สาธารณรัฐเวเนซุเอลา

Bolivarian Republic of Venezuela

บันทึกข้อมูลเมื่อ: Dec. 24, 2019, 2:50 p.m.
แก้ไขล่าสุดเมื่อ: Dec. 24, 2019, 2:50 p.m.
ธงเวเนซุเอลา
 

เมืองหลวง การากัส

ที่ตั้ง ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของทวีปอเมริกาใต้ มีพื้นที่ 912,050 ตร.กม.

อาณาเขต

    ทิศเหนือ ติดกับทะเลแคริบเบียนและมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ (2,800 กม.)

    ทิศตะวันตก ติดกับโคลอมเบีย (2,341 กม.)

    ทิศตะวันออก ติดกับกายอานา (789 กม.)

    ทิศใต้ ติดกับบราซิล (2,137 กม.)

ภูมิประเทศ รูปร่างคล้ายสามเหลี่ยม แบ่งเป็น 4 ภูมิภาค ได้แก่ Maracaibo Lowlands ทาง ตต.น. ภาคเหนือมีภูเขาทอดยาวตั้งแต่พรมแดนโคลอมเบีย ทาง ตต. ไปถึงชายฝั่งทะเลแคริบเบียน ทาง ตอ. ของประเทศ เทือกเขาในภาคเหนือเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขา Andes จุดที่สูงที่สุดอยู่ที่ภูเขา Pico Bolívar (4,979 เมตร) เขต Central Venezuela ในตอนกลางของประเทศ และที่ราบสูง Guiana ทาง ตอ.ต. เป็นที่ราบกว้างใหญ่ ในภาคใต้ มีที่ราบสูง Guiana ตั้งอยู่ระหว่างลุ่มน้ำแอมะซอนและน้ำตก Angel ซึ่งเป็นน้ำตกที่สูงที่สุดในโลก และภูเขา Tepuis (ซึ่งมีรูปร่างเหมือนโต๊ะ) ตอนกลางของประเทศ (Llanos) เป็นที่ราบกว้างจากพรมแดนโคลอมเบียทาง ตต. ไปถึงสามเหลี่ยมแม่น้ำ Orinoco ทาง ตอ.ของประเทศ ซึ่งเป็นพื้นที่ดินตะกอนแม่น้ำที่มีความอุดมสมบูรณ์ เป็นพื้นที่ราบลุ่มขนาดใหญ่และมีความอุดมสมบูรณ์มากที่สุดแห่งหนึ่งในลาตินอเมริกา นอกจากนี้ ยังมีแม่น้ำ Caroní และ Apure เป็นแม่น้ำสำคัญ

ภูมิอากาศ พื้นที่ส่วนใหญ่ของเวเนซุเอลาตั้งอยู่ในเขตร้อนใกล้เส้นศูนย์สูตร สภาพภูมิอากาศมีความหลากหลายตั้งแต่เขตพื้นที่ราบลุ่มที่มีความชื้นสูง อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 35 องศาเซลเซียส จนถึงเขตธารน้ำแข็งและที่ราบสูง (Páramos) ซึ่งอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 8 องศาเซลเซียส ปริมาณน้ำฝนต่อปีอยู่ที่ประมาณ 430 มม. (16.9 นิ้ว) ในเขตพื้นที่แห้งแล้งในภาคเหนือ และมากกว่า 1,000 มม. (39.4 นิ้ว) ในสามเหลี่ยมปากแม่น้ำ Orinoco พื้นที่ภาค ตอ.น. และเขตป่า Amazonian Jungle ในภาคใต้ ปริมาณน้ำฝนจะน้อยที่สุดในช่วง พ.ย.-เม.ย. ซึ่งมีอากาศร้อนชื้น และ ส.ค.-ต.ค. ซึ่งมีอากาศแห้งและเย็น

เวเนซุเอลาแบ่งอากาศตามระดับความสูงของพื้นที่ 4 รูปแบบ ได้แก่ เขตร้อนชื้น พื้นที่มีความสูงต่ำกว่า 800 ม. อุณหภูมิเฉลี่ยระหว่าง 26-28 องศาเซลเซียส เขตอบอุ่น พื้นที่มีความสูง 800-2,000 ม. อุณหภูมิเฉลี่ยระหว่าง 12-25 องศาเซลเซียส (เมืองขนาดใหญ่ของประเทศรวมถึงการากัสอยู่ในกลุ่มนี้) เขตอากาศหนาวเย็น พื้นที่มีความสูงระหว่าง 2,000-3,000 ม. อุณหภูมิเฉลี่ยระหว่าง 9-10 องศาเซลเซียส โดยเฉพาะในเขตเทือกเขา Andes ขณะที่พื้นที่ที่ราบและทุ่งน้ำแข็ง ในภูเขาสูงระดับความสูงมีหิมะปกคลุมตลอดปี ระดับความสูงมากกว่า 3,000 ม. อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ต่ำกว่า 8 องศาเซลเซียส /ปี เช่นในเขตภูเขา Páramos

ที่ผ่านมาอุณหภูมิสูงที่สุดในประเทศอยู่ที่ประมาณ 42 องศาเซลเซียส ที่ Machiques และต่ำที่สุดประมาณ -11 องศา ที่เขตภูเขา Páramo de Piedras Blancas ใน จ.Mérida

ประชากร 28.067 ล้านคน ประชากรประกอบด้วยชาวสเปน อิตาลี โปรตุเกส อาหรับ เยอรมัน แอฟริกา และชาวอินเดียนพื้นเมือง โครงสร้างอายุของประชากร : อายุ 0-14 ปี 27.26% อายุ 15-24 ปี 16.19 % อายุ 25-54 ปี 39.46% อายุ 55-64 ปี 9.12% อายุ 65 ปีขึ้นไป 7.97% อัตราการเพิ่มของประชากร -1.29% อัตราการเกิด 18.47 คนต่อประชากร 1,000 คน อัตราการเสียชีวิต 5.6 คนต่อประชากร 1,000 คน อายุขัยเฉลี่ยของประชากรโดยรวม 72.34 ปี เพศชาย 68.6 ปี เพศหญิง 76.3 ปี

ศาสนา คริสต์นิกายโรมันคาทอลิก 96% คริสต์นิกายโปรเตสแตนต์ 2% ศาสนาอื่นๆ 2%

ภาษา สเปนเป็นภาษาราชการ ภาษาท้องถิ่น/ภาษาพื้นเมือง

การศึกษา ประชากรอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไปสามารถอ่านออกและเขียนได้ อัตราการรู้หนังสือ 97.1% เพศชาย 97% เพศหญิง 97.2% (ประมาณการปี 2561) งบประมาณด้านการศึกษา 6.9% ของ GDP การศึกษาภาคบังคับ 14 ปี

การก่อตั้งประเทศ ในช่วงปี 2041-2042 นาย Christopher Columbus และนาย Alonso de Ojeda มาเยือนเวเนซุเอลาซึ่งเป็นถิ่นที่ชาว Carib, Arawak และ Chibcha อาศัยอยู่ต่อมาเมื่อปี 2064 เป็นยุคที่สเปนเริ่มต้นการล่าอาณานิคมทางด้านชายฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของเวเนซุเอลา ปี 2292 เกิดกบฏขึ้นครั้งแรกเพื่อต่อต้านการปกครองของอาณานิคมสเปน ปี 2353 ผู้รักชาติชาวเวเนซุเอลาได้แสวงประโยชน์จากการที่ Napoleon Bonaparte บุกสเปนประกาศเอกราชเมื่อปี 2354 โดยมีการลงนามใน Independence Act และต่อมาเมื่อปี 2372-2373 เวเนซุเอลาได้แบ่งแยกดินแดนออกจาก Gran Colombia (เวเนซุเอลาเป็น 1 ใน 3 ประเทศที่เกิดจากการล่มสลายของ Gran Colombia เมื่อปี 2373 ส่วนอีก 2 ประเทศคือเอกวาดอร์และ New Granada ซึ่งต่อมาคือโคลอมเบีย) และกลายเป็นสาธารณรัฐอิสระโดยมีการากัสเป็นเมืองหลวง

วันชาติ 5 ก.ค. (วันที่ได้รับเอกราชจากสเปนเมื่อปี 2354)

การเมือง รูปแบบสหพันธ์สาธารณรัฐ (Federal Republic) ประธานาธิบดีเป็นทั้งประมุขรัฐและหัวหน้ารัฐบาลวาระ 6 ปี และไม่จำกัดวาระ (พรรคฝ่ายค้านซึ่งมีเสียงข้างมากในสภาแห่งชาติพยายามปรับลดระยะเวลาการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีลงเหลือ 4 ปี)

(ตั้งแต่ 25 ม.ค. 2562 นาย Juan Gerardo Guaidó Márquez ประธานสภาผู้แทนราษฎรเวเนซุเอลา ประกาศตนเป็นรักษาการประธานาธิบดี ภายใต้การสนับสนุนจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ โดยระบุว่าตนเป็นประธานาธิบดีที่ชอบธรรมของเวเนซุเอลา ทำให้ปัจจุบันสถานะของเวเนซุเอลามีรัฐบาลสองชุดคือ รัฐบาลของประธานาธิบดี Maduro และรัฐบาลของนาย Guaidó ที่ตั้งตนเป็นรัฐบาลรักษาการ)

    ฝ่ายบริหาร : ประธานาธิบดีมีอำนาจควบคุมฝ่ายบริหารและแต่งตั้ง ครม. วาระการดำรงตำแหน่ง 6 ปี ไม่จำกัดจำนวนครั้งในการดำรงตำแหน่ง ประธานาธิบดีคนปัจจุบันคือ นาย Nicolas Maduro Moros (ตั้งแต่ 19 เม.ย. 2556) การเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งล่าสุดมีขึ้นเมื่อ 20 พ.ค. 2561 ผลการเลือกตั้งนาย Nicolas Maduro Moros ชนะการเลือกตั้งด้วยคะแนนเสียง 68% การเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งต่อไปคาดว่าจะมีขึ้นในปี 2567

     ฝ่ายนิติบัญญัติ : รัฐสภาเดี่ยววาระ 5 ปี (Asamblea Nacional หรือ National Assembly) มีสมาชิก 167 ตำแหน่ง (ในจำนวนนี้ 3 ตำแหน่ง สงวนไว้สำหรับคนพื้นเมืองของประเทศ) การเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภาครั้งล่าสุดมีขึ้นเมื่อ 6 ธ.ค. 2558 (ครั้งต่อไปจะมีขึ้นในปี 2563)

     ฝ่ายตุลาการ : ระบบกฎหมายของเวเนซุเอลาเป็นระบบประมวลกฎหมายแพ่ง (Civil Law System) ฝ่ายตุลาการประกอบด้วยศาลสูง (Supreme Tribunal of Justice) ผู้พิพากษาจำนวน 32 คน ได้รับการคัดเลือกจากรัฐสภาวาระ 12 ปี

    พรรคการเมืองสำคัญ : ได้แก่ พรรค A New Time (UNT) มีนาย Manuel Rosales เป็นหัวหน้าพรรค พรรค Brave People's Alliance (ABP) มีนาย Richard Blanco เป็นหัวหน้าพรรค พรรค Christian Democrats (COPEI) มีนาย Roberto Enriquez เป็นหัวหน้าพรรค พรรค Clear Accounts (CC) มีนาย Enzo Scareno เป็นหัวหน้าพรรค พรรค Coalition of parties loyal to Hugo Chavez หรือ Great Patriotic Pole (GPP) มีนาย Nicolas Maduro เป็นหัวหน้าพรรค พรรค Coalition of opposition parties-The Democratic Unity Table (MUD) มีนาย Jose Luis Cartaya เป็นหัวหน้าพรรค พรรค Come On Venezuela (VV) มีนาง Maria Machado เป็นหัวหน้าพรรค พรรค Communist Party of Venezuela (PCV) มีนาย Oscar Figuera เป็นหัวหน้าพรรค พรรค Democratic Action (AD) มีนาย Henry Ramos ALLUP เป็นหัวหน้าพรรค พรรค Justice First (PJ) มีนาย Julio Borges เป็นหัวหน้าพรรค พรรค Popular Will (VP) นาย Leopoldo Lopez เป็นหัวหน้าพรรค พรรค Progressive Wave (AP) มีนาย Henri Falcon เป็นหัวหน้าพรรค พรรค The Radical Cause (La Causa R) มีนาย Andres Velazquez เป็นหัวหน้าพรรค พรรค United Socialist Party of Venezuela (PSUV) มีนาย Nicolas Maduro ประธานาธิบดีเป็นหัวหน้าพรรค พรรค Venezuelan Progressive Movement (MPV) มีนาย Simon Calzadilla เป็นหัวหน้าพรรค และพรรค Venezuela Project (PV) มีนาย Henrique Fernando Salas FEO เป็นหัวหน้าพรรค

    กลุ่มกดดันทางการเมือง : กลุ่มสหภาพแรงงาน Bolivarian and Socialist Workers' Union (กลุ่มก่อตั้งพรรคแรงงงาน) กลุ่ม Confederacion Venezolana de Industriales (Coindustria) กลุ่ม Consejos Comunales (Pro-Government Local Communal Councils) Federation of Chambers and Associations of Commerce and Production of Venezuela (FEDECAMARAS) ซึ่งเป็นกลุ่มนักธุรกิจ กลุ่ม Union of Oil Workers of Venezuela (FUTPV) กลุ่ม Venezuelan Confederation of Workers (CTV) กลุ่มตรงข้ามกับกลุ่มสหภาพแรงงาน รวมถึงกลุ่มเคลื่อนไหวทางสังคมและองค์กรสิทธิมนุษยชน

เศรษฐกิจ เศรษฐกิจของเวเนซุเอลาพึ่งพาการส่งออกน้ำมันเป็นหลัก (รายได้หลักของการส่งออกและประมาณครึ่งหนึ่งของรายได้ของรัฐ) เมื่อเกิดปัญหาวิกฤติพลังงานเวเนซุเอลาได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดยเมื่อสิ้นปี 2558 GDP ลดลงถึง 10% อัตราเงินเฟ้อสูงถึง 275% เกิดปัญหาขาดแคลนสินค้าอุปโภครุนแรงทั่วประเทศ อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจลดลงอย่างรวดเร็ว

การลดลงของราคาน้ำมันตั้งแต่ปี 2557 ทำให้เศรษฐกิจของเวเนซุเอลาอยู่ในภาวะวิกฤติ ภาคธุรกิจของสหรัฐฯ ถอนตัวออกจากเวเนซุเอลาหรือลดกำลังการผลิตสินค้า เนื่องจากปัญหาในการโอนเงินทุน (ซึ่งเป็นเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ) การควบคุมราคาสินค้ากฎหมายแรงงานที่เข้มงวด บริษัทน้ำมันแห่งชาติเวเนซุเอลา (PDVSA) ขาดแคลนเงินลงทุน เป็นผลทำให้การผลิตน้ำมันของเวเนซุเอลาลดลงไปด้วย

รัฐบาลของประธานาธิบดี Maduro เพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมเศรษฐกิจและกล่าวโทษภาคเอกชนว่าเป็นต้นเหตุทำให้สินค้าในท้องตลาดขาดแคลน เมื่อ 17 ก.พ. 2559 รัฐบาลประกาศปรับกลไกการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ โดยกำหนดอัตราแลกเปลี่ยนสำหรับภาคเอกชนและนักลงทุน ซึ่งกำหนดตามความสำคัญในการนำเข้าสินค้าของรัฐบาล โดยอัตราแลกเปลี่ยนสำหรับนำเข้าสินค้าและยารักษาโรคอยู่ที่ 10 Bolivars/ดอลลาร์สหรัฐ (จาก 6.3 Bolivars/ดอลลาร์สหรัฐ) และอัตราแลกเปลี่ยนแบบที่สองปรับลอยตัว ซึ่งกลับทำให้ปัญหาขาดแคลนเงินดอลลาร์สหรัฐรุนแรงมากขึ้นจนไม่มีเงินทุนพอสำหรับการนำเข้าสินค้าจำเป็น เมื่อ ส.ค. 2559 รัฐบาลเวเนซุเอลาพยายามแก้ปัญหาขาดแคลนสินค้าด้วยการให้กองทัพเวเนซุเอลารับผิดชอบในการแจกจ่ายสินค้า ออกคำสั่งเกณฑ์ลูกจ้างในภาคธุรกิจเอกชนออกไปทำงานเกษตร ขณะที่ประชาชนแก้ปัญหาด้วยการเดินทางข้ามพรมแดนไปยังประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะโคลอมเบียเพื่อหาซื้ออาหาร ยารักษาโรคและสินค้าอุปโภคบริโภค

ความผิดพลาดในการบริหารประเทศของประธานาธิบดี Maduro และการถูกสหรัฐฯ แทรกแซงทางเศรษฐกิจทำให้วิกฤติเศรษฐกิจในเวเนซุเอลาทวีความรุนแรงอย่างมาก รัฐบาลกล่าวโทษภาคเอกชนว่าเป็นต้นเหตุของปัญหาความขาดแคลนสินค้าอุปโภคบริโภค รัฐบาลต้องการถือเงินตราต่างประเทศสำรองเพื่อใช้สำหรับจ่ายหนี้สินต่างประเทศ จนทำให้ภาคเอกชนประสบปัญหาขาดแคลนเงินตราต่างประเทศเพื่อใช้ในการจัดหาวัตถุดิบในการผลิตสินค้าหรือทำธุรกิจ นโยบายควบคุมเงินตราและอัตราแลกเปลี่ยนที่เข้มงวด ทำให้เกิดปัญหาการค้าค่าเงินเพื่อเอากำไร คอร์รัปชันและตลาดมืดทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น

ตั้งแต่ปี 2560 การส่งออกน้ำมันของเวเนซุเอลาลดลงต่ำที่สุดในรอบ 30 ปี จนกระทั่งปี 2562เมื่อสหรัฐฯ ประกาศคว่ำบาตรการส่งออกน้ำมันของเวเนซุเอลาทำให้ปัจจุบันเวเนซุเอลามีกำลังผลิตและส่งออกน้ำมันดิบลดลงอย่างมาก โดยเมื่อ ก.ค. 2562 เวเนซุเอลาสามารถส่งออกน้ำมันได้เพียงประมาณ 770,000 บาร์เรลต่อวัน จากที่เคยส่งออกได้สูงถึง 1.13 ล้านบาร์เรลต่อวัน เมื่อ มิ.ย. 2562 หลังสหรัฐฯ ประกาศจะลงโทษทางเศรษฐกิจ รวมถึงอาจคว่ำบาตรประเทศที่นำเข้าน้ำมันดิบจากเวเนซุเอลาประเทศที่ยังคงนำเข้าน้ำมันจากเวเนซุเอลาอย่างเปิดเผยมีเพียงรัสเซีย และจีน

    สกุลเงิน ตัวย่อสกุลเงิน : Bolivars (Venezuelan Bolivar Fuerte-VEF)

    อัตราแลกเปลี่ยนต่อดอลลาร์สหรัฐ : 1 ดอลลาร์สหรัฐ : 9.98750 Bolivars

    อัตราแลกเปลี่ยนต่อบาท : มีความผันผวนมาก เนื่องจากสถานการณ์การเมืองในเวเนซุเอลา

ดัชนีเศรษฐกิจสำคัญ

ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) : 98,437 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ปี 2561)

อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ : -18%

ทุนสำรองต่างประเทศ : 9,661 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

หนี้ต่างประเทศ : 100,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ดุลบัญชีเดินสะพัด : 4,277 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

รายได้เฉลี่ยต่อหัวต่อปี : 3,410 ดอลลาร์สหรัฐ

แรงงาน : 14.21 ล้านคน

อัตราการว่างงาน : 35%

อัตราเงินเฟ้อ : 1,087% (กองทุนการเงินระหว่างประเทศประเมินว่าอาจจะสูงถึง 1,000,000% ในปี 2562)

ดุลการค้าระหว่างประเทศ : ได้เปรียบดุลการค้า 21,060 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

มูลค่าการส่งออก : 32,060 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

สินค้าส่งออก : น้ำมันและผลผลิตน้ำมันแปรรูป แร่บอกไซต์และอะลูมิเนียม แร่ธาตุ เคมีภัณฑ์ ผลผลิตทางการเกษตร

ประเทศคู่ค้าสำคัญ : สหรัฐฯ 0.63% โคลอมเบีย 0.27% เนเธอร์แลนด์ 0.22% บราซิล 0.20 %

มูลค่าการนำเข้า : 11,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

สินค้านำเข้า : ผลผลิตทางการเกษตร ปศุสัตว์ วัตถุดิบต่างๆ เครื่องจักรและอุปกรณ์ รถขนาดใหญ่สำหรับขนส่งสินค้า วัสดุก่อสร้าง อุปกรณ์ทางการแพทย์ สินค้าที่แปรรูปจากน้ำมัน ยารักษาโรค เคมีภัณฑ์ เหล็กและผลิตภัณฑ์เหล็กกล้า

ประเทศคู่ค้าสำคัญ : สหรัฐ 23.33% จีน 17.01% บราซิล 10.02% โคลอมเบีย 5.02%

การทหาร ประธานาธิบดีเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด กำลังพล 123,000 นาย ประกอบด้วย ทบ. 63,000 นาย ทร. 25,500 นาย ทอ. 11,500 นาย กองกำลังรักษาประเทศ 23,000 นาย กำลังรบกึ่งทหาร 220,000 นายและกำลังพลสำรอง 8,000 นาย งบประมาณด้านการทหาร 4,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ยุทโธปกรณ์สำคัญประกอบด้วย รถถัง 485 คัน รถลำเลียงพลหุ้มเกราะ 338 คัน รถถังปืนใหญ่อัตตาจร 60 คัน ปืนใหญ่ชนิดลาก 104 กระบอก เครื่องยิงจรวดหลายลำกล้อง 36 กระบอก เครื่องบิน 279 เครื่อง เครื่องบินโจมตี/สกัดกั้น 39 เครื่อง เครื่องบินโจมตี 39 เครื่อง เครื่องบินลำเลียง 54 เครื่อง เครื่องบินฝึก 98 เครื่อง เฮลิคอปเตอร์ 86 เครื่อง เฮลิคอปเตอร์โจมตี 10 เครื่อง เรือ 50 ลำ เรือฟรีเกต 3 ลำ เรือ Corvette 4 ลำ เรือดำน้ำ 2 ลำและเรือตรวจการณ์ชายฝั่ง 29 ลำ

สมาชิกองค์การระหว่างประเทศ : Caricom (observer), CD, CDB, CELAC, FAO, G-15, G-24, G-77, IADB, IAEA, IBRD, ICAO, ICC (national committees), ICCt (signatory), ICRM, IDA, IFAD, IFC, IFRCS, IHO, ILO, IMF, IMO, IMSO, Interpol, IOC, IOM, IPU, ITSO, ITU, ITUC (NGOs), LAES, LAIA, LAS (observer), MIGA, NAM, OAS, OPANAL, OPCW, OPEC, PCA, Petrocaribe, UN, UNASUR, UNCTAD, UNESCO, UNHCR, UNIDO, Union Latina, UNWTO, UPU, WCO, WFTU (NGOs), WHO, WIPO, WMO, WTO

การขนส่งและโทรคมนาคม ท่าอากาศยาน 444 แห่ง ใช้การได้ดี 127 แห่ง เส้นทางรถไฟ 447 กม. ถนน 96,189 กม. เส้นทางน้ำ 7,100 กม. การโทรคมนาคม :โทรศัพท์พื้นฐาน 5.9 ล้านเลขหมาย โทรศัพท์เคลื่อนที่ 24.493 ล้านเลขหมาย รหัสโทรศัพท์ +58 จำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ต 18.547 ล้านคน รหัสอินเทอร์เน็ต .ve

การเดินทาง ผู้ถือหนังสือเดินทางไทยทุกประเภทต้องขอตรวจลงตราหนังสือเดินทาง โดยติดต่อที่ สอท.เวเนซุเอลาประจำมาเลเซีย

สถานการณ์สำคัญที่น่าติดตาม เสถียรภาพของรัฐบาลภายใต้การนำของประธานาธิบดี Nicolás Maduro Moros ความเคลื่อนไหวของฝ่ายพรรคฝ่ายค้านซึ่งนำโดยนาย Juan Guaidó ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลสหรัฐฯ และนานาชาติในการถอดถอนประธานาธิบดี Maduro ออกจากตำแหน่ง ปัญหาการอพยพของประชาชนเนื่องจากปัญหาความอดอยาก ขาดแคลนภายในประเทศไปยังประเทศเพื่อนบ้านในลาตินอเมริกา

ความสัมพันธ์ไทย-เวเนซุเอลา

ไทยและเวเนซุเอลาสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกันเมื่อ 27 ส.ค. 2525 โดย ออท. ณ ลิมา เปรูมีเขตอาณาดูแลเวเนซุเอลา ต่อมาเมื่อปี 2536 ไทยได้เปิดสถานกงสุลกิตติมศักดิ์ประจำเวเนซุเอลา ขณะที่ สอท.เวเนซุเอลา ณ กัวลาลัมเปอร์มีเขตอาณาดูแลไทย ทั้งนี้ รัฐบาลเวเนซุเอลาได้ขอเปิด สอท.ประจำไทยโดยรัฐบาลไทยได้มีมติอนุมัติคำขอดังกล่าวแล้วเมื่อ 27 เม.ย. 2549

ความร่วมมือด้านการค้า ปี 2561 มูลค่าการค้ารวม 608.07 ล้านบาท โดยเป็นมูลค่าการส่งออกของไทย 278.08 ล้านบาท และนำเข้า 329.99 ล้านบาท ไทยเสียเปรียบดุลการค้า 51.91 ล้านบาท สินค้าส่งออกสำคัญของไทย ได้แก่ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์ยาง ข้าว เคมีภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์จากมันสำปะหลัง ผ้าผืน ก๊อก วาล์วและส่วนประกอบ เครื่องยนต์สันดาปภายในแบบลูกสูบ เครื่องซักผ้า เครื่องซักแห้งและส่วนประกอบ น้ำตาลทราย เฟอร์นิเจอร์และชิ้นส่วน อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป และของเบ็ดเตล็ดทำด้วยโลหะสามัญ สินค้านำเข้าสำคัญของไทย ได้แก่ สินแร่โลหะ เศษโลหะและผลิตภัณฑ์ สัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ เครื่องดื่มประเภทน้ำแร่ น้ำอัดลมและสุรา เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ ผัก ผลไม้และของปรุงแต่งที่ทำจากผัก ผลไม้ เคมีภัณฑ์ พืชและผลิตภัณฑ์จากพืช เครื่องใช้เบ็ดเตล็ด เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ ส่วนประกอบและอุปกรณ์ยานยนต์ ผลิตภัณฑ์ทำจากพลาสติกและ ผลิตภัณฑ์สิ่งทออื่น ๆ

 
 
 
 

ผู้นำเวเนซุเอลา

 
บันทึกข้อมูลเมื่อ: Dec. 24, 2019, 2:50 p.m.
เผยแพร่ข้อมูลเมื่อ: None |
รูปผู้นำเวเนซุเอลา
 

Nicolás MADURO Moros

ตำแหน่ง ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา

เกิด 23 พ.ย. 2505 (อายุ 58 ปี/ปี 2563) ที่การากัส ในครอบครัวชนชั้นแรงงาน เป็นบุตร ของนาย Nicolas Maduro Garcia ซึ่งเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถยนต์เมื่อปี 2532 กับ นาง Teresa de Jesus Moros

ศาสนา คริสต์นิกายโรมันคาทอลิก และ Sathya Sai Baba

สถานภาพทางครอบครัว สมรสกับนาง Cilia Flores ซึ่งเป็นทนายความและนักการเมืองที่มีบทบาทสูงทั้ง ในรัฐบาลและรัฐสภา เคยดำรงตำแหน่งประธานสภาแห่งชาติต่อจากนาย Maduro แต่ไม่มีบุตรด้วยกัน (ประธานาธิบดี Maduro มีบุตรชาย 1 คน คือ นาย Nicolas Madoru Guerra ขณะที่นาง Flores รับหลานเป็นบุตรบุญธรรม 1 คน)

การศึกษา โรงเรียนมัธยมศึกษาที่ Liceo José Ávalos in El Valle ในย่านผู้ใช้แรงงานซึ่งอยู่ ชานเมืองการากัส แต่มีความเป็นไปได้ว่าประธานาธิบดี Maduro ไม่จบการศึกษา ขั้นมัธยม

ประวัติการทำงาน - คนขับรถประจำทางกับบริษัท Caracas Metro Company หลายปี

- ผู้คุ้มกันของนาย José Vicente Rangel นักการเมืองฝ่ายซ้ายของเวเนซุเอลาในช่วง การรณรงค์ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีเมื่อปี 2526

ประวัติการทำงานการเมือง

- เริ่มต้นจากการเป็นสมาชิกอย่างไม่เป็นทางการของสหภาพแรงงาน ในฐานะผู้แทน แรงงานพนักงานขับรถประจำทางของบริษัท Caracas Metro Company

ช่วงทศวรรษ 1990 - เข้าร่วมกลุ่ม MBR-200 ร่วมรณรงค์ให้มีการปล่อยตัวนาย Hogo Chavez ซึ่งถูก จำคุกในข้อหามีส่วนร่วมในการวางแผนปฏิวัติเมื่อปี 2535

ปี 2541 - ร่วมก่อตั้งพรรค Movement of the Fifth Republic ซึ่งสนับสนุนนาย Hugo Chavez ในการลงสมัครรับเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดี

- ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งในสภาผู้แทนราษฎร สังกัดพรรค MVR

ปี 2543 - ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งในสภาแห่งชาติ

ปี 2548-2549 - ดำรงตำแหน่งประธานสภาแห่งชาติ

9 ส.ค. 2549-15 ม.ค. 2556

- ดำรงตำแหน่ง รมต.กต. นโยบายต่างประเทศ

13 ต.ค. 2555-5 มี.ค. 2556

- ดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดี

5 มี.ค.-19 เม.ย. 2556 - ทำหน้าที่รักษาการในตำแหน่งประธานาธิบดีหลังจากประธานาธิบดี Hugo Chavez ถึงแก่อสัญกรรมด้วยโรคมะเร็ง เมื่อ มี.ค. 2556

14 เม.ย. 2556 - ชนะการเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีด้วยคะแนนเสียง 50.66% (วาระปี 2556-2562)

19 เม.ย. 2556-ปัจจุบัน - ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา

ข้อมูลที่น่าสนใจ

    - สนใจติดตามนาย Sathya Sai Baba, Indian Guru ในช่วงปี 2555

    - ระบุว่าตนเองเป็น Mestizo (ลูกผสมคนผิวขาวกับชาวอินเดียนพื้นเมือง) แต่ ยอมรับว่ามีเชื้อสายแอฟริกันอยู่ด้วย

    - ไม่มีความรู้ภาษาต่างประเทศ

   - มีการศึกษาต่ำ มักพูดถึงตนเองว่าเป็นประธานาธิบดีชนชั้นแรงงาน

    - เป็นบุคคลที่มีอำนาจที่แท้จริงในเวเนซุเอลาและได้รับความภักดีจากกองทัพเวเนซุเอลา อย่างสูง ดังจะเห็นได้จากเมื่อนาย Guaidó และสหรัฐฯ ความพยายามยึดอำนาจ การปกครองประเทศเมื่อกลางปี 2562 แม้ว่าสหรัฐฯ จะชักชวนให้สมาชิกระดับนำ ของกองทัพเวเนซุเอลาร่วมมือปลดประธานาธิบดี Maduro ออกจากตำแหน่ง นอกจากไม่มีใครร่วมมือแล้วยังนำเรื่องดังกล่าวแจ้งต่อประธานาธิบดี Maduro โดยตรง

#8c7b75 - right
 

คณะรัฐมนตรี

คณะรัฐมนตรีเวเนซุเอลา

ประธานาธิบดี Nicolas Maduro Moros

รองประธานาธิบดี Delcy Rodriguez

รมว.กระทรวงผลผลิตการเกษตรและที่ดิน Wilmar Castro Soteldo

รมว.กระทรวงพรมแดน Jose Izquierdo Torres , Maj. Gen

รมว.กระทรวงประชาคมและการเคลื่อนไหวทางสังคม Blanca Eekhout Gomez

รมว.กระทรวงสื่อสารและข้อมูล Jorge Rodriguez Gomez

รมว.กระทรวงวัฒนธรรม Ernesto Villegas Poljak

รมว.กระทรวงกลาโหม Vladimir Padrino Lopez , Gen.

รมว.กระทรวงพัฒนาเหมืองแร่เชิงนิเวศน์ Victor Cano Pacheco

รมว.กระทรวงเศรษฐกิจและการคลัง Simon Zerpa Delgado

รมว.กระทรวงเศรษฐกิจสังคมนิยม Heryck Rangel Hernandez

รมว.กระทรวงศึกษาธิการ Aristobulo Isturiz Almeida

รมว.กระทรวงไฟฟ้า Luis Alfredo Motta Dominguez , Gen.

รมว.กระทรวงประมงและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ Dante Rivas Quijada

รมว.กระทรวงการต่างประเทศ Jorge Arreaza Montserrat

รมว.กระทรวงการค้าต่างประเทศและการลงทุนต่างประเทศ Yomana Koteich Khatib

รมว.กระทรวงการขนส่งทางบก Hipolito Abreu Paez

รมว.กระทรวงสาธารณสุข Carlos Alvarado Gonzalez

รมว.กระทรวงที่อยู่อาศัย สิ่งแวดล้อมและสังคมนิยมแนวระบบนิเวศ Ildemaro villaroel arismendi , Div. Gen.

รมว.กระทรวงชนพื้นเมือง Aloha Nunez Gutierrez

รมว.กระทรวงการขนส่งทางอากาศและน้ำ Giuseppe Yoffreda , Gen.

รมว.กระทรวงอุตสาหกรรมและการผลิตแห่งชาติ Tareck El Aissami Maddah

รมว.กระทรวงมหาดไทย ยุติธรรมและสันติ Nestor Reverol , Maj. Gen.

รมว.กระทรวงแรงงาน Eduardo Pinate Rodriguez

รมว.กระทรวงโภชนาการ Luis Alberto Medina Ramirez , Maj. Gen.

รมต.ประจำทำเนียบประธานาธิบดีและตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล Jorge Marquez Monsalve, Col.

รมว.กระทรวงทัณฑสถาน Iris Varela Rangel

รมว.กระทรวงปิโตรเลียมและเหมืองแร่ Manuel Quevedo Fernandez , Gen

รมว.กระทรวงแผนงาน Ricardo Menendez Prieto

รมว.กระทรวงโยธาสาธารณะ Marleny Contreras Hernandez

รมว.กระทรวงยุทธศาสตร์และสังคมนิยมอุตสาหกรรม Juan Arias Palacio

รมว.กระทรวงการท่องเที่ยว Stella Lugo de Montilla

รมว.กระทรวงการศึกษาระดับมหาวิทยาลัย วิทยาศาสตร์และ

เทคโนโลยี Hugbel Roa Caruci

รมว.กระทรวงเกษตรในชุมชนเมือง Mayerlin Arias

รมว.กระทรวงน้ำ Evelyn Vasquez Figuera

รมว.กระทรวงสตรีและความเสมอภาคทางเพศ Caryl Bertho de Acosta

รมว.กระทรวงเยาวชนและกีฬา Pedro Infante Aparicio

ผู้ว่าการธนาคารชาติ Calixto Ortega Sanchez

-------------------------------------------------

(ต.ค. 2562)