สหรัฐเม็กซิโก

United Mexican States

บันทึกข้อมูลเมื่อ: Dec. 24, 2019, 1:59 p.m.
แก้ไขล่าสุดเมื่อ: Dec. 24, 2019, 1:59 p.m.
ธงเม็กซิโก
 

เมืองหลวง เม็กซิโกซิตี

ที่ตั้ง พื้นที่ส่วนใหญ่อยู่บนอยู่บนแผ่นเปลือกโลกอเมริกาเหนือ ทางตอนใต้ของสหรัฐฯ ส่วนที่เหลืออยู่บนคาบสมุทร Baja California บนแผ่นเปลือกโลก Pacific และ Cocos ซึ่งถือว่าตั้งอยู่ในส่วนของทวีปอเมริกาเหนือเช่นเดียวกับสหรัฐฯ และแคนาดา มีพื้นที่รวม 1,972,550 ตร.กม. เป็นประเทศที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเป็นอันดับที่ 14 ของโลก (รวมพื้นที่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก (เกาะ Guadalupe และเกาะ Revillagigedo) ชายฝั่งทะเลยาว 9,330 กม.

อาณาเขต

    ทิศเหนือ ติดกับสหรัฐฯ (รัฐแคลิฟอร์เนีย รัฐนิวเม็กซิโกและรัฐเท็กซัส 3,155 กม.)

    ทิศตะวันตก ติดกับอ่าวแคลิฟอร์เนียและมหาสมุทรแปซิฟิก

    ทิศตะวันออก ติดกับอ่าวเม็กซิโกและทะเลแคริบเบียน

    ทิศใต้ ติดกับกัวเตมาลา (958 กม.) และเบลีซ (276 กม.)

ภูมิประเทศ พื้นที่จากทิศเหนือจรดใต้ขนาบด้วยภูเขา Sierra Madre ทาง ตอ. และภูเขา Sierra Madre ทาง ตต. ซึ่งเป็นแนวเทือกเขาต่อเนื่องมาจากเทือกเขา Rocky ในทวีปอเมริกาเหนือ ขณะที่ทิศ ตอ.-ตต. มีแนวภูเขาไฟ Trans-Mexican Volcanic Belt หรือ Sierra Nevada พาดผ่าน พื้นที่ส่วนใหญ่ในภาคเหนือและภาคกลางเป็นเขตภูเขาและที่ราบสูง ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในเขต Trans-Mexican Volcanic Belt เช่น ภูเขา Pico de Orizaba (สูง 5,700 เมตร) ภูเขา Popocatepetl (สูง 5,462 เมตร) ภูเขา Iztaccihuatl (สูง 5,286 เมตร) และภูเขา Nevado de Toluca (สูง 4,577 เมตร) เป็นต้น

ภูมิอากาศ เส้นรุ้ง Tropic of Cancer ที่พาดผ่านเม็กซิโกมีอิทธิพลอย่างมากต่อสภาพภูมิอากาศของประเทศ ทำให้เม็กซิโกเป็นประเทศที่มีสภาพภูมิอากาศที่หลากหลาย โดยภาคใต้ (คาบสมุทร Yucatán) อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 24-28 องศาเซลเซียสตลอดปี ชายฝั่งทะเลทั้งด้านมหาสมุทรแปซิฟิกและทะเลแคริบเบียน (ยกเว้นทางตอนใต้ของอ่าว Campeche และ Northern Baja) มีพายุเฮอริเคนพัดเข้าฝั่งตลอดช่วงฤดูร้อน-ใบไม้ร่วง พื้นที่ราบทางตอนเหนือของประเทศในช่วงฤดูร้อนอากาศร้อนชื้น อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 20-24 องศาเซลเซียส อากาศจะเย็นลงเล็กน้อยในช่วงฤดูหนาว ขณะที่พื้นที่ Valley of Mexico ในตอนกลางของประเทศอุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปีประมาณ 16-18 องศาเซลเซียส พื้นที่ในภาคเหนืออากาศแห้งแล้ง ไม่ค่อยมีฝน อุณหภูมิในบางพื้นที่เช่น Monterrey, Hermosillo และ Mexicali อาจจะสูงถึง 40 องศาเซลเซียสขณะที่ในฤดูร้อนอุณหภูมิอาจเพิ่มสูงถึง 50 องศาเซลเซียส

ประชากร 127,575,529 ล้านคน ประกอบด้วยชาวเมสติโซ (ลูกผสมคนผิวขาวผสมกับอินเดียนแดงพื้นเมือง) 62% Predominantly Amerindian (ชาวอินเดียนที่อยู่ในเม็กซิโกตั้งแต่ยุคโบราณ) 21% ชาวอินเดียนพื้นเมือง 7% อื่นๆ (ส่วนใหญ่เป็นชาวยุโรป) 10% อัตราส่วนประชากรจำแนกตามอายุ : อายุ 0-14 ปี 25.84% อายุ 15-24 ปี 17.18% อายุ 25–54 ปี 41.22% อายุ 55-64 ปี 8.15% และอายุ 65 ปีขึ้นไป 7.62% อายุขัยเฉลี่ยของประชากร 75.41 ปี เพศชาย 72.6 ปี เพศหญิง 78.2 ปี อัตราการเกิด 18.1 คน ต่อประชากร 1,000 คน อัตราการตาย 5.4 คนต่อประชากร 1,000 คน อัตราการเพิ่มของประชากร 1.09%

ศาสนา คริสต์นิกายโรมันคาทอลิก 82.7% คริสต์นิกาย Pentecostal 1.6% Jehovah’s Witnesses (นิกายย่อยในโปรเตสแตนต์) 1.4% Evangelical Churches (นิกายย่อยในโปรเตสแตนต์) 5% อื่น ๆ 1.9% ไม่นับถือศาสนา 4.7% และไม่สามารถระบุได้ 2.7%

ภาษา ภาษาสเปน 92.7% ภาษาสเปนและภาษาชาวอินเดียนพื้นเมือง 5.7% ภาษาอินเดียนพื้นเมือง 0.8% (อาทิ ภาษา Mayan, Nahuatl) และไม่ระบุ 0.8%

การศึกษา อัตราการรู้หนังสือ ประชากรอายุตั้งแต่ 15 ปีที่สามารถอ่านออกและเขียนได้ 94.5% เพศชาย 95.8% เพศหญิง 94%

การก่อตั้งประเทศ ชนพื้นเมืองดั้งเดิมที่อาศัยอยู่ในเม็กซิโกเป็นชาวอินเดียนพื้นเมือง ได้แก่ Olmec, Toltec, Teotihuacan, Zapotec, Maya และ Aztec-Mexico จนกระทั่งตกเป็นอาณานิคมของสเปนในช่วงต้นศตวรรษที่ 16 ขณะนั้นเม็กซิโกรู้จักกันในชื่อ “New Spain” และอยู่ใต้การปกครองของสเปนมานานกว่า 300 ปี จนกระทั่งได้เอกราชจากสเปนเมื่อต้นศตวรรษที่ 19 Agustín de Iturbide ตั้งตนขึ้นเป็นจักรพรรดิตั้ง First Mexican Empire แต่ถูกโค่นล้มจากอำนาจเมื่อปี 2366 และมีการตั้ง United Mexican States ประธานาธิบดีคนแรกคือ นาย Guadalupe Victoria มีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับแรกของประเทศเมื่อปี 2367 พร้อมกับการเลิกทาสในเม็กซิโก ในช่วงแรกของการก่อตั้งประเทศเน้นการสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจภายในประเทศ จนนำไปสู่สงครามกลางเมือง (Pastry War) ระหว่างกลุ่ม Liberals ที่ให้การสนับสนุนรัฐบาลสาธารณรัฐ และกลุ่ม Conservadores ที่ให้การสนับสนุนรัฐบาลของกลุ่มราชวงศ์เมื่อปี 2379

ช่วงเวลาดังกล่าวพื้นที่พรมแดนตอนเหนือของเม็กซิโกโดดเดี่ยวตนเองออกจากรัฐบาลกลาง (พื้นที่จากรัฐ California ถึง Texas) รัฐทางตอนเหนือพยายามสร้างความมั่นคงด้วยการตั้งกองกำลังท้องถิ่นเพื่อปกป้องผู้ตั้งถิ่นฐานจากการโจมตีของชาวอินเดียนพื้นเมือง ผู้อพยพส่วนใหญ่เป็นกลุ่มพูดภาษา Protestant English จากสหรัฐฯ ต่อมาเมื่อนายพล Antonio López de Santa Anna ยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับปี 2367 และประกาศรัฐธรรมนูญปี 2406 ทำให้เกิดสงครามกลางเมืองทั่วประเทศ รัฐบาลของ Republic of Texas, Republic of the Rio Grande และ Republic of Yucatán ประกาศแยกตัวออกเป็นเอกราชจากเม็กซิโก โดย Republic of Texas เข้ารวมกับสหรัฐฯ ความขัดแย้งเขตแดนระหว่างเม็กซิโก และสหรัฐฯ ทำให้เกิดสงครามระหว่างประเทศ หรือ Mexican–American War เมื่อปี 2389 ซึ่งจบลงด้วยการลงนามใน Treaty of Guadalupe Hidalgo ซึ่งเม็กซิโกพ่ายแพ้และเสียดินแดน 1 ใน 3 ให้แก่สหรัฐ ได้แก่ Alta California, New Mexico และพื้นที่ขัดแย้งใน Texas รวมถึงมีการมอบดินแดนใน Southern Arizona และ Southwestern New Mexico แก่สหรัฐฯ จากเหตุการณ์ Gadsden Purchase เมื่อปี 2397

ช่วงทศวรรษ 1860s เม็กซิโกถูกปกครองโดยฝรั่งเศส มีการแต่งตั้งจักรพรรดิคนที่ 2 Habsburg Archduke Ferdinand Maximilian ชาวออสเตรียขึ้นปกครอง โดยได้รับการสนับสนุนจากนักบวช Roman Catholic และกลุ่ม Conservadores ซึ่งต่อมาร่วมกับกลุ่ม liberals จักรพรรดิ Maximilian ยอมแพ้และถูกประหารเมื่อ 19 มิ.ย. 2410 จึงสิ้นสุดยุดการปกครองของฝรั่งเศสและเข้าสู่ยุคปฏิวัติเม็กซิโกระหว่างปี 2453-2472 ซึ่งเป็นช่วงการก่อตั้งสาธารณรัฐเม็กซิโก ตลอดห้วงเวลาดังกล่าวมีการปฏิวัติรัฐประหารในเม็กซิโกหลายครั้งเป็นเหตุให้ประชาชนเสียชีวิตไปมากกว่า 900,000 คน (จากประชากร 15 ล้านคน) การเลือกตั้งเมื่อปี 2543 ถือเป็นครั้งแรกหลังการปฏิวัติเมื่อปี 2453 ที่ผู้นำพรรคฝ่ายค้าน นาย Vicente Fox จากพรรค National Action Party (PAN) สามารถมีชัยชนะเหนือพรรค Institutional Revolutionary Party (PRI) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลและเข้าสู่เม็กซิโกในยุคปัจจุบัน

วันชาติ 16 ก.ย. (วันประกาศเอกราชจากสเปนเมื่อ 16 ก.ย. 2353)

การเมือง ปกครองในระบบสหพันธ์สาธารณรัฐ (Federal Presidential Republic) ประธานาธิบดีเป็นประมุขรัฐ หัวหน้ารัฐบาลและผู้บัญชากาทหารสูงสุด มาจากการเลือกตั้งโดยตรง วาระดำรงตำแหน่ง 6 ปี ไม่สามารถดำรงตำแหน่งต่อได้ รัฐธรรมนูญเม็กซิโกกำหนดการปกครองของประเทศไว้ 3 ระดับคือ รัฐบาลสหพันธ์ (Federal Union) รัฐบาลกลาง (State Governments) และรัฐบาลท้องถิ่น (Municipal Governments)

     ฝ่ายบริหาร : ประธานาธิบดีมีอำนาจควบคุมฝ่ายบริหารและแต่งตั้ง ครม. ส่วนการแต่งตั้งอัยการสูงสุด ผู้ว่าการธนาคารชาติและเจ้าหน้าที่การคลังระดับสูงต้องได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภา การเลือกตั้งทั่วไปครั้งล่าสุดมีขึ้นเมื่อ 1 ก.ค. 2561 นาย Andrés Manuel López Obrador จากพรรค National Regeneration Movement ชนะการเลือกตั้งด้วยคะแนน 53.2% รับตำแหน่งเมื่อ 1 ธ.ค. 2561 (ครั้งต่อไปจะจัดขึ้นใน 1 ก.ค. 2567)

    ฝ่ายนิติบัญญัติ : ระบบ 2 สภา 1) วุฒิสภามีสมาชิก 128 คน โดย 96 คน มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชนวาระดำรงตำแหน่ง 6 ปี ส่วนอีก 32 คน มาจากการจัดสรรโดยยึดจากคะแนนเสียงของแต่ละพรรค 2) สภาผู้แทนราษฎร มีสมาชิก 500 คนโดย 300 คน มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน และอีก 200 คน มาจากการจัดสรรโดยยึดจากคะแนนเสียงของแต่ละพรรค/ส.ส.สัดส่วนวาระดำรงตำแหน่ง 3 ปี การเลือกตั้งครั้งล่าสุดเมื่อ 1 ก.ค. 2561 (ครั้งต่อไปจะจัดขึ้นใน 1 ก.ค. 2567)

    ฝ่ายตุลาการ : ใช้ระบบกฎหมาย Civil Law กับ Common Law ประธานศาลสูงสุดเป็นผู้นำฝ่ายตุลาการ ซึ่งประธานาธิบดีเป็นผู้แต่งตั้งและต้องผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา ประกอบด้วย 31 รัฐและ 1 เขตสหพันธ์ (Federal District)

    พรรคการเมืองสำคัญ : พรรค Citizen's Movement (Movimiento Ciudadano-MC) มีนาย Clemente Castaneda เป็นหัวหน้าพรรค พรรค Institutional Revolutionary Party (Partido Revolucionario Institucional–PRI) มีนาง Claudia Ruiz Massieu เป็นหัวหน้าพรรค พรรค Labor Party (Partido del Trabajo–PT) มีนาย Alberto Anaya Gutierrez เป็นหัวหน้าพรรค พรรค Mexican Green Ecological Party (Partido Verde Ecologista de Mexico-PVEM) มีนาย Carlos Alberto PUENTE Salas เป็นหัวหน้าพรรค พรรค Movement for National Regeneration (Movimiento Regeneracion Nacional-MORENA) มีนาย Andres Manuel López Obrador เป็นหัวหน้าพรรค พรรค National Action Party (Partido Accion Nacional–PAN) มีนาย Damian Zepeda Vidales เป็นหัวหน้าพรรค พรรค Party of the Democratic Revolution (Partido de la Revolucion Democratica–PRD) มีนาย Manuel Granados เป็นหัวหน้าพรรค

    กลุ่มกดดันรัฐบาล กลุ่ม Businessmen's Coordinating Council (CCE), Confederation of Employers of the Mexican Republic (COPARMEX), Confederation of Industrial Chambers (CONCAMIN), Confederation of Mexican Workers (CTM), Confederation of National Chambers of Commerce (CONCANACO), Coordinator for Foreign Trade Business Organizations (COECE), Federation of Unions Providing Goods and Services (FESEBES), National Chamber of Transformation Industries (CANACINTRA), National Confederation of Popular Organizations (CNOP), National Coordinator for Education Workers (CNTE), National Peasant Confederation (CNC), National Small Business Chamber (CANACOPE), National Syndicate of Education Workers (SNTE), National Union of Workers (UNT), Popular Assembly of the People of Oaxaca (APPO) และ Roman Catholic Church

เศรษฐกิจ หลังการลงนามความตกลง North American Free Trade Agreement (NAFTA) เศรษฐกิจของเม็กซิโกเติบโตขึ้นเป็นอย่างมาก สหรัฐฯ กลายเป็นประเทศคู่ค้าสำคัญของเม็กซิโก โดยเป็นตลาดส่งออก และแหล่งนำเข้าสินค้าสำคัญเป็นอันดับที่ 1 มูลค่าการค้าและบริการมูลค่ามากกว่า 590,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เม็กซิโกลงนามความตกลงการค้าเสรีกับ 46 ประเทศทั่วโลก เมื่อปี 2555 เม็กซิโกเข้าร่วมใน Trans-Pacific Partnership Negotiations และเป็นสมาชิก Pacific Alliance ร่วมกับเปรู โคลอมเบียและชิลี

อดีตประธานาธิบดี Enrique Pena Nieto ซึ่งรับตำแหน่งเมื่อปี 2555 ให้ความสำคัญในการปรับปรุงมาตรฐานการศึกษา การปฏิรูปเศรษฐกิจ พลังงาน การเงิน-ธนาคาร งบประมาณ การสื่อสาร ฯลฯ โดยในระยะยาวต้องการปรับปรุงสภาพแวดล้อมในการแข่งขันทางธุรกิจ รวมถึงมีการเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนสามารถลงทุนในภาคพลังงาน เช่น น้ำมัน ก๊าซและไฟฟ้า แม้ว่าเศรษฐกิจของเม็กซิโกจะเติบโตอย่างมั่นคงระหว่างปี 2557-2558 ซึ่งเป็นผลมาจากการขยายตัวของการลงทุนและการส่งออก แต่เศรษฐกิจชะลอตัวลงเนื่องจากปัญหาราคาน้ำมันในตลาดโลก ความต้องการสินค้าในตลาดลดลง ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการผลิตและการจ้างงาน รวมถึงปัญหาคอร์รัปชันและการบังคับใช้กฎหมาย ปัจจุบัน รัฐบาลเม็กซิโกพยายามพัฒนายุทธศาสตร์ด้านการตลาดด้วยการหาตลาดใหม่ ๆ พัฒนาอุตสาหกรรมแรงงาน และกระตุ้นการค้า เพื่อทำให้สามารถสร้างเศรษฐกิจที่มั่นคง

รัฐบาลชุดปัจจุบันของประธานาธิบดี López Obrador ให้ความสำคัญกับการสร้างความหลากหลายทางเศรษฐกิจ การขยายความร่วมมือด้านการค้ากับประเทศในยุโรปและจีน เพื่อลดการพึ่งพาทางเศรษฐกิจจากสหรัฐฯ โดยเฉพาะในขณะที่ความตกลงการค้าสหรัฐฯ เม็กซิโก แคนาดา (United States-Mexico-Canada Agreement หรือ USMCA) ซึ่งจะใช้แทนกรอบความความตกลง NAFTA ยังไม่ผ่านการรับรองจากฝ่ายนิติบัญญัติของสหรัฐฯ และแคนาดา

    สกุลเงิน ตัวย่อสกุลเงิน : เปโซเม็กซิกัน (Mexican Peso/MXN)

    อัตราแลกเปลี่ยนต่อดอลลาร์สหรัฐ : 1 USD : 19.19 Mexican Peso

    อัตราแลกเปลี่ยนต่อบาท : 1 บาท : 0.63 เปโซเม็กซิกัน

ดัชนีเศรษฐกิจสำคัญ

ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) : 1.150 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ปี 2561)

อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ : 2.04%

รายได้เฉลี่ยต่อหัวต่อปี : 19,900 ดอลลาร์สหรัฐ

แรงงาน : 54.51 ล้านคน

อัตราการว่างงาน : 3.8%

อัตราเงินเฟ้อ : 6%

ดุลบัญชีเดินสะพัด : ขาดดุล 19,350 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ดุลการค้าระหว่างประเทศ : ขาดดุล 11,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

มูลค่าการส่งออก : 409,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

สินค้าส่งออก : สินค้าอุตสาหกรรม เครื่องใช้ไฟฟ้า รถยนต์และส่วนประกอบ น้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน แร่เงิน พลาสติก ผลไม้ ผัก กาแฟ ฝ้าย

คู่ค้าสำคัญ : สหรัฐฯ 79.95% แคนาดา 2.78% เยอรมนี 1.70% จีน 1.64%

มูลค่าการนำเข้า : 420,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

สินค้านำเข้า : เครื่องจักรสำหรับผลิตเครื่องใช้หรืออุปกรณ์ที่เป็นโลหะ ผลิตภัณฑ์โรงงานเหล็กกล้า เครื่องจักรทางการเกษตร อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า ชิ้นส่วนรถยนต์สำหรับการประกอบในโรงงาน อะไหล่รถยนต์ เครื่องบิน อะไหล่เครื่องบิน พลาสติก ก๊าซธรรมชาติและน้ำมัน

คู่ค้านำเข้า : สหรัฐฯ 46.39% จีน 17.64% ญี่ปุ่น 4.33% เยอรมนี 3.91% เกาหลีใต้ 3.75% แคนาดา 2.33%

ทุนสำรองต่างประเทศ : 175,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

หนี้ต่างประเทศ : 445,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

การทหาร กำลังพลรวม 277,150 นาย แบ่งเป็น ทบ. 208,350 นาย ทร. 60,300 นาย ทอ. 8,500 นาย กำลังพลสำรอง 81,500 นาย และกองกำลังกึ่งทหาร 58,900 นาย ยุทโธปกรณ์สำคัญได้แก่ รถลำเลียงพลหุ้มเกราะ 695 คัน รถถังปืนใหญ่อัตตาจร 12 คัน ปืนใหญ่ชนิดลาก 375 กระบอก เครื่องบิน 478 เครื่อง เครื่องบินโจมตี/สกัดกั้น 2 เครื่อง เครื่องบินโจมตี 35 เครื่อง เครื่องบินลำเลียง 45 เครื่อง เครื่องบินฝึก 208 เครื่อง เฮลิคอปเตอร์ 205 เครื่อง เรือ 143 ลำ เรือฟริเกต 4 ลำ เรือ Corvette 3 ลำ เรือลาดตระเวนชายฝั่ง 122 ลำ เรือกวาดทุ่นระเบิด 11 ลำ และดาวเทียมทหาร 1 ดวง งบประมาณด้านการทหาร 7,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

สมาชิกองค์กรระหว่างประเทศ ได้แก่ APEC, Australia Group, BCIE, BIS, CAN (observer), Caricom (observer), CD, CDB, CE (observer), CELAC, CSN (observer), EBRD, FAO, FATF, G-3, G-15, G-20, G-24, G-5, IADB, IAEA, IBRD, ICAO, ICC (national committees), ICCt, ICRM, IDA, IFAD, IFC, IFRCS, IHO, ILO, IMF, IMO, IMSO, Interpol, IOC, IOM, IPU, ISO, ITSO, ITU, ITUC (NGOs), LAES, LAIA, MIGA, NAFTA, NAM (observer), NEA, NSG, OAS, OECD, OPANAL, OPCW, Pacific Alliance, Paris Club (associate), PCA, SICA (observer), UN, UNASUR (observer), UNCTAD, UNESCO, UNHCR, UNIDO, Union Latina (observer), UNWTO, UPU, WCO, WFTU (NGOs), WHO, WIPO, WMO และ WTO

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การลงทุนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของรัฐบาลเม็กซิโกยังน้อยเพียง 0.31% ของ GDP

การขนส่งและโทรคมนาคม ท่าอากาศยาน 1,714 แห่ง ใช้งานได้ดี 243 แห่ง ท่ากาศยานระหว่างประเทศ 54 แห่ง ที่สำคัญคือ Mexico City International Airport เส้นทางรถไฟ 15,389 กม. ถนน 377,660 กม. เส้นทางน้ำ 2,900 กม. การโทรคมนาคม : โทรศัพท์พื้นฐานให้บริการ 20.602 ล้านเลขหมาย โทรศัพท์เคลื่อนที่ 114 ล้านเลขหมาย รหัสโทรศัพท์ 52 จำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ต 73.334 ล้านคน รหัสอินเทอร์เน็ต .mx

การเดินทาง ผู้ถือหนังสือเดินทางทูตและราชการไทยได้รับการยกเว้นการตรวจลงตราหนังสือเดินทาง (พำนักได้ไม่เกิน 90 วัน) ผู้ถือหนังสือเดินทางธรรมดาต้องขอตรวจลงตราหนังสือเดินทาง แต่หากมีวีซ่าสหรัฐฯ แคนาดา ญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร หรือ Schengen หรือมีถิ่นพำนักถาวรในสหรัฐฯ แคนาดา ญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร หรือ Schengen รวมทั้งประเทศสมาชิก Pacific Alliance (ชิลี โคลอมเบีย เม็กซิโก เปรู) สามารถเดินทางเข้าเม็กซิโกได้ โดยได้รับการยกเว้นการตรวจลงตราหนังสือเดินทาง (ต้องไม่มีวัตถุประสงค์เพื่อทำงาน) สามารถพำนักได้ไม่เกิน 180 วัน

นักธุรกิจไทยที่ถือบัตร BATC (APEC Business Travel Card) และมีรหัส MEX ในบัตร สามารถเดินทางเข้าเม็กซิโกเพื่อประกอบธุรกิจระยะสั้นได้โดยไม่ต้องตรวจลงตราหนังสือเดินทาง (พำนักได้ไม่เกิน 90 วัน)

สามารถติดต่อของตรวจลงตราหนังสือเดินทางได้ที่ สอท.เม็กซิโกประจำประเทศไทย

สถานการณ์สำคัญที่น่าติดตาม

1) ความคืบหน้าการเจรจาความตกลง USMCA ซึ่งผลกระทบต่อการค้าในภูมิภาคอเมริกาเหนือโดยรวม และ 2) การบริหารประเทศของประธานาธิบดี López Obrador ในรอบ 1 ปี ซึ่งตั้งเป้าหมายสร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ต่อการเมือง เศรษฐกิจและสังคมของเม็กซิโก

ความสัมพันธ์ไทย-เม็กซิโก

สถาปนาความสัมพันธ์อย่างเป็นทางการเมื่อ 28 ส.ค. 2518 และไทยเปิด สอท.ไทยประจำเม็กซิโก (ปี 2521) มีเขตอาณาครอบคลุม 6 ประเทศในอเมริกากลางและแคริบเบียน (คิวบา กัวเตมาลา เอลซัลวาดอร์ ฮอนดูรัส นิการากัวและเบลีซ) ส่วนเม็กซิโกเปิด สอท.ประจำไทยเมื่อปี 2532

ปี 2561 เม็กซิโกเป็นคู่ค้าอันดับ 2 ของไทยในละตินอเมริกา (รองจากบราซิล) มูลค่าการค้าทวิภาคี 111,692.80 ล้านบาท โดยเป็นมูลค่าการส่งออกของไทย 90,471.32 ล้านบาท และนำเข้ามูลค่า 21,221.48 ล้านบาท โดยฝ่ายไทยได้เปรียบดุลการค้า 69,249.83 ล้านบาท สินค้าส่งออกสำคัญของไทย ได้แก่ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องโทรสาร โทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องใช้ไฟฟ้าและส่วนประกอบอื่น ๆ ผลิตภัณฑ์ยาง หม้อแปลงไฟฟ้าและส่วนประกอบ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ แผงวรจรไฟฟ้า เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ เครื่องรับวิทยุ โทรทัศน์ และส่วนประกอบ วงจรพิมพ์ ผลิตภัณฑ์พลาสติก เม็ดพลาสติก แผงสวิตช์ไฟฟ้าและแผงควบคุมกระแสไฟฟ้า เครื่องยนต์สันดาปภายในแบบลูกสูบและส่วนประกอบ สินค้านำเข้าสำคัญได้แก่ ส่วนประกอบและอุปกรณ์ยานยนต์ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ เครื่องจักกรกลและส่วนประกอบ เครื่องมือเครื่องใช้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และการแพทย์ เลนซ์ แว่นตาและส่วนประกอบ เครื่องคอมพิวเตอร์อุปกรณ์และส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์เวชกรรมและเภสัชกรรม สินแร่โลหะอื่น ๆ เศษโลหะและผลิตภัณฑ์ ลวดและสายเคเบิล เคมีภัณฑ์ แผงวงจรไฟฟ้า เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน ผลิตภัณฑ์พลาสติก และผลิตภัณฑ์โลหะ

ข้อตกลง : ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือของภาคเอกชนระหว่างสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยกับสภานักธุรกิจเม็กซิกัน (ปี 2533) ความตกลงว่าด้วยบริการเดินอากาศ (ปี 2536) ความตกลงยกเว้นการตรวจลงตราหนังสือเดินทางทูตและราชการ (ปี 2542) ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือระหว่างสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยกับสภานักธุรกิจเม็กซิกันสำหรับการค้าระหว่างประเทศการลงทุนและเทคโนโลยี/COMCE (ปี 2546) ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางวัฒนธรรมและการศึกษา (ปี 2546) ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางวิชาการระหว่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกับมหาวิทยาลัยรัฐ (Colima) ของเม็กซิโก (ปี 2546) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการให้คำปรึกษาทางการเมือง (ปี 2554)

 
 
 
 

ผู้นำเม็กซิโก

 
บันทึกข้อมูลเมื่อ: Dec. 24, 2019, 1:59 p.m.
เผยแพร่ข้อมูลเมื่อ: None |
รูปผู้นำเม็กซิโก
 

Andrés Manuel López Obrador

ตำแหน่ง ประธานาธิบดีเม็กซิโก

เกิด 13 พฤศจิกายน 2496 (อายุ 67 ปี/ปี 2563) ที่หมู่บ้าน Tepetitán เมือง Macuspana ในจังหวัด Tabasco ในภาคใต้ของเม็กซิโก เป็นบุตรชายคนโตของนาย Andrés López Ramón และนาง Manuela Obrador González ซึ่งเป็นชนชั้นกลาง เปิดร้านขาย เสื้อผ้าและรองเท้า (ครอบครัวของบิดาอพยพมาจาก Cantabria ในสเปน)

ศาสนา คริสต์นิกายโรมันคาทอลิก

การศึกษา ปริญญาตรีด้านรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัย National Autonomous University of Mexico ในเม็กซิโกซิตี

สถานภาพทางครอบครัว สมรสกับนาง Rocío Beltrán Medina เมื่อปี 2522 มีบุตรชาย 3 คน ได้แก่ José Ramón López Beltrán (อายุ 38 ปี/ปี 2563) Andrés Manuel López Beltrán (อายุ 33 ปี/ปี 2563) และ Gonzálo Alfonso López Beltrán (อายุ 30 ปี/ปี 2563) นาง Medina เสียชีวิต เมื่อ ม.ค. 2546 ด้วยโรคแพ้ภูมิตนเอง ต่อมาสมรสใหม่กับนาง Beatriz Gutiérrez Müller เมื่อ ต.ค. 2549 มีบุตรชาย 1 คน คือ Jesús Ernesto López Gutiérrez (อายุ 13 ปี/ปี 2563)

ประวัติการทำงานด้านการเมือง

ปี 2519 - เข้าร่วมพรรค Partido Revolucionario Institucional (PRI)

ในจังหวัด Tabasco ซึ่งเป็นบ้านเกิด ก่อนลาออกจากพรรค PRI

เพื่อเข้าร่วมพรรค Partido de la Revolución Democrática (PRD) เมื่อปี 2531

2 ส.ค. 2539-10 เม.ย. 2542 - ดำรงตำแหน่งประธานพรรค PRD

ปี 2543-ปี 2547 - ได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเม็กซิโกซิตี ระหว่างดำรงตำแหน่งได้สร้างชื่อเสียงในจากโครงการพัฒนาด้านสังคม จนได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัล World Best Mayor เมื่อปี 2547 แต่พ่ายแพ้ให้แก่นาย Edi Rama (ซึ่งต่อมาได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแอลเบเนีย)

ปี 2549 - ลงสมัครรับเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีครั้งที่ 1 แต่พ่ายแพ้ให้แก่นาย Felipe Caldrón ด้วยคะแนนร้อยละ 0.56 ซึ่งนาย López Obrador เชื่อว่าถูกโกงการเลือกตั้งและเรียกตนเองว่า เป็นประธานาธิบดีที่ถูกต้องตามกฎหมายและตั้งคณะรัฐมนตรีของตนเองเพื่อตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล

ปี 2555 - ลงสมัครรับเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีครั้งที่ 2 แต่พ่ายแพ้ ให้แก่ประธานาธิบดี Enrique Peña Nieto ด้วยคะแนนร้อยละ 38.2 ต่อ 31.6 ซึ่งนาย López Obrador ไม่ยอมรับผลการเลือกตั้งโดยระบุว่า มีการซื้อเสียงและโกงการเลือกตั้ง

9 ก.ย. 2555 - ก่อตั้งพรรค Movimiento Regeneración Nacional (MORENA)

ปี 2561 - ลงสมัครรับเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีครั้งที่ 3 ซึ่งชนะการเลือกตั้งเมื่อ 1 ก.ค. 2561 ด้วยคะแนนร้อยละ 53.6

ข้อมูลส่วนบุคคล - นาย López Obrador ประกาศตนว่าเป็นผู้อุทิศตนและมีศรัทธาต่อศาสนาอย่างมาก

- เป็นประธานาธิบดีคนแรกของเม็กซิโกที่มีสำเนียงแบบชาวเม็กซิกันทางตอนใต้ เนื่องจากเกิดในจังหวัด Tabasco ในตอนใต้ของเม็กซิโกซึ่งเป็นพื้นที่ยากจนที่สุดในประเทศ

- ชอบใช้ศัพท์สแลงที่ตั้งขึ้นเอง จนกลายเป็นที่นิยมใช้ในเม็กซิโก

- แม้ว่าชาวเม็กซิกันจะรู้จักนาย López Obrador ในชื่อ AMLO ชื่อเป็นตัวย่อจากอักษรตัวแรกของชื่อเต็มของนาย López Obrador แต่ผู้สนับสนุนทางการเมืองมักเรียกนาย López Obrador ว่า “El Peje” ซึ่งย่อมาจาก Pejelagarto ซึ่งเป็นปลากินเนื้อพื้นถิ่นในเขตจังหวัด Tabasco โดยระบุว่า มีลักษณะพฤติกรรมกัดไม่ปล่อยซึ่งสอดคล้องกับพฤติกรรมของนาย López Obrador ขณะเล่นการเมืองท้องถิ่น

- ชอบเบสบอล โดยเป็นแฟนคลับของทีม St. Louis Cardinals ซึ่งเป็นทีมเบสบอลของ St. Louis ในรัฐมิสซูรี สหรัฐฯ

#8c7b75 - right
 

คณะรัฐมนตรี

คณะรัฐมนตรีเม็กซิโก

ประธานาธิบดี Andrés Manuel López Obrador

รมว.กระทรวงที่ดิน ดินแดนและพัฒนาเขตเมือง Roman Meyer Falcon

รมว.กระทรวงเกษตร ปศุสัตว์ พัฒนาชนบท ประมง Victor Villalobos Arambula

และโภชนาการ

รมว.กระทรวงสื่อสารและการขนส่ง Javier Jimenez Espriu

รมว.กระทรวงวัฒนธรรม Alejandra Frausto Guerrero

รมว.กระทรวงเศรษฐกิจ Graciela Marquez Colin

รมว.กระทรวงพลังงาน Rocio Nahle Garcia

รมว.กระทรวงสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ Josefa Gonzalez Blanco Ortiz Mena

รมว.กระทรวงการคลังและสินเชื่อ Carlos Manuel Urzua Macias

รมว.กระทรวงการต่างประเทศ Marcelo Ebrard Casaubon

รมว.กระทรวงกิจการภายใน Olga Sanchez Cordero

รมว.การกระทรวงสาธารณะสุข Jorge Carlos Alcocer Varela

รมว.กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม Luisa Maria Alcalde Lujan

รมว.การกระทรวงกลาโหม Luis Cresencio Sandoval , Gen.

รมว.กระทรวงกองทัพเรือ Jose Rafael Ojeda Duran , Adm

รมว.กระทรวงศึกษา Esteban Moctezuma

รมว.กระทรวงโยธาสาธารณะ Irma Erendira Sandoval

รมว.กระทรวงการรักษาความสงบและสิทธิพลเมือง Alfonso Durazo Montano

รมว.กระทรวงท่องเที่ยว Miguel Torruco Marques

รมว.กระทรวงคุณภาพชีวิต Maria Luisa Albores Gonzalez

ผู้ว่าการธนาคารชาติ Alejandro Diaz de Leon

-----------------------------------------------

(ต.ค. 2562)