สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี

Federal Republic of Germany

บันทึกข้อมูลเมื่อ: Dec. 24, 2019, 3:02 p.m.
แก้ไขล่าสุดเมื่อ: Dec. 24, 2019, 3:02 p.m.
ธงเยอรมนี
 

เมืองหลวง เบอร์ลิน

ที่ตั้ง ตั้งอยู่กลางทวีปยุโรป มีพรมแดนติดกับทะเลบอลติกและทะเลเหนือ พื้นที่ประมาณ 357,022 ตร.กม. ระยะทางจากเหนือสุดถึงใต้สุด 876 กม. ระยะทางจากตะวันตกสุดถึงตะวันออกสุด 640 กม.

อาณาเขต

    ทิศเหนือ ติดกับเดนมาร์ก

    ทิศใต้ ติดกับสวิตเซอร์แลนด์และออสเตรีย

    ทิศตะวันออก ติดกับสาธารณรัฐเช็กและโปแลนด์

    ทิศตะวันตก ติดกับเนเธอร์แลนด์ เบลเยียม ลักเซมเบิร์ก และฝรั่งเศส

ภูมิประเทศ ภูมิประเทศมีความหลากหลาย มีแนวเขาสูงต่ำสลับกับที่ราบสูง ทะเลสาบ ที่ราบลุ่มกว้างใหญ่ตั้งแต่เหนือถึงใต้ แบ่งเป็น 5 เขตภูมิประเทศ ได้แก่ ที่ราบลุ่มตอนเหนือ เต็มไปด้วยเนินเขา ทุ่งหญ้า และท้องทุ่ง พุ่มไม้ปกคลุม พื้นที่อุดมสมบูรณ์ถึงแนวเทือกเขาตอนกลาง มีแนวอ่าวที่ราบต่ำ ชายฝั่งรัฐนีเดอร์ไรน์ เวสท์ฟาเลนและซัคเซนเธอริงเรนตอนเหนือและตอนใต้ แบ่งแยกด้วยแนวเทือกเขาตอนกลาง มีที่ราบลุ่มแม่น้ำไรน์ตอนกลางกับที่ราบต่ำในรัฐเฮสเซน ตอนกลาง มีแนวเขาฮาร์ซ แนวเขาไบริเชวัลด์ ฟิคเทล และแอร์ซ ป่าชวาซวัลด์ ซเปสซาร์ท และชเวบิเช แอลป์ เรียงรายตามชายที่ราบลุ่มของแม่น้ำไรน์ตอนบน ตอนใต้เต็มไปด้วยเนินเขาและทะเลสาบขนาดใหญ่ ที่ราบและพื้นที่เนินเขาในรัฐไบเอิร์นทางใต้ รวมทั้งที่ราบลุ่มแม่น้ำดานูบ

ภูมิอากาศ อุณหภูมิหนาวเย็นปานกลาง ฝนตกทุกฤดูกาล ฤดูหนาวแถบที่ราบต่ำอุณหภูมิเฉลี่ย 1.5 องศาเซลเซียส และแถบเทือกเขา -6 องศาเซลเซียส

ประชากร 83,019,200 คน (ม.ค. 2562)

รายละเอียดประชากร เยอรมัน 91.5% ตุรกี 2.4% และอื่น ๆ 6.1% อัตราส่วนประชากรจำแนกตามอายุ : วัยเด็ก (0-14 ปี) 12.83% วัยรุ่นถึงวัยกลางคน (15-64 ปี) 64.81% และวัยชรา (65 ปีขึ้นไป) 22.36% อัตราการเกิด 8.6 คนต่อประชากร 1,000 คน อัตราการตาย 11.8 คนต่อประชากร 1,000 คน อายุขัยเฉลี่ยของประชากร 80.9 ปี เพศชาย 78.6 ปี เพศหญิง 83.4 ปี

ศาสนา คริสต์นิกายโรมันคาทอลิก 28.2% คริสต์นิกายโปรเตสแตนต์ 26% คริสต์นิกายออทอดอกซ์ 1.9% อิสลาม 5%

ภาษา ภาษาเยอรมันเป็นภาษาประจำชาติและภาษาราชการ ภาษาถิ่นหลายเผ่า อาทิ เผ่าฟรังค์ซวาเอเบีย ซัคเซิน และไบเอิร์น

การศึกษา อัตราการรู้หนังสือ 99% (พิจารณาจากหลักเกณฑ์ผู้มีอายุ 15 ปีขึ้นไปที่อ่านออกเขียนได้)

การก่อตั้งประเทศ ยุคสงครามเย็น เยอรมนีตะวันตกและเยอรมนีตะวันออกแยกออกจากกัน แต่ช่วงใกล้สิ้นสุดสงครามเย็น เกิดการปฏิวัติอย่างสันติและการทำลายกำแพงเบอร์ลินเมื่อ 9 พ.ย. 2532 ถือเป็นประวัติศาสตร์สำคัญของโลกที่ยุติความขัดแย้งด้านอุดมการณ์ของโลกตะวันตกกับโลกตะวันออก และเป็นส่วนหนึ่งของการสิ้นสุดสงครามเย็น จนกระทั่งมีการรวมเยอรมนีตะวันตกกับเยอรมนีตะวันออกเมื่อ 3 ต.ค. 2533

วันชาติ 3 ต.ค.

การเมือง ปกครองแบบสหพันธ์สาธารณรัฐประชาธิปไตยแบบรัฐสภา ประกอบด้วย 13 รัฐและ 3 รัฐอิสระที่ปกครองด้วยรัฐสภาและรัฐบาลของตนเอง มีประธานาธิบดีเป็นประมุขแห่งรัฐ มาจากการสรรหาของสมัชชาแห่งสหพันธรัฐ วาระ 5 ปี ประธานาธิบดีคนปัจจุบัน คือ นาย Frank-Walter Steinmeier (ดำรงตำแหน่งเมื่อ 19 มี.ค. 2560) ระบบการปกครองมีพื้นฐานจากรัฐธรรมนูญปี 2492 หรือเรียกว่า Grundgesetz (กฎหมายหลัก)

    ฝ่ายบริหาร : นรม. เป็นหัวหน้ารัฐบาลและมีอำนาจในการบริหาร ครม. แต่งตั้งโดยประธานาธิบดีตามการเสนอของ นรม. โดย นรม. คนปัจจุบัน คือ นางอังเกลา แมร์เคล สังกัดพรรค Christian Democratic Union (CDU)

     ฝ่ายนิติบัญญัติ : ระบบ 2 สภา 1) สภาผู้แทนราษฎร (Bundestag) 709 ที่นั่ง มาจากการเลือกตั้งโดยตรง วาระ 4 ปี ประธานสภาผู้แทนราษฎรปฏิบัติหน้าที่แทน นรม. ในกรณีที่ นรม. ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ 2) สภามลรัฐหรือสภาสูง (Bundesrat) เป็นผู้แทนจาก 16 รัฐ 69 ที่นั่ง แต่ละรัฐมีสิทธิออกเสียงตามจำนวนประชากร

    ฝ่ายตุลาการ : ศาลรัฐธรรมนูญสหพันธรัฐตุลาการครึ่งหนึ่งมาจากการเลือกตั้งของสภาผู้แทนราษฎร อีกครึ่งหนึ่งมาจากการเลือกตั้งของสภามลรัฐ

    พรรคการเมือง : พรรคการเมืองที่สำคัญได้แก่ 1) พรรค Christian Democratic Union (CDU) มีนาง Annegret Kramp-Karrenbauer เป็นหัวหน้าพรรค 2) พรรค Christian Social Union of Bavaria (CSU) มีนาย Markus Soder เป็นหัวหน้าพรรคโดยพรรค CSU มีฐานะเป็นพรรค sister party ที่จะร่วมมือกับพรรค CDU เสมอ 3) พรรค Social Democratic Party (SPD) มีนาย Malu Dreyer เป็นหัวหน้าพรรค 4) พรรค Free Democratic Party (FDP) มีนาย Christian Lindner เป็นหัวหน้าพรรค 5) พรรค The Left (หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าพรรค LINKE) มีนาง Katja Kipping และนาย Bernd Riexinger เป็นหัวหน้าพรรค 6) พรรค The Greens (หรือพรรค Alliance 90) มีนาง Annalena Baerbock และนาย Robert Habeck เป็นหัวหน้าพรรค

ผลการเลือกตั้งทั่วไปของเยอรมนีเมื่อ 24 ก.ย. 2560 ที่พรรค Christian Democratic Union (CDU) ได้รับคะแนนเป็นอันดับ 1 ส่งผลให้นางอังเกลา แมร์เคล หัวหน้าพรรคได้ดำรงตำแหน่ง นรม. เยอรมนีต่อเนื่องอีกเป็นสมัยที่ 4 และแต่งตั้ง ครม.ชุดใหม่เข้าดำรงตำแหน่งเมื่อ 14 มี.ค. 2561 อย่างไรก็ดี ต่อมา นรม.แมร์เคลได้ประกาศวางมือทางการเมืองเมื่อห้วงปลายปี 2561 โดยจะดำรงตำแหน่ง นรม.สมัยที่ 4 เป็นสมัยสุดท้ายจนครบวาระในปี 2564 ขณะที่ที่ประชุมใหญ่ของพรรค Christian Democratic Union (CDU) เมื่อ 7 ธ.ค. 2561 ลงมติเลือกนาง Annegret Kramp-Karrenbauer หรือชื่อเรียกย่อว่า AKK ซึ่งเป็นบุคคลที่ได้รับการสนับสนุนจาก นรม.แมร์เคล ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าพรรค CDU คนใหม่แทน โดย AKK ได้รับการคาดหมายเป็นทายาททางการเมืองของ นรม.แมร์เคล ในการเลือกตั้งสมัยหน้า

เศรษฐกิจ มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 5 ของโลก และอันดับ 1 ในยุโรป เยอรมนีมีระบบเศรษฐกิจแบบตลาดเสรี เป็นประเทศอุตสาหกรรมที่มีบทบาททางเศรษฐกิจที่สำคัญของโลก เป็นฐานด้านอุตสาหกรรมของโลก อาทิ ยานยนต์ เครื่องจักร เคมีภัณฑ์

    สกุลเงิน ตัวย่อสกุลเงิน: ยูโร (Euro)

    อัตราแลกเปลี่ยนต่อดอลลาร์สหรัฐ : 1 ยูโร : 1.098 ดอลลาร์สหรัฐ

    อัตราแลกเปลี่ยนต่อบาท : 1 ยูโร : 33.44 บาท (4 ต.ค. 2562)

ดัชนีเศรษฐกิจสำคัญ

ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) : 3,996,759 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (World Bank, ปี 2561)

อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ : 1.4%

รายได้เฉลี่ยต่อหัวต่อปี : 48,195 ดอลลาร์สหรัฐ

แรงงาน : 43.4 ล้านคน

อัตราการว่างงาน : 3.4%

อัตราเงินเฟ้อ : 1.7%

มูลค่าการส่งออก : 1,877,006 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

สินค้าส่งออกสำคัญ : ได้แก่ ยานยนต์ เครื่องจักร เครื่องจักรไฟฟ้า ผลิตภัณฑ์เภสัชกรรม ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับสายตาและเวชกรรม

มูลค่าการนำเข้า : 1,606,491 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

สินค้านำเข้าสำคัญ : ได้แก่ เครื่องจักร เครื่องจักรไฟฟ้า ยานยนต์ เชื้อเพลิงและน้ำมัน และผลิตภัณฑ์เภสัชกรรม

คู่ค้าสำคัญ : เนเธอร์แลนด์ ฝรั่งเศส จีน เบลเยียม อิตาลี สหราชอาณาจักร สหรัฐฯ

การทหาร มีกำลังพล 179,400 นาย (แยกเป็น ทบ. 61,700 นาย ทร.15,900 นาย ทอ. 27,600 นาย หน่วยสนับสนุนร่วม 27,400 นาย หน่วยร่วมบริการทางการแพทย์ 19,950 นาย และอื่น ๆ 14,150 นาย) กกล.สำรอง 28,250 นาย (แยกเป็น ทบ. 6,500 นาย ทร. 1,200 นาย ทอ. 3,300 นาย หน่วยสนับสนุนร่วม 11,500 นาย หน่วยร่วมบริการทางการแพทย์ 3,300 นาย) และอื่น ๆ 2,450 นาย ภารกิจหลัก คือ ปกป้องอธิปไตย ป้องกันการรุกรานจากภายนอกประเทศ ปฏิบัติภารกิจร่วมระหว่างประเทศ และช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติ รวมทั้งช่วยเหลือตำรวจกรณีเกิดความไม่สงบภายใน งบประมาณทางทหารปี 2562 จำนวน 42,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีรายงานระบุว่ารัฐบาลเยอรมนีตั้งเป้าหมายจะเพิ่มงบประมาณด้านการป้องกันประเทศให้ถึงร้อยละ 1.5 ของ GDP ภายในปี 2567

รัฐบาลเยอรมนีอยู่ระหว่างการอนุมัติการส่งออกอาวุธไปยังต่างประเทศเพิ่มขึ้น โดยกระทรวงเศรษฐกิจเยอรมนีแถลงเมื่อห้วงต้น ต.ค. 2562 ว่าการส่งออกอาวุธของเยอรมนีมีแนวโน้มสูงเป็นประวัติการณ์ในปี 2562 โดยอาจสูงทำลายสถิติส่งออกอาวุธเมื่อปี 2558 ซึ่งมีมูลค่า 7,860 ล้านยูโร เป้าหมายการส่งออกอาวุธส่วนใหญ่เน้นตลาดในฮังการี โดยเยอรมนีอนุมัติยอดส่งออกอาวุธไปยังฮังการีมูลค่า 1,770 ล้านยูโร สำหรับประเทศอื่น ๆ ที่อยู่ใน 10 อันดับแรกเยอรมนีส่งออกอาวุธไปจำหน่าย เช่น สหรัฐฯ สหราชอาณาจักร นอร์เวย์ (ทั้ง 3 ประเทศต่างเป็นสมาชิกเนโต) อย่างไรก็ดี พรรคการเมืองฝ่ายค้านของเยอรมนี เช่น พรรค Greens และพรรค Left ไม่เห็นด้วยกับการอนุมัติดังกล่าวของรัฐบาล เพราะไม่สนับสนุนการส่งออกอาวุธให้ประเทศที่มีส่วนร่วมในสงครามในเยเมน เช่น อียิปต์ และ UAE

ปัญหาด้านความมั่นคง

1) การก่อเหตุร้ายจากผู้มีแนวคิดหัวรุนแรง หรือเชื่อมโยงกับกลุ่ม Islamic State (IS) เยอรมนีเพิ่มการตื่นตัวเฝ้าระวังการก่อเหตุจากบุคคลฝักใฝ่แนวคิดญิฮาดที่เชื่อมโยงกับกลุ่ม IS นับตั้งแต่เกิดเหตุนาย Anis Amri เชื้อสายตูนิเซียขับรถบรรทุกพุ่งใส่ฝูงชนในตลาดคริสต์มาสกรุงเบอร์ลินเมื่อ 19 ธ.ค. 2559 มีผู้เสียชีวิต 12 คน ซึ่งมีข้อบ่งชี้ว่าคนร้ายฝ้กใฝ่อุดมการณ์ญิฮาดตามแนวทางของกลุ่ม IS สำหรับกรณีล่าสุด คือ เหตุคนร้ายขับรถบรรทุกพุ่งเข้าใส่รถยนต์หลายคันที่กำลังจอดรอสัญญาณไฟอยู่บริเวณใกล้สถานีรถไฟหลักในเมือง Limburg รัฐ Hesse ของเยอรมนีเมื่อ 7 ต.ค. 2562 มีผู้บาดเจ็บ 8 คน โดยผู้เห็นเหตุการณ์อ้างว่าได้ยินคนร้ายพูดภาษาอาหรับสรรเสริญพระเจ้าหลายครั้ง

2) การขยายอิทธิพลของแนวคิดขวาจัด เห็นได้จากกรณีพรรค Alternative for Germany (AfD) ซึ่งมีแนวคิดทางการเมืองแบบขวาจัด เช่น เน้นนโยบายต่อต้านผู้อพยพ ได้รับคะแนนนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เฉพาะอย่างยิ่งภายหลังเกิดวิกฤติผู้อพยพครั้งใหญ่ในยุโรปเมื่อห้วงปี 2558 ซึ่ง นรม.อังเกลา แมร์เคล ถูกวิจารณ์อย่างมากเกี่ยวกับการดำเนินนโยบายเปิดกว้างรับผู้อพยพเข้าประเทศ นอกจากนี้ ปรากฎรายงานหลายครั้งว่าบุคลากรในกองทัพเยอรมนีเชื่อมโยงกับเครือข่ายแนวคิดขวาจัด โดยล่าสุด หน่วยต่อต้านข่าวกรองทางทหารของเยอรมนี (Military Counterintelligence Service/MAD) สืบสวนกรณีกำลังพลในหน่วย Kommando Spezialkrafte/KSK ต้องสงสัยว่าฝ้กใฝ่แนวคิดขวาจัด โดยหน่วย KSK ถือเป็นหน่วยงานชั้นนำในกองทัพเยอรมนี โดยเป็นหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ประกอบด้วยกำลังพลที่มีศักยภาพสูงรวมกว่า 1,000 นาย

สมาชิกองค์การระหว่างประเทศ : เข้าร่วมในองค์การระหว่างประเทศและกลุ่มความร่วมมือประมาณ 80 แห่งที่สำคัญ ได้แก่ UN, EU, NATO, OECD, WTO , IMF และ AIIB นอกจากนี้ เยอรมนียังคาดหวังจะเป็นสมาชิกถาวรคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติอีกด้วย

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นประเทศที่มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของโลก โดยเฉพาะด้านระบบสื่อสารโทรคมนาคมและสิ่งแวดล้อม เป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์ นอกจากนี้ ปัจจุบัน หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนของเยอรมนีให้เงินอุดหนุนการวิจัยและส่งเสริมความร่วมมือในหมู่นักวิจัยเพื่อพัฒนาผลผลิตทางด้านอุตสาหกรรมมากขึ้น

การขนส่งและโทรคมนาคม : มีท่าอากาศยาน 539 แห่ง ที่สำคัญ คือ ท่าอากาศยานนานาชาติแฟรงก์เฟิร์ต มีที่จอด ฮ. 23 แห่ง เส้นทางรถไฟ 33,590 กม. ถนน 625,000 กม. เส้นทางเดินทางทางน้ำ 7,467 กม.นอกจากนี้ มีท่อลำเลียงก๊าซ 26,985 กม. ท่อลำเลียงน้ำมัน 2,400 กม. ด้านโทรคมนาคม มีโทรศัพท์พื้นฐานให้บริการประมาณ 44.4 ล้านเลขหมาย โทรศัพท์เคลื่อนที่ 106 ล้านเลขหมายผ่านระบบโทรศัพท์อัตโนมัติเชื่อมต่อด้วยเครือข่ายที่ทันสมัยของสายเคเบิลใยแก้วนำแสงคู่สายวิทยุไมโครเวฟและระบบดาวเทียม รหัสโทรศัพท์ +49 จำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ต 72.12 ล้านคน รหัสอินเทอร์เน็ต .de เว็บไซต์การท่องเที่ยว http://www.germany.travel/en/index.html

การเดินทาง : สายการบินไทยมีเที่ยวบินตรงกรุงเทพฯ-แฟรงก์เฟิร์ต (ประมาณ 8,977 กม.) ระยะเวลาในการบิน 11 ชม.10 นาที เวลาที่เยอรมนีช้ากว่าไทย 5 ชม. นักท่องเที่ยวไทยที่ต้องการเดินทางไปเยอรมนีระยะสั้นไม่เกิน 90 วัน ต้องขอรับการตรวจลงตราเชงเกน ส่วนผู้ที่ต้องการพำนักในเยอรมนีเกินกว่า 90 วัน ต้องขอรับการตรวจลงตราเฉพาะกรณี เช่น การขอรับการตรวจลงตราสำหรับนักศึกษา สำหรับผู้ติดตามไปพำนักกับครอบครัวในเยอรมนี สำหรับการประกอบอาชีพ

สถานการณ์สำคัญที่น่าติดตาม :

1) การส่งเสริมบทบาทของเยอรมนีในประเด็นความขัดแย้งระหว่างประเทศ นาย Heiko Maas รมว.กต.เยอรมนีระบุเมื่อห้วง ธ.ค. 2562 ว่าเยอรมนีต้องการมีส่วนร่วมมากขึ้นในการจัดการประเด็นความขัดแย้งระหว่างประเทศ โดยที่ผ่านมา ถือได้ว่าเยอรมนีมีบทบาทสำคัญในการร่วมรับมือกับความขัดแย้งต่าง ๆ ทั่วโลก โดยเฉพาะใน ตอ.กลาง อาทิ ซีเรีย เยเมน นอกจากนี้ เยอรมนียังแสดงความสนใจต่อการแสดงบทบาทผ่านเวทีพหุภาคีเพิ่มขึ้นด้วย โดยสนับสนุนให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเปิดรับสมาชิกถาวรเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันที่มีอยู่ 5 ประเทศ (ได้แก่ สหรัฐฯ สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส จีน และรัสเซีย)

2) เศรษฐกิจเยอรมนีที่มีสัญญาณชะลอตัว เศรษฐกิจเยอรมนีเผชิญแรงกดดันทั้งจากภาคเศรษฐกิจในประเทศและภาวะเศรษฐกิจระหว่างประเทศที่อาจทำให้เศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะถดถอย โดยดัชนีภาคเศรษฐกิจ อาทิ การคาดการณ์การเติบโตของ GDP ดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจ มีแนวโน้มชะลอตัว ท่ามกลางปัจจัยเสี่ยงจากปัญหาสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน และผลกระทบจากกรณีสหราชอาณาจักรออกจากสมาชิกภาพ EU

ความสัมพันธ์ไทย-เยอรมนี

สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตเมื่อ 7 ก.พ. 2405 โดยการทำสนธิสัญญาทางไมตรีการค้าและการเดินเรือระหว่างกัน ไทยมีสถานกงสุลใหญ่ในเยอรมนี 1 แห่ง อยู่ที่แฟรงค์เฟิร์ต และมีสถานกงสุลกิตติมศักดิ์ในเยอรมนี 4 แห่ง คือ ที่มิวนิก ฮัมบูร์ก ดึสเซลดอร์ฟ และชตุทท์การ์ท ขณะที่เยอรมนีมีสถานกงสุลกิตติมศักดิ์ในไทย 3 แห่ง คือ ที่เชียงใหม่ ภูเก็ต และเมืองพัทยา ทั้งนี้ การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทย-เยอรมนีและการจัดตั้งหอการค้าไทย-เยอรมนีครบวาระ 50 ปีไปเมื่อปี 2555 ความสัมพันธ์ทวิภาคีไทย-เยอรมนีดำเนินไปด้วยความราบรื่น มีการแลกเปลี่ยนการเยือนในทุกระดับอย่างสม่ำเสมอ โดยทั้งสองฝ่ายต้องการสนับสนุนความร่วมมือระหว่างกันให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในสาขาที่เยอรมนีเชี่ยวชาญ อาทิ พลังงานทดแทน การเกษตร เทคโนโลยีการรับมือกับภัยพิบัติ

ด้านการค้า เมื่อปี 2561 เยอรมนีเป็นคู่ค้าลำดับที่ 14 ของไทยในตลาดโลก และเป็นคู่ค้าอันดับที่ 1 ของไทยในตลาดกลุ่ม EU มูลค่าการค้ารวม 384,962.92 ล้านบาท ไทยส่งออกมูลค่า 165,343.55 ล้านบาท ไทยนำเข้ามูลค่า 219,619.37 ล้านบาท ไทยขาดดุลการค้า 54,275.82 ล้านบาท

สินค้าส่งออกสำคัญของไทย ได้แก่ อัญมณีและเครื่องประดับ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ แผงวงจรไฟฟ้า รถยนต์ ผลิตภัณฑ์ยาง เครื่องปรับอากาศ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ ของเครื่องจักรกล

สินค้านำเข้าสำคัญของไทย ได้แก่ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ ส่วนประกอบและอุปกรณ์ยานยนต์ เคมีภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์เวชกรรมและเภสัชกรรม เครื่องมือเครื่องใช้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์การแพทย์ เครื่องเพชรพลอย อัญมณี เงินแท่งและทองคำ

ด้านการลงทุน เมื่อปี 2561 เยอรมนีลงทุนในไทยผ่าน BOI จำนวน 28 โครงการ รวมมูลค่า 3,291 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในสาขาสาธารณูปโภคและบริการ รองลงมา ได้แก่ ผลิตภัณฑ์โลหะ เครื่องจักร และอุปกรณ์สำหรับรถยนต์

ด้านการท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวเยอรมนีที่เดินทางมาไทยเมื่อปี 2561 มีจำนวน 886,523 คน เพิ่มขึ้นจากปี 2560 ที่มีจำนวน 850,139 คน

ข้อตกลงสำคัญ ได้แก่ สนธิสัญญาว่าด้วยการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุนต่างตอบแทน (24 มิ.ย. 2545) ความตกลงว่าด้วยการบริการเดินอากาศ (5 มี.ค. 2505) อนุสัญญาว่าด้วยการเว้นการเก็บภาษีซ้อนในส่วนที่เกี่ยวกับภาษีเก็บจากเงินได้และจากทุน (10 ก.ค. 2510) ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางวิชาการ (17 ก.พ. 2513) ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางวัฒนธรรม (24 มี.ค. 2526) สนธิสัญญาว่าด้วยการโอนตัวผู้กระทำผิดและความร่วมมือในการบังคับให้เป็นไปตามคำพิพากษาในคดีอาญา (26 พ.ค. 2536) ความตกลงว่าด้วยการขนส่งทางทะเล (31 ก.ค. 2544) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการจัดตั้งคณะกรรมการร่วมด้านเศรษฐกิจ (31 มี.ค. 2546) ความตกลงว่าด้วยพนักงานวิทยุสมัครเล่น (7 พ.ค. 2546) ความตกลงด้านการเงินเพื่อเป็นกรอบความตกลงสำหรับการให้กู้ยืมเงินระหว่างธนาคาร KreditanstaltfuerWiederaufbau (KfW) ของสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีกับธนาคารเพื่อการพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมของไทย (30 ก.ย. 2548) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือไตรภาคีระหว่างไทยกับสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีเพื่อให้ความร่วมมือแก่ประเทศที่สาม (5 มิ.ย. 2551) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ในสาขาการบริหารจัดการภัยพิบัติ (20 ก.ย. 2555) บันทึกความเข้าใจว่าการศึกษาทวิภาคีไทย-เยอรมนี ระหว่างกระทรวงศึกษาธิการแห่งราชอาณาจักรไทยกับกระทรวงการต่างประเทศแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (16 พ.ค. 2556)

อนึ่ง นรม.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เยือนเยอรมนีเมื่อห้วง 27-28 พ.ย.2561 โดยได้เข้าพบ นรม.อังเกลา แมร์เคล ของเยอรมนี ประเด็นที่มีการหารือ อาทิ การพัฒนาความสัมพันธ์ไปสู่การเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ อุตสาหกรรม 4.0 ความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี การพัฒนาศักยภาพธุรกิจ SMEs การอาชีวศึกษา

 
 
 
 

ผู้นำเยอรมนี

 
บันทึกข้อมูลเมื่อ: Dec. 24, 2019, 3:02 p.m.
เผยแพร่ข้อมูลเมื่อ: None |
รูปผู้นำเยอรมนี
 

นางอังเกลา แมร์เคล

(Angela Merkel)

ตำแหน่ง นรม. (นรม.หญิงคนแรกของเยอรมนี)

เกิด 17 ก.ค. 2497 (66 ปี/ปี 2563) ที่ฮัมบูร์ก

สถานภาพ สมรสครั้งที่ 2 กับนาย Joachim Sauer ศาสตราจารย์ทางด้านเคมีประจำ มหาวิทยาลัย Berlin’s Humboldt เมื่อปี 2541

ครอบครัว เติบโตในสังคมแบบคอมนิวนิสต์เนื่องจากพื้นเพเป็นชาวเยอรมันตะวันออก บิดาเป็นบาทหลวงนิกายโปรเตสแตนต์ ในเมืองเทมปลิน มารดาเป็นครู

การศึกษา

ปี 2521 - ปริญญาตรีด้านวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัย Leipzig

ปี 2529 - ปริญญาเอกด้านฟิสิกส์จากมหาวิทยาลัย Leipzig นอกจากนี้ ยังมีความเชี่ยวชาญ ด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์และภาษา

ประวัติการทำงาน

ปี 2521-2533 - นักเคมีที่สถาบันวิทยาศาสตร์ในกรุงเบอร์ลิน

ประวัติทางการเมือง

ปี 2532 - โฆษกรัฐบาล

ปี 2533 - เข้าร่วมพรรค Christian Democrat Union (CDU)

ปี 2534-2537 - รมว.กระทรวงสตรีและวัยรุ่น

ปี 2537-2541 - รมว.กระทรวงสิ่งแวดล้อม

ปี 2541-2543 - เลขาธิการพรรค CDU

ปี 2543-ปัจจุบัน - หัวหน้าพรรค CDU

ปี 2545-ปัจจุบัน - หัวหน้าคณะผู้แทนสภานิติบัญญัติของพรรค CDU

ปี 2548-2552 - นรม.เยอรมนีสมัยที่ 1

ปี 2552-2556 - นรม.เยอรมนีสมัยที่ 2

ปี 2556-2560 - นรม.เยอรมนีสมัยที่ 3

ปี 2561-ปัจจุบัน - นรม.เยอรมนีสมัยที่ 4

#8c7b75 - right
 

คณะรัฐมนตรี

คณะรัฐมนตรีเยอรมนี

ประธานาธิบดี Frank-Walter Steinmeier

นรม. Angela Merkel

รอง นรม. และ รมว.คลัง Olaf Scholz

รมว.กระทรวงการต่างประเทศ Heiko Maas

รมว.กระทรวงอาหารและการเกษตร Julia Klockner

รมว.กระทรวงกลาโหม Annegret Kramp-Karrenbauer

รมว.กระทรวงความร่วมมือและการพัฒนาเศรษฐกิจ Gerd Muller

รมว.กระทรวงศึกษาธิการและการวิจัย Anja Karliczek

รมว.กระทรวงสิ่งแวดล้อม การอนุรักษ์ธรรมชาติ Svenja Schulze

และความปลอดภัยทางนิวเคลียร์

รมว.กระทรวงกิจการครอบครัว Franziska Giffey

พลเมืองอาวุโส สตรี และเยาวชน

รมว.กระทรวงสาธารณสุข Jens Spahn

รมว.กระทรวงมหาดไทย Horst Seehofer

รมว.กระทรวงยุติธรรมและการคุ้มครองผู้บริโภค Christine Lambrecht

รมว.กระทรวงแรงงานและกิจการสังคม Hubertus Heil

รมว.กระทรวงคมนาคมและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล Andreas Scheuer

---------------------------------------------------

(ต.ค. 2562)