มาเลเซีย

Malaysia

บันทึกข้อมูลเมื่อ: Dec. 24, 2019, 9:46 p.m.
แก้ไขล่าสุดเมื่อ: Dec. 24, 2019, 9:46 p.m.
ธงมาเลเซีย
 

เมืองหลวง กัวลาลัมเปอร์

ที่ตั้ง ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ใกล้เส้นศูนย์สูตรระหว่างเส้นละติจูดที่ 1.0-7.0 องศาเหนือ และเส้นลองจิจูดที่ 100.0-119.5 องศาตะวันออก มีพื้นที่ 329,847 ตร.กม. (ประมาณ 2 ใน 3 ของไทย) ประกอบด้วยดินแดน 2 ส่วน คือ มาเลเซียตะวันตก (อยู่ปลายแผ่นดินใหญ่ของทวีปเอเชีย) และมาเลเซียตะวันออก (อยู่บนเกาะบอร์เนียว) มีทะเลจีนใต้คั่นกลาง พรมแดนทางบกโดยรอบประเทศ 2,742 กม. เป็นพรมแดนติดกับไทย 595 กม. อินโดนีเซีย 1,881 กม. และบรูไน 266 กม.

อาณาเขต

    ทิศเหนือ ติดไทย

    ทิศตะวันออก ติดทะเลซูลู และฟิลิปปินส์

    ทิศใต้ ติดสิงคโปร์

    ทิศตะวันตก ติดช่องแคบมะละกา และอินโดนีเซีย

ภูมิประเทศ มาเลเซียตะวันตกมีภูเขาทอดยาวทางตอนกลางเกือบตลอด ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการคมนาคม ขณะที่ที่ราบด้านตะวันตกซึ่งกว้างกว่าด้านตะวันออกเป็นเขตเศรษฐกิจที่สำคัญ คือ เขตปลูกยางพาราและปาล์มน้ำมัน ด้านมาเลเซียตะวันออกส่วนใหญ่เป็นภูเขา ที่ราบสูงอยู่ทางตอนใน มีที่ราบย่อม ๆ อยู่ตามชายฝั่งทะเล

ภูมิอากาศ ตั้งอยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตร มีอากาศร้อนชื้นแถบศูนย์สูตร อยู่ในอิทธิพลของลมมรสุม อุณหภูมิเฉลี่ย 27-28 องศาเซลเซียส มีปริมาณฝนค่อนข้างมากเกือบตลอดทั้งปี แต่ภูมิอากาศฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออกต่างกัน ขึ้นอยู่กับทิศทางของลมมรสุม ส่วนชายฝั่งทะเลตะวันออก ช่วง พ.ย.-มี.ค. เป็นฤดูมรสุม อากาศแปรปรวน ทะเลมีคลื่นลมแรง ไม่เหมาะกับการท่องเที่ยวและการเล่นกีฬาทางน้ำ ชายฝั่งทะเลตะวันตก ฤดูฝนช่วงแรกเริ่มตั้งแต่ เม.ย.-พ.ค. และมีฝนตกชุกอีกช่วงหนึ่งตั้งแต่ ต.ค.-พ.ย. แต่โดยทั่วไปภูมิอากาศในมาเลเซียอยู่ในเกณฑ์ดี

ประชากร 31.80 ล้านคน (ก.ค. 2561) เชื้อสายมาเลย์ 62% จีน 20.6% อินเดีย 65.7% และอื่น ๆ 0.8% กลุ่มที่ไม่ใช่ประชากรมาเลเซีย 10.3% อัตราส่วนประชากรจำแนกตามอายุ : วัยเด็ก (0-14 ปี) 27.48% วัยรุ่นถึงวัยกลางคน (15-64 ปี) 66.17% และวัยชรา (65 ปี ขึ้นไป) 6.35% อายุขัยเฉลี่ยของประชากร 75.4 ปี ชาย 72.6 ปี หญิง 78.4 ปี (ปี 2561) อัตราการเกิด 18.8/1,000 คน อัตราการตาย 5.2/1,000 คน อัตราการเพิ่มของประชากร 1.34% (ปี 2561)

ศาสนา อิสลาม (ซุนนี) 61.3% พุทธ 19.8% คริสต์ 9.2% ฮินดู 6.3% ความเชื่อและลัทธิของชาวจีน (ลัทธิเต๋า ลัทธิขงจื๊อ) 1.3% อื่น ๆ 0.4% ไม่นับถือศาสนา 0.8% และไม่ระบุ 1%

ภาษา ภาษามาเลเซียเป็นภาษาประจำชาติ ส่วนภาษาราชการใช้ทั้งภาษาอังกฤษ และภาษามาเลเซีย

การศึกษา อัตราการรู้หนังสือ 94.6% การศึกษาภาคบังคับ 6 ปี โดยมีนักเรียนและนักศึกษาลงทะเบียนเรียนในสถานศึกษาของรัฐบาล 80% สาขาวิชาในระดับอุดมศึกษาที่นักศึกษาประสงค์เข้าเรียนมากที่สุด คือ การพยาบาล การศึกษา และเทคโนโลยีสารสนเทศ ส่วนสาขาวิชาที่มีแนวโน้มได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างมาก คือ การบริหารจัดการโรงแรม

การก่อตั้งประเทศ ชาวมาเลย์ในยุคแรก ๆ ตั้งถิ่นฐานรวมตัวกันเป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ กระจายอยู่ทางตอนเหนือของแหลมมลายูซึ่งดินแดนแถบนี้ตกอยู่ใต้อิทธิพลของอาณาจักรสำคัญในภูมิภาค รวมทั้งอาณาจักรสยามตั้งแต่สมัยสุโขทัย อยุธยา ธนบุรี และรัตนโกสินทร์ จนกระทั่งสหราชอาณาจักรได้ขยายอิทธิพลเข้ามาในคาบสมุทรมลายูและยึดครองรัฐต่าง ๆ รวมถึง 4 รัฐมลายูของไทย คือ กลันตัน ตรังกานู ไทรบุรี (เกดะห์) และปะลิส เมื่อปี 2452 บทบาทของไทยจึงยุติลง การจัดตั้งประเทศมาเลเซียมีพัฒนาการจากการปกครองสมัยอาณานิคมของสหราชอาณาจักร จนกระทั่งได้ก่อตั้ง “สหพันธรัฐมลายา” และได้รับเอกราชจากสหราชอาณาจักรเมื่อปี 2500 ประกอบด้วย รัฐมลายูเดิม 11 รัฐ ต่อมาเมื่อปี 2506 ได้รวมรัฐซาบาห์และซาราวักในเกาะบอร์เนียวเข้าไว้ด้วย และเปลี่ยนชื่อเป็น “มาเลเซีย” แต่เมื่อปี 2508 สิงคโปร์ได้แยกตัวจากมาเลเซีย

วันชาติ 31 ส.ค. เพื่อรำลึกถึงการได้รับเอกราชจากสหราชอาณาจักรเมื่อ 31 ส.ค. 2500 และ “วันมาเลเซีย” ใน 16 ก.ย. เพื่อรำลึกถึงการก่อตั้งประเทศมาเลเซียเมื่อ 16 ก.ย. 2506

การเมือง ปกครองแบบสหพันธรัฐ (Federation) มีสมเด็จพระราชาธิบดีเป็นประมุข โดยเจ้าผู้ครองรัฐ 9 รัฐ (เนกรีเซมบิลัน สลังงอร์ ปะลิส ตรังกานู เกดะห์ กลันตัน ปะหัง ยะโฮร์ และเประ) ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนอยู่ในตำแหน่งคราวละ 5 ปี ส่วนรัฐที่ไม่มีเจ้าผู้ครองรัฐ 4 รัฐ (มะละกา ปีนัง ซาบาห์ และซาราวัก) สมเด็จพระราชาธิบดีทรงแต่งตั้งผู้ว่าการรัฐปฏิบัติหน้าที่ประมุขของแต่ละรัฐ โดยสมเด็จพระราชาธิบดีองค์ปัจจุบัน (องค์ที่ 16) คือ สุลต่าน อับดุลเลาะห์ รีอายาทุดดิน อัล มุสตาฟา บิลเลาะห์ ชาห์ แห่งรัฐปะหัง สาบานตนรับตำแหน่งเมื่อ 31 ม.ค.62 และเข้าพิธีราชาภิเษกเมื่อ 30 ก.ค.2562

    ฝ่ายบริหารหรือรัฐบาล : นรม.เป็นผู้นำ มีอำนาจควบคุมฝ่ายบริหารทั้งหมด รวมถึงกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ และเป็นผู้เสนอแต่งตั้ง รมต.และ ออท.ประจำประเทศต่าง ๆ โดย นรม.คนปัจจุบัน คือ ตุน มหาธีร์ บิน โมฮัมหมัด

    ฝ่ายนิติบัญญัติหรือรัฐสภา : ใช้ระบบ 2 สภา คือ 1) วุฒิสภา สมาชิก 70 คน มาจากการเลือกตั้งโดยตรง 26 คน และการแต่งตั้ง 44 คน อยู่ในตำแหน่งไม่เกิน 6 ปี เลือกตั้งใหม่กึ่งหนึ่งทุก 3 ปี และ 2) สภาผู้แทนราษฎร มีสมาชิก 222 คน มาจากการเลือกตั้งโดยตรง มีวาระ 5 ปี การเลือกตั้งทั่วไปครั้งล่าสุดเมื่อ 9 พ.ค. 2561 พันธมิตรแห่งความหวัง (รัฐบาล) มีที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎร 113 ที่นั่ง พรรคแนวร่วมแห่งชาติมี 79 ที่นั่ง และพรรคอื่น ๆ มี 30 ที่นั่ง ทั้งนี้ สภาผู้แทนราษฎรชุดปัจจุบันจะครบวาระในปี 2566

    ฝ่ายตุลาการ : ประกอบด้วยศาลระดับสหพันธ์ คือ ศาลฎีกาและศาลอุทธรณ์ ส่วนในระดับรัฐจะประกอบด้วย ศาลสูง ศาลชั้นต้น ศาลแขวงและศาลพื้นบ้าน นอกจากนี้ มาเลเซียยังมีศาลศาสนาอิสลาม (Sharia Court) เพื่อพิจารณาคดีที่เกี่ยวข้องกับบทบัญญัติของศาสนาอิสลามสำหรับชาวมาเลเซียมุสลิมโดยเฉพาะ

    พรรคการเมืองสำคัญ ประกอบด้วย 3 กลุ่มการเมืองหลัก ได้แก่ 1) พันธมิตรแห่งความหวัง (Pakatan Harapan-PH) อดีตฝ่ายค้านที่ได้เป็นรัฐบาลครั้งแรก ประกอบด้วย 4 พรรคการเมือง ได้แก่ พรรคเกอาดิลัน (Parti Keadilan Rakyat-PKR) พรรคพีพีบีเอ็ม (Parti Pribumi Bersatu Malaysia-PPBM) พรรคดีเอพี (Democratic Action Party-DAP) และพรรคอามานะห์ (Parti Amanah Negara-PAN) 2) แนวร่วมแห่งชาติ (Barisan Nasional-BN) พ่ายแพ้ PH เป็นครั้งแรกหลังจากที่ปกครองมาเลเซียมา 61 ปี ตั้งแต่ได้รับเอกราชจากอังกฤษ ปัจจุบัน ประกอบด้วยพรรคการเมือง 3 พรรค (เดิมมีแนวร่วม 13 พรรค) ได้แก่ พรรคอัมโน (United Malays National Organization-UMNO) พรรคเอ็มซีเอ (Malaysian Chinese Association-MCA) และพรรคเอ็มไอซี (Malaysian Indian Congress-MIC) 3) พรรคฝ่ายค้านอิสระ ได้แก่ พรรคปาส (Parti Islam Se Malaysia-PAS) พรรคเกรากัน (Parti Gerakan Rakyat Malaysia) และ 4) พรรคขนาดเล็กอื่น ๆ เช่น พรรควาริซัน ซาบาห์ (Parti Warisan Sabah-PWS/แนวร่วมของ PH)

เศรษฐกิจ ระบบเศรษฐกิจแบบเสรีโดยใช้กลไกตลาด รัฐบาลพยายามส่งเสริมอุตสาหกรรม การท่องเที่ยว และการบริการ ผลผลิตการเกษตรสำคัญ ได้แก่ ปาล์มน้ำมัน ยางพารา ทุเรียน โกโก้ และข้าว อุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ ปิโตรเลียมและก๊าซธรรมชาติ สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ทรัพยากรธรรมชาติสำคัญ ได้แก่ ดีบุก น้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ป่าไม้ ตลอดจนทรัพยากรทางทะเลต่าง ๆ

นโยบายเศรษฐกิจสำคัญ คือ วิสัยทัศน์ “ความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน” (Shared Prosperity Vision) ที่มีเป้าหมายยกระดับการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนโดยครอบคลุมประชาชนมาเลเซียทุกเชื้อชาติ ทุกชนชั้น และทุกพื้นที่ ภายในปี 2573 โดยใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับที่ 12 (ปี 2564-2568) และฉบับที่ 13 (ปี 2569-2573) ในการขับเคลื่อนปีงบประมาณ ตามปีปฏิทิน (ม.ค.-ธ.ค.) งบประมาณประจำปี 2562 เท่ากับ 314,550 ล้านริงกิต หรือ 2,277,441 ล้านบาท

    สกุลเงิน ตัวย่อสกุลเงิน : ริงกิต (MYR)

    อัตราแลกเปลี่ยนต่อดอลลาร์สหรัฐ : 1 ดอลลาร์สหรัฐ : 4.18 ริงกิต

    อัตราแลกเปลี่ยนต่อบาท : 1 ริงกิต : 7.24 บาท (ต.ค. 2562)

ดัชนีเศรษฐกิจสำคัญ (ปี 2562)

ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) : 365,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ : 4.5%

รายได้เฉลี่ยต่อหัวต่อปี : 32,880 ดอลลาร์สหรัฐ

แรงงาน : 15.18 ล้านคน (ส.ค. 2562)

อัตราการว่างงาน : 3.4%

อัตราเงินเฟ้อ : 1%

ดุลบัญชีเดินสะพัด : 11,444 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ดุลการค้าระหว่างประเทศ : เกินดุล 2,611 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ม.ค.-ส.ค. 2562)

มูลค่าการส่งออก : 19,453 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ม.ค.-ส.ค. 2562)

สินค้าส่งออก : สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม เคมีภัณฑ์ น้ำมันปาล์ม ก๊าซธรรมชาติเหลว ชิ้นส่วนเครื่องจักร ผลิตภัณฑ์โลหะ อุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์ น้ำมันดิบ ยางพารา และทุเรียน

มูลค่าการนำเข้า : 16,842 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ม.ค.-ส.ค. 2562)

สินค้านำเข้า : อุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เคมีภัณฑ์ เครื่องจักรอุตสาหกรรมและอุปกรณ์ ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม

คู่ค้าสำคัญ : จีน สิงคโปร์ ญี่ปุ่น สหรัฐฯ ไทย อินเดีย และอินโดนีเซีย

การทหาร กองทัพแห่งชาติมาเลเซีย ประกอบด้วย ทบ. ทร. และ ทอ. มีกำลังพลประจำการประมาณ 109,000 นาย และกำลังพลสำรองประมาณ 51,600 นาย กองทัพมาเลเซียปรับปรุงและจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ทันสมัยเข้าประจำการอย่างต่อเนื่อง เช่น ทบ.ลงนามจัดซื้อรถหุ้มเกราะล้อยางป้องกันทุ่นระเบิด First Win I 4×4 รุ่นปราบจลาจล จำนวน 20 คัน ตั้งแต่ เม.ย.2559 ทอ.ประจำการ บ. MiG-29N 14 เครื่อง บ. F/A-18D 8 เครื่อง บ. Hawk 100/200 20 เครื่อง และ บ. Su-30 MKM 18 เครื่อง ส่วน ทร.ประจำการเรือดำน้ำชั้น Scorpene จำนวน 2 ลำ และเรือดำน้ำรุ่น Agosta จำนวน 1 ลำ งบประมาณด้านการทหารและความมั่นคง : ปี 2562 กห.ได้รับการจัดสรรงบจำนวน 13,900 ล้านริงกิต (100,634 ล้านบาท)

สมาชิกองค์การระหว่างประเทศ ที่สำคัญ ได้แก่ UN, ASEAN, APEC, OIC, NAM, กลุ่มประเทศเครือจักรภพ, ASEM, G77, D8, FEALAC และ IOR-ARC

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มาเลเซียให้ความสำคัญต่อการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยกำหนดเรื่องนี้ไว้ในพันธกิจปี 2549-2563 สาระสำคัญคือ เพิ่มผลผลิตและความสามารถในการแข่งขันในภาคเกษตรกรรม การผลิต และบริการ กำหนดให้ความรู้และนวัตกรรมเป็นปัจจัยสู่ความสำเร็จของประเทศ รวมทั้งยกระดับระบบการสร้างสรรค์นวัตกรรมให้สนับสนุนการวิจัยและพัฒนา (R&D) และการนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์

การขนส่งและโทรคมนาคม มีท่าอากาศยาน 117 แห่ง ใช้การได้ดี 39 แห่ง เป็นท่าอากาศยานนานาชาติ 8 แห่ง ที่สำคัญคือ ท่าอากาศยานนานาชาติกัวลาลัมเปอร์ (Kuala Lumpur International Airport-KLIA) เส้นทางรถไฟระยะทาง 1,849 กม. ถนนระยะทาง 144,403 กม. ด้านโทรคมนาคม มีโทรศัพท์พื้นฐานให้บริการประมาณ 4.83 ล้านเลขหมาย (ปี 2559) โทรศัพท์เคลื่อนที่ 43.9 ล้านเลขหมาย (ปี 2559) รหัสโทรศัพท์ระหว่างประเทศ +60 จำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ต 26.3 ล้านคน (ปี 2562) รหัสอินเทอร์เน็ต .my เว็บไซต์การท่องเที่ยว เช่น www.tourism.gov.my, www.visit-malaysia.com, www.malaysiapackages.org

การเดินทาง การบินไทยมีเที่ยวบินตรง กรุงเทพฯ-กัวลาลัมเปอร์ ทุกวัน สายการบินมาเลเซียที่บินตรงมาไทย : มาเลเซียแอร์ไลน์ แอร์เอเชีย ใช้ระยะเวลาบินประมาณ 2 ชม. เวลาที่มาเลเซียเร็วกว่าไทย 1 ชม. นักท่องเที่ยวไทยเดินทางเข้ามาเลเซียได้โดยไม่ต้องขอวีซ่าเป็นเวลา 30 วัน

สถานการณ์สำคัญที่น่าติดตาม

1) การส่งมอบอำนาจให้ดาโต๊ะ ซรี อันวาร์ อิบราฮิม ประธานพรรคเกอาดิลัน เป็น นรม.ต่อจากตุน มหาธีร์ ยังเสี่ยงจะเกิดความไม่ราบรื่น โดยปัจจุบัน ตุน มหาธีร์ ขยายเวลาการอยู่ในตำแหน่ง 3 ปี ซึ่งหากเป็นไปตามกรอบเวลาดังกล่าว ตุน มหาธีร์จะต้องลงจากอำนาจในปี 2563 อย่างไรก็ดี กำหนดการส่งมอบอำนาจอาจเปลี่ยนแปลงได้ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในมาเลเซีย และภารกิจสำคัญของรัฐบาลที่อาจไม่ราบรื่นหากมีการเปลี่ยนอำนาจ ที่สำคัญ ยังต้องพิจารณาบรรยากาศทางการเมืองในเวลานั้นประกอบด้วย เช่น แรงกดดันจากฝ่ายที่สนับสนุนดาโต๊ะ ซรี อันวาร์ และฐานอำนาจของดาโต๊ะ ซรี อันวาร์

2) ความไม่พอใจของชาวภูมิบุตรที่มีต่อรัฐบาลในประเด็นเชื้อชาติเสี่ยงจะทำให้รัฐบาลมาเลเซียเพลี่ยงพล้ำทางการเมือง โดยปัจจุบัน พรรคอัมโนและพรรคปาสจับทางได้ว่าประเด็นเชื้อชาติเป็นจุดอ่อนของรัฐบาล เนื่องจากรัฐบาล PH นำเสนอภาพลักษณ์การเป็นรัฐบาลที่สร้างความเท่าเทียมทางเชื้อชาติ ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่ตอบสนองความเชื่อมั่นและความต้องการของชาวภูมิบุตร เพราะชาวภูมิบุตรไม่ต้องการเสียสละอภิสิทธิ์ที่เคยได้มาตลอดให้คนกลุ่มใด คาดว่า พรรคอัมโนและพรรคปาสคงจะหาวิธีนำประเด็นนี้บ่อนทำลายรัฐบาลต่อไป ขณะที่ นรม.ตุน มหาธีร์ อยู่ในภาวะที่กำหนดท่าทีได้ลำบาก เนื่องจากไม่ต้องการผิดสัญญากับนักการเมืองและประชาชนเชื้อสายอื่น (เช่น จีนและอินเดีย) ที่ช่วยสนับสนุนจนจัดตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ

3) ปัญหาชาวโรฮีนจาอพยพมีแนวโน้มจะเป็นปัญหาใหญ่สำหรับมาเลเซียต่อไปในอนาคต เพราะขนาดชุมชนชาวโรฮีนจาน่าจะเติบโตในมาเลเซียอย่างรวดเร็ว ที่สำคัญ ชาวโรฮีนจาอพยพเสี่ยงถูกกลุ่มหัวรุนแรงชักจูงไปเป็นแนวร่วม โดยเฉพาะกลุ่มโรฮีนจาติดอาวุธในรัฐยะไข่ของเมียนมา (Arakan Rohingya Salvation Army-ARSA) และกลุ่ม Islamic State (IS) ภาวะดังกล่าวทำให้มาเลเซียอาจถูกใช้เป็นสถานที่จัดหาอาวุธ ฝึกอาวุธ ระดมทุน จัดหาสิ่งอำนวยความสะดวก และพบปะ หรือใช้เป็นสถานที่เป้าหมายในการก่อเหตุต่อผลประโยชน์ของเมียนมา และยังอาจทำให้สถานการณ์ก่อการร้ายในมาเลเซียซับซ้อนยิ่งขึ้น

ความสัมพันธ์ไทย-มาเลเซีย

สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตเมื่อ 31 ส.ค. 2500 และมี สอท./กัวลาลัมเปอร์ สถานกงสุลใหญ่ในมาเลเซีย 2 แห่ง ได้แก่ สกญ./ปีนัง และ สกญ./โกตาบารู ส่วนราชการและหน่วยงานต่าง ๆ ของไทย ซึ่งตั้งสำนักงานในมาเลเซีย ได้แก่ ทูตฝ่ายทหารทั้งสามเหล่าทัพ ส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ แรงงาน และประสานงานตำรวจ บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงเทพ ขณะที่มาเลเซียมี สอท.มาเลเซีย/กรุงเทพฯ สถานกงสุลใหญ่มาเลเซีย/สงขลา และธนาคารซีไอเอ็มบีไทย จำกัด (มหาชน) ซึ่ง CIMB Bank Berhad ของมาเลเซียเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่

กลไกส่งเสริมและแก้ไขปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับมาเลเซีย ในระดับทวิภาคี ได้แก่

1) คณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคีระหว่างไทยกับมาเลเซีย (Joint Commission-JC)

2) คณะกรรมการว่าด้วยยุทธศาสตร์การพัฒนาร่วมสำหรับพื้นที่ชายแดน (Joint Development Strategy-JDS) 3) คณะกรรมการด้านความมั่นคง ได้แก่ คณะกรรมการชายแดนทั่วไป (General Border Committee-GBC) คณะกรรมการระดับสูง (High Level Committee-HLC) และคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (Regional Border Committee-RBC) 4) คณะกรรมการร่วมด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำหรับความสัมพันธ์ระหว่างประชาชน มีการจัดตั้งสมาคมไทย-มาเลเซีย และสมาคมมาเลเซีย-ไทย นอกจากนี้ ทั้งสองประเทศยังมีความร่วมมือกันในกรอบแผนงานการพัฒนาเขตเศรษฐกิจ 3 ฝ่าย อินโดนีเซีย-มาเลเซีย-ไทย (Indonesia-Malaysia-Thailand Growth Triangle IMT-GT) และอาเซียนด้วย

ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ มาเลเซียเป็นคู่ค้าอันดับ 4 ของไทยในโลก และอันดับ 1 ในกลุ่มอาเซียน ส่วนไทยเป็นคู่ค้าอันดับ 5 ของมาเลเซีย มูลค่าการค้าปี 2560 (ม.ค.-ธ.ค. 2560) ประมาณ 21,925 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยส่งออกมูลค่า 10,343 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และนำเข้ามูลค่า 11,582 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยขาดดุลการค้า 1,239 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สินค้าส่งออกของไทย : คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ รถยนต์และส่วนประกอบ ยางพารา แผงวงจรไฟฟ้า น้ำมันสำเร็จรูป เคมีภัณฑ์ เม็ดพลาสติก ผลิตภัณฑ์ยาง เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ สินค้านำเข้าจากมาเลเซีย : น้ำมันดิบ คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ เคมีภัณฑ์ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ แผงวงจรไฟฟ้า น้ำมันสำเร็จรูป สื่อบันทึกข้อมูลภาพและเสียง เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ สินแร่โลหะอื่น ๆ เศษโลหะ ส่วนประกอบและอุปกรณ์ยานยนต์

ข้อตกลงสำคัญ : ความตกลงว่าด้วยการส่งผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างกรุงสยาม-อังกฤษ (4 มี.ค. 2454) ความตกลงว่าด้วยการอำนวยความสะดวกของการเดินรถไฟ (ปี 2465) ความตกลงว่าด้วยการจราจรข้ามแดน (ปี 2483) ความตกลงว่าด้วยการคมนาคมและขนส่งทางบก (1 ม.ค. 2497) ความตกลงว่าด้วยการเดินรถไฟร่วม (20 พ.ค. 2497) ความตกลงว่าด้วยการยกเว้นการตรวจลงตราหนังสือเดินทางทูตและราชการ (24 ต.ค. 2505) ความตกลงว่าด้วยการบริการเดินอากาศ (18 พ.ย. 2509) ความตกลงว่าด้วยการศุลกากร (9 พ.ค. 2511) ความตกลงว่าด้วยการยกเว้นการตรวจลงตรา (12 ม.ค. 2513) ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางการประมง (16 ม.ค. 2514) ความตกลงว่าด้วยการสำรวจและปักปันเขตแดน (8 ก.ย. 2515) ความตกลงว่าด้วยการจัดตั้งองค์กรร่วมมาเลเซีย-ไทย (21 ก.พ. 2522) ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางการเกษตร

(26 ก.พ. 2522) ความตกลงว่าด้วยการแบ่งเขตทางทะเล/ทะเลอาณาเขต (24 ต.ค. 2522) ความตกลงว่าด้วยการแบ่งเขตไหล่ทวีป (24 ต.ค. 2522) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการขนส่งสินค้าเน่าเสียง่ายผ่านแดนมาเลเซียไปยังสิงคโปร์ (24 พ.ย. 2522) ความตกลงว่าด้วยการขนส่งสินค้าไป-กลับระหว่างฝั่งตะวันออกกับฝั่งตะวันตกของมาเลเซียผ่านแดนไทยโดยการรถไฟแห่งประเทศไทย (19 เม.ย. 2523) ความตกลงว่าด้วยการยกเว้นการเก็บภาษีซ้อน (29 มี.ค.2525) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาลุ่มน้ำโก-ลก (พ.ค. 2526) ความตกลงว่าด้วยการจัดตั้งคณะกรรมาธิการร่วมไทย-มาเลเซีย (29 มิ.ย. 2530) ความตกลงว่าด้วยการเดินเรือข้ามฟากบริเวณปากแม่น้ำโก-ลก (26 ก.ค. 2533) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการศึกษา (25 พ.ค. 2536) ความตกลงว่าด้วยการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน (10 ก.พ. 2538) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านยางพารา (17 ก.ย. 2542) ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือชายแดน

(18 พ.ค. 2543) ความตกลงว่าด้วยการค้าทวิภาคี (6 ต.ค. 2543) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการจัดทำ Bilateral Payment Arrangement (Account Trade) (27 ก.ค. 2544) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือ

3 ฝ่าย ด้านยางพารา อินโดนีเซีย-มาเลเซีย-ไทย (8 ส.ค. 2545) บันทึกความเข้าใจเพื่ออำนวยความสะดวกด้านพิธีการในการเคลื่อนย้ายสินค้า (28 ก.ค. 2546) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือระหว่างตลาดหลักทรัพย์ไทยกับมาเลเซีย (28 ก.ค. 2546) ความตกลงโครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโก-ลกแห่งที่ 2 เชื่อมบ้านบูเก๊ะตา อ.แว้ง จ.นราธิวาส กับบ้านบูกิตบุหงา รัฐกลันตัน (14 ต.ค. 2547) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือทางการศึกษา (21 ส.ค. 2550)

นอกจากนี้ รัฐบาลมาเลเซียยังเป็นสักขีพยานการลงนามในเอกสาร “General Consensus on Peace Process” ระหว่างผู้แทนรัฐบาลไทย (ลมช.) กับกลุ่มผู้เห็นต่างจากรัฐ เมื่อ 28 ก.พ. 2556 ที่กัวลาลัมเปอร์ เพื่อเริ่มต้นกระบวนการพูดคุยสันติสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต้ (จชต.) ของไทย โดยรัฐบาลมาเลเซียได้แต่งตั้งให้ ดาโต๊ะ ซรี อาหมัด ซัมซามิน ฮาชิม ทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยความสะดวกในกระบวนการดังกล่าว ขณะที่ไทยภายใต้การนำของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จัดตั้งกลไกขับเคลื่อนกระบวนการพูดคุยฯ เมื่อปลายปี 2557 ซึ่งมี คกก.3 ระดับ คือ 1) คณะกรรมการอำนวยการพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ มี นรม.เป็นประธานกรรมการ 2) คณะพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ นรม.มอบหมาย พล.อ.อักษรา เกิดผล ที่ปรึกษา นรม.เป็นผู้แทนหัวหน้าคณะพูดคุย และ 3) คณะประสานงานระดับพื้นที่ มี ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 เป็นหัวหน้าคณะประสานงาน

ภายหลังการเลือกตั้งทั่วไปครั้งที่ 14 ของมาเลเซีย การเมืองมาเลเซียเปลี่ยนขั้วครั้งแรกในรอบ 61 ปี แต่รัฐบาลมาเลเซียชุดใหม่ยังคงสนับสนุนกระบวนการพูดคุยฯ ต่อไป โดยปรับเปลี่ยนตัวผู้อำนวยความสะดวกคนใหม่เป็นตัน ศรี อับดุล ราฮิม โมฮัมหมัด นูร์ อดีต ผบ.ตร. และอดีต ผบ.ตร.ส. เมื่อ 30 ส.ค. 2561 โดยตัน ศรี อับดุล ราฮิมมีประสบการณ์การใช้งานข่าวของ ตร.ส.แก้ไขปัญหาโจรจีนคอมมิวนิสต์มาลายามาก่อน

 
 
 
 

ผู้นำมาเลเซีย

 
บันทึกข้อมูลเมื่อ: Dec. 24, 2019, 9:46 p.m.
เผยแพร่ข้อมูลเมื่อ: None |
รูปผู้นำมาเลเซีย
 

ตุน นายแพทย์ มหาธีร์ บิน โมฮัมหมัด

(Tun Dr. Mahathir Bin Mohamad)

ตำแหน่ง นรม.คนที่ 4 และ 7 ของมาเลเซีย

เกิด 10 ก.ค. 2468 (อายุ 95 ปี/ปี 2563) แต่ตามสูติบัตรเกิด 20 ธ.ค. 2468 ที่เขตอะลอร์สตาร์ รัฐเกดะห์

เชื้อชาติ มาเลย์

ศาสนา อิสลาม (ซุนนี)

สถานภาพทางครอบครัว สมรสกับตุน แพทย์หญิง ซีตี ฮัสมะห์ บินตี ฮาจี โมฮัมหมัด อาลี (อายุ 94 ปี/ปี 2563) มีบุตร 7 คน (บุตรบุญธรรม 3 คน) บุตรคนที่ 3 คือ ดาโต๊ะ ซรี มูคริซ บิน มหาธีร์ มุขมนตรีรัฐเกดะห์

การศึกษา ปริญญาตรีด้านแพทยศาสตร์จาก King Edward VII College of Medicine ที่สิงคโปร์ โดยได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลมาเลเซีย

ประวัติการทำงาน

ปี 2498 สมาชิกพรรคอัมโน

ปี 2508 สมาชิกสภาสูงสุดพรรคอัมโน

ปี 2512 ถูกไล่ออกจากพรรคอัมโน

ปี 2515 กลับเข้าร่วมพรรคอัมโน

ปี 2516 สมาชิกวุฒิสภา

ปี 2517-2520 รมว.กระทรวงศึกษาธิการ

ปี 2517-2542 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขตกูบัง ปาซู รัฐปะหัง

ปี 2518 รองประธานพรรคอัมโน

ปี 2519 รอง นรม.

ปี 2520 รมว.กระทรวงการค้าระหว่างประเทศและอุตสาหกรรม

ปี 2524 ประธานพรรคอัมโน

ปี 2524-2546 นรม.คนที่ 4

ปี 2524-2529 รมว.กระทรวงกลาโหม

ปี 2529-2542 นรม.สมัยที่ 2 และ รมว.กระทรวงความมั่งคงภายในประเทศ

ปี 2530 รมว.กระทรวงยุติธรรมและประธานพรรคอัมโน

ปี 2533 นรม.สมัยที่ 3

ปี 2538 นรม.สมัยที่ 4

ปี 2541 รมว.กระทรวงการคลัง

ปี 2542 นรม.สมัยที่ 5

31 ต.ค. 2546 ลาออกจากตำแหน่ง นรม.

ปี 2546-2559 ที่ปรึกษาอาวุโสบริษัทเปโตรนาส และประธานกิตติมศักดิ์มูลนิธิ Perdana Leadership Foundation

ปี 2550 ประธานคณะกรรมาธิการอาชญากรรมสงครามแห่งกัวลาลัมเปอร์ (Kuala Lumpur War Crimes Commission)

ปี 2554 ประธานมูลนิธิ Perdana Global Peace Foundation

ปี 2559 ลาออกจากพรรคอัมโนและตำแหน่งที่ปรึกษาอาวุโสบริษัทเปโตรนาส และก่อตั้ง พรรค PPBM

ปี 2560 ประธานพันธมิตรแห่งความหวัง (Pakatan Harapan)

10 พ.ค. 2561 นรม.คนที่ 7 และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขตลังกาวี รัฐเกดะห์

#8c7b75 - right
 

คณะรัฐมนตรี

คณะรัฐมนตรีมาเลเซีย

นรม. Tun Dr. Mahathir Bin Mohamad

รอง นรม. Dato’ Seri Wan Azizah Binti Wan Ismail

รมว.สำนักนายกรัฐมนตรี Dato’ Dr. Mujahid Yusof Rawa

Datuk Liew Vui Keong

P Waytha Moorthy

รมว.กระทรวงการคลัง Lim Guan Eng

รมว.กระทรวงเศรษฐกิจ Dato’ Seri Mohamed Azmin bin Ali

รมว.กระทรวงความมั่นคงภายในประเทศ Tan Sri Muhyiddin Yassin

รมว.กระทรวงกลาโหม Mohamad Sabu

รมว.กระทรวงการต่างประเทศ Saifuddin Abdullah

รมว.กระทรวงการพัฒนาสตรี ครอบครัว และชุมชน Dato’ Seri Wan Azizah Binti Wan Ismail

รมว.กระทรวงศึกษาธิการ Dr. Maszlee Malik

รมว.กระทรวงการคมนาคม Anthony Loke Siew Fook

รมว.กระทรวงเกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตร Salahuddin Ayub

รมว.กระทรวงสาธารณสุข Dr. Dzulkefly Ahmad

รมว.กระทรวงการเคหะและรัฐบาลท้องถิ่น Datuk Zuraida Kamaruddin

รมว.กระทรวงทรัพยากรมนุษย์ M. Kula Segaran V. Murugeson

รมว.กระทรวงพัฒนาชนบท Rina Harun

รมว.กระทรวงการสื่อสารและมัลติมีเดีย Gobind Singh Deo

รมว.กระทรวงเยาวชนและกีฬา Syed Saddiq Syed Abdul Rahman

รมว.การพัฒนาวิสาหกิจ Redzuan Yusof

รมว.กระทรวงน้ำ ที่ดิน และทรัพยากรธรรมชาติ Dr. Xavier Jayakumar

รมว.กระทรวงการค้าภายใน สหกรณ์ และการคุ้มครองผู้บริโภค Datuk Saifuddin Nasution Ismail

รมว.กระทรวงอุตสาหกรรมพื้นฐาน Teresa Kok

รมว.กระทรวงโยธาธิการ Baru Bian

รมว.กระทรวงพลังงาน เทคโนโลยี วิทยาศาสตร์ Yeo Bee Yin

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และสิ่งแวดล้อม

รมว.กระทรวงกิจการเขตแดนเขตสหพันธรัฐ Khalid Abdul Samad

รมว.กระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมระหว่างประเทศ Darell Leiking

รมว.กระทรวงการท่องเที่ยว ศิลปะ และวัฒนธรรม Mohammadin Ketapi

-----------------------------------------------

(ต.ค. 2562)