวพัน จนท.ระดับสูงในภาครัฐและภาคเอกชน ทำให้มีการนำมาตรการคว่ำบาตรภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องจนกลายเป็นอุปสรรคจำกัดโอกาสในการลงทุนและการผลิตของภาคธุรกิจ

บราซิลเป็นสมาชิกองค์กรตลาดร่วมอเมริกาตอนใต้ (Common Market of the South หรือ Mercosur) ร่วมกับอาร์เจนตินา ปารากวัยและอุรุกวัย หลังเกิดวิกฤติการเงินในเอเชียและรัสเซีย กลุ่ม Mercosur กำหนดมาตรการปกป้องตลาดการค้า ปัจจุบัน อยู่ระหว่างเจรจาการค้าเสรีกับสหภาพยุโรปและแคนาดา

     สกุลเงิน ตัวย่อสกุลเงิน : เฮอัล (real/BRL)

    อัตราแลกเปลี่ยนต่อดอลลาร์สหรัฐ : 1 ดอลลาร์สหรัฐ : 4.06 BRL

    อัตราแลกเปลี่ยนต่อบาท : 1 BRL : 7.43 บาท (ต.ค. 2562)

 ดัชนีเศรษฐกิจสำคัญ

ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) : 2,055 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ปี 2561)

อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ : 1.1%

รายได้เฉลี่ยต่อหัวต่อปี : 9,881 ดอลลาร์สหรัฐ

แรงงาน : 104.2 ล้านคน

อัตราการว่างงาน : 12.8%

อัตราเงินเฟ้อ : 3%

ดุลบัญชีเดินสะพัด : -9,762 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ดุลการค้าระหว่างประเทศ : ได้เปรียบดุลการค้า 64,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

มูลค่าการส่งออก : 217,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

สินค้าส่งออก : อะไหล่รถยนต์ สินแร่เหล็ก ถั่วเหลือง รองเท้า กาแฟและรถยนต์

คู่ค้าสำคัญ : จีน 21.81% สหรัฐฯ 12.5% อาร์เจนตินา 8.09% เนเธอร์แลนด์ 4.3% ญี่ปุ่น 2.42% เยอรมนี 2.26%

มูลค่าการนำเข้า : 153,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

สินค้านำเข้า : เครื่องจักรกล อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วน ผลิตภัณฑ์เคมี อะไหล่รถยนต์ น้ำมัน เครื่องใช้ไฟฟ้า

คู่ค้าสำคัญ : จีน 18.12% สหรัฐฯ 16.7% อาร์เจนตินา 6.26% เยอรมนี 6.1% อิตาลี 2.63% ฝรั่งเศส 2.47% ชิลี 2.29%

ทุนสำรองต่างประเทศ : 374,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

หนี้ต่างประเทศ : 574,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

การทหาร กองทัพบราซิลมีกำลังพล 334,500 นาย กองทัพประกอบด้วย ทบ. (Exercito Brasileiro-EB) 198,000 นาย ทร. (Marinha do Brazil-MB) 69,000 นาย (รวมฝูงบินของกองทัพเรือและนาวิกโยธิน) ทอ. (Force Aerea Brasileira-FAB) 67,500 นาย กำลังรบกึ่งทหาร 395,000 นาย และกำลังพลสำรอง 1,340,000 นาย งบประมาณด้านการทหาร 29,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ยุทโธปกรณ์สำคัญ อาทิ รถถัง 437 คัน รถลำเลียงหุ้มเกราะ 1,881 คัน รถถังปืนใหญ่อัตตาจร 212 คัน ปืนใหญ่ชนิดลาก 565 กระบอก เครื่องยิงจรวดหลายลำกล้อง 244 เครื่อง เครื่องบินโจมตี/สกัดกั้น 43 เครื่อง เครื่องบินโจมตี 121 เครื่อง เครื่องบินลำเลียง 123 ลำ เครื่องบินฝึก 181 ลำ เฮลิคอปเตอร์ 190 ลำ เฮลิคอปเตอร์โจมตี 12 ลำ เรือฟรีเกต 8 ลำ เรือ Corvettes 3 ลำ เรือดำน้ำ 5 ลำ เรือตรวจการณ์ชายฝั่ง 23 ลำและเรือกวาดทุ่นระเบิด 6 ลำ (กำลังต่อเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์จากฝรั่งเศส 1 ลำ)

สมาชิกองค์การระหว่างประเทศ AfDB (nonregional member), BIS, BRICS, CAN (associate), CD, CELAC, CPLP, FAO, FATF, G-15, G-20, G-24, G-5, G-77, IADB, IAEA, IBRD, ICAO, ICC (national committees), ICCt, ICRM, IDA, IFAD, IFC, IFRCS, IHO, ILO, IMF, IMO, IMSO, Interpol, IOC, IOM, IPU, ISO, ITSO, ITU, ITUC (NGOs), LAES, LAIA, LAS (observer), Mercosur, MIGA, MINURSO, MINUSTAH, MONUSCO, NAM (observer), NSG, OAS, OECD (enhanced engagement), OPANAL, OPCW, Paris Club (associate), PCA, SICA (observer), UN, UNASUR, UNCTAD, UNESCO, UNFICYP, UNHCR, UNIDO, UNIFIL, Union Latina, UNISFA, UNITAR, UNMIL, UNMISS, UNOCI, UNRWA, UNWTO, UPU, WCO, WFTU (NGOs), WHO, WIPO, WMO, WTO

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี บราซิลมีความก้าวหน้าในการวิจัยด้านเทคโนโลยี ทั้งในระดับมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัย โดยทุนสนับสนุนส่วนใหญ่มาจากหน่วยงานของรัฐบาล สถาบันวิจัยที่มีชื่อเสียงได้แก่ Oswaldo Cruz Institute, Butantan Institute, Air Force's Aerospace Technical Center, Brazilian Agricultural Research Corporation and INPE. Brazilian Space Agency เป็นหน่วยงานวิจัยด้านอวกาศชั้นนำของกลุ่มประเทศในลาตินอเมริกา มีทรัพยากรและขีดความสามารถในการสร้างจรวดและดาวเทียม มีเทคโนโลยีของตนเองในการพัฒนาเรือดำน้ำ เครื่องบิน รวมถึงการวิจัยทางอวกาศ เป็นประเทศเดียวในซีกโลกใต้ที่เข้าร่วมในโครงการสร้าง International Space Station (ISS) กำลังขยายความร่วมมือด้านอวกาศกับสหรัฐฯ

บราซิลยังเป็นกลุ่มผู้บุกเบิกการสำรวจน้ำมันในทะเลลึก (บราซิลมีน้ำมันสำรองในทะเลลึก 73% ของปริมาณน้ำมันสำรอง) มีการพัฒนาพลังงานไฟฟ้าจากนิวเคลียร์ที่ the Resende Nuclear Fuel Factory แต่เป็นการวิจัยมากกว่าที่จะนำมาใช้ เนื่องจากปัจจุบัน 88% ของพลังงานไฟฟ้าในบราซิลมาจากพลังน้ำ เป็น 1 ใน 3 ประเทศในลาตินอเมริกาที่มีห้องวิจัยเครื่องเร่งอนุภาพ Synchrotron ซึ่งทำงานวิจัยด้าน Physics, Chemistry, Material Science และ Life Sciences เป็นประเทศเดียวในลาตินอเมริกาที่มีบริษัทผลิตประดิษฐ์อุปกรณ์กึ่งตัวนำ (semiconductor) ของตนเอง ตามข้อมูลของ Global Information Technology Report 2009-2010 of the World Economic Forum บราซิลเป็นประเทศที่มีศักยภาพในการพัฒนา Information Technology อันดับที่ 61 ของโลก

การขนส่งและโทรคมนาคม สนามบิน 4,093 แห่ง ท่าอากาศยานระหว่างประเทศ ได้แก่ Belém/Val de Cans-Júlio Cezar Ribeiro International Airport ใน Belém, Belo Horizonte-Tancredo Neves/Confins International Airport ใน Belo Horizonte, Boa Vista-Atlas Brasil Cantanhede International Airport ใน Boa Vista-Atlas, Presidente Juscelino Kubitschek International Airport ใน Brasília, Cabo Frio International Airport ใน Cabo Frio, Viracopos/Campinas International Airport ใน Campinas, Campo Grande International Airport ใน Campo Grande, Corumbá International Airport ใน Corumbá, Cruzeiro do Sul International Airport ใน Cruzeiro do Sul, Mal. Rondon International Airport ใน Cuiabá / Várzea Grande, Afonso Pena International Airport ใน Curitiba / São José dos Pinhais, Hercílio Luz International Airport ใน Florianópolis, Cataratas International Airport ใน Foz do Iguaçu, Pres. Castro Pinto International Airport ใน João Pessoa / Bayeux, Alberto Alcolumbre International Airport ใน Macapá, Zumbi dos Palmares International Airport (Palmares) ใน Maceió, Brig. Eduardo Gomes International Airport ใน Manaus, Gov. Aluízio Alves International Airport ใน Natal / São Gonçalo do Amarante, Min. Victor Konder International Airport ใน Navegantes, Pref. Dr. João Silva Filho International Airport ใน Parnaíba, João Simões Lopes Neto International Airport ใน Pelotas, Ponta Porã International Airport ใน Ponta Porã, Salgado Filho International Airport ใน Porto Alegre, Gov. Jorge Teixeira de Oliveira International Airport ใน Porto Velho, Guararapes-Gilberto Freyre International Airport ใน Recife, Plácido de Castro International Airport ใน Rio Branco, Galeão-Antonio Carlos Jobim International Airport ใน Rio de Janeiro, Dep. Luís Eduardo Magalhães International Airport (2 de Julho) ใน Salvador da Bahia, Mal. Cunha Machado International Airport (Tirirical) ใน São Luís, Gov. André Franco Montoro International Airport (Cumbica) ใน São Paulo / Guarulhos, Tabatinga International Airport Tabatinga International Airportใน Tabatinga, Ruben Berta International Airport ใน Ruben และBerta International Airport ใน Uruguaiana เส้นทางรถไฟ 29,849.9 กม. ถนน 2 ล้าน กม. เส้นทางคมนาคมทางน้ำ 50,000 กม. การโทรคมนาคม โทรศัพท์พื้นฐาน 40.878 ล้านเลขหมาย โทรศัพท์เคลื่อนที่ 236 ล้านเลขหมาย รหัสโทรศัพท์ +55 จำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ต 122 ล้านคน รหัสอินเทอร์เน็ต .br

การเดินทาง ผู้ถือหนังสือเดินทางทูต ราชการและหนังสือเดินทางธรรมดาของไทย ได้รับการยกเว้นการตรวจลงตราหนังสือเดินทาง (พำนักได้ไม่เกิน 90 วัน) และต้องฉีดวัคซีนป้องกันไข้เหลืองก่อนเดินทางอย่างน้อย 10 วัน และมีหลักฐานการฉีดวัคซีนติดตัวเพื่อแสดงระหว่างการเดินทาง

สถานการณ์สำคัญที่น่าติดตาม

ความมั่นคงของรัฐบาลบราซิลหลังประธานาธิบดี Jair Bolsonaro ได้รับความนิยมจากชาวบราซิลลดลงอย่างรวดเร็วหลังการรับตำแหน่งเพียง 1 ปี เนื่องจากยังไม่ประสบความสำเร็จในการบริหารประเทศตามที่สัญญากับประชาชนขณะเลือกตั้ง อาทิ การผ่านร่างกฎหมายกองทุนบำเหน็จบำนาญ การลดปัญหาอาชญากรรมและการใช้ความรุนแรงในสังคม รวมถึงมีข่าวอื้อฉาวเกี่ยวกับการที่นาย Flávio Nantes Bolsonaro บุตรชายคนโตของประธานาธิบดี Bolsonaro ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวพันกับการรับสินบน และมีแนวโน้มต้องการสืบทอดอำนาจการปกครองประเทศให้แก่บุตรชายทั้งสามคน

นอกจากนี้ บราซิลยังเผชิญปัญหาไฟไหม้ป่าแอมะซอนตั้งแต่ มิ.ย.-ก.ย. 2562 รวมพื้นที่ประมาณ 1,345 ตารางกิโลเมตรต่อเดือน โดยไฟไหม้เข้าไปยังป่าแอมะซอนในพรมแดนโบลิเวีย ปารากวัยและเปรู ทำลายพื้นที่ป่าเป็นจำนวนมากและยังไม่สามารถประเมินความเสียหายที่ชัดเจนได้ ความล่าช้าในการเข้าควบคุมไฟของรัฐบาลบราซิลทำให้รัฐบาลบราซิลถูกนานาชาติตำหนิอย่างรุนแรงจนกลายเป็นความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลฝรั่งเศสและบราซิล

ความสัมพันธ์ไทย-บราซิล

ไทยกับบราซิลสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกันตั้งแต่ 17 เม.ย. 2502 ความสัมพันธ์ทั้ง 2 ประเทศดำเนินไปด้วยดี จนถึงปัจจุบัน ไทยเปิด สอท.ที่ริโอเดจาเนโร (เมืองหลวงของบราซิลในขณะนั้น) เมื่อปี 2507 ก่อนที่จะย้าย สอท. ไปที่บราซิเลียเมื่อปี 2516 หลังจากบราซิลย้ายเมืองหลวงไปที่บราซิเลีย (ปี 2503) ไทยยังมีสถานกงสุลกิตติมศักดิ์ ณ ริโอเดอจาเนโร และสถานกงสุลกิตติมศักดิ์ ณ เซาเปาลู รวมทั้งมีหน่วยงานของไทยที่ประจำการในบราซิล ได้แก่ สนง.ผชท.ฝ่ายทหาร ณ บราซิเลีย ซึ่งเปิด สนง. เมื่อ เม.ย. 2551 และ สนง.ส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ เซาเปาลู ส่วนบราซิลได้เปิด สอท.ที่กรุงเทพฯ (มีเขตอาณาครอบคลุมประเทศไทย กัมพูชา ลาว และเมียนมา) เมื่อปี 2506

ความสัมพันธ์ไทย-บราซิลมีความแน่นแฟ้นยิ่งขึ้นโดยเมื่อ 16 มิ.ย. 2547 มีการจัดตั้งคณะกรรมาธิการร่วม (JC) ไทย-บราซิลเพื่อหารือประเด็นความร่วมมือทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรมทุก 2 ปี ซึ่งไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมครั้งแรกที่กรุงเทพฯ เมื่อ ต.ค. 2551 ส่วนการประชุม JC ไทย-บราซิล ครั้งที่ 2 มีขึ้นที่บราซิล เมื่อ 29 มิ.ย. 2555 นับตั้งแต่มีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตทั้งสองประเทศได้มีการแลกเปลี่ยนการเยือนเป็นระยะ รวมทั้งการเสด็จเยือนบราซิลในระดับราชวงศ์ ระดับ นรม. รมว.กระทรวงต่าง ๆ ไทยและบราซิลมีความร่วมมือในเวทีระหว่างประเทศต่างๆอย่างใกล้ชิดในประเด็นสำคัญที่มีผลกระทบต่อประชาคมโลก อาทิ ความมั่นคง การรักษาและส่งเสริมสันติภาพ เศรษฐกิจและการค้า สิ่งแวดล้อม โดยทั้งสองประเทศมีแนวนโยบายที่คล้ายคลึงกันและมีบทบาทความร่วมมือในเวทีระหว่างประเทศที่สำคัญ ๆ ได้แก่ UN, WTO, South-South Cooperation, FEALAC และ ASEAN-MERCOSUR

ยุทธศาสตร์ของไทยต่อบราซิลไทยให้ความสำคัญต่อบราซิลสูงสุดในภูมิภาคลาตินอเมริกาโดยกำหนดให้เป็น Strategic Post ของไทยเพื่อกระชับความสัมพันธ์และความร่วมมือด้านการเมือง เศรษฐกิจ การลงทุน ความร่วมมือในสาขาที่บราซิลมีศักยภาพ ได้แก่ ปิโตรเลียม พลังงานทดแทน อาหารแปรรูป ชิ้นส่วนยานยนต์ การเป็นศูนย์กลางสู่ภูมิภาคของกันและกัน และการขานรับการสนับสนุนในการดำเนินงานในเวทีระหว่างประเทศของไทยซึ่งบราซิลมีบทบาทในองค์กรระหว่างประเทศหลายแห่ง ยุทธศาสตร์ของบราซิลต่อไทยบราซิลคาดหวังให้ไทยเป็นพันธมิตรของบราซิลในเวทีการเมืองระหว่างประเทศและมุ่งขยายประโยชน์ทางเศรษฐกิจของบราซิลกับไทยไปสู่ระดับภูมิภาค เนื่องจากไทยมีที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ที่เป็นศูนย์กลางของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

การค้าระหว่างไทย-บราซิล บราซิลเป็นคู่ค้าอันดับที่ 1 ของไทยในลาตินอเมริกา ปี 2561 มูลค่าการค้า 114,124.96 ล้านบาท มูลค่าการส่งออก 47,533.82 ล้านบาท สินค้าส่งออกที่สําคัญของไทยได้แก่ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ยางพารา เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์ยาง รถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ เครื่องยนต์สันดาปภายในแบบลูกสูบและส่วนประกอบ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ เคมีภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์พลาสติก เครื่องรับวิทยุ โทรทัศน์และส่วนประกอบ ของเบ็ดเตล็ดทำด้วยโลหะสามัญ เคมีภัณฑ์ ตู้เย็น ตู้แช่แข็งและส่วนประกอบ เม็ดพลาสติก เครื่องตัดต่อและป้องกันวงจรไฟฟ้า มูลค่าการนำเข้า 66,591.14 ล้านบาท สินค้า นําเข้าที่สําคัญ ได้แก่ พืชและผลิตภัณฑ์จากพืช เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ ส่วนประกอบและอุปกรณ์รถยนต์ เยื่อกระดาษและเศษกระดาษ เคมีภัณฑ์ ด้ายและเส้นใย สัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์เวชกรรมและเภสัชกรรม สินแร่โลหะอื่น ๆ เศษโลหะและผลิตภัณฑ์ ไม้ซุง ไม้แปรรูปและผลิตภัณฑ์ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ รองเท้า เครื่องเพชรพลอย อัญมณี เงินแท่งและทองคำ ผลิตภัณฑ์โลหะ ไทยเสียเปรียบดุลการค้ามูลค่า 19,057.32 ล้านบาท

การลงทุน ที่ผ่านมาการลงทุนจากบราซิลในไทยมีค่อนข้างน้อย สําหรับการลงทุนที่ได้รับการส่งเสริมจาก BOI มีเพียง 1 โครงการ ได้แก่ บริษัท ASIAN PRODUCTION AND SERVICES LIMITED ซึ่งได้รับการอนุมัติส่งเสริม เมื่อปี 2536 ผลิต WIRE ASSEMBLY อุตสาหกรรมหลักที่ไทยต้องการให้บราซิลเข้ามาลงทุน โดยเฉพาะ พลังงานทดแทน ไบโอเทคโนโลยี และแปรรูปอาหาร ซึ่งเป็นกิจการที่บราซิลมีศักยภาพ ปัญหาและอุปสรรคทางการค้าที่สำคัญคือ ปัญหากําแพงภาษีศุลกากรและระบบศุลกากรที่ซับซ้อน รวมทั้งภาษีที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ กฎหมายธุรกิจและกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญายังไม่สามารถใช้บังคับได้อย่างมีประสิทธิภาพ การที่ไทยกับบราซิลอยู่ห่างไกลกันมาก ไม่มีเที่ยวบินตรงทําให้การเดินทางและการขนส่งสินค้า ต้องเสียค่าใช้จ่ายและเวลามาก รวมถึงมีปัญหาในการสื่อสาร เนื่องจากบราซิลใช้ภาษาโปรตุเกสเป็นภาษาราชการ ในขณะที่นักธุรกิจไทยที่รู้ภาษาโปรตุเกสมีน้อยมาก

ข้อตกลงสำคัญ ไทยและบราซิลได้ลงนามความตกลงทวิภาคีรวม 12 ฉบับคือ 1) ความตกลงทางการค้า 2) ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางวิทยาศาสตร์และวิชาการ 3) ความตกลงว่าด้วยบริการเดินอากาศ 4) ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือระหว่างสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยกับสมาพันธ์การค้าแห่งชาติบราซิล (National Confederation of Commerce) 5) ความตกลงว่าด้วยการยกเว้นการตรวจลงตราผู้ถือหนังสือเดินทางการทูตและราชการ 6) ความตกลงว่าด้วยการยกเว้นการตรวจลงตราผู้ถือหนังสือเดินทางธรรมดา 7) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการจัดตั้งคณะกรรมาธิการร่วมเพื่อความร่วมมือทวิภาคี 8) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการแลกเปลี่ยนความร่วมมือด้านวิชาการและการแลกเปลี่ยนข้อมูลระบบการทำงานและการให้สินเชื่อเพื่อการส่งออกและนำเข้าระหว่างธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.) กับธนาคารแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติบราซิล (BancoNacional de Desenvovimento Economico e Social-BNDES) 9) ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านกีฬา 10) ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางวิชาการด้านมาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช 11) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือไตรภาคี และ 12) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการหารือทางการเมืองในเรื่องที่มีความสนใจร่วมกัน

 
 
 
 

ผู้นำบราซิล

 
บันทึกข้อมูลเมื่อ: Dec. 24, 2019, 10:42 a.m.
เผยแพร่ข้อมูลเมื่อ: None |
รูปผู้นำบราซิล
 

Jair Messias Bolsonara

ตำแหน่ง ประธานาธิบดีบราซิล (รับตำแหน่งเมื่อ 1 ม.ค. 2562)

เกิด 21 มี.ค. 2498 (อายุ 65 ปี/ปี 2563) ที่เมือง Glicério เซาเปาลู เป็นบุตรของนาย Percy Geraldo Bolsonaro และนาง Olinda Bonturi (เชื้อสายอิตาลี-

เยอรมัน) ซึ่งอพยพมาจากแคว้น Veneto ทางตอนเหนือของอิตาลี

การศึกษา วิทยาลัยการทหาร Academia Militar das Agulhas Negras เมื่อปี 2520

ศาสนา ศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก

สถานภาพครอบครัว สมรส 3 ครั้ง นาง Rogéria Bolsonaro เป็นภรรยาคนแรก มีบุตรชาย 3 คน ได้แก่ นาย Flávio (สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร) นาย Carlos และนาย Eduardo (วุฒิสมาชิก) สมรสครั้งที่สองกับนาง Ana Cristina มีบุตรชาย 1 คนคือ นาย Renan คู่สมรสปัจจุบันคือนาง Michelle de Paula Firmo Reinaldo Bolsonaro (พ.ย. 2550) ซึ่งเคยเป็นเลขานุการของนาย Bolsonaro ระหว่างดำรงตำแหน่งวุฒิสมาชิก มีบุตรสาว 1 คนคือ Laura

ประวัติการทำงาน

ปี 2520-2537 - เข้าประจำการในหน่วยพลร่ม

ปี 2529 - เริ่มเป็นที่รู้จักจากการให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับสวัสดิการทหารและอัตราเงินเดือน

จนถูก ผบ.ตำหนิ แต่ได้รับการชื่นชมจากทหารชั้นผู้น้อยและครอบครัว จนกลายเป็นที่รู้จักและชื่นชอบของกลุ่มการเมืองฝ่ายขวา

ประวัติทางการเมือง

ปี 2531 - สมาชิกสภาเทศบาลริโอเดจาเนโร สังกัดพรรค artido Democrata Cristão-PDC

ปี 2533-2560 - วุฒิสมาชิก

ปี 2557 - เป็นวุฒิสมาชิกที่ได้รับคะแนนเสียงมากที่สุดในริโอเดจาเนโร ด้วยคะแนน 464,000 คะแนน

ม.ค. 2561 - ออกจากพรรค PDC มาสังกัดพรรค Partido Social Liberal-PSL

22 ก.ค. 2561 - ได้รับการเสนอชื่อเป็นตัวแทนพรรค PSL ลงสมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีและได้รับการสนับสนุนจากพรรค Partido Renovador Trabalhista Brasileiro- PRTB

6 ก.ย. 2561 - ถูกแทงที่ท้องน้อยระหว่างการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งที่ Juiz de Fora จ.Minas Gerais ทาง ตอ.ต.ของบราซิล อาการสาหัส ต้องรับการผ่าตัดช่องท้องและรักษาตัวในโรงพยาบาลประมาณ 1 เดือน

7 ต.ค. 2561 - ได้รับคะแนนเป็นอันดับที่ 1 (46%) ในการเลือกตั้งประธานาธิบดี แต่ไม่ได้เสียงข้างมากทำให้ต้องลงเลือกตั้งรอบที่ 2 โดยแข่งขันกับนาย Fernando Haddad

28 ต.ค. 2561 - ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีด้วยคะแนน 55.13%

ข้อมูลส่วนบุคคล

ประธานาธิบดี Bolsonaro ถูกวิจารณ์จากนายทหารอาวุโสขณะรับราชการว่า เป็นคนทะเยอทะยานและก้าวร้าว ต่อมาออกจากราชการในยศร้อยเอกเพื่อลงเล่นการเมือง ได้รับฉายาในช่วงเป็นทหารว่า "Big Horse" จากความแข็งแกร่งของร่างกายและดวงตาสีฟ้าเข้ม ขณะที่ผู้สนับสนุนการเลือกตั้งประธานาธิบดีตั้งฉายานาย Bolsonaro ว่า "Myth"

มีอคติต่อกลุ่มเพศทางเลือก โดยกล่าวต่อนิตยสาร Playboy เมื่อปี 2554 ว่ายอมให้บุตรชายเสียชีวิตในอุบัติเหตุยังดีเสียกว่าที่จะมีบุตรชายเป็นพวกรักร่วมเพศ

มีแนวคิดทางการเมืองชาตินิยมและขวาจัด เป็นอริกับพรรคฝ่ายซ้ายอย่างรุนแรง เคยกล่าวระหว่างการหาเสียงเลือกตั้งว่า หากชนะเลือกตั้งจะส่งนาย Haddad คู่แข่งขันจากพรรคฝ่ายซ้ายไปจำคุกตลอดชีวิตในฐานะอาชญากร

ชื่นชมประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เป็นอย่างมาก และนำแนวทางการหาเสียงเลือกตั้งของประธานาธิบดีทรัมป์มาเป็นต้นแบบในการหาเสียงเลือกตั้งของตนเอง

แสดงตนเป็นคนเคร่งศาสนา คำพูดติดปากคือ "God above everything” ต้องการให้ชนกลุ่มน้อยในบราซิลหันมานับถือศาสนาคริสต์ ระบุว่าเป็นคนยึดมั่นในจริยธรรมและครอบครัวจนถูกวิจารณ์ถึงการแต่งงาน 3 ครั้ง และการขึ้นเงินเดือนให้นาง Michelle de Paula ภรรยาคนปัจจุบัน ขณะทำงานเป็นเลขานุการให้นาย Bolsonaro (ปี 2550) สูงกว่าปกติถึง 3 เท่า จนต้องให้นาง Michelle de Paula ออกจากงานหลังนาย Bolsonaro ถูกศาลฎีการะบุว่า การขึ้นเงินเดือนดังกล่าวผิดระเบียบการบริหารราชการ

อาการบาดเจ็บจากการถูกแทงที่ท้องน้อยระหว่างการหาเสียงเลือกตั้ง กลายเป็นปัญหาสุขภาพที่ทำให้ประธานาธิบดี Bolsonaro ต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลหลายครั้งระหว่างการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีในปีแรก

#8c7b75 - right
 

คณะรัฐมนตรี

คณะรัฐมนตรี

ประธานาธิบดี Jair Messias Bolsonaro

รองประธานาธิบดี Hamilton Mourao

หัวหน้า สนง.ประจำทำเนียบประธานาธิบดี Onyx Dornelles Lorenzoni

รมว.กระทรวงเกษตร Tereza Cristina Corrêa da Costa Dias

รมว.กระทรวงพลเมืองและกิจการสังคม Osmar Gasparini Terra

รมว.กระทรวงกลาโหม Fernando Azevedo E Silva

รมว.กระทรวงเศรษฐกิจ Paulo Guedes

รมว.กระทรวงศึกษาธิการ Ricardo Velez Rodriguez

รมว.กระทรวงสิ่งแวดล้อม Ricardo de Aquino Salles

รมว.กระทรวงการต่างประเทศ Ernesto Henrique Fraga Araujo

รมว.กระทรวงสาธารณสุข Lieutenant (Ret.) Luiz Henrique Mandetta

รมว.กระทรวงสาธารณูปโภค Captain (Ret.) Tarcísio Gomes De Freitas

รมว.กระทรวง Institutional Security Augusto Heleno Ribeiro Pereira

รมว.กระทรวงยุติธรรมและความมั่นคง Sérgio Fernando Moro

รมว.กระทรวงพลังงานและเหมืองแร่ Bento Costa Lima Leite de Alburquerque , Jr

รมว.กระทรวงการพัฒนาภูมิภาค Gustavo Henrique Rigodanzo Canuto

รมว.กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี Marcos Cesar Pontes, Lieutenant Colonel

นวัตกรรมและการสื่อสาร

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยว Vinicius Lummertz

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความโปร่งใส Captain (Ret.) Wagner de Campos Rosario

และตรวจสอบบัญชี

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสิทธิมนุษยชน Damares Alves

ครอบครัวและสตรี

เลขาธิการคณะรัฐมนตรี Carlos Alberto Dos Santos Cruz

ผู้ว่าการธนาคารชาติ Roberto de Oliveira Campos Neto

-------------------------------------------

(ต.ค. 2562)