สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

Lao People’s Democratic Republic

บันทึกข้อมูลเมื่อ: Dec. 24, 2019, 4:35 p.m.
แก้ไขล่าสุดเมื่อ: Dec. 24, 2019, 4:35 p.m.
ธงลาว
 

เมืองหลวง นครหลวงเวียงจันทน์ (Vientiane Capital)

ที่ตั้ง ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ระหว่างเส้นละติจูดที่ 14-23 องศาเหนือ กับลองจิจูดที่ 100-108 องศาตะวันออก เวลาเร็วกว่าเวลามาตรฐานกรีนิช 7 ชม. (เช่นเดียวกับไทย) มีพื้นที่ประมาณ 236,800 ตร.กม. (ประมาณครึ่งหนึ่งของไทย) เป็นพื้นดิน 230,800 ตร.กม. พื้นน้ำ 6,000 ตร.กม. ลาวเป็นประเทศไม่มีทางออกสู่ทะเล (Landlocked Country) ชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้าน 5 ประเทศ มีแม่น้ำโขงเป็นเส้นกั้นพรมแดนกับไทยและเมียนมา

อาณาเขต

    ทิศเหนือ ติดกับจีน 508 กม.

    ทิศใต้ ติดกับไทย 1,835 กม. และกัมพูชา 535 กม.

    ทิศตะวันออก ติดกับเวียดนาม 2,337 กม.

    ทิศตะวันตก ติดกับเมียนมา 236 กม.

ภูมิประเทศ แบ่งออกเป็น 3 เขต คือ เขตภูเขาสูง อยู่ในเขตภาคเหนือของประเทศ เขตที่ราบสูง พื้นที่ ตอ.ต.ของประเทศ มีที่ราบสูงขนาดใหญ่ 3 แห่ง ได้แก่ ที่ราบสูงเมืองพวน ที่ราบสูงนากาย และที่ราบสูงบอละเวน และ เขตที่ราบลุ่ม เป็นเขตที่ราบตามแนวฝั่งแม่น้ำโขงและแม่น้ำต่าง ๆ เป็นพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์มาก ลาวมีแม่น้ำโขงเป็นแม่น้ำสำคัญ ระยะทาง 1,898 กม. มีความสำคัญทั้งด้านเกษตรกรรม ประมง การผลิตกระแสไฟฟ้า

การคมนาคม และเป็นพรมแดนธรรมชาติระหว่างลาวกับเพื่อนบ้าน

ภูมิอากาศ ตั้งอยู่ในเขตร้อนชื้น อากาศเปลี่ยนแปลงตามพื้นที่ ทางตอนเหนือมีลักษณะเป็นเทือกเขาสูงอากาศค่อนข้างหนาวกึ่งหนาวจัด ทางตอนใต้ส่วนใหญ่เป็นที่ราบสูงและที่ราบ โดยได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมจากทะเลจีนใต้อากาศจึงค่อนข้างอบอุ่น ภูมิอากาศลาวแบ่งเป็น 3 ฤดู คือ ฤดูร้อน ระหว่าง มี.ค.-พ.ค. อากาศร้อนและแห้งแล้ง อุณหภูมิเฉลี่ย 29-30 องศาเซลเซียส แต่อาจขึ้นสูงถึง 40 องศาเซลเซียสใน เม.ย. ฤดูฝน ระหว่าง พ.ค.-พ.ย. อากาศร้อนอบอ้าว มีฝนตกชุก อุณหภูมิเฉลี่ย 25-30 องศาเซลเซียส และ ฤดูหนาว ระหว่าง พ.ย.-มี.ค. อากาศค่อนข้างแห้งแล้ง อุณหภูมิเฉลี่ย 10-15 องศาเซลเซียส

ประชากร ประมาณ 7.17 ล้านคน (ปี 2562) มี 50 ชนเผ่า โดยเผ่าบรู (Brou) ได้รับการประกาศรับรองเป็นเผ่าที่ 50 อย่างเป็นทางการเมื่อ ธ.ค.61 ทางการลาวใช้คำกลางเรียกคนลาวทั่วไปว่า “คนสัญชาติลาว ชนเผ่าลาว” ความหนาแน่น 30 คนต่อ ตร.กม. ประชากรจำแนกตามอายุ : วัยเด็ก (0-14 ปี) 31.95% วัยรุ่นถึงวัยกลางคน (15-64 ปี) 63.79% และวัยชรา (65 ปีขึ้นไป) 4.26 % อายุขัยเฉลี่ยของประชากรประมาณ 64.60 ปี อัตราการเติบโตของประชากร 1.53% (ปี2562)

ศาสนา ศาสนาพุทธ 64.7% นับถือผี (Animism)/ความเชื่อดั้งเดิม 31.4% คริสต์ 1.7% และอื่น ๆ 2.2%

ภาษา ภาษาลาวเป็นภาษาราชการ ชนเผ่าใช้ภาษาประจำเผ่าควบคู่กับภาษาลาว ภาษาฝรั่งเศสยังคงใช้ในวงราชการและการค้าบ้าง สำหรับการศึกษาภาษาอังกฤษมีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้น และนิยมใช้ในการติดต่อกับต่างประเทศและการค้า

การศึกษา อัตราการรู้หนังสือ 79.9 % (ปี 2558) งบประมาณด้านการศึกษา 15.4 % ของ GDP การศึกษาภาคบังคับ 5 ปีในระดับประถมศึกษา ส่วนระบบการศึกษา แบ่งเป็น ระดับประถมศึกษา 5 ปี มัธยมศึกษาตอนต้น 4 ปี และมัธยมศึกษาตอนปลาย 3 ปี ส่วนระดับอุดมศึกษา 4 ปี สำหรับระดับวิชาชีพชั้นกลาง 2 ปี และชั้นสูง 3 ปี จำนวนมหาวิทยาลัย ทั้งสิ้น 5 แห่ง

การก่อตั้งประเทศ เมื่อปี 1896 พระเจ้าฟ้างุ้ม (มหาราชองค์แรกของลาว) รวบรวมดินแดนก่อตั้งเป็นอาณาจักรล้านช้าง ศูนย์กลางอยู่เมืองเชียงทอง (หลวงพระบาง) ต่อมาย้ายเมืองหลวงมายังนครเวียงจันทน์ อาณาจักรล้านช้างรุ่งเรืองราว 450 ปี และเริ่มเสื่อมลงในศตวรรษที่ 18 จากการแย่งชิงอำนาจ ทำให้อาณาจักรล้านช้างแตกแยกเป็น 3 ส่วน คือ ล้านช้างหลวงพระบาง ล้านช้างเวียงจันทน์ และล้านช้างจำปาสัก ก่อนตกเป็นของไทยตั้งแต่ปี 2321 (สมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช) ต่อมาเมื่อปี 2365 เจ้าอนุวงศ์กษัตริย์แห่งอาณาจักรเวียงจันทน์ (วีรบุรุษของลาว) พยายามกอบกู้เอกราชแต่ทำไม่สำเร็จ และพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) ส่งกองทัพไปตีนครเวียงจันทน์ ขณะที่อาณาจักรหลวงพระบางซึ่งเป็นเมืองออกของไทยส่งทูตไปอ่อนน้อมต่อเวียดนามเมื่อปี 2374 ทำให้ฝรั่งเศสซึ่งยึดครองเวียดนามใช้เป็นข้ออ้างในการรุกเข้าครอบครองลาว ส่งผลให้ไทยต้องยอมเสียดินแดนฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขงให้ฝรั่งเศส รวมระยะเวลาที่ลาวอยู่ภายใต้การปกครองของไทยประมาณ 115 ปี (ระหว่างปี 2321-2436)

ลาวตกเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศสตั้งแต่ปี 2536 ต่อมาประชาชนลาวรวมตัวต่อสู้ภายใต้การนำของพรรคคอมมิวนิสต์อินโดจีน (ก่อตั้งปี 2473) และฝรั่งเศสพ่ายแพ้สงครามอินโดจีนครั้งแรก ที่เมืองเดียนเบียนฟู เวียดนาม เมื่อปี 2497 ลาวจึงได้รับเอกราช รวมระยะเวลาที่ลาวตกเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส 61 ปี (ปี 2436-2497) และหลังจากได้รับเอกราชจากฝรั่งเศสตามข้อตกลง Geneva Accord ปี 2497 อาณาจักรล้านช้างทั้ง 3 แห่ง ถูกผนวกเข้าเป็นราชอาณาจักรลาวมีเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์เป็นกษัตริย์ แต่การเมืองลาวยังไร้เสถียรภาพเพราะการแย่งชิงอำนาจระหว่างผู้นำลาวซึ่งแบ่งเป็น 3 ฝ่าย คือ ฝ่ายขวา ฝ่ายเป็นกลาง และฝ่ายซ้าย รวมถึงการแทรกแซงจากต่างประเทศ โดยเฉพาะการแพร่ขยายลัทธิคอมมิวนิสต์ผ่านเวียดนาม จากนั้นลาวฝ่ายซ้ายซึ่งมีเจ้าสุพานุวงและพรรคประชาชนปฏิวัติลาวเป็นแกนนำยึดอำนาจรัฐได้สำเร็จและเปลี่ยนระบอบการปกครองลาวเป็นสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ ใช้ชื่อประเทศว่า “สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว” (สปป.ลาว) เมื่อ 2 ธ.ค. 2518

วันชาติ 2 ธ.ค.

การเมือง ปกครองในระบอบสังคมนิยม มีประธานประเทศเป็นประมุข และจอมทัพภายใต้การควบคุมของพรรคประชาชนปฏิวัติลาว (พปปล.)

    ฝ่ายบริหาร : ประกอบด้วย 1) ประธานประเทศ ดำรงตำแหน่งประมุขรัฐและจอมทัพ วาระ 5 ปี มีหน้าที่ลงนามประกาศใช้รัฐธรรมนูญและกฎหมายแต่งตั้ง/ถอดถอน นรม. และ ครม. รวมทั้งเจ้าแขวงและตำแหน่งสำคัญในกองทัพ โดยคำแนะนำของ นรม. ให้สัตยาบันหรือยกเลิกสัญญาที่ทำกับรัฐอื่นโดยความเห็นชอบจากสภาแห่งชาติ โดยทั่วไปประธานประเทศเป็นบุคคลเดียวกับผู้นำพรรค ปัจจุบัน คือ นายบุนยัง วอละจิด และ 2) ครม. มีหน้าที่บริหารประเทศตามนโยบายพรรคฯ ครม.ชุดปัจจุบันจัดตั้งเมื่อ เม.ย. 2559 มี ดร.ทองลุน สีสุลิด (สมาชิกกรมการเมืองอันดับ 2) เป็น นรม.

    ฝ่ายนิติบัญญัติ : ระบบสภาเดียว คือ สภาแห่งชาติสมาชิก 149 คน มาจากการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อ 20 มี.ค. 2559 วาระ 5 ปี ประชุมสามัญปีละ 2 ครั้ง มีหน้าที่ออกกฎหมาย แก้ไขรัฐธรรมนูญ ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลและฝ่ายตุลาการ รับรองแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจสังคมและงบประมาณตามรัฐธรรมนูญ การแต่งตั้งประธานประเทศ นรม. ครม. ประธานสภาศาลประชาชนสูงสุด และอัยการประชาชนสูงสุด จะต้องได้รับความเห็นชอบจากสภาแห่งชาติ นอกจากนี้ รัฐธรรมนูญลาวฉบับปี 2558 ระบุให้มีสภาประชาชนระดับแขวง (สมาชิก 360 คน) ทำหน้าที่พิจารณา รับรองนิติกรรมที่สำคัญของท้องถิ่น ติดตามตรวจตราการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายขององค์กรระดับท้องถิ่น

    ฝ่ายตุลาการ : ประกอบด้วย ศาลประชาชนสูงสุด และอัยการประชาชนสูงสุด ระบบศาลมี 3 ชั้น คือ ศาลประชาชนเขตหรือศาลชั้นต้น ศาลประชาชนแขวง/นครหลวงเวียงจันทน์ ซึ่งทำหน้าที่เป็นทั้งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ และศาลประชาชนสูงสุดหรือศาลฎีกา

    พรรคการเมือง : มีพรรคเดียวคือ พรรคประชาชนปฏิวัติลาว (พปปล.) เป็นองค์กรทางการเมืองที่มีอำนาจสูงสุด บริหารประเทศตั้งแต่ปี 2518 มีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางนโยบายและยุทธศาสตร์ทุกด้านของประเทศ ภายใต้หลักการ “พรรคนำพา รัฐคุ้มครอง ประชาชนเป็นเจ้าของ” รวมถึงคัดเลือกและเสนอชื่อผู้ดำรงตำแหน่งสำคัญทางการเมืองและกองทัพ อาทิ ประธานประเทศ นรม. และ ครม. โดยนายบุนยัง วอละจิด ดำรงตำแหน่งเลขาธิการใหญ่พรรคประชาชนปฏิวัติลาว ตั้งแต่ปี 2559 โครงสร้างพรรคที่สำคัญ ได้แก่

    1) กรรมการกรมการเมืองศูนย์กลางพรรค (Politburo) เป็นคณะบริหารงานสูงสุด ทำหน้าที่ตัดสินใจประเด็นสำคัญ มีสมาชิก 11 ตำแหน่ง ชุดปัจจุบันได้รับเลือกเมื่อ ม.ค. 2559 โดยนายบุนยัง วอละจิด เป็นกรมการเมืองลำดับที่ 1 พร้อมดำรงตำแหน่งเลขาธิการใหญ่ พปปล.

    2) กรรมการศูนย์กลางพรรค (Central Committee) เป็นองค์กรนำสูงสุดเมื่อสมัชชาพรรคไม่อยู่ในสมัยประชุม ทำหน้าที่ดูแลตรวจสอบระบบการทำงานและการเงินของพรรค รวมทั้งการปฏิบัติตามมติพรรค กำหนดประชุมสมัยสามัญ 2 ครั้งต่อปี มีสมาชิก 69 คน และ 3) สมัชชาพรรค เป็นองค์กรนำสูงสุดทำหน้าที่กำหนดนโยบายและทิศทางการดำเนินงานของพรรค รวมทั้งเลือกตั้งคณะผู้บริหารพรรค ประกอบด้วยผู้แทนสมาชิกพรรคจากทั่วประเทศ วาระการประชุม 5 ปีต่อครั้ง ครั้งล่าสุดจัดเมื่อ ม.ค. 2559 เป็นสมัยที่ 10 (การประชุมสมัชชาใหญ่ครั้งที่ 11 จะจัดขึ้นในปี 2564)

เศรษฐกิจ ลาวปฏิรูปเศรษฐกิจสู่ระบบกลไกตลาดตามนโยบายจินตนาการใหม่ (New Economic Mechanism-NEM) ตั้งแต่ปี 2529 เน้นเปิดประเทศรับการลงทุนจากต่างประเทศ ส่งเสริมการค้าเสรี เป้าหมายสำคัญเพื่อให้หลุดพ้นจากสถานะการเป็นประเทศพัฒนาน้อยที่สุด (LDCs) ภายในปี 2567 (กำหนดเดิมปี 2563) และเป็นประเทศพัฒนาอย่างยั่งยืน ทิศทางการขับเคลื่อนประเทศ คือ การเป็นผู้ผลิตและส่งออกพลังงานไฟฟ้าของภูมิภาค (Battery of Asia) การเป็นศูนย์กลางความเชื่อมโยงในภูมิภาค (Land-linked country) ปัจจุบันลาวใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจ-สังคมแห่งชาติ ระยะ 5 ปี ฉบับที่ 8 (ปี 2559-2563) รัฐบาลกำหนดชัดเจนในการส่งเสริมกสิกรรม อุตสาหกรรม การท่องเที่ยวและการบริการ และมี GDP ขยายตัวเฉลี่ยอย่างน้อยร้อยละ 7.5 ต่อปี สำหรับการท่องเที่ยว ลาวตั้งเป้าหมายให้นักท่องเที่ยวเยือนลาว 7.5 ล้านคน มูลค่าการท่องเที่ยว 1,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2568

ปัญหาทางเศรษฐกิจของลาว อาทิ การขาดดุลงบประมาณภาครัฐ การขาดดุลบัญชีเดินสะพัดอย่างต่อเนื่อง ทุนสำรองเงินตราระหว่างประเทศจำกัด หนี้สาธารณะสูง อัตราเงินเฟ้อและค่าครองชีพสูง รวมถึงภาคการผลิตภายในประเทศยังไม่เข้มแข็ง ซึ่งรัฐบาลลาวพยายามกำหนดมาตรการเพื่อส่งเสริมและแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ทั้งการจัดการรายจ่ายและรายรับของรัฐ เข้มงวดโครงการลงทุนของภาครัฐ ส่งเสริมการผลิตภายในประเทศ และลดการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ เป็นต้น

     สกุลเงิน ตัวย่อสกุลเงิน : กีบ (LAK)

    อัตราแลกเปลี่ยนต่อดอลลาร์สหรัฐ : ประมาณ 294 กีบ : 1 บาท

    อัตราแลกเปลี่ยนต่อบาท : ประมาณ 8,828 กีบ : 1 ดอลลาร์สหรัฐ ปัจจุบันค่าเงินกีบอ่อนค่าต่ำสุดในรอบหลายปี (ต.ค. 2562)

ดัชนีเศรษฐกิจสำคัญ

ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) : 18,131 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ปี 2561)

อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ : 6.3% เมื่อปี 2561 และคาดว่าจะเป็น 6.5% ในปี 2562

รายได้เฉลี่ยต่อหัวต่อปี : 7,920 ดอลลาร์สหรัฐ (ปี 2561) และเพิ่มเป็น 8,490 ดอลลาร์สหรัฐ (ต.ค. 2562)

แรงงาน : 3.47 ล้านคน

อัตราการว่างงาน : 0.61

อัตราเงินเฟ้อ : 2.0% (ปี 2561) และคาดว่าจะคงที่ที่ 2% ในปี 2562 และ 2563

ดุลการค้าระหว่างประเทศ : ขาดดุล 1,322 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

มูลค่าการส่งออก : 3,654 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

สินค้าส่งออก : ผลิตภัณฑ์จากไม้ ไม้แปรรูป แร่ธาตุ (ทองคำ ทองแดง สังกะสี เงิน และถ่านหิน) พลังงานไฟฟ้า กาแฟ และสินค้าเกษตร

คู่ค้าส่งออกที่สำคัญ : ไทย จีน เวียดนาม และอินเดีย

มูลค่าการนำเข้า : 4,976 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

สินค้านำเข้า : น้ำมันเชื้อเพลิงสำเร็จรูป รถยนต์ เครื่องจักร คอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ เครื่องอุปโภคบริโภค และเครื่องใช้ไฟฟ้า

คู่ค้านำเข้าที่สำคัญ : ไทย จีน และเวียดนาม

การทหาร กองทัพประชาชนลาว (ทปล.) ขึ้นตรงต่อกระทรวงป้องกันประเทศ (เทียบเท่า กห.) โดยมีพรรคประชาชนปฏิวัติลาวเป็นผู้ชี้นำและกำหนดนโยบายป้องกันประเทศ ทปล. มีกำลังพลทั้งสิ้น 64,100 นาย แบ่งเป็น กำลังทางบก 60,000 นาย กำลังทางอากาศ 3,500 นาย และกำลังทางเรือ (ปัจจุบันขึ้นตรงต่อกระทรวงป้องกันความสงบ (ปกส.) ประมาณ 600 นาย

กำลังทางบก ออกเป็น 1) กำลังรบหลัก (ทหารประจำการ) ประมาณ 28,000 นาย ทำหน้าที่รักษาความมั่นคงปฏิบัติงานทุกพื้นที่ และ 2) กำลังประจำถิ่นประมาณ 23,000 นาย เป็นกำลังเคลื่อนที่เร็วของท้องถิ่น ใช้กองหลอนเป็นผู้นำ ปัจจุบันมี 17 บก.ทหารแขวง 1 บก.ทหารนครหลวง นอกจากนี้ ทปล.

ยังจัดตั้งกรมทหารชายแดน (กทด.) เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการรักษาอธิปไตยทั้งเขตแดนทางบกและทางน้ำ

ยุทโธปกรณ์ที่สำคัญ : ปพ. 6.33 มม. (MAKAROF) ปลย.AK-47 ปตอ. 12.7 มม. ปตอ.37-2 จรวดสแตนล่า ถ.T-34 ถ.T-72 B1MS ยานยนต์หุ้มเกราะ BTR-152 ป.85 D4 ป.อัตตาจร ขนาด 152 มม. จรวดหลายลำกล้อง BM-21 (40 ท่อยิง) บ.ฝึก/โจมตีขนาดเบา Yak-130 และ ฮ.ลำเลียง รวมทั้งเรือตรวจการณ์ในแม่น้ำโขงซึ่งได้รับมอบจากจีนตามแผนปฏิบัติการรักษาความปลอดภัยในแม่น้ำโขง

ปัญหาด้านความมั่นคง

ปัญหาการปักปันเขตแดนและพื้นที่ทับซ้อนทั้งทางบกและทางน้ำกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะกับไทยและกัมพูชา ไทย การปักปันเขตแดนทางบกคืบหน้ากว่าร้อยละ 96 ขณะที่เขตแดนทางน้ำยังไม่สามารถเริ่มดำเนินการได้ กัมพูชา การปักปันเขตแดนทางบกคืบหน้าร้อยละ 86 มีพื้นที่คงค้างกว่า 9 แห่ง ซึ่งเกิดเหตุตึงเครียดจากการเผชิญหน้าของกองกำลังทหารชายแดนทั้งสองฝ่าย โดย นรม.ลาวและกัมพูชายังเน้นแนวทางการหารือเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างสันติวิธี

ปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะปัญหายาเสพติด ที่ลาวเป็นทั้งประเทศต้นทาง ทางผ่าน แหล่งพักคอย และปลายทางของขบวนการลักลอบค้ายาเสพติด รวมถึงเป็นเส้นทางลำเลียงสารตั้งต้นเข้าสู่พื้นที่ผลิตในสามเหลี่ยมทองคำ และมีแนวโน้มที่จะแพร่ระบาดผ่านลาวเข้าไทยทางภาค ตอ.น. นอกจากนี้ ลาวมีปัญหาการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายและการค้ามนุษย์ ซึ่งรวมถึงกลุ่มชาวเกาหลีเหนือและชาวอุยกูร์ที่มีแนวโน้มเดินทางผ่านลาวมากขึ้น

ปัญหาขบวนการต่อต้านรัฐบาลลาว (ขตล.) หรือกลุ่มคนบ่ดี ที่บางส่วนอาจลักลอบใช้พื้นที่ชายแดนไทยเป็นทางผ่านหรือหลบซ่อนตัว นอกจากนี้ พบการเคลื่อนไหวของกลุ่มต่อต้านรัฐบาลลาวที่เคลื่อนไหวในต่างประเทศ ทั้งในไทย ยุโรป และสหรัฐฯ โดยกลุ่มเหล่านี้เคลื่อนไหวโจมตีรัฐบาลลาวผ่านสื่อสังคมออนไลน์โดยเฉพาะประเด็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน เพื่อเป็นการทำลายภาพลักษณ์และเสถียรภาพของรัฐบาลลาว

สมาชิกองค์การระหว่างประเทศ ลาวเป็นสมาชิกองค์การระหว่างประเทศและกลุ่มความร่วมมือต่าง ๆ ที่สำคัญ ได้แก่ UN (ปี 2495), ASEAN (ปี 2540), NAM, IMF, World Bank, ADB, GMS, ACMECS, UNCTAD, UNESCO, UNIDO, WHO และเข้าเป็นสมาชิกขององค์การการค้าโลก (WTO) เมื่อ ก.พ. 2556 นอกจากนี้ ลาวเป็นสมาชิกกรอบความร่วมมือล้านช้าง-แม่โขง (LMC) ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างจีน ไทย เมียนมา และลาว

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รัฐบาลลาวตั้งเป้าหมายพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อตอบสนองการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สร้างความตระหนักรู้ความสำคัญของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแก่ประชาชน ส่งเสริมนวัตกรรมการผลิตเกษตรกรรม ส่งเสริมความสามารถของบุคคลากร พร้อมแสวงหาความร่วมมือกับประเทศรอบบ้านและองค์กรระหว่างประเทศ ปัจจุบันลาวมีโครงการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่สำคัญ อาทิ โครงการดาวเทียมสื่อสาร ลาว Sat-1 โครงการพัฒนาพลังงานทางเลือกจากแสงอาทิตย์และพลังงานลม โครงการพัฒนากสิกรรมแบบอินทรีย์ และการแปรรูปสินค้าเกษตร เป็นต้น

การขนส่ง ลาวพัฒนาเส้นทางและระบบคมนาคมตามยุทธศาสตร์ศูนย์กลางคมนาคมในภูมิภาค (Land-linked country) มีเส้นทางถนนยาวรวมกันประมาณ 39,600 กม. มีสนามบินรวม 41 แห่ง เป็นท่าอากาศยานระหว่างประเทศ 3 แห่ง คือ ท่าอากาศยานนานาชาติวัตไต นครหลวงเวียงจันทน์ ท่าอากาศยานนานาชาติหลวงพระบาง แขวงหลวงพระบาง และท่าอากาศยานนานาชาติปากเซ แขวงจำปาสัก โดยลาวมีสายการบินของรัฐ คือ สายการบินลาวแอร์ไลน์ และสายการบินเอกชน คือ ลาวเซ็นทรัลแอร์ไลน์ ในส่วนของระบบราง ลาวมีเส้นทางรถไฟสายแรก คือ เส้นทาง จ.หนองคาย-ท่านาแล้ง เปิดให้บริการเมื่อปี 2555 และมีแผนพัฒนาโครงข่ายระบบ 6 เส้นทาง ประกอบด้วย 1) เส้นทางรถไฟลาว-จีน (ชายแดนจีน-นครหลวงเวียงจันทน์) คาดว่าจะแล้วเสร็จและเปิดใช้งานใน ธ.ค. 2564 2) เส้นทางรถไฟลาว-ไทย เชื่อมต่อจากเส้นทางรถไฟสายแรก 3) เส้นทางรถไฟลาว-เวียดนาม (นครหลวงเวียงจันทน์-ท่าเรือหวุงแองค์) 4) เส้นทางรถไฟสะหวันนะเขต-ลาวบาว (เวียดนาม) ส่วนอีก 2 เส้นทางซึ่งอยู่ในแผนแต่ไม่มีความคืบหน้า คือ 5) เส้นทางรถไฟท่าแขก-วังเต่า (ชายแดนไทย-ลาว) และ 6) เส้นทางรถไฟปากเซ-เวิ่นคาม (ชายแดนลาว-กัมพูชา)

การสื่อสารโทรคมนาคม ลาวมีผู้ใช้บริการโทรศัพท์ขั้นพื้นฐานประมาณ 1.27 ล้านเลขหมาย โทรศัพท์เคลื่อนที่ 5.65 ล้านเลขหมาย รหัสโทรศัพท์ประเทศ 856 ลาวเปิดทดลองใช้ระบบ 5G ครั้งแรกเมื่อ ต.ค. 2562 ปัจจุบันมีผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ต 2.70 ล้านคน คิดเป็น 39% ของประชากรทั้งหมด รหัสอินเทอร์เน็ต .la

การเดินทาง ผู้ถือหนังสือเดินทางไทยที่มีอายุเหลือมากกว่า 6 เดือนสามารถเดินทางเข้าลาวได้โดยไม่ต้องขอ visa และสามารถพำนักในลาวครั้งละไม่เกิน 30 วัน ส่วนผู้ที่ไม่ใช้หนังสือเดินทางสามารถเดินทางเข้าลาวได้โดยต้องทำบัตรผ่านแดน และสามารถพำนักในลาวได้เฉพาะแขวงที่เดินทางเข้าไปครั้งละไม่เกิน 3 วัน การเดินทางจากไทยไปลาว มี 2 เส้นทาง คือ ทางบก ผ่านจุดผ่านแดนถาวรไทย-ลาว และ 2) ทางอากาศ ซึ่งปัจจุบันมีเส้นทางบินตรงจากไทยไปยังเมืองสำคัญของลาว ทั้งนครหลวงเวียงจันทน์ หลวงพระบาง สำหรับสายการบินลาวมีเที่ยวบินตรงจากนครหลวงเวียงจันทน์ นครหลวงพระบาง แขวงสะหวันนะเขต และแขวงจำปาสักมายังกรุงเทพฯ

สถานการณ์สำคัญที่น่าติดตาม

การปรับเปลี่ยนตำแหน่งต่าง ๆ ในพรรคประชาชนปฏิวัติลาว และคณะรัฐบาลลาวเพื่อเตรียมรองรับสำหรับการประชุมสมัชชาใหญ่ของพรรคประชาชนปฏิวัติลาว ครั้งที่ 11 ที่จะเกิดขึ้นในห้วงต้นปี 2564 ซึ่งจะมีการปรับเปลี่ยนตำแหน่งในโปลิตบุโร โดยมีแนวโน้มว่าจะสนับสนุนผู้นำรุ่นใหม่เข้าดำรงตำแหน่งมากขึ้น

แนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจ-สังคมของชาติลาวในระยะต่อไป หลังจากแผนพัฒนาเศรษฐกิจ-สังคม ระยะ 5 ปี ฉบับที่ 8 (ปี 2559-2563) ครบกำหนด การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจที่สำคัญภายในประเทศ โดยเฉพาะปัญหาการขาดดุลงบประมาณ และขาดดุลบัญชีเดินสะพัด ค่าครองชีพที่สูง รวมถึงความคืบหน้าในการพัฒนาโครงการด้านพลังงานเพื่อบรรลุเป้าหมายการเป็นแบตเตอรี่ของเอเชีย ภายในปี 2563

การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางคมนาคมขนส่ง อาทิ การพัฒนาเส้นทางรถไฟลาว-จีน ที่มีแนวโน้มที่จะเชื่อมต่อกับเส้นทางรถไฟลาว-ไทย โครงการเส้นทางด่วนลาว-จีน และ นครหลวงเวียงจันทน์-ฮานอย เพื่อบรรลุเป้าหมายการเป็นประเทศศูนย์กลางการคมนาคมในภูมิภาค

ความร่วมมือระหว่างลาวกับต่างประเทศ ภายใต้กรอบความร่วมมือทวิภาคีและพหุภาคี โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับจีน ที่ปัจจุบันมีบทบาทสำคัญทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคมในลาวอย่างมาก รวมถึงการรักษาสมดุลอิทธิพลระหว่างประเทศมหาอำนาจ ทั้งจีน สหรัฐฯ ญี่ปุ่น รวมถึงประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ เวียดนาม และไทยที่ต้องการแข่งขันอิทธิพลในลาวและพื้นที่อนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง

ความสัมพันธ์ไทย-ลาว

ไทยกับลาว สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต ตั้งแต่ 19 ธ.ค. 2493 ภาพรวมความสัมพันธ์ดำเนินไปอย่างราบรื่น และมีความร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดบนพื้นฐานของการเคารพและผลประโยชน์ร่วมกัน นับเป็นช่วงที่ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีที่สุด โดยสถาบันกษัตริย์ของไทยมีบทบาทช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์ทวิภาคี เช่นเดียวกับผู้นำลาวชุดปัจจุบันมีทัศนคติที่ดีต่อไทยเช่นกัน ในห้วงที่ผ่านมา ไทยให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนลาวทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม โดยเฉพาะในเหตุการณ์อุทกภัยในแขวงอัตตะปือ

เมื่อ ก.ค. 2561 นอกจากนี้ ลาวต้องการให้ไทยกลับเข้ามีบทบาทด้านการค้าและการลงทุนในลาว

สำหรับประเด็นที่อาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ทวิภาคี อาทิ การปักปันเขตแดนทางบกและทางน้ำ ความเคลื่อนไหวของกลุ่มหมิ่นสถาบันฯ ไทยที่อยู่ในลาว และความเคลื่อนไหวของกลุ่มต่อต้านรัฐบาลลาวในไทย ปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ ทั้งการลักลอบค้ายาเสพติด และขบวนการค้ามนุษย์ นอกจากนี้ ปัญหาจากการดำเนินความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนและบทบาทของสื่อมวลชนไทย โดยต้องคำนึงถึงเอกลักษณ์ทางภาษาและวัฒนธรรม

ด้านการค้า ไทยเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของลาว โดยเป็นทั้งตลาดส่งออกและแหล่งนำเข้าอันดับ 1 ของลาว ทั้งสองฝ่ายตั้งเป้าหมายให้มูลค่าการค้าทวิภาคีเพิ่มเป็น 11,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 310,000 ล้านบาท) ภายในปี 2564 ทั้งนี้ การค้าระหว่างไทย-ลาว ปี 2561 มีมูลค่ารวม 216,967 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2560 คิดเป็น 3.53% แบ่งเป็นไทยส่งออก 132,097 ล้านบาท ลดลง 1.19% และนำเข้า 84,870 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.86% ไทยได้ดุลการค้า 47,227 ล้านบาท

การค้าชายแดนระหว่างไทยกับลาว ปี 2561 มูลค่าการค้าชายแดนรวม 213,618 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.17% แบ่งเป็นไทยส่งออก 128,858 ล้านบาท ลดลง 1.83% และนำเข้า 84,760 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.85% ไทยได้ดุลการค้า 44,098 ล้านบาท สินค้าส่งออกที่สำคัญของไทย ได้แก่ น้ำมันดีเซล รถยนต์และอุปกรณ์ สินค้าปศุสัตว์ และน้ำมันสำเร็จรูป ส่วนสินค้านำเข้าที่สำคัญ ได้แก่ เชื้อเพลิงอื่น ๆ ทองแดงและผลิตภัณฑ์ เครื่องรับ-ส่งสัญญาณและอุปกรณ์ ผักและของปรุงแต่งจากผัก เป็นต้น

สำหรับครึ่งแรกของปี 2562 (ม.ค.-มิ.ย.) มูลค่าการค้าชายแดนรวม 99,396 ล้านบาท ลดลง 7.67 % เมื่อเปรียบเทียบกับห้วงเดียวกันเมื่อปี 2561 โดยไทยส่งออกมูลค่า 59,546 ล้านบาท ลดลง 10.28% และนำเข้ามูลค่า 39,849 ล้านบาท ลดลง 3.49% ไทยได้ดุลการค้า 19,697 ล้านบาท สำหรับด่านการค้าที่มีมูลค่าการค้าสูงสุด คือ ด่านศุลกากรหนองคาย มูลค่าการค้ารวม 90,696 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 30.88% ของการค้าชายแดนไทย-ลาว

การแลกเปลี่ยนการเยือนที่สำคัญ

- พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นรม.ไทย เยือนลาวอย่างเป็นทางการ เมื่อ ก.ย. 2559 เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 28 และ 29 ที่นครหลวงเวียงจันทน์

- ดร.ทองลุน สีสุลิด นรม.ลาว พร้อมภริยา เยือนไทยอย่างเป็นทางการ เมื่อ ต.ค. 2559 เพื่อถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

- นายบุนยัง วอละจิด เลขาธิการใหญ่พรรคประชาชนปฏิวัติลาว และประธานประเทศลาว พร้อมภริยา เยือนไทยอย่างเป็นทางการ เมื่อ ต.ค. 2560 เพื่อเข้าร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

- พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นรม.ไทย พร้อมคณะ เยือนลาวอย่างเป็นทางการ เมื่อ ธ.ค. 2561 เพื่อเข้าร่วมการประชุมร่วมนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีอย่างไม่เป็นทางการ (Joint Cabinet Retreat-JCR) ครั้งที่ 3

- ดร.ทองลุน สีสุลิด นรม.ลาว เยือนไทยอย่างเป็นทางการ เมื่อ มิ.ย. 2562 เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 34 ที่กรุงเทพฯ โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะจัดการปัญหาหมอกควันร่วมกันอย่างยั่งยืน พร้อมพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยยึดหลัก “Two Countries One Destination”

- ดร.ทองลุน สีสุดลิด นรม.ลาว พร้อมภริยา เยือนไทยอย่างเป็นทางการระหว่าง 2-4 พ.ย.2562 เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 35 ที่กรุงเทพฯ

 
 
 
 

ผู้นำลาว

 
บันทึกข้อมูลเมื่อ: Dec. 24, 2019, 4:35 p.m.
เผยแพร่ข้อมูลเมื่อ: None |
รูปผู้นำลาว
 

นายบุนยัง วอละจิด

Bounnhang Vorachit

ตำแหน่ง

1. ประธานประเทศ

2. เลขาธิการพรรคประชาชนปฏิวัติลาว

3. กรมการเมือง (โปลิตบุโร) ลำดับที่ 1 (ปี 2559-2563)

เกิด 15 สิงหาคม 2480 (อายุ 83 ปี/ปี 2563)

ภูมิลำเนาเดิม บ้านนา เมืองท่าปางทอง แขวงสะหวันนะเขต

ภูมิลำเนาปัจจุบัน บ้านหนองบอน เมืองไซเสดถา นครหลวงเวียงจันทน์

สถานภาพทางครอบครัว สมรสกับนางคำเพ็ง วอละจิด (อายุ 71 ปี/ปี 2563) มีบุตร 3 คน

การศึกษา

- มัธยมศึกษาลาว

- วิชาการทหารและทฤษฎีการเมืองจากเวียดนาม

ประวัติการทำงาน

ปี 2488 - เข้าร่วมการปฏิวัติลาวกับขบวนการประเทศลาว

ปี 2504 - เป็นนายหมวดอยู่กองพันที่ 1

ปี 2515 - เป็นรองกำลังรบภาคเหนือ

ปี 2521 - ศึกษาทฤษฎีขั้นสูงที่ประเทศเวียดนาม

ปี 2523 - เป็นหัวหน้าการเมืองทหารเขตกลาง

ปี 2525 - เป็นกรรมการศูนย์กลางพรรคประชาชนปฏิวัติลาว

ปี 2536 - เลขาคณะพรรคฯ กำแพงนครเวียงจันทน์ (นครหลวงเวียงจันทน์)

ปี 2539 - เป็นกรมการเมืองศูนย์กลางพรรค ลำดับที่ 7

ปี 2539 - เป็นรอง นรม.คนที่ 2 ฝ่ายการต่างประเทศ

ปี 2541 - รอง นรม.จากการปรับ ครม.

ปี 2542 - รมว.กระทรวงการเงิน ควบตำแหน่ง รอง นรม.คนที่ 2

ปี 2544 - กรมการเมือง ลำดับที่ 6

ปี 2545 - นรม. (ดำรงตำแหน่งถึงปี 2549)

ปี 2549 - รองประธานประเทศ

ปี 2554 - กรมการเมือง ลำดับที่ 3 / รองประธานประเทศ

ปี 2559 - กรมการเมือง ลำดับที่ 1 / เลขาธิการพรรคประชาชนปฏิวัติลาว

เม.ย. 2559 - ประธานประเทศ

#8c7b75 - right
 

คณะรัฐมนตรี

คณะผู้นำลาว

ประธานประเทศ นายบุนยัง วอละจิด

รองประธานประเทศ นายพันคำ วิพาวัน

สภาแห่งชาติ (ชุดที่ 8)

ประธานสภาแห่งชาติ นางปานี ยาท่อตู้

รองประธานสภาแห่งชาติ พล.ท.แสงนวน ไซยะลาด

รองประธานสภาแห่งชาติ นายสมพัน แพงคำมี

รองประธานสภาแห่งชาติ นายบุนปอน บุดตะนะวง

รองประธานสภาแห่งชาติ นางสีใส ลือเดดมูนสอน

คณะรัฐมนตรี

นรม. ดร.ทองลุน สีสุลิด

รอง นรม. ดร.บุนทอง จิดมะนี

ดร.สอนไซ สีพันดอน

นายสมดี ดวงดี

รมว.กระทรวงป้องกันประเทศ พล.อ.จันสะหมอน จันยาลาด

รมว.กระทรวงป้องกันความสงบ พล.ท.วิไล หล้าคำฟอง

รมว.กระทรวงการต่างประเทศ นายสะเหลิมไซ กมมะสิด

รมว.กระทรวงยุติธรรม นายไซสี สันติวง

รมว.กระทรวงภายใน นายคำหมั้น สูนวิเลิด

รมว.กระทรวงการเงิน นายสมดี ดวงดี

รมว.กระทรวงกสิกรรมและป่าไม้ ดร.เลียน ทิแก้ว

รมว.กระทรวงโยธาธิการและขนส่ง ดร.บุนจัน สินทะวง

รมว.กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า นางเข็มมะนี พนเสนา

รมว.กระทรวงพลังงานและบ่อแร่ นายคำมะนี อินทิลาด

รมว.กระทรวงแผนการและการลงทุน ดร.สอนไซ สีพันดอน

รมว.กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม ดร.คำแพง ไซสมแพง

รมว.กระทรวงศึกษาธิการและกีฬา นางแสงเดือน หล้าจันทะบูน

รมว.กระทรวงสาธารณสุข นายบุนทอง สีหาวง

รมว.กระทรวง แถลงข่าว วัฒนธรรมและการท่องเที่ยว ศ.ดร.กิแก้ว ไขคำพิทูน

รมว.กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ศ.ดร.บ่อเวียงคำ วงดาลา

รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายสมมาด พนเสนา

รมว.กระทรวงไปรษณีย์โทรคมนาคมและการสื่อสาร ดร.ทันสะไหม กมมะสิด

องค์กรเทียบเท่ากระทรวง

ประธานองค์การตรวจตราแห่งรัฐและต่อต้าน- ดร.บุนทอง จิดมะนี

การฉ้อราษฎร์บังหลวง

ผู้ว่าการธนาคารแห่งชาติ นายสอนไซ สิดพะไซ

ฝ่ายตุลาการ

ประธานศาลประชาชนสูงสุด นายคำพา แสงดาลา

ประธานอัยการประชาชนสูงสุด นายคำสาน สุวง

------------------------------------------------------

(ต.ค. 2562)