สาธารณรัฐซูดาน

Republic of Sudan

บันทึกข้อมูลเมื่อ: Dec. 24, 2019, 10:21 p.m.
แก้ไขล่าสุดเมื่อ: Dec. 24, 2019, 10:21 p.m.
ธงซูดาน
 

เมืองหลวง คาร์ทูม

ที่ตั้ง ทางตะวันออกเฉียงเหนือของทวีปแอฟริกา ระหว่างเส้นละติจูด 8-23 องศาเหนือ กับเส้นลองจิจูด 24-36 องศาตะวันออก พื้นที่รวม 1,861,484 ตร.กม. มีชายแดนทางบกยาว 6,819 กม. และมีชายฝั่งยาว 853 กม.

อาณาเขต

    ทิศเหนือ ติดกับอียิปต์ 1,276 กม. ลิเบีย 382 กม.

    ทิศใต้ ติดกับเซาท์ซูดาน 2,158 กม.

    ทิศตะวันออก ติดกับทะเลแดง 853 กม. เอริเทรีย 682 กม. และเอธิโอเปีย 744 กม.

    ทิศตะวันตก ติดกับชาด 1,403 กม. และสาธารณรัฐแอฟริกากลาง 174 กม.

ภูมิประเทศ ส่วนใหญ่เป็นที่ราบ ภาคใต้ ตะวันออกเฉียงเหนือ และตะวันตกเป็นเขตภูเขา และภาคเหนือส่วนใหญ่เป็นทะเลทราย

ภูมิอากาศ ร้อนและแห้งแล้งแบบทะเลทราย มีฝนตกช่วง เม.ย.-พ.ย.

ประชากร 41,983,612 คน (ปี 2562 ข้อมูลของสำนักงานกลางสถิติซูดาน)

รายละเอียดประชากร ส่วนใหญ่ (70%) เป็นชาวอาหรับซูดาน นอกนั้นเป็น Fur, Beja, Nuba และ Fallata อัตราส่วนประชากรจำแนกตามอายุ : วัยเด็ก (0-14 ปี) 43.07% วัยรุ่นถึงวัยกลางคน (15-64 ปี) 53.95% วัยชรา (65 ปีขึ้นไป) 2.98% อายุเฉลี่ยของประชากรโดยรวม 65.8 ปี เพศชายประมาณ 63.7 ปี เพศหญิงประมาณ 68.1 ปี อัตราการเกิด 34.2 คนต่อประชากร 1,000 คน อัตราการตาย 6.7 คนต่อประชากร 1,000 คน อัตราการเพิ่มของประชากร 2.93%

ศาสนา ส่วนใหญ่เป็นผู้นับถือศาสนาอิสลาม (ซุนนี) และมีผู้นับถือศาสนาคริสต์จำนวนเล็กน้อย

ภาษา ภาษาอาหรับและภาษาอังกฤษเป็นภาษาราชการ และมีการใช้ภาษาท้องถิ่นอื่น ได้แก่ Nubian, Ta Bedawie และ Fur

การศึกษา อัตราการรู้หนังสือ 75.9%

การก่อตั้งประเทศ หลังได้รับเอกราชจากสหราชอาณาจักรเมื่อ 1 ม.ค. 2499 ซูดานตกอยู่ในภาวะสงครามกลางเมืองมาตลอด โดยสงครามกลางเมืองช่วงแรกสิ้นสุดลงเมื่อปี 2515 และสงครามกลางเมืองครั้งที่สองเกิดขึ้นเมื่อปี 2526 เนื่องจากรัฐบาลซูดานภายใต้การนำของประธานาธิบดี Gaafar Nimeiry ประกาศใช้กฎหมายอิสลามบริหารประเทศครอบคลุมถึงซูดานตอนใต้ ทำให้ชาวซูดานตอนใต้ที่ส่วนใหญ่นับถือศาสนาคริสต์และความเชื่อดั้งเดิม รวมตัวกันจัดตั้งเป็น กกล.ต่อต้าน ชื่อ Sudan People’s Liberation Movement (SPLM) นำโดยนาย John Garang และปฏิเสธที่จะอยู่ภายใต้การปกครองของรัฐบาลนาย Gaafar Nimeiry ซึ่งกลุ่มดังกล่าวทำสงครามต่อต้านรัฐบาลมาอย่างยาวนานกว่าสองทศวรรษ ส่งผลให้มีผู้พลัดถิ่นกว่า 4 ล้านคน และเสียชีวิต 2 ล้านคน จนในที่สุดเมื่อ ม.ค. 2548 ทั้งสองฝ่ายบรรลุความตกลงสันติภาพ (Comprehensive Peace Agreement-CPA) กำหนดให้ซูดานเหนือและใต้มีโครงสร้างการปกครองที่ทั้งสองฝ่ายมีส่วนร่วม เช่น ให้ผู้นำของ SPLM เป็นรองประธานาธิบดีคนที่หนึ่ง จัดตั้งรัฐบาลผสมระหว่างพรรค National Congress Party (NCP) ของรัฐบาลกับกลุ่ม SPLM ภายใต้ชื่อ Government of National Unity (GNU) แบ่งรายได้จากการส่งออกน้ำมันระหว่างฝ่ายเหนือกับฝ่ายใต้เท่า ๆ กัน และให้ฝ่ายใต้มีอำนาจปกครองตนเอง (autonomy) เป็นเวลา 6 ปี ก่อนให้ประชาชนลงประชามติ ซึ่งผลการลงประชามติเมื่อ ม.ค. 2554 ประชาชนฝ่ายใต้ 98% เลือกที่จะปกครองตนเอง นำไปสู่การประกาศเอกราชของเซาท์ซูดานแยกจากซูดาน เมื่อ 9 ก.ค. 2554 แต่ภายหลังการแยกตัวของเซาท์ซูดาน เกิดความขัดแย้งภายในซูดานระหว่างรัฐบาลกับกลุ่มปลดปล่อยประชาชนซูดานเหนือ (Sudan People’s Liberation Movement-North) หรือ SPLM-N และในพื้นที่ขัดแย้งดาร์ฟูร์ South Kordofan และ Blue Nile ทำให้มีผู้ไร้ที่อยู่อาศัยมากถึง 12 ล้านคน และส่งผลต่อการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม โดยเฉพาะความขัดแย้งในดาร์ฟูร์เมื่อปี 2546 ทำให้มีผู้ไร้ที่อยู่อาศัยนับล้านคน และเสียชีวิตนับแสนคน สหประชาชาติและสหภาพแอฟริกาพยายามเข้ามาระงับเหตุ และจัดตั้งภารกิจกองกำลังสันติภาพผสมระหว่างสหประชาชาติกับสหภาพแอฟริกาในดาร์ฟูร์ (UNAMID) เมื่อปี 2550 แต่กองกำลังรักษาสันติภาพตกเป็นเป้าหมายของกลุ่มติดอาวุธเมื่อปี 2556 มีเจ้าหน้าที่ถูกสังหาร 16 คน นอกจากนี้ ซูดานยังมีปัญหาผู้ลี้ภัยจากประเทศข้างเคียง เช่น เอธิโอเปีย ชาด สาธารณรัฐแอฟริกากลาง เซาท์ซูดาน ขณะที่การให้ความช่วยเหลือทำได้ยากลำบาก เพราะปัญหาความขัดแย้งของกลุ่มติดอาวุธ และสภาพการคมนาคม

วันชาติ 1 ม.ค. (ได้รับเอกราชจากสหราชอาณาจักรเมื่อปี 2499)

การเมือง ปกครองแบบสาธารณรัฐ ประธานาธิบดีเป็นประมุขและหัวหน้ารัฐบาล การเลือกตั้งประธานาธิบดีและการเลือกตั้งทั่วไปครั้งล่าสุดเมื่อ 13-16 เม.ย. 2558 นายอุมัร ฮะซัน อะห์มัด อัลบะชีร ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีตั้งแต่ 16 ต.ค. 2536 และถูกโค่นล้มออกจากตำแหน่งเมื่อ 11 เม.ย. 2562 จากการรัฐประหารโดยกองทัพ ต่อมาเมื่อ 17 ส.ค. 2562 ซูดานตั้งสภาปกครอง (Sovereign Council) ให้มีอำนาจสูงสุดในการบริหารปกครองประเทศ โดยจะทำหน้าที่ในช่วงของการเปลี่ยนผ่านเป็นระยะเวลา 39 เดือน ซึ่งสมาชิกจากฝ่ายกองทัพจะเป็นประธานใน 21 เดือนแรก จากนั้นฝ่ายพลเรือนจะเข้าเป็นประธานต่ออีก 18 เดือน แล้วจึงจะมีการจัดการเลือกตั้งในปี 2565 ปัจจุบัน มี พล.ท.Abdel Fattah al-Burhan เป็นประธานสภาปกครอง

    ฝ่ายบริหาร : ประธานาธิบดีมาจากการเลือกตั้งโดยตรง มีอำนาจควบคุมฝ่ายบริหาร กระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ และแต่งตั้ง ครม. แต่หลังเกิดการรัฐประหารเมื่อ 11 เม.ย.62 สภาปกครองเข้าทำหน้าที่บริหารประเทศชั่วคราว มีสมาชิก 11 คน แยกเป็นฝ่ายกองทัพ 5 คน ได้แก่ 1) พล.ท.Abdel Fattah al-Burhan อดีตประธาน สภาทหารเพื่อการเปลี่ยนผ่านของซูดาน (Transitional Military Council-TMC) ทำหน้าที่ประธานสภาปกครอง 2) พล.ท.Mohammed Hamadan Dagalo (หรือรู้จักในชื่อ Hemeti) รองประธาน TMC และ ผบ.กองกำลัง Rapid Support Forces (RSF) 3) พล.ท.Yasser Atta 4) พล.ท.Ibrahim Gaber และ 5) พล.ท.Shams el-Din Kabashi และฝ่ายพลเรือน 6 คน ได้แก่ 1) นาย Hassan Mohamed Idris 2) นาย Al-Siddiq Tawer Kafi 3) นาง Ayesha Musa Saeed 4) นาย Mohamed Osman hassan al-Taayeshi 5) นาย Raja Nicola Issa Abdul-Masseh และ 6) ผู้พิพากษาของคริสต์นิกาย Coptic ทั้งนี้นาย Abdalla Hamdok นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสประจำสหประชาชาติ ซึ่งมี สนญ.อยู่เอธิโอเปีย ได้รับคัดเลือกจากฝ่ายพลเรือนให้ดำรงตำแหน่ง นรม.ซูดาน ทั้งสภาปกครองและนาย Hamdok ทำเข้าสาบานตนเข้ารับตำแหน่งเมื่อ 21 ส.ค. 2562 ต่อมาเมื่อ 5 ก.ย. 2562 นรม.Hamdok แต่งตั้ง ครม.รวม 18 ตำแหน่ง

    ฝ่ายนิติบัญญัติ : ทำหน้าที่ออกกฎหมาย ข้อมติ และจัดให้มีการไต่สวนในเรื่องที่มีความสำคัญ ให้ความเห็นชอบงบประมาณและภาษี ประกอบด้วย 2 สภา คือ 1) วุฒิสภา (Council of States หรือ Majlis al-Wilayat) มีสมาชิก 54 คน มาจากการเลือกตั้งโดยอ้อม วาระ 6 ปี และ 2) สภาผู้แทนราษฎร (National Assembly หรือ Majlis Watani) มีสมาชิก 426 คน โดย 213 คน มาจากการเลือกตั้งโดยตรง ส่วนที่เหลือมาจากการเลือกตั้งแบบสัดส่วน (ในจำนวนส่วนที่เหลือนี้เป็นหญิง 128 คน) วาระ 6 ปี การเลือกตั้งครั้งล่าสุดเมื่อ 13-16 เม.ย. 2558 ต่อมายุบสภาเนื่องจากเกิดการรัฐประหารเมื่อ 11 เม.ย. 2562

    ฝ่ายตุลาการ : ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลฎีกา ศาลอุทธรณ์ และศาลอื่น ๆ

    พรรคการเมืองสำคัญ : พรรค Democratic Unionist Party (DUP) ดั้งเดิม พรรค Democratic Unionist Party พรรค Umma Federal Party (UFP) พรรค Popular Congress Party (PCP) พรรค Umma Party (UP) พรรค Umma Reform and Development Party (URDP) และพรรค Muslim Brotherhood (MB)

เศรษฐกิจ ตั้งแต่ปี 2552 เป็นต้นมา เศรษฐกิจของซูดานพึ่งพาการส่งออกน้ำมัน ประชาชนส่วนใหญ่ยังคงยึดอาชีพเกษตรกรรม แม้ว่าอัตราการเติบโตของรายได้เฉลี่ยต่อหัวของประชาชนเพิ่มขึ้น แต่ปัญหาการสู้รบในดาร์ฟูร์ที่เป็นสงครามกลางเมือง และการขาดแคลนระบบสาธารณูปโภคในพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศ ทำให้ประชาชนมีระดับความเป็นอยู่ต่ำกว่ามาตรฐานความยากจน ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมน้ำมันเป็นปัจจัยสำคัญ ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ภาคบริการ การพัฒนาสาธารณูปโภค และภาคการเกษตรก็มีบทบาทสำคัญเพิ่มขึ้นในการส่งเสริมการจ้างงาน โดยภาคการเกษตรมีการจ้างงานสูงสุด

ผลผลิตการเกษตร ได้แก่ ฝ้าย ถั่วลิสง ข้าวฟ่าง ลูกเดือย ข้าวสาลี กัมอาหรับ (เป็นสารประกอบธรรมชาติชนิดหนึ่งที่อยู่ในกลุ่มสารไฮโดรคอลลอยด์ที่นิยมใช้กันแพร่หลายในวงการอุตสาหกรรมอาหาร) อ้อย มันแกว มะม่วง มะละกอ กล้วยหอม มันฝรั่งหวาน งา แกะ และปศุสัตว์ ผลผลิตในภาคอุตสาหกรรม ได้แก่ น้ำมัน สิ่งทอ ซีเมนต์ น้ำมันรำข้าว น้ำตาล สมุนไพรที่ใช้ในการทำสบู่ รองเท้า น้ำมันกลั่น เวชภัณฑ์ ยุทธภัณฑ์ การประกอบรถยนต์และรถบรรทุกขนาดเล็ก

การประกาศเอกราชของเซาท์ซูดานที่แยกตัวออกจากซูดาน เมื่อ 9 ก.ค. 2554 ส่งผลกระทบต่อค่าเงินและเศรษฐกิจของซูดานเป็นอย่างมาก เนื่องจากแหล่งน้ำมันที่เป็นรายได้สำคัญของซูดานส่วนใหญ่ (3 ใน 4) อยู่ในเซาท์ซูดาน นอกจากนี้ ประชาชนนำเงินไปซื้อ-ขายในตลาดมืดที่ให้ราคาดีกว่าธนาคาร เนื่องจากค่าเงินปอนด์ซูดานอ่อนค่าลงอย่างมาก ขณะเดียวกันก็ประสบปัญหาขาดแคลนเงินตราต่างประเทศ ภาวะเงินเฟ้อสูง และรัฐบาลซูดานลดการอุดหนุนการนำเข้าข้าวสาลีและเชื้อเพลิง ทำให้ประชาชนประสบความยากลำบาก ทั้งนี้ เมื่อปี 2561 สหประชาชาติจัดอันดับดัชนีการพัฒนามนุษย์ของซูดานอยู่อันดับที่ 167 จาก 189 อันดับ และซูดานยังคงเป็นหนึ่งในประเทศที่ยากจนที่สุดในโลก

    สกุลเงิน ตัวย่อสกุลเงิน : ปอนด์ซูดาน (Sudanese Pound) หรือ SDG

    อัตราแลกเปลี่ยนต่อดอลลาร์สหรัฐ : 1 ดอลลาร์สหรัฐ : 45.10 ปอนด์ซูดาน

    อัตราแลกเปลี่ยนต่อบาท : 1 บาท : 1.48 ปอนด์ซูดาน (ต.ค. 2562)

ดัชนีเศรษฐกิจสำคัญ

ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) : 40,852 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ปี 2561 ของธนาคารโลก)

อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ : -2.312% (ปี 2561 ของธนาคารโลก)

รายได้เฉลี่ยต่อหัวต่อปี : 977.27 ดอลลาร์สหรัฐ (ปี 2561 ของธนาคารโลก)

แรงงาน : 11,724,628 คน (ปี 2561 ของธนาคารโลก)

อัตราการว่างงาน : 22.1% (ต.ค. 2562 ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ)

อัตราเงินเฟ้อ : 50.4% (ต.ค. 2562 ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ)

ผลผลิตทางการเกษตร : ฝ้าย ถั่วลิสง ข้าวฟ่าง ข้าวสาลี กัมอาหรับ อ้อย มันสำปะหลัง มะม่วง มะละกอ

ผลผลิตอุตสาหกรรม : น้ำมัน ใยฝ้าย สิ่งทอ ซีเมนต์ น้ำมันที่รับประทานได้ น้ำตาล

ดุลการค้าระหว่างประเทศ : ขาดดุล 565 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

มูลค่าการส่งออก : 4,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณการปี 2560)

สินค้าส่งออก : ทองคำ น้ำมันและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม ฝ้าย งา ปศุสัตว์ ถั่วลิสง กัมอาหรับ และน้ำตาล

คู่ค้าส่งออกที่สำคัญ : สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 55.5% อียิปต์ 14.7% ซาอุดีอาระเบีย 8.8%

มูลค่าการนำเข้า : 726.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณการปี 2560)

สินค้านำเข้า : ผลิตภัณฑ์อาหาร สินค้าอุตสาหกรรม อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการคมนาคมและการกลั่นน้ำมัน เวชภัณฑ์ เคมีภัณฑ์ สิ่งทอ และข้าวสาลี

คู่ค้านำเข้าที่สำคัญ : สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 12.7% อียิปต์ 10.6% อินเดีย 10.5% ตุรกี 10.2% ญี่ปุ่น 7.6% ซาอุดีอาระเบีย 6% เยอรมนี 4.6%

คู่ค้าสำคัญ : สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อียิปต์ ซาอุดีอาระเบีย

ทรัพยากรธรรมชาติ : น้ำมัน แหล่งแร่เหล็ก ทองแดง โครเมียม สังกะสี ทังสเตน แร่ไมกา เงิน ทองคำ และไฟฟ้าพลังน้ำ

การทหารและความมั่นคง

การทหาร : ไม่ปรากฏข้อมูลงบประมาณด้านการทหาร นอกจากกองทัพซูดานแล้ว ยังมี กกล.สหประชาชาติร่วมกับสหภาพแอฟริกาปฏิบัติการรักษาสันติภาพ (UNAMID) ประจำการอยู่ในดาร์ฟูร์ ประกอบด้วย ทหาร 4,382 นาย ตำรวจที่ปรึกษา 685 นาย ตำรวจในเครื่องแบบ 1,637 นาย จนท.พลเรือนต่างชาติ 519 คน อาสามัคร UN 67 คน จนท.พลเรือนชาวซูดาน 944 คน โดยไทยร่วมส่ง กกล. ไปประจำการในภารกิจ UNAMID ประมาณ 7 4 คน

ยุทโธปกรณ์สำคัญ : รถหุ้มเกราะมากกว่า 1,350 คัน ปืนใหญ่มากกว่า 860 กระบอก ปืนต่อสู้อากาศยานมากกว่า 940 กระบอก เรือตรวจการณ์ 11 ลำ เรือระบายพล 5 ลำ บ.ต่อสู้ 71 ลำ ฮ.โจมตี 40 ลำ

กำลังพลรวม : ทหาร 104,300 นาย กองกำลังกึ่งทหาร 20,000 นาย และกำลังสำรอง 85,000 นาย โดยทหารแยกเป็น ทบ. 100,000 นาย ทร. 1,300 นาย และ ทอ. 3,000 นาย

ปัญหาด้านความมั่นคง :

1. ปัญหาขัดแย้งระหว่างรัฐบาลซูดานกับกลุ่มกบฏในดาร์ฟูร์ South Kordofan และ Blue Nile ที่สำคัญคือแนวร่วม Sudan Revolutionary Front (SRF) ประกอบด้วยกลุ่มต่อต้านรัฐบาลซูดานในดาร์ฟูร์หลายกลุ่ม ได้แก่ กลุ่ม Justice and Equality Movement (JEM) กลุ่ม Sudan Liberation Movement (Minnawi) นำโดยนาย Minni Minnawi กลุ่ม Sudan Liberation Movement (al-Nur) นำโดยนาย Abdul Wahid al Nur และกลุ่ม Sudan People’s Liberation Movement /North (SPLM-N) ซึ่งยังคงมีความขัดแย้ง แม้ว่าแนวร่วม SRF ทำข้อตกลงหยุดยิงกับรัฐบาลซูดานแล้ว แต่ยังไม่พอใจคำประกาศรัฐธรรมนูญ (Constitutional Declaration) ที่ลงนามเมื่อ 17 ส.ค. 2562 เพราะเห็นว่าไม่สะท้อนจุดยืนของตนได้อย่างเที่ยงตรงและไม่สามารถช่วยยุติความขัดแย้งในซูดานได้ โดย UNSC เห็นชอบให้คงกองกำลัง UNAMID ต่อไปจนถึง 31 มี.ค. 2563 โดยมีกำลังพลประจำ UNAMID จำนวน 7,800 คนเช่นเดิม ตามข้อเสนอแนะจากรัฐบาลซูดานชุดใหม่ภายหลังการโค่นล้มประธานาธิบดีอุมัร ฮะซัน อะห์มัด อัลบะชีร ของซูดานออกจากตำแหน่ง เมื่อ 11 เม.ย. 2562 ที่เห็นว่าสถานการณ์ในเขตดาร์ฟูร์ยังควรต้องเฝ้าระวัง

2. สถานการณ์ด้านมนุษยธรรม เนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบภายในประเทศและภัยธรรมชาติ โดยเฉพาะน้ำท่วม ทำให้ประชาชนเผชิญกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน เช่น การใช้ความรุนแรง การกระทำทารุณ การปล้น และภาวะขาดแคลนอาหาร เวชภัณฑ์ สุขอนามัย ซึ่งทำให้เกิดโรคต่าง ๆ ตามมา อาทิ อหิวาตกโรค

สมาชิกองค์การระหว่างประเทศ : ABEDA, ACP, AfDB, AFESD, AMF, AU, CAEU, COMESA, FAO, G-77, IAEA, IBRD, ICAO, ICRM, IDA, IDB, IFAD, IFC, IFRCS, IGAD, ILO, IMF,IMO, Interpol, IOC, IOM, IPU, ISO, ITSO, ITU, LAS, MI-GA, NAM, OIC, OPCW, PCA, UN, UNCTAD, UNESCO, UNHCR, UNIDO, UNWTO, UPU, WCO, WFTU, WHO, WIPO, WMO และ WTO (ผู้สังเกตการณ์)

การขนส่งและโทรคมนาคม : ท่าอากาศยาน 74 แห่ง ท่าอากาศยานนานาชาติที่สำคัญ ได้แก่ ท่าอากาศยานคาร์ทูม เส้นทางรถไฟระยะทาง 7,251 กม. (ปี 2557) ถนนระยะทาง 11,900 กม. (ปี 2543) และการเดินทางโดยเรือในแม่น้ำไนล์ (Blue Nile และ White Nile) ระยะทาง 4,068 กม. ท่าเรือสำคัญ ได้แก่ Port Sudan

สำหรับการโทรคมนาคม โทรศัพท์พื้นฐานให้บริการประมาณ 143,280 เลขหมาย โทรศัพท์เคลื่อนที่ 28.644 ล้านเลขหมาย รหัสโทรศัพท์ +249 จำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ต 10.284 ล้านคน หรือ 28% ของประชากรทั้งหมด (ปี 2559) รหัสอินเทอร์เน็ต .sd เว็บไซต์การท่องเที่ยว: http://www.sudan.net/travel.php

การเดินทาง : สายการบินของไทยไม่มีเที่ยวบินตรง กรุงเทพฯ-คาร์ทูม แต่สามารถเดินทางได้ด้วยสายการบินที่หลากหลาย เช่น Emirates Airlines, Ethiopian Airways, Turkish Airlines และ Gulf Air โดยใช้เวลาเดินทางอย่างน้อย 12 ชม. เวลาที่ซูดานช้ากว่าไทยประมาณ 5 ชม.

สถานการณ์สำคัญที่น่าติดตาม :

1. เสถียรภาพภายในซูดานและการบริหารประเทศของสภาปกครองที่จัดตั้งขึ้นในช่วงเปลี่ยนผ่านทางการเมืองตลอด 39 เดือนหรือจนถึงปี 2565

2. บทบาทของประเทศมหาอำนาจในภูมิภาคที่เข้าแทรกแซงสถานการณ์ในซูดาน ได้แก่ อียิปต์ ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กับการพัฒนาสู่ความเป็นประชาธิปไตยของซูดาน

3. ความพยายามของซูดานที่จะหลุดพ้นจากการถูกขึ้นบัญชีประเทศที่สนับสนุนการก่อการร้ายของสหรัฐฯ อันจะส่งผลต่อการเข้าถึงความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจจากสถาบันการเงินระหว่างประเทศ

ความสัมพันธ์ไทย-ซูดาน :

ความสัมพันธ์ด้านการทูต

ไทยสถาปนาความสัมพันธ์กับซูดานเมื่อ 15 มิ.ย. 2525 โดยมอบหมายให้ สอท.ไทย/ไคโร อียิปต์ มีเขตอาณาครอบคลุมถึงซูดาน ส่วนฝ่ายซูดานมอบหมายให้ สอท.ซูดาน/กัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย มีเขตอาณาครอบคลุมไทย ปัจจุบัน รัฐบาลซูดานกระชับความสัมพันธ์กับไทยเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ ความช่วยเหลือด้านสาธารณสุข และวิชาการ

ไทยส่งกำลังทหารเข้าร่วมปฏิบัติภารกิจรักษาสันติภาพของสหประชาชาติกับสหภาพแอฟริกาในซูดาน ปัจจุบันมีเจ้าหน้าที่ไทยประจำการอยู่ประมาณ 7 คน

ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ

เมื่อปี 2561 การค้าระหว่างไทย-ซูดาน มีมูลค่า 132.37 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (4,226.35 ล้านบาท) ไทยส่งออกให้ซูดาน 131.96 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (4,212.77 ล้านบาท) และนำเข้าจากซูดาน 0.42 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (13.58 ล้านบาท) โดยไทยได้เปรียบดุลการค้าซูดาน 131.54 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (4,199.20 ล้านบาท) และในช่วง ม.ค.-ส.ค. 2562 การค้าไทย-ซูดาน มีมูลค่า 40.22 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (1,267.13 ล้านบาท) ไทยส่งออก 39.85 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (1,255.39.27 ล้านบาท) และนำเข้า 0.37 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (11.74 ล้านบาท)

สินค้าที่ไทยส่งออกไปซูดาน ปี 2561 ได้แก่ น้ำตาลทราย รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบของเครื่องจักรกล ผลิตภัณฑ์ยาง และในช่วง ม.ค.-ส.ค. 2562 ได้แก่ น้ำตาลทราย รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์ยาง เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ เคมีภัณฑ์

สินค้าที่ไทยนำเข้า ปี 2561 ได้แก่ พืชและผลิตภัณฑ์จากพืช สัตว์มีชีวิตไม่ได้ทำพันธุ์ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ ไม้ซุง ไม้แปรรูปและผลิตภัณฑ์ เครื่องมือเครื่องใช้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ การแพทย์ และในช่วง ม.ค.-ส.ค. 2562 ได้แก่ พืชและผลิตภัณฑ์จากพืช สัตว์มีชีวิตไม่ได้ทำพันธุ์ เสื้อผ้าสำเร็จรูป สัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ ทั้งนี้ มีคนไทยอาศัยอยู่ในซูดานจำนวน 655 คน เป็นนักศึกษาประมาณ 500 คน ส่วนใหญ่ศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัย International University of Africa (IUA) ในคาร์ทูม (เมื่อ ต.ค. 2560)

ด้านการท่องเที่ยว ปี 2561 นักท่องเที่ยวซูดานเดินทางมาไทย มีจำนวน 5,797 คน และในช่วง ม.ค.-ส.ค. 2562 มีจำนวน 3,499 คน

ความตกลงที่สำคัญระหว่างไทยกับซูดาน อยู่ระหว่างการพิจารณาความตกลงทั่วไปว่าด้วยความร่วมมือทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และเศรษฐกิจ และบันทึกความเข้าใจด้านสาธารณสุข

 
 
 
 

ผู้นำซูดาน

 
บันทึกข้อมูลเมื่อ: Dec. 24, 2019, 10:21 p.m.
เผยแพร่ข้อมูลเมื่อ: None |
รูปผู้นำซูดาน
 

พล.ท.Abdel Fattah al-Burhan

ตำแหน่ง ประธานสภาปกครอง (Sovereign Council)

เกิด ปี 2503 (อายุ 60 ปี/ปี 2563) ที่หมู่บ้าน Gandatu รัฐ River Nile ซึ่งอยู่ทางตอน เหนือของคาร์ทูม ซูดาน มีชื่อเต็มว่า Abdel Fattah Abdelrahman Burhan

การศึกษา ศึกษาที่วิทยาลัยการทหารซูดาน จากนั้นศึกษาต่อที่อียิปต์และจอร์แดน

สถานภาพทางครอบครัว สมรสแล้ว มีบุตร 3 คน

ประวัติการทำงาน

ก.พ. 2562 ได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้ากรมเจรทหาร (General Inspector) กองทัพซูดาน โดย

ประธานาธิบดีอุมัร ฮะซัน อะห์มัด อัลบะชีร

ประวัติทางการเมือง

12 เม.ย.-20 ส.ค. 2562 - ประธานสภาทหารเพื่อการเปลี่ยนผ่านของซูดาน (Transitional Military

Council-TMC)

- หลังดำรงตำแหน่งไม่นาน มีคำสั่งให้ปล่อยตัวนักโทษทั้งหมดที่ถูกจับกุมโดยอดีต ประธานาธิบดีอุมัร ฮะซัน อะห์มัด อัลบะชีร

- พ.ค. 2562 เดินทางเยือนอียิปต์ (เป็นการเยือนต่างประเทศครั้งแรกในฐานะ ผู้นำของซูดาน) สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และซาอุดีอาระเบีย ตามลำดับ

21 ส.ค. 2562 - ดำรงตำแหน่งประธานสภาปกครอง (Sovereign Council)

----------------------------------------------

นาย Abdalla Hamdok

ตำแหน่ง นรม.ซูดาน

เกิด ปี 2499 (อายุ 64 ปี/ปี 2563) ที่ Kordofan ซูดาน

การศึกษา ปริญญาตรีด้านวิทยาศาสตร์จาก University of Khartoum ซูดาน

ปริญญาโทและเอกด้านเศรษฐศาสตร์จาก University of Manchester สหราชอาณาจักร

สถานภาพทางครอบครัว สมรสกับนาง Muna Abdalla ซึ่งเป็นเพื่อนที่เรียนด้านเศรษฐศาสตร์ด้วยกัน เมื่อปี 2536 ที่แมนเชสเตอร์ สหราชอาณาจักร มีบุตรชาย 2 คน โดยคนโตจบการศึกษา จากมหาวิทยาลัยในสหรัฐฯ ส่วนคนเล็กเพิ่งเข้าเรียนที่ Exeter University สหราชอาณาจักรเมื่อปี 2562

ประวัติการทำงาน

ปี 2524-2530 - จนท.อาวุโสที่กระทรวงการคลังซูดาน

ปี 2532 - เกิดการรัฐประหารในซูดาน ขณะนั้นนาย Hamdok อยู่ที่สหราชอาณาจักร จากนั้นปฏิบัติงานเป็น จนท.ระดับสูงในองค์กรหลายแห่ง เช่น บริษัทเอกชน Deloitte & Touche ในสหราชอาณาจักร องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (International Labour Organization-ILO) ในซิมบับเว และธนาคารเพื่อการ พัฒนาแอฟริกาในโกตดิวัวร์

ปี 2544-2545 - ทำงานที่ United Nations Economic Commission for Africa (UNECA) ใน

ตำแหน่ง Director of Regional Integration and Trade

ปี 2546-2551 - ทำงานที่ International Institute for Democracy and Electoral Assistance

ในตำแหน่ง Regional Director for Africa and the Middle East

ปี 2525-2561 - ทำงานที่ UNECA ในตำแหน่ง Deputy Executive Secretary of UNECA

ก.ย. 2561 - ประธานาธิบดีอุมัร ฮะซัน อะห์มัด อัลบะชีร เสนอให้ดำรงตำแหน่ง รมว.กค. ซูดาน แต่นาย Hamdok ปฏิเสธ

ประวัติทางการเมือง

21 ส.ค. 2562 ดำรงตำแหน่ง นรม.ซูดาน

ข้อมูลที่น่าสนใจอื่น ๆ

- จนท.ที่ UNECA ระบุว่า นาย Hamdok เป็นคนทวีปแอฟริกาที่แท้จริง เป็นนักการทูต ฉลาด และมีวินัย ("a true Pan-Africanist, a diplomat, a humble man and a brilliant and disciplined mind"-ปรากฏในบทความ ECA staff bid adieu to Abdalla Hamdok - “a brilliant, true Pan-Africanist” จากเว็บไซต์ UNECA)

#8c7b75 - right
 

คณะรัฐมนตรี

คณะรัฐมนตรีซูดาน

นรม. Abdalla Hamdok

รมว.กระทรวงเกษตร Issa Osman Sharif

รมว.กิจการ ครม. Omar Bashir Manis

รมว.กระทรวงวัฒนธรรมและข้อมูลข่าวสาร Faisal Mohamed Saleh

รมว.กระทรวงกลาโหม Jamal Aldin Omar, Lt.Gen.

รมว.กระทรวงการศึกษาธิการ Mohamed al-Amin Al Tom, Dr.

รมว.กระทรวงพลังงานและเหมืองแร่ Abdel Ibrahim

รมว.กระทรวงรัฐบาลกลาง Youssef Adam Aldai

รมว.กระทรวงการคลัง Ibrahim al-Badawi, Dr.

รมว.กระทรวงการต่างประเทศ Asma Mohamed Abdallah

รมว.กระทรวงสาธารณสุข Akram Ali Altom, Dr.

รมว.กระทรวงอุดมศึกษา Intisar al-Zein Sghairyoun, Dr.

รมว.กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า Madani Abbas Madani

รมว.กระทรวงมหาดไทย al-Traifi Idriss Daffallah, Gen. (ตร.)

รมว.กระทรวงชลประทานและทรัพยากรน้ำ Yasser Abbas

รมว.กระทรวงยุติธรรม Nasr al-Din Abdel Bari

รมว.กระทรวงแรงงานและพัฒนาสังคม Lina al-Sheikh

รมว.กระทรวงปศุสัตว์ Alam-Aldin Abdallah Abasher

รมว.กระทรวงกิจการศาสนา Nasr al-Din Mufreh

รมว.กระทรวงคมนาคมและสาธารณูปโภค Hashem Sheikh Tahir

รมว.กระทรวงเยาวชนและกีฬา Walaa Essam Al Boushi

----------------------------------------------

(ต.ค. 2562)