สาธารณรัฐมัลดีฟส์

Republic of Maldives

บันทึกข้อมูลเมื่อ: Dec. 24, 2019, 11:07 p.m.
แก้ไขล่าสุดเมื่อ: Dec. 24, 2019, 11:07 p.m.
ธงมัลดีฟส์
 

เมืองหลวง มาเล

ที่ตั้ง ตั้งอยู่ในภูมิภาคเอเชียใต้ เป็นเกาะในมหาสมุทรอินเดีย บริเวณเส้นละติจูดที่ 3 องศา 15 ลิปดาเหนือ เส้นลองจิจูดที่ 73 องศาตะวันออก มีพื้นที่ประมาณ 298 ตร.กม.

อาณาเขต อยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของอินเดีย และทางตะวันตกของศรีลังกา มีพื้นที่ชายฝั่งยาว 644 กม.

ภูมิประเทศ ประกอบด้วยหมู่เกาะปะการัง 26 กลุ่ม รวม 1,190 เกาะ มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 200 เกาะ และได้รับการพัฒนาเป็นที่พักสำหรับนักท่องเที่ยวประมาณ 80 เกาะ

ภูมิอากาศ ภาพอากาศร้อนชื้น ช่วง พ.ย.-มี.ค. และมีฝนชุกช่วง มิ.ย.-ส.ค. อุณหภูมิเฉลี่ย 27-30 องศาเซลเซียสตลอดทั้งปี

ประชากร 534,078 คน (ต.ค. 2562) ประกอบด้วยเชื้อชาติสิงหล ดราวิเดียน อาหรับ และแอฟริกา อัตราส่วนประชากรจำแนกตามอายุ : วัยเด็ก (0-14 ปี) 19.60% วัยรุ่นถึงวัยกลางคน (15-64 ปี) 76.81% วัยชรา (65 ปีขึ้นไป) 3.59% อายุขัยเฉลี่ยของประชากรโดยรวมประมาณ 79.89 ปี ชาย 81.6 ปี หญิง 78.5 ปี อัตราการเกิด 5.3 คนต่อประชากร 1,000 คน อัตราการตาย 4 คนต่อประชากร 1,000 คน อัตราการเพิ่มของประชากร -0.1%

ศาสนา อิสลาม (ซุนนี) 98.6% พุทธ 0.6% คริสต์ 0.5% และฮินดู 0.3%

ภาษา มัลดิเวียนดิเวฮี (Dhivehi) เป็นภาษาราชการ แต่เจ้าหน้าที่ภาครัฐส่วนใหญ่นิยมใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร

การศึกษา อัตราการรู้หนังสือ 99.3% (ปี 2561) เด็กอายุ 15 ปีขึ้นไปสามารถอ่านออกเขียนได้ งบประมาณด้านการศึกษา 4.25% ของ GDP (ปี 2559)

การก่อตั้งประเทศ มัลดีฟส์เคยปกครองโดยสุลต่านมานาน และเดิมอยู่ภายใต้การปกครองของเนเธอร์แลนด์ และสหราชอาณาจักร ได้รับเอกราชจากสหราชอาณาจักร และจัดตั้งเป็นสาธารณรัฐเมื่อ 26 ก.ค. 2511 มีนายโมมูน อับดุล เกยูม ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี 6 สมัย ด้วยระบบพรรคเดียวเป็นเวลา 30 ปี และให้คำมั่นปฏิรูปประชาธิปไตย รวมทั้งระบบการเมืองแบบมีผู้แทน และส่งเสริมเสรีภาพทางการเมือง โดยมีการจัดตั้งพรรคการเมืองหลายพรรคเมื่อปี 2548 และเมื่อปี 2551 รวมทั้งจัดตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญเพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ พร้อมจัดการเลือกตั้งประธานาธิบดีเป็นครั้งแรกเมื่อ ต.ค. 2551 โดยที่มีผู้สมัครหลายคนจากหลายพรรคการเมือง

วันชาติ 26 ก.ค. (ได้รับเอกราชจากสหราชอาณาจักรเมื่อปี 2508)

การเมือง ปกครองระบอบประชาธิปไตยแบบสาธารณรัฐ ใช้กฎหมายอิสลามเป็นพื้นฐาน ผสมกับระบบกฎหมายจารีตประเพณี มีประธานาธิบดีเป็นประมุขและหัวหน้ารัฐบาล

    ฝ่ายบริหาร : ประธานาธิบดีมาจากการเลือกตั้งโดยตรง อยู่ในตำแหน่งคราวละ 5 ปี ไม่เกิน 2 วาระ และเป็นผู้แต่งตั้ง ครม. การเลือกตั้งครั้งล่าสุดจัดเมื่อ 23 ส.ค. 2561

    ฝ่ายนิติบัญญัติ : รัฐสภามัลดีฟส์มีสมาชิกจำนวน 85 คน มาจากการเลือกตั้งโดยตรง ดำรงตำแหน่งคราวละ 5 ปี เป็นระบบสภาเดียว เลือกตั้งล่าสุดเมื่อ 22 มี.ค. 2557

    ฝ่ายตุลาการ : ประธานศาลสูงสุดมาจากการแต่งตั้งของประธานาธิบดี

    พรรคการเมืองที่สำคัญ ได้แก่ Adhaalath Party-A, Dhivehi Quamee Party-DQ, Dhivehi Rayyithunge Party-DRP, Gaumiilthihaad-GI, Islamic Democratic Party-IDP, Maldivian Democratic Party-MDP, Maldives National Congress-MNC, Maldives Social Democratic Party-MSDP, People’s Alliance-PA, People’s Party-PP, Poverty Alleviation Party-PAP, Republican (Jumhooree) Party-JP, และ Social Liberal Party-SLP

เศรษฐกิจ มัลดีฟส์สามารถพัฒนาเศรษฐกิจขึ้นสู่ระดับประเทศ middle income ได้อย่างรวดเร็ว การท่องเที่ยวถือเป็นรายได้หลักของมัลดีฟส์ รัฐบาลส่งเสริมการลงทุนสร้างรีสอร์ตจำนวนมากเพื่อรองรับการท่องเที่ยว รองลงมาเป็นการประมง โดยมัลดีฟส์เป็นประเทศผู้ส่งออกปลาทูน่าที่สำคัญ สำหรับภาคการเกษตรและภาคการผลิตมีบทบาทน้อย เนื่องจากข้อจำกัดด้านพื้นที่เพาะปลูก และการขาดแคลนแรงงานในประเทศ รัฐบาลมีนโยบายกระจายความเจริญไปยังส่วนท้องถิ่น โดยมีเป้าหมายกระจายรายได้และยกระดับมาตรฐานการครองชีพให้กับประชาชน รัฐบาลจึงมุ่งเน้นการพัฒนาสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐานในท้องถิ่นต่าง ๆ โดยมีแผนให้เอกชนเข้ามาบริหารในบางกิจการ รวมทั้งสนับสนุนให้ต่างประเทศเข้ามาลงทุนด้วยมาตรการจูงใจหลายรูปแบบ เช่น อนุญาตให้ชาวต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในประเทศตั้งแต่ 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐขึ้นไปสามารถเป็นเจ้าของที่ดินได้

ปีงบประมาณ 1 ม.ค.-31 ธ.ค.

    สกุลเงิน ตัวย่อสกุลเงิน : รูฟิยา (Rufiyaa/MVR)

    อัตราแลกเปลี่ยนต่อดอลลาร์สหรัฐ : 1 ดอลลาร์สหรัฐ : 15.40 รูฟิยา

    อัตราแลกเปลี่ยนต่อบาท : 1 บาท : 0.51 รูฟิยา (ต.ค. 2562)

ดัชนีเศรษฐกิจสำคัญ (ปี 2561)

ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) : 4,505 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ : 4.8%

ดุลบัญชีเดินสะพัด : ขาดดุล 996 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

รายได้เฉลี่ยต่อหัวต่อปี : 19,200 ดอลลาร์สหรัฐ

แรงงาน : 222,200 คน

อัตราการว่างงาน : 2.9%

อัตราเงินเฟ้อ : 2.8%

ดุลการค้าระหว่างประเทศ : ขาดดุล 1,868.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ปี 2559)

มูลค่าการส่งออก : 256.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ปี 2559)

สินค้าส่งออกสำคัญ : ปลาทูน่า

คู่ค้าสำคัญ : ไทย ศรีลังกา บังกลาเทศ ฝรั่งเศส สหรัฐฯ เยอรมนี และไอร์แลนด์

มูลค่าการนำเข้า : 2,125 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ปี 2559)

สินค้านำเข้าสำคัญ : ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม เสื้อผ้า

คู่ค้าสำคัญ : สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อินเดีย สิงคโปร์ จีน ศรีลังกา มาเลเซีย และไทย

สินค้าเกษตรที่สำคัญ : มะพร้าว ข้าวโพด มันเทศหวาน และปลาทะเล

สินค้าอุตสาหกรรม : การท่องเที่ยว การแปรรูปปลาทะเล การขนส่งทางทะเล การต่อเรือ การแปรรูปมะพร้าว

การทหาร กกล.ความมั่นคงแห่งชาติมัลดีฟส์ (Maldives National Defence Force-MNDF) ประกอบด้วย กกล.ทางทะเล (Marine Corps) กกล.ป้องกันชายฝั่ง (Coast Guard) กกล.รักษาความมั่นคง (Security Protection Group) งบประมาณด้านการทหารประมาณ 92.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 5.5% ของ GDP (ปี 2559) กกล.ความมั่นคงแห่งชาติมัลดีฟส์มีขนาดเล็ก และมียุทโธปกรณ์ไม่เพียงพอที่จะใช้ในการป้องกันการรุกรานจากภายนอก ยุทโธปกรณ์ส่วนใหญ่จะมีเพื่อให้หน่วยงานตำรวจใช้ในการป้องกันความปลอดภัยในเขตเศรษฐกิจพิเศษของประเทศ

ปัญหาด้านความมั่นคง

1. ปัญหาการค้ามนุษย์จากแรงงานอพยพ ซึ่งส่วนใหญ่มาจากบังกลาเทศ และบางส่วนมาจากอินเดียเพื่อประกอบอาชีพเป็นแรงงานในภาคอุตสาหกรรมก่อสร้าง ภาคบริการ และการขายบริการทางเพศของผู้หญิงและเด็ก

2. มัลดีฟส์มีแนวโน้มจะเผชิญปัญหาความมั่นคงจากกลุ่มหัวรุนแรงมากขึ้น เฉพาะอย่างยิ่งต่อแนวโน้มการก่อการร้ายจากเยาวชนรุ่นใหม่ที่มีแนวความคิดหัวรุนแรง และกลุ่มที่ถูกชักจูงให้ไปทำสงครามในอิรักและซีเรียแต่ไม่สามารถเดินทางออกนอกประเทศได้

3. การเมืองของมัลดีฟส์ยังคงอยู่ในสภาพที่เปราะบาง ซึ่งเป็นผลจากความขัดแย้งระหว่างขั้วอำนาจเก่า (พรรค PPM ของอดีตประธานาธิบดีอับดุลลา ยามีน อับดุล เกยูม) กับขั้วอำนาจใหม่ (พรรค MDP ของอดีตประธานาธิบดีโมฮาเหม็ด นาชีด)

4. ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อมัลดีฟส์ โดยเฉพาะปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งที่มีแนวโน้มจะรุนแรงขึ้น และระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นอาจทำให้ชาวมัลดีฟส์จำนวนมากต้องกลายเป็นผู้อพยพลี้ภัย

สมาชิกองค์การระหว่างประเทศ เป็นสมาชิกองค์การระหว่างประเทศ และกลุ่มความร่วมมือรวม 40 แห่ง ที่สำคัญ ได้แก่ UN, SAARC, OIC, UNCTAD, WTO, WHO, IMF และ ADB

การขนส่งและโทรคมนาคม มีท่าอากาศยาน 9 แห่ง เป็นท่าอากาศยานนานาชาติ 4 แห่ง ที่สำคัญ คือ ท่าอากาศยานอิบราฮิม นาเซอร์ ในมาเล ถนนระยะทาง 88 กม. ส่วนใหญ่ใช้การสัญจรทางเรือและเครื่องบินเล็กเชื่อมระหว่างเกาะต่าง ๆ โดยมีท่าเรือสำคัญอยู่ที่มาเล การโทรคมนาคม : โทรศัพท์พื้นฐาน 21,136 เลขหมาย โทรศัพท์เคลื่อนที่ 812,128 เลขหมาย (ปี 2559) รหัสโทรศัพท์ +960 เชื่อมโยงสายเคเบิลใต้น้ำ (Fiber-Optic Link Around the Globe-FLAG) ระบบดาวเทียมมีดาวเทียม 3 ดวง จำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ต 340,000 คน (ปี 2560) บัญชีผู้ใช้เฟซบุ๊ก 320,000 บัญชี (ปี 2560) รหัสอินเทอร์เน็ต .mv เว็บไซต์การท่องเที่ยว http://www.visitmaldives.com/en

การเดินทาง การบินไทยและสายการบินบางกอกแอร์เวย์ให้บริการเส้นทางบินตรงกรุงเทพฯ-มาเลทุกวัน ขณะที่สายการบินอื่น ๆ ต้องเปลี่ยนเครื่อง โดยเฉลี่ยแล้วต้องเสียเวลาเพิ่มอีก 5-10 ชม. เวลาที่มัลดีฟส์ช้ากว่าไทย 2 ชม. สำหรับคนไทยทั้งที่ถือหนังสือเดินทางธรรมดาและหนังสือเดินทางทูตและราชการได้รับยกเว้นการตรวจลงตรา และสามารถพำนักในมัลดีฟส์ได้ไม่เกิน 30 วัน

สถานการณ์ที่น่าติดตาม

มัลดีฟส์มีแนวโน้มจะเผชิญปัญหาความมั่นคงจากกลุ่มหัวรุนแรงมากขึ้น หลังจากมีข้อมูลบ่งชี้หลายประการระบุว่ามีการเติบโตที่เพิ่มมากขึ้นของกลุ่มหัวรุนแรงในมัลดีฟส์ในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะแนวร่วมของกลุ่ม Islamic State (IS) ที่ขยายตัวเพิ่มมากขึ้นในมัลดีฟส์ อาจส่งผลให้มัลดีฟส์ประสบปัญหาความมั่นคงภายในจากการเคลื่อนไหวของกลุ่มหัวรุนแรงหรือกลุ่มก่อการร้ายมากยิ่งขึ้นได้ในอนาคต

ความสัมพันธ์ไทย-มัลดีฟส์

สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตเมื่อ 2 มิ.ย. 2524 และมีความสัมพันธ์อันดีระหว่างกันมาโดยตลอด ทั้งในระดับรัฐบาล และประชาชน

ด้านเศรษฐกิจ ขณะนี้การค้าและการลงทุนระหว่างไทย-มัลดีฟส์ขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังจากมีการลงนามความตกลงความร่วมมือทางการค้าและเศรษฐกิจระหว่างกันเมื่อปี 2556 ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายของทั้งสองฝ่ายที่ต้องการจะขยายมูลค่าทางการค้าระหว่างกันเป็น 2 เท่า (200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ภายในปี 2561 โดยในระยะ 5 ปีที่ผ่านมา (ปี 2554-2558) การค้ารวมระหว่างไทยกับมัลดีฟส์ มีมูลค่าเฉลี่ยปีละ 124 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มีอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 9.64% ต่อปี และมีสัดส่วนการค้าเฉลี่ย 0.03% ของมูลค่าการค้าระหว่างประเทศของไทย ขณะเดียวกันไทยและมัลดีฟส์ยังเห็นพ้องจะขยายความร่วมมือให้ครอบคลุมทั้งด้านเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขยายความร่วมมือด้านประมง และอุตสาหกรรมแปรรูปด้านการประมงระหว่างกัน เนื่องจากมัลดีฟส์เป็นแหล่งนำเข้าปลาทูน่าที่สำคัญของไทย รวมถึงด้านการท่องเที่ยวที่ถือว่าเป็นจุดแข็ง

ในอนาคตหากมีการเชื่อมโครงการท่าเรือทวายมาที่มัลดีฟส์ จะเอื้อประโยชน์ต่อระบบการขนส่งทางทะเล นอกจากนี้ ไทยพร้อมร่วมมือในด้านความมั่นคงกับมัลดีฟส์ เพื่อจัดการปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติต่าง ๆ เนื่องจากปัญหาดังกล่าวมีความสำคัญและส่งผลกระทบโดยตรงต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่ถือเป็นรายได้หลักของทั้งสองประเทศ โดยมัลดีฟส์ขอความร่วมมือไทยเกี่ยวกับปัญหาด้านโจรสลัด

ปัจจุบันมีคนไทยในมัลดีฟส์ประมาณ 700 คน ส่วนใหญ่เป็นแรงงานที่มีทักษะ ซึ่งทำงานอยู่ในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับการบริการ รวมถึงอสังหาริมทรัพย์ และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน

ความตกลงที่สำคัญระหว่างไทยกับมัลดีฟส์ ได้แก่ ความตกลงว่าด้วยการเดินอากาศ (ปี 2532) ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านสาธารณสุข (ปี 2546) ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางการค้าและเศรษฐกิจ (ปี 2556) ความตกลงว่าด้วยการส่งผู้ร้ายข้ามแดน (ปี 2556) ความตกลงว่าด้วยการจัดตั้งคณะกรรมาธิการหารือร่วมไทย-มัลดีฟส์ (ปี 2556) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการค้าและความร่วมมือทางเศรษฐกิจ (ปี 2556) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการพาณิชย์ อุตสาหกรรม และการธนาคาร (ปี 2556) บันทึกความเข้าใจด้านการสาธารณสุขและการแพทย์ (ปี 2556) และบันทึกความเข้าใจด้านโทรคมนาคม (ปี 2556)

 
 
 
 

ผู้นำมัลดีฟส์

 
บันทึกข้อมูลเมื่อ: Dec. 24, 2019, 11:07 p.m.
เผยแพร่ข้อมูลเมื่อ: None |
รูปผู้นำมัลดีฟส์
 

นายอิบราฮิม โมฮาเหม็ด โซลีห์

(Ibrahim Mohamed Solih)

ตำแหน่ง ประธานาธิบดีมัลดีฟส์

เกิด 4 พ.ค. 2507 (อายุ 56 ปี/ปี 2563) ที่เกาะ Hinnavaru

สถานภาพ สมรสกับนาง Farzan Ahmed มีบุตรชาย 1 คน และบุตรสาว 1 คน

การศึกษา มัธยมศึกษาจากโรงเรียน Majeediyya ในเมืองมาเล

ปริญญาโทด้านนโยบายสาธารณะที่ Claremont Graduate School รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐฯ

พรรคการเมืองที่สังกัด Maldivian Democratic Party (MDP)

ประวัติทางการเมือง

ปี 2537 ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นครั้งแรกขณะอายุ 30 ปี ที่บ้านเกิด Faadhippolhu

7 มิ.ย. 2561 ได้รับเลือกเป็นผู้นำพรรค MDP แทนนายโมฮาเหม็ด นาชีด อดีตประธานาธิบดีซึ่งขณะนั้นลี้ภัยการเมืองอยู่ที่สหราชอาณาจักร

23 ก.ย. 2561 ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีมัลดีฟส์ โดยสามารถเอาชนะประธานาธิบดีอับดุลลา ยามีน อับดุล เกยูม

17 พ.ย. 2561 สภาผู้แทนราษฎรรับรองให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีคนที่ 7 ของมัลดีฟส์

ข้อมูลอื่นที่สำคัญ

- รู้จักกันดีในชื่อ Ibu เป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งพรรค MDP และเป็นเพื่อนสนิทกับนายโมฮาเหม็ด นาชีด (ซึ่งเป็นญาติกับภริยาของนายโซลีห์ด้วย) ทำให้ได้รับความไว้วางใจอย่างสูงจากนายนาชีด

- มีนโยบายทางการเมืองในแนวทางเดียวกับนายนาชีด คือ เน้นการส่งเสริมประชาธิปไตย ให้เสรีภาพสื่อมวลชน และกระจายอำนาจ

#8c7b75 - right
 

คณะรัฐมนตรี

คณะรัฐมนตรีมัลดีฟส์

ประธานาธิบดี Ibrahim Mohamed Solih

รองประธานาธิบดี Faisal Naseem

รมว.กระทรวงการต่างประเทศ Abdulla Shahid

รมว.กระทรวงกลาโหม Uza. Mariya Ahmed Didi

รมว.กระทรวงมหาดไทย Sheikh Imran Abdulla

รมว.กระทรวงการคลัง Ibrahim Ameer

รมว.กระทรวงการวางแผนแห่งชาติ และโครงสร้างพื้นฐาน Mohamed Aslam

รมว.กระทรวงอุดมศึกษา Dr. Ibrahim Hassan

รมว.กระทรวงการสื่อสาร วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี Mohamed Maleeh Jamal

รมว.กระทรวงสาธารณสุข Abdulla Ameen

รมว.กระทรวงศึกษาธิการ Dr. Aishath Ali

รมว.กระทรวงคมนาคมและการบินพลเรือน Aishath Nahula

รมว.กระทรวงศิลปะ วัฒนธรรม และมรดก Yumna Maumoon

รมว.กระทรวงการท่องเที่ยว Ali Waheed

รมว.กระทรวงการพัฒนาเศรษฐกิจ Uz. Fayyaz Ismail

รมว.กระทรวงการประมง ทรัพยากรทางทะเล และการเกษตร Zaha Waheed

รมว.กระทรวงกิจการอิสลาม Dr. Ahmed Zahir

รมว.กระทรวงการพัฒนาเมืองและการเคหะ Aminath Athif

รมว.กระทรวงเยาวชน การกีฬา และการสร้างเสริมพลังชุมชุม Ahmed Mahloof

รมว.กระทรวงเพศ ครอบครัว และการบริการทางสังคม Shidhatha Shareef

รมว.กระทรวงสิ่งแวดล้อม Dr. Hussain Rasheed Hassan

---------------------------------------

(ต.ค. 2562)