สาธารณรัฐสิงคโปร์

Republic of Singapore

บันทึกข้อมูลเมื่อ: Dec. 8, 2019, 10:10 p.m.
แก้ไขล่าสุดเมื่อ: Dec. 15, 2019, 9:48 p.m.
ธงสิงคโปร์
 

เมืองหลวง สิงคโปร์

ที่ตั้ง ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริเวณปลายสุดของแหลมมลายู ตั้งอยู่ห่างจากเส้นศูนย์สูตร

ไปทางทิศเหนือ 137 กม. พื้นที่สิงคโปร์เมื่อปี 2561 มีขนาด 724.2 ตร.กม. เพิ่มขึ้นจากเมื่อปี 2560 ที่มีพื้นที่ 721.5 ตร.กม. จากการถมทะเลเพื่อขยายพื้นที่ให้เพียงพอต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจและประชากร รัฐบาลมีแผนขยายพื้นที่เป็น 766 ตร.กม.ภายในปี 2573 ระยะทางจากทิศตะวันออกถึงทิศตะวันตกยาว 50 กม. และทิศเหนือจรดทิศใต้ยาว 27 กม. ชายฝั่งยาว 193 กม.

อาณาเขต

ทิศเหนือ ติดกับช่องแคบยะโฮร์ ห่างจากรัฐยะโฮร์ของมาเลเซีย 1 กม.

ทิศตะวันออก ติดกับทะเลจีนใต้ ห่างจากเกาะปาลาวันของฟิลิปปินส์ 1,770 กม.

และห่างจากจ.กาลิมันตันตะวันตกของอินโดนีเซีย 586 กม.

ทิศใต้ ติดกับช่องแคบมะละกา ห่างจากเกาะเรียวของอินโดนีเซีย 125 กม.

ทิศตะวันตก ติดกับช่องแคบยะโฮร์ ห่างจากรัฐยะโฮร์ของมาเลเซีย 3 กม.

ภูมิประเทศ ประกอบด้วยเกาะใหญ่ 1 เกาะ คือ เกาะสิงคโปร์ หรือ Pulau Ujong ในภาษามาเลย์ และเกาะเล็ก ๆ อีก 62 เกาะ แต่อาจยุบรวมเป็นเกาะใหญ่ภายในอนาคต เหมือนกับเกาะจูร่งทางตอนใต้ของสิงคโปร์ ส่วนตอนกลางของประเทศเป็นเขตหินแกรนิต ภูมิประเทศสูง ๆ ต่ำ ๆ และเป็นเนินเขา จุดสูงสุดอยู่ที่ยอดเขาบูกิตติมา (163.63 ม. หรือ 537 ฟุต)

ภูมิอากาศ แบบศูนย์สูตร มีความชื้นสูง ฝนตกตลอดปี และมีฝนตกหนักในช่วง พ.ย.-ม.ค. อากาศไม่ร้อนจัด อุณหภูมิต่ำสุดและสูงสุดเฉลี่ย 25 และ 35 องศาเซลเซียส ตามลำดับ

ประชากร 5.7 ล้านคน (ปี 2562) มีอัตราการเพิ่มขึ้น 1.2% แบ่งเป็นผู้ถือสัญชาติสิงคโปร์ 3.5 ล้านคน

ผู้มีถิ่นพำนักถาวร 530,000 คน ผู้พำนักชั่วคราว 1.68 ล้านคน (ปี 2562) อัตราส่วนประชากรจำแนกตาม

อายุ : วัยเด็ก (0-14 ปี) 12.77% วัยรุ่นถึงวัยกลางคน (15-64 ปี) 77.19% วัยชรา (65 ปีขึ้นไป) 10.03% อายุขัยโดยเฉลี่ย 83.2 ปี (ปี 2561) ความหนาแน่นของประชากร 7,866 คนต่อพื้นที่ 1 ตร.กม. สิงคโปร์เป็นสังคมพหุเชื้อชาติประกอบด้วยชาวจีน (74.3%) มาเลย์ (13.4%) อินเดีย (9%) และอื่น ๆ (3.2%)

ศาสนา พุทธนิกายมหายาน 42.5% อิสลาม 14.9% คริสต์ 14.6% ฮินดู 4% และอื่น ๆ 25%

ภาษา ภาษาราชการมี 4 ภาษา คือ มาเลย์ อังกฤษ จีนกลาง และทมิฬ ภาษามาเลย์เป็นภาษาประจำชาติ

การศึกษา สิงคโปร์มีนโยบายให้การศึกษาแก่เด็กทุกคนและส่งเสริมให้เด็กได้เรียนรู้และพัฒนาความถนัดและศักยภาพของตนเอง อีกทั้งส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต นอกจากนี้ ยังส่งเสริมให้ชาวสิงคโปร์มีความสามารถทางภาษาอย่างน้อย 2 ภาษา คือ ภาษาอังกฤษและภาษาแม่ (ภาษาจีน มาเลย์ ทมิฬ) ระบบการศึกษาภาคบังคับ 10 ปี แบ่งเป็นระดับประถมศึกษา 6 ปี และมัธยมศึกษา 4 ปี อัตราการรู้หนังสือ 97.3% (ปี 2561) งบประมาณด้านการศึกษา 13,200 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (ปี 2562) เพิ่มขึ้นจากงบประมาณด้านการศึกษาเมื่อปี 2561 ร้อยละ 0.8

การก่อตั้งประเทศ

สิงคโปร์อยู่ภายใต้การปกครองของสหราชอาณาจักรตั้งแต่ปี 2375 และถูกญี่ปุ่นยึดครองเป็นเวลาสั้น ๆ ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อปี 2496 สหราชอาณาจักรทบทวนรัฐธรรมนูญของสิงคโปร์และร่างใหม่ พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้สิงคโปร์ปกครองตนเองมากขึ้น ทำให้มีการเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรกเมื่อปี 2498 และได้รับสิทธิในการดูแลกิจการภายในของตนเองอย่างเต็มที่เมื่อปี 2501 หลังจากการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อปี 2502 พรรคกิจประชาชนได้รับชัยชนะ นายลีกวนยิว ซึ่งเป็นหัวหน้าพรรคดำรงตำแหน่ง นรม. หลังจากนั้นจึงร่วมมือกับพรรคคอมมิวนิสต์เพื่อขับไล่จักรวรรดินิยมสหราชอาณาจักรจนประสบความสำเร็จ ต่อมาทั้งสองฝ่ายเกิดความแตกแยกกัน และสิงคโปร์ได้รวมตัวกับมาเลเซีย ซาราวัก บอร์เนียวเหนือ เป็นสหพันธรัฐมาลายาเมื่อ 1 ก.ย. 2505 และขอแยกตัวจากมาเลเซียเมื่อ 9 ส.ค. 2508

วันชาติ 9 ส.ค.

การเมือง ปกครองโดยระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา ประธานาธิบดีมาจากการเลือกตั้ง ทำหน้าที่ประมุขรัฐ วาระ 6 ปี การเลือกตั้งประธานาธิบดีสิงคโปร์ครั้งล่าสุดเมื่อ 14 ก.ย. 2560 นางฮาลิมาห์ ยาโคบ (อายุ 66 ปี/ปี 2563) อดีตประธานรัฐสภาสิงคโปร์เป็นผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสิงคโปร์เพียงคนเดียวที่เป็นชาวสิงคโปร์เชื้อชาติมาเลย์ ซึ่งตรงกับคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์มากที่สุด ทำให้นางฮาลิมาห์ได้รับตำแหน่งประธานาธิบดีสิงคโปร์คนที่ 8 โดยไม่มีกระบวนการเลือกตั้งจริง ๆ เกิดขึ้น การเลือกตั้งประธานาธิบดีสิงคโปร์ครั้งต่อไปกำหนดครบวาระในปี 2566 ส่วนการเลือกตั้งทั่วไปตามกำหนดใน เม.ย. 2564

ฝ่ายบริหาร : นรม.มาจากหัวหน้าพรรคการเมืองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร วาระการดำรงตำแหน่ง 5 ปี

ฝ่ายนิติบัญญัติ : ระบบรัฐสภาเดียว แบ่งเป็น 1) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้งโดยประชาชน จำนวน 89 ที่นั่ง วาระดำรงตำแหน่ง 5 ปี 2) สมาชิกที่มาจากการแต่งตั้งโดยประธานาธิบดีตามคำแนะนำของคณะกรรมการคัดเลือก วาระดำรงตำแหน่ง 2 ปี 6 เดือน ตามรัฐธรรมนูญไม่เกิน 9 คน และ 3) สมาชิกฝ่ายค้านที่ได้รับคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 15%

ฝ่ายตุลาการ : ประกอบด้วยศาลชั้นต้นและศาลฎีกา (ศาลสูงสุด) ศาลชั้นต้นประกอบด้วยศาลเขตศาลแขวงและศาลเยาวชน ส่วนศาลฎีกาประกอบด้วยศาลสูงและศาลอุทธรณ์ที่รับพิจารณาคดีที่ศาลชั้นต้น ตัดสินแล้ว นอกจากนี้ สิงคโปร์ยังมีศาลที่จัดตั้งขึ้นตามรัฐบัญญัติว่าด้วยการบริหารกฎหมายอิสลามที่เรียกว่าศาลชารีอะฮ์ เพื่อพิจารณาคดีเกี่ยวกับครอบครัวของชาวมุสลิมในสิงคโปร์

เศรษฐกิจ สิงคโปร์อยู่ระหว่างการดำเนินยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ (ปี 2560-2570) ซึ่งมุ่งพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลและการใช้นวัตกรรม ด้านธนาคารกลางสิงคโปร์คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจสิงคโปร์ในปี 2562 และ 2563 จะขยายตัวอยู่ที่ 0.6% และ 1.6% ตามลำดับ โดยเศรษฐกิจสิงคโปร์ได้รับผลกระทบจากมาตรการตอบโต้ทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน การชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน การออกจากสหภาพยุโรป (European Union-EU) ของสหราชอาณาจักร หรือ Brexit การชุมนุมประท้วงในฮ่องกง และข้อพิพาททางการค้าระหว่างญี่ปุ่นกับเกาหลีใต้ นอกจากนี้ สิงคโปร์ได้รับการจัดอันดับจาก World Economic Forum (WEF) ให้มีศักยภาพทางการแข่งขันด้านเศรษฐกิจประจำปี 2562 อันดับที่ 1 ของโลก จากทั้งหมด 141 ประเทศ พิจารณาจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การสนับสนุนระบบเศรษฐกิจแบบเสรี การพัฒนาทักษะแรงงานและสาธารณูปโภค

งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2562 (1 เม.ย. 2562-31 มี.ค. 2563) 80,250 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (เพิ่มขึ้น 1.6% จากปี 2561 หรือเพิ่มขึ้น 1,260 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์)

สกุลเงิน ตัวย่อสกุลเงิน : ดอลลาร์สิงคโปร์ (SGD)

อัตราแลกเปลี่ยนต่อดอลลาร์สหรัฐ : 1.37 ดอลลาร์สิงคโปร์ : 1 ดอลลาร์สหรัฐ

อัตราแลกเปลี่ยนต่อบาท : 1 บาท : 0.045 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ต.ค.2562)

ดัชนีเศรษฐกิจสำคัญ

ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) : 672,909 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (2561)

อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ : 1% (ปี 2562)

ดุลบัญชีเดินสะพัด : 21,497 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (มิ.ย. 2562)

รายได้เฉลี่ยต่อหัวต่อปี : 65,627 ดอลลาร์สหรัฐ (ปี 2562)

ทุนสำรองระหว่างประเทศ : 272,239 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ก.ย. 2562)

ประชากรวัยทำงาน : 3,500,000 คน (ปี 2561)

อัตราการว่างงาน : 3.3% (มิ.ย. 2562)

มูลค่าการค้าระหว่างประเทศ : 86,177 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (ส.ค. 2562)

ดุลการค้าระหว่างประเทศ : 4,178 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (ส.ค. 2562)

มูลค่าการส่งออก : 45,177 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (ส.ค. 2562)

สินค้าส่งออก : อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องโทรศัพท์ เวชภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์เคมี และผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม

คู่ค้าส่งออกที่สำคัญ : จีน ฮ่องกง มาเลเซีย สหรัฐฯ และไต้หวัน

มูลค่าการนำเข้า : 40,999 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (ส.ค. 2562)

สินค้านำเข้า : เครื่องจักรและอุปกรณ์ น้ำมันเชื้อเพลิงและแร่ธาตุที่เป็นเชื้อเพลิง ผลิตภัณฑ์เคมี และสินค้าอุปโภคบริโภค

คู่ค้านำเข้าที่สำคัญ : สหรัฐฯ จีน มาเลเซีย ไต้หวัน และญี่ปุ่น

คู่ค้าสำคัญ : จีน มาเลเซีย EU สหรัฐฯ และฮ่องกง

คู่ค้าสำคัญ 5 อันดับในกลุ่มอาเซียน : มาเลเซีย อินโดนีเซีย ไทย เวียดนาม และฟิลิปปินส์

นักท่องเที่ยวเข้าประเทศ : ประมาณ 1.7 ล้านคน (ต.ค. 2562)

การทหาร : กองทัพสิงคโปร์ ประกอบด้วย ทบ. ทร. และ ทอ. ขึ้นตรงต่อ ผบ.ทสส. และ รมว.กห. ชายสิงคโปร์อายุ 18-20 ปี ทุกคนจะต้องเข้ารับการฝึกและประจำการในกองทัพเป็นเวลา 2 ปี และเป็นกำลังพลสำรองจนถึงอายุ 40 ปี กำลังทหาร 72,500 นาย แบ่งเป็น ทบ. 50,000 นาย ทร. 9,000 นาย และ ทอ. 13,500 นาย กำลังพลสำรอง 312,500 นาย กองทัพสิงคโปร์ทันสมัยและมีแสนยานุภาพสูงที่สุดในภูมิภาค ยุทโธปกรณ์สำคัญ อาทิ ถ.หลัก 196 คัน (รุ่น Leopard 96 คัน และรุ่น Tempest 100 คัน) เรือดำน้ำชั้น Challenger 2 ลำ เรือดำน้ำชั้น Archer 2 ลำ เรือรบหลัก 17 ลำ (เรือฟริเกตชั้น Formidable ที่ใช้เทคโนโลยี Stealth 6 ลำ เรือคอร์เวตติดอาวุธนำวิถีชั้น Victory 11 ลำ) บ.รบ 92 เครื่อง (บ.F-16C/D จำนวน 3 ฝูง และ บ.F-15SG จำนวน 2 ฝูง) จัดสรรงบประมาณด้านการทหารในปี 2562 จำนวน 11,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็น 3.3% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศปี 2562

ปัญหาด้านความมั่นคง

สิงคโปร์เฝ้าระวังภัยคุกคามจากการก่อการร้าย เนื่องจากเป็นพื้นที่เคลื่อนไหวของกลุ่มก่อการร้าย Islamic State (IS) และ Jemaah Islamiyah (JI) ที่ต้องการชักจูงชาวสิงคโปร์และชาวต่างชาติที่อาศัยในสิงคโปร์ให้เข้าร่วมการสู้รบกับกลุ่มก่อการร้าย โดยตำรวจสิงคโปร์จับกุมชาวสิงคโปร์ ซึ่งได้รับการบ่มเพาะแนวคิดหัวรุนแรงจำนวน 22 คนตั้งแต่ปี 2558 จนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้ สิงคโปร์เผชิญเหตุโจมตีทางไซเบอร์ ได้แก่ กรณีโจมตีระบบคอมพิวเตอร์ของบริษัท SingHealth เมื่อปี 2561 ซึ่งทำให้ข้อมูลผู้ป่วยรั่วไหลจำนวน 1.5 ล้านคน รวมทั้งมีความเสี่ยงอาจถูกโจมตีทางไซเบอร์จากรัฐบาลหรือภาคธุรกิจในต่างประเทศที่หวังผลประโยชน์

สมาชิกองค์การระหว่างประเทศ สิงคโปร์เป็นสมาชิกองค์การระหว่างประเทศและกลุ่มความร่วมมือที่สำคัญ เช่น APEC, ASEAN, G-77, IAEA, IMF, INTERPOL, NAM, UN, UNCTAD, UNESCO, UNHCR, WHO, WTO

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สิงคโปร์เร่งดำเนินโครงการตามวิสัยทัศน์ Smart Nation ให้มีความคืบหน้า ได้แก่ การใช้บริการข้อมูลข่าวสารของภาครัฐโดยการยืนยันตัวตน การทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ การติดตั้งเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบไร้สาย การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลกับการคมนาคมขนส่ง และการใช้เทคโนโลยีพัฒนาคุณภาพชีวิตของพลเรือน สิงคโปร์ประกาศแผนการลงทุนด้านการวิจัยระหว่างปี 2559-2563 เพื่อวิจัยด้านวิศวกรรมและอุตสาหกรรมขั้นสูง วิทยาศาสตร์ด้านสุขภาพและเวชภัณฑ์ การบริการและเศรษฐกิจแบบดิจิทัล การพัฒนาชุมชนให้ยั่งยืน โดยใช้งบประมาณจำนวน 13,641 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ สิงคโปร์อยู่ระหว่างการศึกษาและคัดเลือกบริษัทต่างชาติช่วยพัฒนาเทคโนโลยี 5G ของสิงคโปร์ภายในปี 2563

การขนส่งและโทรคมนาคม : สิงคโปร์เป็นศูนย์กลางท่าเรือและการขนส่งสินค้าทางทะเลที่สำคัญของโลก เพราะตั้งอยู่บนช่องแคบมะละกาที่เป็นเส้นทางการเดินเรือสำคัญ สิงคโปร์มีท่าเรือ 6 แห่ง โดยอยู่ระหว่างการก่อสร้างท่าเรือทูอัส ซึ่งกำหนดเปิดบริการในปี 2564 และมีแผนย้ายท่าเทียบเรือจากท่าเรือแห่งสิงคโปร์ ไปไว้ที่ท่าเรือทูอัสภายในปี 2570 สิงคโปร์มีสะพานและทางเชื่อมต่อกับมาเลเซียรวม 2 แห่งทางตอนเหนือและทางตะวันตก ส่วนโครงการรถไฟความเร็วสูงกัวลาลัมเปอร์-สิงคโปร์ (Kuala Lumpur–Singapore high-speed rail-HSR) กำหนดเริ่มก่อสร้างใน พ.ค. 2563 และเปิดดำเนินการในปี 2569 โครงการ HSR มีระยะทาง 350 กม. ใช้เวลาการเดินทาง 1 ชั่วโมง 30 นาที ลดลงจากเดิม ซึ่งใช้เวลาเดินทางโดยรถยนต์มากกว่า 4 ชั่วโมง นอกจากนี้ สิงคโปร์มีเครือข่ายถนนยาว 3,500 กม. และมีสนามบินทั้งหมด 8 แห่ง เป็นสนามบินทหาร 6 แห่ง และสนามบินพาณิชย์ 2 แห่ง สนามบินนานาชาติชางงีเป็นสนามบินหลัก ส่วนสนามบินเซเลตาร์เป็นสนามบินสำหรับเครื่องบินเช่าเหมาลำ

โทรคมนาคม โทรศัพท์พื้นฐานให้บริการ 1.92 ล้านเลขหมาย (มิ.ย. 2562) โทรศัพท์เคลื่อนที่ 8.78 ล้านเลขหมาย (มิ.ย. 2562) รหัสโทรศัพท์ +65 จำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ต 4.92 ล้านคน (ม.ค. 2562) รหัสอินเทอร์เน็ต .sg เว็บไซต์ที่เป็นประโยชน์ในการค้นหาข้อมูลของรัฐ http://www.gov.sg ส่วนเว็บไซต์ด้านการท่องเที่ยว http://www.visitsingapore.com

การเดินทาง สายการบินไทยมีเที่ยวบินตรงกรุงเทพฯ-สิงคโปร์ทุกวัน/วันละ 5 เที่ยวบิน ใช้เวลาเดินทาง 2 ชม. 15 นาที สายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์มีเที่ยวบินตรงกรุงเทพฯ วันละ 6 เที่ยว สายการบินของสิงคโปร์เที่ยวบินตรงไทย ได้แก่ สายการบินสกู๊ตมีเที่ยวบินตรงกรุงเทพฯ วันละ 6 เที่ยว เวลาที่สิงคโปร์เร็วกว่าไทย 1 ชม. นักท่องเที่ยวไทยเดินทางไปสิงคโปร์ไม่ต้องขอรับการตรวจลงตราหนังสือเดินทาง

สถานการณ์สำคัญที่น่าติดตาม

การเลือกตั้งทั่วไปของสิงคโปร์ที่อาจมีขึ้นใน ธ.ค. 2562 หรือห้วง เม.ย.-พ.ค. 2563 ก่อนครบกำหนดใน เม.ย. 2564 โดยพรรค PAP น่าจะได้รับชัยชนะและครองเสียงข้างมากในรัฐสภา ขณะที่นายเฮง ซวี เกียต รอง นรม.และ รมว.คลังสิงคโปร์ ซึ่งได้รับการวางตัวให้เป็น นรม.สิงคโปร์คนต่อไป น่าจะได้รับมอบหมายให้กำกับดูแลภารกิจที่สำคัญของรัฐบาลเพิ่มขึ้น และแสดงบทบาทในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง เพื่อนำเสนอนโยบายของพรรคแก่ประชาชน รวมทั้งกำหนดแนวทางการทำงานของพรรค ซึ่งเป็นการสนับสนุนการทำงานของรัฐบาลชุดใหม่ให้ราบรื่น หาก นรม.ลี เซียน ลุง ลงจากตำแหน่งก่อนอายุ 70 ปี หรือภายในปี 2565 ส่วนการจัดตั้งพรรค Progress Singapore Party (PSP) พรรคฝ่ายค้านพรรคใหม่ของนายตัน เช็ง บ็อก อดีตสมาชิกพรรค PAP โดยมีนายลี เซียน หยาง น้องชาย นรม.ลี ให้การสนับสนุน สะท้อนถึงความขัดแย้งในครอบครัวของ นรม.ลี ซึ่งอาจทำให้เกิดการแบ่งฝ่ายทางการเมืองและอาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของ นรม.ลี

เศรษฐกิจสิงคโปร์มีแนวโน้มชะลอตัว เนื่องจากมาตรการตอบโต้ด้านภาษีระหว่างสหรัฐฯ กับจีน ความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ของสิงคโปร์ในตลาดจีนและตลาดโลกที่ลดลง อย่างไรก็ดี รัฐบาลสิงคโปร์แสดงความเชื่อมั่นว่า เศรษฐกิจสิงคโปร์ยังไม่เข้าสู่ภาวะถดถอย เนื่องจากภาคการเงิน ภาคก่อสร้าง ธุรกิจด้านข้อมูลและการสื่อสารยังคงแข็งแกร่ง

การใช้กฎหมายควบคุมการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่เป็นเท็จอาจเผชิญกระแสวิจารณ์และการต่อต้านจากสื่อมวลชน และกลุ่มเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนเกี่ยวกับคำจำกัดความของข้อมูลที่เป็นเท็จ การเพิ่มอำนาจรัฐมนตรีของกระทรวงที่เกี่ยวข้องให้สามารถแก้ไขข้อมูลเท็จ ระงับการเข้าถึงหรือปิดกั้นการเผยแพร่ข้อมูลของเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาส่งผลกระทบต่อความมั่นคง

ความสัมพันธ์ไทย-สิงคโปร์

ไทย-สิงคโปร์สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตเมื่อ 20 ก.ย. 2508 และมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมาอย่างต่อเนื่อง โดยผ่านกลไกความร่วมมือทวิภาคีหลักคือ 1) การหารือระหว่าง นรม.อย่างไม่เป็นทางการ (Prime Ministerial Retreat) 2) โครงการความร่วมมือระหว่างหน่วยราชการพลเรือนไทย-สิงคโปร์ (Civil Service Exchange Programme-CSEP) ครอบคลุมความร่วมมือ 13 สาขา 3) Singapore-Thailand Enhanced Economic Relationship (STEER) จัดตั้งขึ้นเมื่อ ก.พ. 2545 เพื่อผลักดันความร่วมมือด้านเศรษฐกิจในอุตสาหกรรม 5 สาขา ได้แก่ การเกษตรและอาหาร การท่องเที่ยว การบริการทางการเงิน อิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วนประกอบ ยานยนต์และการขนส่ง เป็นการนำร่องการรวมตัวทางเศรษฐกิจในกรอบอาเซียนตามแนวทาง Two plus X (ประเทศที่พร้อมจะพัฒนาเศรษฐกิจไปในแนวทางเดียวกับสิงคโปร์และไทย) และ 4) ความร่วมมือด้านการทหาร

ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสิงคโปร์มีความใกล้ชิดบนพื้นฐานของผลประโยชน์ร่วมกัน ด้านการค้าสิงคโปร์เป็นคู่ค้าอันดับที่ 4 ของไทยในอาเซียน รองจากมาเลเซีย เวียดนาม และอินโดนีเซีย และเป็นคู่ค้าอันดับ ที่ 7 ของไทยในโลก รองจากจีน ญี่ปุ่น สหรัฐฯ มาเลเซีย เวียดนาม และอินโดนีเซีย เมื่อปี 2561 โดยการค้าระหว่าง ไทยและสิงคโปร์มีมูลค่าประมาณ 16,987 ล้านดอลลาร์สหรัฐเมื่อปี 2561 ส่วนในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2562 (ม.ค.-ส.ค. 2562) ไทยและสิงคโปร์มีมูลค่าการค้ารวม 10,860 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยเป็นฝ่ายได้ดุลการค้า 1,361 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ความร่วมมือระหว่างสิงคโปร์กับไทยมีความใกล้ชิดกันทุกมิติ สิงคโปร์แสดงความชื่นชมไทยในฐานะประธานอาเซียนปี 2562 และคาดหวังให้ไทยดำเนินนโยบายเศรษฐกิจเสรีเพื่อจูงใจนักลงทุนต่างชาติต่อไป ส่วนความร่วมมือด้านความมั่นคง ไทยสนับสนุนการใช้พื้นที่ฝึกซ้อมรบของกองทัพสิงคโปร์ที่ จ.กาญจนบุรีระหว่างปี 2559-2562 และมีการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูงในปี 2562 พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.ของไทยเยือนสิงคโปร์ระหว่าง 21-23 พ.ค. 2562 ในโอกาสรับตำแหน่งใหม่ ขณะที่ นรม.ลี เซียน ลุง ของสิงคโปร์ เยือนไทยเพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 34 ระหว่าง 22-23 มิ.ย. 2562 นายอึง เอ็ง เฮน รมว.กห.สิงคโปร์ เยือนไทยเพื่อเข้าร่วมการประชุม รมว.กห.อาเซียน ครั้งที่ 13 ระหว่าง 10-12 ก.ค. 2562 นายวิเวียน บาลากริชนัน รมว.กต.สิงคโปร์เยือนไทยเพื่อเข้าร่วมการประชุม รมว.กต.อาเซียน ครั้งที่ 52 ระหว่าง 30 ก.ค.-2 ส.ค. 2562 และนายตัน ชวน จิน ประธานรัฐสภาสิงคโปร์เยือนไทย เพื่อเข้าร่วมการประชุมใหญ่สมัชชารัฐสภาอาเซียน ครั้งที่ 40 ระหว่าง 25-30 ส.ค. 2562

ข้อตกลงสำคัญ : ความตกลงการเว้นการเก็บภาษีซ้อน (ลงนามเมื่อ 15 ก.ย. 2518) บันทึกความเข้าใจด้านยานยนต์ (ลงนามเมื่อ 27 ส.ค. 2546) บันทึกความเข้าใจความร่วมมือส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (ลงนามเมื่อ 27 ส.ค. 2546) บันทึกความเข้าใจด้านธุรกิจและการลงทุน (ลงนามเมื่อ 27 ส.ค. 2546) บันทึกความเข้าใจความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว (ลงนามเมื่อ 27 ส.ค. 2546) บันทึกความเข้าใจความร่วมมือด้านตลาดหลักทรัพย์ (ลงนามเมื่อ 27 ส.ค. 2546) บันทึกความเข้าใจการฝึกบินเติมเชื้อเพลิงในอากาศระหว่างทอ.ไทยกับสิงคโปร์ (ลงนามเมื่อ 24 พ.ย. 2546) บันทึกความเข้าใจการเข้าร่วมการฝึก Cobra Gold กองทัพไทย-สิงคโปร์ (ลงนามเมื่อ 22 ก.พ. 2548) บันทึกความเข้าใจการสนับสนุนด้านการฝึกและการส่งกำลังบำรุง ทอ.ไทย-สิงคโปร์ (ลงนามเมื่อ 12 พ.ย. 2548) บันทึกความเข้าใจการจัดทำความตกลงเพื่อส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน (ลงนามเมื่อ 23 พ.ย. 2548) บันทึกความเข้าใจการฝึกของกองทัพสิงคโปร์ในไทยฉบับที่ 8 (พ.ศ. 2550-2553) (ลงนามเมื่อ 16 ก.ค. 2555) บันทึกความเข้าใจการเว้นการเก็บภาษีซ้อน บันทึกความเข้าใจการท่องเที่ยวทางเรือ บันทึกความเข้าใจความร่วมมือด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และบันทึกความเข้าใจความร่วมมือระหว่างสภาอุตสาหกรรม (ลงนามเมื่อ 11 มิ.ย. 2558) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ลงนามเมื่อ 31 พ.ค. 2559) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการส่งกำลังบำรุงระหว่างกองทัพเรือ (ลงนามเมื่อ 14 พ.ค. 2560) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านเทคโนโลยีทางการเงิน (ลงนามเมื่อ 11 ก.ค. 2560) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและพัฒนาศักยภาพบุคลากรระหว่างสวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์กับสวนพฤกษศาสตร์สิงคโปร์ (ลงนามเมื่อ 21 ส.ค. 2560)

---------------------------------------------

 
 
 
 

ผู้นำสิงคโปร์

 
บันทึกข้อมูลเมื่อ: Dec. 8, 2019, 10:10 p.m.
เผยแพร่ข้อมูลเมื่อ: None |
รูปผู้นำสิงคโปร์
 

นายลี เซียน ลุง

#8c7b75 - right
 

คณะรัฐมนตรี

คณะรัฐมนตรีสิงคโปร์