สาธารณรัฐอาหรับอียิปต์

Arab Republic of Egypt

บันทึกข้อมูลเมื่อ: Dec. 24, 2019, 11:33 p.m.
แก้ไขล่าสุดเมื่อ: Dec. 24, 2019, 11:33 p.m.
ธงอียิปต์
 

เมืองหลวง ไคโร

ที่ตั้ง ภูมิภาคแอฟริกาเหนือ ระหว่างเส้นละติจูดที่ 22-31 องศาเหนือ ลองจิจูดที่ 25-38 องศาตะวันออก โดยตั้งอยู่ทางใต้ของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ในจุดยุทธศาสตร์ที่เชื่อมตะวันออกกลางกับแอฟริกา มีพื้นที่ 1,001,450 ตร.กม. ใหญ่เป็นอันดับ 31 ของโลก และใหญ่กว่าไทย 2 เท่า มีชายแดนทางบกยาว 2,612 กม. และมีชายฝั่งยาว 2,450 กม.

อาณาเขต

    ทิศเหนือ ติดกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน

    ทิศใต้ ติดกับซูดาน (1,276 กม.)

    ทิศตะวันออก ติดกับฉนวนกาซาของปาเลสไตน์ (13 กม.) อิสราเอล (208 กม.) และทะเลแดง

    ทิศตะวันตก ติดกับลิเบีย (1,115 กม.)

ภูมิประเทศ เป็นที่ราบสูงและทะเลทรายกว้างใหญ่ มีแม่น้ำไนล์เป็นแม่น้ำสายหลัก ไหลผ่านกลางประเทศและมีประชากรอาศัยอยู่หนาแน่น พื้นที่ทางตะวันออกเป็นที่ราบสูง โดยเฉพาะคาบสมุทรไซนาย มีความสูงกว่าระดับน้ำทะเล 2,629 ม. ส่วนทางตะวันตกเป็นทะเลทรายลิเบีย ซึ่งอยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล 133 ม. โดยบริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำไนล์มีความอุดมสมบูรณ์ พื้นที่เพาะปลูกมีเพียง 2.87%

ภูมิอากาศ แบบทะเลทราย ปริมาณฝนน้อย มีแสงแดดตลอดปี มี 2 ฤดูหลัก คือ ฤดูหนาวระหว่าง พ.ค.-ก.ย. ที่เหลือเป็นฤดูร้อน มีอากาศร้อนจัด ภัยธรรมชาติ ประสบภัยแล้งเป็นบางช่วง มีแผ่นดินไหวบ่อยครั้ง น้ำท่วมฉับพลัน แผ่นดินถล่ม พายุลมร้อนที่เรียกว่า Khamsin ในช่วงเปลี่ยนฤดูจากฤดูหนาวเป็นฤดูร้อน พายุฝุ่น และพายุทราย

ประชากร 99,413,317 คน (ปี 2561)

รายละเอียดประชากร เป็นชาวอียิปต์ 99.7% (ประกอบด้วย 3 เชื้อชาติ คือ Fallaheen, Bedouin และ Nubian) และอื่น ๆ 0.3% อัตราส่วนประชากรจำแนกตามอายุ : วัยเด็ก (0-14 ปี) 33.38% วัยรุ่นถึงวัยกลางคน (15-64 ปี) 62.35% และวัยชรา (65 ปีขึ้นไป) 4.28% อายุขัยเฉลี่ยของประชากรโดยรวมประมาณ 73.2 ปี อายุเฉลี่ยเพศชายประมาณ 71.8 ปี อายุเฉลี่ยเพศหญิงประมาณ 74.7 ปี อัตราการเกิด 28.8 คนต่อประชากร 1,000 คน อัตราการตาย 4.5 คนต่อประชากร 1,000 คน อัตราการเพิ่มของประชากร 2.38%

ศาสนา อิสลาม 90% (ส่วนใหญ่เป็นซุนนี) คริสต์ 10% (ส่วนใหญ่นับถือนิกายคอปติก ที่เหลือเป็นอาร์เมเนียอโพสทอลิก คาทอลิก มาโรไนต์ ออร์ทอดอกซ์ และแองกลิกัน)

ภาษา ภาษาราชการ คือ ภาษาอาหรับ ส่วนภาษาฝรั่งเศสและอังกฤษใช้กันโดยทั่วไปในกลุ่มผู้มีการศึกษา

การศึกษา อัตราการรู้หนังสือ 80.8% ระบบการศึกษาแบ่งเป็นระดับประถมศึกษา 6 ปี มัธยมต้น 3 ปี มัธยมปลาย 3 ปี (มีทั้งสายอาชีพและสายสามัญ) และอุดมศึกษา

การก่อตั้งประเทศ อียิปต์เป็นประเทศที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 5,000 ปี ก่อตั้งเป็นอาณาจักรตั้งแต่ 3,200 ปีก่อนคริสตกาล ก่อนที่จะตกอยู่ใต้การปกครองของทั้งกรีก โรมัน และไบแซนไทน์ จนกระทั่งในยุคสมัยใหม่อียิปต์ถูกสหราชอาณาจักรเข้ายึดครองเมื่อ ก.ค. 2425 และในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 1 สหราชอาณาจักรประกาศให้อียิปต์เป็นรัฐในอารักขาของสหราชอาณาจักร หลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 1 ชาวอียิปต์เคลื่อนไหวเรียกร้องเอกราช และได้รับเอกราชเมื่อปี 2465 ในระยะแรกที่เป็นเอกราชอียิปต์ปกครองโดยราชวงศ์มุฮัมมัด อะลี ที่สืบเชื้อสายจากสุลต่านแห่งอียิปต์ โดยสุลต่านฟูอาดได้สถาปนาพระองค์เป็นสมเด็จพระราชาธิบดีฟูอาดที่ 1 หลังจากนั้นมีกษัตริย์ปกครองอีกสองพระองค์ คือ สมเด็จพระราชาธิบดีฟารูกที่ 1 และสมเด็จพระราชาธิบดีฟูอาดที่ 2 ก่อนที่ระบอบกษัตริย์จะสิ้นสุด โดยถูกรัฐประหารและเปลี่ยนการปกครองเป็นระบอบสาธารณรัฐ ตั้งแต่ มิ.ย. 2496 จนถึงปัจจุบัน

วันชาติ 23 ก.ค. (Revolution Day เมื่อปี 2495)

การเมือง ปกครองระบอบประชาธิปไตยแบบสาธารณรัฐ มีประธานาธิบดีเป็นประมุข และ นรม.เป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร อำนาจอธิปไตยแบ่งเป็น 3 ฝ่าย ได้แก่ ฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายตุลาการ

    ฝ่ายบริหาร : ประธานาธิบดีเป็นประมุขของรัฐ มาจากการเลือกตั้งโดยตรง วาระดำรงตำแหน่ง 6 ปี ขยายจากเดิม 4 ปี หลังจากออกเสียงลงประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2557 ซึ่งครอบคลุมการขยายวาระการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี ระหว่าง 19-22 เม.ย. 2562 และจะดำรงตำแหน่งได้ไม่เกิน 2 สมัย ส่วน นรม. มาจากการแต่งตั้งของประธานาธิบดี และเป็นผู้จัดตั้ง ครม. โดยได้รับความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎร ประธานาธิบดีคนปัจจุบัน คือ ประธานาธิบดีอับดุลฟัตตาห์ อัซซีซี ผู้ทำรัฐประหาร เมื่อ 3 ก.ค. 2556 และได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งต่อเนื่อง 2 สมัย ได้แก่ สมัยที่ 1 เมื่อ 8 พ.ค. 2557 และสมัยที่ 2 เมื่อ 2 เม.ย. 2561 (กำหนดการเลือกตั้งครั้งต่อไปในปี 2567) นรม.คนปัจจุบัน คือนายมุศเฏาะฟา มัดบูลี ดำรงตำแหน่งเมื่อ 7 มิ.ย. 2561

    ฝ่ายนิติบัญญัติ : ระบบสภาเดี่ยว คือ สภาผู้แทนราษฎร (Majlis al-Nowaab) ประกอบด้วยสมาชิก จำนวน 596 คน มีที่มา 3 ประเภท คือ 1) การเลือกตั้งระบบแบ่งเขต 448 คน 2) เลือกตั้งระบบบัญชีรายชื่อ (โดยมีการกำหนดโควตาที่สงวนไว้สำหรับสตรี เยาวชน ชาวคริสต์ และแรงงาน) 120 คน 3) มาจากการแต่งตั้งของประธานาธิบดี 28 คน วาระดำรงตำแหน่ง 5 ปี การเลือกตั้งครั้งล่าสุดแบ่งเป็น 2 ช่วง คือ 1) การจัดการเลือกตั้งทั่วไปใน 14 จังหวัด จากทั้งหมด 27 จังหวัด ซึ่งจัดขึ้น 2 รอบ เมื่อ 17-19 ต.ค. 2558 และ เมื่อ 26-28 ต.ค. 2558 กับ 2) การเลือกตั้งทั่วไปในอีก 13 จังหวัดที่เหลือ ซึ่งจัดขึ้น 2 รอบ เมื่อ 21-23 พ.ย. 2558 และเมื่อ 30 พ.ย.-2 ธ.ค. 2558 ทั้งนี้ การเลือกตั้งครั้งต่อไปจะจัดขึ้นในปี 2563 โดยการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2557 จะมีผลบังคับใช้ให้รื้อฟื้นการมีวุฒิสภาอีกครั้ง หลังจากยกเลิกเมื่อปี 2555 เนื่องจากเกิดเหตุประท้วงในช่วงอาหรับสปริงโค่นล้มอดีตประธานาธิบดีฮอสนี มูบารัก เมื่อปี 2554 โดยกำหนดให้มีวุฒิสมาชิก 180 คน โดยประธานาธิบดีสามารถแต่งตั้ง ส.ว.ได้ 60 คน และอีก 120 คนมาจากการเลือกตั้งโดยตรง อีกทั้งจะลดจำนวนที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรจากปัจจุบัน 596 ที่นั่ง เหลือ 450 ที่นั่ง และกำหนดสัดส่วนให้สตรีเป็น ส.ส.ได้ไม่เกิน 25% ของจำนวน ส.ส.ทั้งหมด ดังนั้น ในสภาสมัยหน้าจะมีจำนวนสมาชิกรัฐสภารวม 630 คน

    ฝ่ายตุลาการ : มีสภาตุลาการสูงสุด (Supreme Judiciary Council) ซึ่งได้รับแต่งตั้งจากประธานาธิบดี ประธานาธิบดีมีอำนาจแต่งตั้งผู้พิพากษาและตุลาการศาลทั้งหมดในอียิปต์ อัยการสูงสุด และประธานศาลรัฐธรรมนูญ ศาลที่สำคัญ ได้แก่ ศาลรัฐธรรมนูญสูงสุด (Supreme Constitutional Court-SCC) มีอำนาจในการชี้ขาดว่ากฎหมายและคำพิพากษาของศาลต่าง ๆ สอดคล้องหรือขัดกับรัฐธรรมนูญหรือไม่ ศาลฎีกา (Court of Cassation-CC) มีอำนาจตัดสินคดีแพ่งและอาญาทั่วไป และศาลปกครองสูงสุด (Supreme Administrative Court-SAC) มีอำนาจในการในการพิจารณาคดีปกครองต่าง ๆ ส่วนศาลอื่น ๆ ได้แก่ ศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ ศาลครอบครัว และศาลพิเศษ เช่น ศาลทหาร และศาลคดีความมั่นคง

    พรรคการเมือง ปัจจุบันมีพรรคการเมืองที่มี ส.ส.ในรัฐสภาทั้งสิ้น 19 พรรค ในจำนวนนี้มีพรรคที่สำคัญ เช่น Free Egyptians Party ซึ่งมี ส.ส. 65 คน (มากที่สุดในรัฐสภา) Nation’s Future Party 53 คน New Wafd Party (36 คน) Homeland’s Protector Party (18 คน) Republican People’s Party (13 คน) Congress Party (12 คน) Al Nour Party (11 คน) นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มการเมืองนอกสภาที่สำคัญ คือ National Alliance to Support Legitimacy ซึ่งเป็นแนวร่วมของกลุ่มผู้สนับสนุนอดีตประธานาธิบดีมุฮัมมัด มุรซี ประมาณ 40 กลุ่ม โดยมีกลุ่ม Muslim Brotherhood เป็นแกนนำ แต่ปัจจุบันกลุ่ม Muslim Brotherhood ถูกทางการอียิปต์ประกาศขึ้นบัญชีเป็นกลุ่มก่อการร้ายและกลายเป็นกลุ่มนอกกฎหมาย เมื่อ ธ.ค. 2556

เศรษฐกิจ รัฐบาลอียิปต์เริ่มปฏิรูปเศรษฐกิจเป็นแบบตลาดเสรี เมื่อปี 2532 ทำให้เศรษฐกิจขยายตัวดีขึ้น นอกจากนี้ รัฐบาลพยายามปฏิรูปเศรษฐกิจอีกครั้งในช่วงปี 2547-2551 เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศและส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจ ขณะเดียวกันก็อยู่ระหว่างการก่อสร้างเมืองหลวงแห่งใหม่ซึ่งคาดว่าน่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2565 อย่างไรก็ดี ชาวอียิปต์ส่วนใหญ่ยังยากจน ขณะที่ปัญหาความวุ่นวายทางการเมืองและความไม่สงบภายในประเทศส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและนักท่องเที่ยว จึงทำให้รัฐบาลชุดปัจจุบันต้องพึ่งพาความช่วยเหลือจากมิตรประเทศ เฉพาะอย่างยิ่งจากสหรัฐฯ และรัฐรอบอ่าวอาหรับ ได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และคูเวต ขณะเดียวกัน ยังคงลงทุนในโครงการก่อสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานขนาดใหญ่ เช่น โครงการพัฒนาคลองสุเอซสายใหม่และพื้นที่โดยรอบ ซึ่งทำพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อ 6 ส.ค. 2558

    สกุลเงิน ตัวย่อสกุลเงิน : ปอนด์อียิปต์ (Egyptian Pound-EGP)

    อัตราแลกเปลี่ยนต่อดอลลาร์สหรัฐ : 1 ดอลลาร์สหรัฐ : 16.26 EGP

    อัตราแลกเปลี่ยนต่อบาท : 1 บาท : 0.53 EGP (ต.ค. 2562)

ดัชนีเศรษฐกิจสำคัญ (ปี 2561)

ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) : 250,895 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ : 5.3%

รายได้เฉลี่ยต่อหัวต่อปี : 12,080 ดอลลาร์สหรัฐ

แรงงาน : 31.32 ล้านคน

อัตราการว่างงาน : 11.9% (ปี 2560)

อัตราเงินเฟ้อ : 23.5% (ปี 2560)

ผลผลิตการเกษตร : ฝ้าย ข้าว ข้าวโพด ข้าวสาลี ถั่ว ผลไม้ ผัก และปศุสัตว์

ผลผลิตอุตสาหกรรม : สิ่งทอ อาหารแปรรูป การท่องเที่ยว เคมีภัณฑ์ เวชภัณฑ์ ไฮโดรคาร์บอน การก่อสร้าง ปูนซีเมนต์ โลหะ

ดุลการค้าระหว่างประเทศ : ขาดดุล 40,396 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

มูลค่าการส่งออก : 25,943 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

สินค้าส่งออก : น้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม ผักและผลไม้ ฝ้าย สิ่งทอ ผลิตภัณฑ์โลหะ เคมีภัณฑ์ และอาหารแปรรูป

คู่ค้าส่งออกที่สำคัญ : สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 10.9% อิตาลี 10% สหรัฐฯ 7.4% สหราชอาณาจักร 5.7% ตุรกี 4.4% เยอรมนี 4.3% และอินเดีย 4.3%

มูลค่าการนำเข้า : 66,339 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

สินค้านำเข้า : เครื่องจักรและอุปกรณ์ อาหาร เคมีภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์ไม้ และเชื้อเพลิง

คู่ค้านำเข้าที่สำคัญ : จีน 7.9% สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 5.2% เยอรมนี 4.8% ซาอุดีอาระเบีย 4.6% สหรัฐฯ 4.4% และรัสเซีย 4.3%

ทรัพยากรธรรมชาติ : ปิโตรเลียม ก๊าซธรรมชาติ แร่เหล็ก ฟอสเฟต แมงกานีส หินปูน แร่ทัลก์ แร่ใยหิน ตะกั่ว แร่หายาก และสังกะสี

การทหารและความมั่นคง

การทหาร : งบประมาณทางทหารเมื่อปี 2561 อยู่ที่ 2,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 1.16% ของ GDP อียิปต์มีขนาดกองทัพที่ใหญ่ที่สุดในแอฟริกา กองทัพอียิปต์ประกอบด้วย ทบ. ทร. ทอ. และหน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศ กำลังพลรวม 438,500 นาย ทบ. 310,000 นาย ทร. 18,500 นาย ทอ. 30,000 นาย หน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศ 80,000 นาย

นอกจากนี้ อียิปต์มีกองกำลังกึ่งทหาร 397,000 นาย และทหารกองหนุน 479,000 นาย (ทบ. 375,000 นาย ทร. 14,000 นาย ทอ. 20,000 นาย และหน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศ 70,000 นาย)

อียิปต์ส่งกำลังร่วมในกองกำลังรักษาสันติภาพของสหประชาชาติประมาณ 2,352 นาย ได้แก่ ภารกิจ MINUSCA ในสาธารณรัฐแอฟริกากลาง ภารกิจ MONUSCO ในคองโก ภารกิจ MINUSMA ในมาลี ภารกิจ UNMISS ในเซาท์ซูดาน ภารกิจ UNAMID ในซูดาน และส่งเครื่องบินขับไล่รุ่น F-16C Fighting Falcon 6 เครื่อง ร่วมปฏิบัติการ Operation Restoring Hope ในซาอุดีอาระเบีย

ยุทโธปกรณ์สำคัญ

ทบ. ได้แก่ ถ. 2,480 คัน รถหุ้มเกราะลาดตระเวน 412 คัน ยานรบทหารราบหุ้มเกราะมากกว่า 405 คัน ยานลำเลียงพลหุ้มเกราะมากกว่า 4,701 คัน ยานหุ้มเกราะอเนกประสงค์มากกว่า 95 คัน รถหุ้มเกราะกู้ภัยและส่งกำลังบำรุงมากกว่า 371 คัน เครื่องยิงอาวุธต่อสู้รถถังมากกว่า 355 คัน ปืนใหญ่ (81-240 มม.) 4,468 กระบอก ขีปนาวุธผิวพื้นสู่ผิวพื้นมากกว่า 42 ลูก อากาศยานไร้คนขับ เครื่องยิงอาวุธต่อสู้อากาศยาน (จรวดต่อสู้อากาศยานพื้นสู่อากาศ (SAM) มากกว่า 141 ลูก และปืน 860 กระบอก)

ทร. ได้แก่ เรือดำน้ำ 6 ลำ เรือพิฆาต 1 ลำ เรือฟริเกต 9 ลำ เรือลาดตระเวนและตรวจการณ์ชายฝั่ง 61 ลำ เรือกวาดทุ่นระเบิด 14 ลำ เรือรบสะเทินน้ำสะเทินบก 20 ลำ เรือส่งกำลังบำรุง 24 ลำ

ทอ. ได้แก่ เครื่องบินขับไล่ 578 เครื่อง เช่น รุ่น F-16 A B C และ D, Mirage 2000, MIG-21 เฮลิคอปเตอร์มากกว่า 256 เครื่อง เช่น เฮลิคอปเตอร์โจมตี รุ่น AH-64D และเฮลิคอปเตอร์รวบรวมข่าวกรองอิเล็กทรอนิกส์รุ่น Commando Mk2E อากาศยานไร้คนขับอย่างน้อย 5 เครื่อง เช่น รุ่น R4E-50 Skyeye ขีปนาวุธ 17 ลูก เช่น รุ่น AGM-65A/D/F/G และรุ่น Kh-25MP และระเบิดนำวิถีด้วยเลเซอร์

ปัญหาด้านความมั่นคง

1. ปัญหาทางการเมืองภายในจากการที่กองทัพยึดอำนาจจากอดีตประธานาธิบดีมุฮัมมัด มุรซี เมื่อ 3 ก.ค. 2556 กลายเป็นปัจจัยที่ทำให้แนวร่วมกลุ่มผู้สนับสนุนอดีตประธานาธิบดีมุฮัมมัด มุรซี รวมตัวกันในนาม National Alliance to Support Legitimacy (NASL) โดยมีกลุ่ม Muslim Brotherhood เป็นแกนนำดำเนินกิจกรรมเพื่อต่อต้านกองทัพจนถึงปัจจุบัน ขณะที่กองทัพและรัฐบาลใช้กำลังเข้าปราบปรามและดำเนินมาตรการทางกฎหมายเพื่อยุบกลุ่ม Muslim Brotherhood และขึ้นบัญชีเป็นกลุ่มก่อการร้าย เมื่อ ธ.ค. 2556 อย่างไรก็ดี การดำเนินการเหล่านี้ทำให้ Muslim Brotherhood หันไปดำเนินกิจกรรมในทางลับ และสมาชิกบางส่วนหันไปใช้แนวทางรุนแรงในการต่อสู้

นอกจากนี้ ประธานาธิบดีอับดุลฟัตตาห์ อัซซีซี เผชิญแรงกดดันจากชาวอียิปต์จากปัญหาคอร์รัปชัน และปัญหาเศรษฐกิจ ที่ไม่พอใจรัฐบาลอียิปต์ที่ใช้มาตรการรัดเข็มขัดอย่างเข้มงวด โดยมีชาวอียิปต์เกือบ 1 ใน 3 ของประชากรทั้งหมด มีรายได้ต่ำกว่าเส้นความยากจน อีกทั้งการลงประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2557 ที่มีการขยายเวลาการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีที่สามารถอยู่ในตำแหน่งได้จนถึงปี 2573 อาจนำไปสู่ระบอบอำนาจนิยมของประธานาธิบดีอับดุลฟัตตาห์ อัซซีซี ทำให้ชาวอียิปต์ชุมนุมประท้วงเรียกร้องให้ประธานาธิบดีอับดุลฟัตตาห์ อัซซีซี ลาออกจากตำแหน่ง ในหลายเมืองของอียิปต์รวมถึงไคโร ระหว่าง 20-27 ก.ย. 2562 โดยทางการจับกุมผู้ประท้วงรวมกว่า 2,000 คน

2. ปัญหาการก่อการร้าย อียิปต์ยังคงประสบปัญหาการก่อการร้ายบริเวณทางเหนือของคาบสมุทรไซนาย นับแต่เหตุการณ์อาหรับสปริงโค่นล้มอดีตประธานาธิบดีฮอสนี มูบารัก เมื่อปี 2554 และเพิ่มความรุนแรงขึ้นหลังจากการรัฐประหารโค่นล้มประธานาธิบดีมุฮัมมัด มุรซี เมื่อปี 2556 และปัจจุบันกลุ่มก่อการร้ายขยายพื้นที่ก่อเหตุมายังไคโรเพิ่มขึ้น มุ่งเป้าหมาย จนท.ด้านความมั่นคง และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เห็นได้จากในรอบปี 2562 ยังปรากฏเหตุก่อการร้าย อาทิ กลุ่ม Islamic State (IS) มุ่งเป้าหมายโจมตีด้านการทหารของอียิปต์ โดยเมื่อ 25 มิ.ย. 2562 ก่อเหตุระเบิดฆ่าตัวตาย ขับขี่รถยนต์พุ่งชนเป้าหมาย และยิงปะทะกับ จนท.กกล.ความมั่นคงในพื้นที่ 4 แห่ง ที่เมือง El-Arish ทางเหนือของคาบสมุทรไซนาย ส่งผลให้มีตำรวจเสียชีวิต 7 คน ด้านผู้ก่อการร้ายเสียชีวิต 4 คน กลุ่ม Hasm เกี่ยวข้องกับกลุ่ม Muslim Brotherhood โดยเมื่อ 4 ส.ค. 2562 ก่อเหตุระเบิดรถยนต์ด้านนอกโรงพยาบาลรักษามะเร็งที่เมือง Manial ไคโร ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 20 คน

นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มติดอาวุธ Ansar Bait al-Maqdis (ABM) ปัจจุบันรู้จักในอีกชื่อหนึ่งว่า Wilayah Sinai หลังประกาศให้สัตยาบันว่าภักดีต่อกลุ่ม Islamic State เพิ่มการโจมตี จนท.ความมั่นคงในคาบสมุทรไซนาย รวมทั้งเข้ามาก่อการร้ายในไคโร และกลุ่ม Ajnad Misr (Soldiers of Egypt) ซึ่งเป็นกลุ่มติดอาวุธที่มีพื้นที่เคลื่อนไหวใกล้ไคโรและเห็นอกเห็นใจ Muslim Brotherhood ก็เพิ่มการก่อเหตุโจมตีในไคโรด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะการลอบโจมตีเป้าหมายที่เป็น จนท.ตำรวจ และ จนท.ในกระบวนการยุติธรรมของรัฐ

สมาชิกองค์การระหว่างประเทศ เป็นสมาชิกองค์การระหว่างประเทศที่สำคัญ 64 องค์การ ได้แก่ ABEDA, AfDB, AFESD, AMF, AU, CAEU, CD, CICA, COMESA, D-8, EBRD, FAO, G-15, G-24, G-77, IAEA, IBRD, ICAO, ICC, ICRM, IDA, IDB, IFAD, IFC, IFRCS, IHO, ILO, IMF, IMO, IMSO, Interpol, IOC, IOM, IPU, ISO, ITSO, ITU, LAS, MIGA, MINURSO, MINUSMA, MONUSCO, NAM, OAPEC, OIC, OIF, PCA, UN, UNAMID, UNCTAD, UNESCO, UNHCR, UNIDO, UNMISS, UNOCI, UNRWA, UNWTO, UPU, WCO, WFTU, WHO, WIPO, WMO และ WTO นอกจากนี้ ยังเป็นผู้สังเกตการณ์ของ BSEC, OAS อีกทั้งเป็นประเทศคู่เจรจาของ OSCE

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นภารกิจของสำนักวิทยาการวิจัยทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นอกจากนี้ ยังมีศูนย์วิจัยแห่งชาติตั้งอยู่ในไคโร มีหน้าที่ค้นคว้าความรู้ใหม่ทางวิชาการ และเพื่อประยุกต์ใช้ประโยชน์ อียิปต์ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่สำคัญ คือ การชลประทานและการระบายน้ำ โดยเฉพาะการเกษตรที่ใช้ระบบน้ำหยดและโรงเพาะปลูกในระบบปิด การสร้างเขื่อนกักเก็บน้ำ และการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศและโทรคมนาคม รวมทั้งพัฒนาทรัพยากรบุคคลด้านสารสนเทศ

การขนส่งและโทรคมนาคม มีท่าอากาศยาน 83 แห่ง (ปูพื้นผิวเรียบ 72 แห่ง) ลานจอดเฮลิคอปเตอร์ 7 แห่ง มีถนนระยะทาง 137,430 กม. และมีระบบรถไฟใต้ดิน Cairo Metro ทางรถไฟ 5,085 กม. เส้นทางสัญจรทางน้ำ 3,500 กม. โดยมีคลองสุเอซเป็นเส้นทางขนส่งทางพาณิชย์ที่สำคัญของอียิปต์และของโลก มีโทรศัพท์พื้นฐานให้บริการ 6.60 ล้านเลขหมาย โทรศัพท์เคลื่อนที่ 102.95 ล้านเลขหมาย รหัสโทรศัพท์ทางไกลระหว่างประเทศ +20 จำนวนผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ต 37.12 ล้านคน รหัสอินเทอร์เน็ต .eg

การเดินทาง สายการบินไทยไม่มีเที่ยวบินตรงระหว่างกรุงเทพฯ-ไคโร แต่สายการบิน Egypt Air มีเที่ยวบินตรงมายังกรุงเทพฯ ระยะเวลาในการบินประมาณ 9 ชม. 20 นาที เวลาที่อียิปต์ช้ากว่าไทย 5 ชม. คนไทยที่จะเดินทางเข้าอียิปต์ต้องยื่นขอรับการตรวจลงตรา เว็บไซต์ท่องเที่ยว www.egypt.travel

สถานการณ์สำคัญที่น่าติดตาม

1) ความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้สนับสนุนอดีตประธานาธิบดีมุฮัมมัด มุรซี เฉพาะอย่างยิ่งกลุ่ม Muslim Brotherhood เพื่อต่อต้านรัฐบาลและกองทัพอียิปต์ หลังจากอดีตประธานาธิบดีมุฮัมมัด มุรซีเสียชีวิตกะทันหัน ขณะรับฟังการไต่สวนในศาลที่ไคโรเมื่อ 17 มิ.ย. 2562 และมีสมาชิกระดับแกนนำถูกจับกุมจำนวนมาก อีกทั้งยังขึ้นบัญชีกลุ่มดังกล่าวเป็นกลุ่มก่อการร้าย ซึ่งสมาชิกกลุ่มบางส่วนยังคงพยายามก่อเหตุรุนแรงอยู่เป็นระยะ

2) ความเคลื่อนไหวของกลุ่มก่อการร้าย เฉพาะอย่างยิ่งกลุ่ม IS กลุ่ม Hasm กลุ่ม ABM และกลุ่ม Ajnad Misr ที่มุ่งก่อเหตุโจมตี โดยเฉพาะในคาบสมุทรไซนาย และไคโร โดยทางการปราบปรามอย่างหนักภายใต้รหัส “Operation Sinai 2018” ตั้งแต่ ก.พ. 2561 ครอบคลุมพื้นที่ตอนเหนือและตอนกลางของคาบสมุทรไซนาย บริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำไนล์ รวมทั้งทะเลทรายทาง ตต.ของหุบเขาไนล์ โดยสามารถสังหารสมาชิกหัวรุนแรงและผู้ก่อการร้ายรวม 650 คน

3) ความคืบหน้าการย้ายเมืองหลวงไปยังพื้นที่ทางตะวันออกของไคโรจนถึงคลองสุเอซ

4) แผนการพัฒนาพื้นที่โดยรอบคลองสุเอซที่เพิ่งมีการขุดขยายคลอง

5) ความสัมพันธ์ระหว่างอียิปต์กับมหาอำนาจและประเทศในภูมิภาค ตลอดจนบทบาทของอียิปต์ในเวทีระหว่างประเทศ

6) บทบาทของอียิปต์ในฐานะคนกลางการเจรจาสันติภาพระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์

7) ปัญหาข้อพิพาททางน้ำระหว่างอียิปต์ เอธิโอเปีย และซูดาน กรณีเอธิโอเปียสร้างเขื่อน Grand Ethiopian Renaissance Dam (GERD) มูลค่า 4,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในแม่น้ำไนล์ โดยเขื่อน GERD จะเป็นเขื่อนและแหล่งผลิตพลังงานขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคแอฟริกา ผลิตกระแสไฟฟ้าได้มากถึง 6,000 เมกะวัตต์ โดยอียิปต์ ซึ่งพึ่งพาแม่น้ำไนล์ในทางเศรษฐกิจ และเป็นประเทศปลายน้ำ ห่วงกังวลว่าเอธิโอเปียซึ่งเป็นประเทศต้นน้ำจะกักเก็บน้ำจนทำให้อียิปต์ขาดแคลนน้ำใช้ โดยสหรัฐฯ เป็นคนกลางให้อียิปต์ ซูดานและเอธิโอเปียเข้าร่วมการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทเขื่อนแม่น้ำไนล์ที่สหรัฐฯ เมื่อ 6 พ.ย. 2562 แต่ยังไม่ได้ข้อยุติ ทั้งนี้ แม่น้ำไนล์ไหลจากเอธิโอเปียผ่านซูดาน และอียิปต์ ก่อนไหลลงสู่ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน

ความสัมพันธ์ไทย-อียิปต์

ไทยกับอียิปต์สถาปนาความสัมพันธ์อย่างเป็นทางการเมื่อ 27 ก.ย. 2497 โดยอียิปต์เป็นประเทศแรกในกลุ่มอาหรับที่สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับไทย และมีความสัมพันธ์ระหว่างกันด้วยดีตลอดมา โดยต่างสนับสนุนกันในเวทีระหว่างประเทศ

การค้าระหว่างกันเมื่อปี 2561 มีมูลค่า 1,015.63 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยส่งออกไปอียิปต์มูลค่า 945.58 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และนำเข้าจากอียิปต์มูลค่า 70.05 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยเป็นฝ่ายได้เปรียบดุลการค้า 875.54 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สินค้าส่งออกสำคัญของไทย ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ยาง รถยนต์ อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป เครื่องยนต์สันดาปภายในแบบลูกสูบและส่วนประกอบ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบของเครื่องจักรกล ตู้เย็น ตู้แช่แข็งและส่วนประกอบ สินค้าที่ไทยนำเข้า ได้แก่ เคมีภัณฑ์ เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ ปุ๋ย และยากำจัดศัตรูพืชและสัตว์ เคมีภัณฑ์ ด้ายและเส้นใย เสื้อผ้าสำเร็จรูป

เมื่อปี 2561 มีนักท่องเที่ยวชาวอียิปต์มาไทย 22,183 คน ส่วนคนไทยอาศัยอยู่ในอียิปต์มีประมาณ 3,700 คน ส่วนใหญ่เป็นนักเรียน/นักศึกษาประมาณ 3,500 คน ทั้งนี้ ไทยมีความร่วมมือด้านการศึกษากับอียิปต์ เฉพาะอย่างยิ่ง มหาวิทยาลัยอัล อัซฮัรที่สนับสนุนการพัฒนาหลักสูตรอิสลามศึกษาให้มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ จังหวัดนราธิวาส อีกทั้งส่งอาจารย์มาช่วยสอนในสถาบันการศึกษาศาสนาอิสลามของไทยมากว่า 20 ปี และสนับสนุนทุนการศึกษาผ่านรัฐบาลไทยปีละ 60-80 ทุน กับทุนของรัฐบาลอียิปต์อีกปีละ 2 ทุน

ข้อตกลงสำคัญระหว่างไทยกับอียิปต์ ได้แก่ 1) ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางวัฒนธรรม การศึกษา และวิทยาศาสตร์ ลงนามเมื่อ 13 พ.ย. 2519 2) ความตกลงทางการค้า ลงนามเมื่อ 26 พ.ค. 2527 3) ความตกลงว่าด้วยการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน ลงนามระหว่างการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา ครั้งที่ 10 (UNCTAD X) ที่กรุงเทพฯ เมื่อ 18 ก.พ. 2543 4) การจัดตั้งคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคีไทย-อียิปต์ (Thai-Egypt Joint Commission) จัดตั้งเมื่อ ก.ย. 2532 และจัดประชุมครั้งแรกเมื่อ 30 ม.ค. 2546 5) ความตกลงเพื่อยกเว้นการเก็บภาษีซ้อน ลงนามเมื่อ 29 ม.ค. 2549 และ 6) บันทึกความเข้าใจระหว่างสถาบันการต่างประเทศเทวะวงศ์วโรปการกับสถาบันการต่างประเทศอียิปต์ ตามโครงการแลกเปลี่ยนข้าราชการไทย-อียิปต์ ลงนามเมื่อ 18 เม.ย. 2550

 
 
 
 

ผู้นำอียิปต์

 
บันทึกข้อมูลเมื่อ: Dec. 24, 2019, 11:33 p.m.
เผยแพร่ข้อมูลเมื่อ: None |
รูปผู้นำอียิปต์
 

นายอับดุลฟัตตาห์ อัซซีซี

(Abdel Fattah El Sisi)

ตำแหน่ง ประธานาธิบดีอียิปต์

เกิด 19 พ.ย. 2497 (อายุ 66 ปี/ปี 2563) ที่ไคโร อียิปต์ โดยเป็นบุตรของนายซะอีด อัซซีซี กับนางมาลิกา ติตานี ซึ่งเป็นครอบครัวเคร่งศาสนา ที่พำนักและเปิดร้านขายเครื่องไม้โบราณ แก่นักท่องเที่ยวใน ตลาด Khan el-Khalili ในย่านญะมาลียะฮ์ใกล้กับมัสยิดอัลอัซฮัร ซึ่งเป็นเขตเมืองเก่าของไคโรที่มีชุมชนชาวมุสลิม คริสต์ และยิว อยู่ร่วมกันอย่างสมานฉันท์

ศาสนา อิสลาม (ซุนนี)

สถานภาพทางครอบครัว สมรสกับนางอินติศอร อามิร ซึ่งเป็นญาติทางแม่ที่ใกล้ชิดกันตั้งแต่สมัยเรียน มัธยมศึกษา เมื่อปี 2520 และมีบุตรชาย 3 คน ธิดา 1 คน คือ นายมุศเฏาะฟา นายมะห์มูด นายฮะซัน และ น.ส.อายะฮ์

การศึกษา - Military Academy ของอียิปต์ ปี 2520

- Command and Staff College ของอียิปต์ ปี 2530

- Joint Command and Staff College ของสหราชอาณาจักร ปี 2535

- Nasser’s Military Sciences Academy ของอียิปต์ ปี 2546

- US Army War College ของสหรัฐฯ ปี 2549

ประวัติการทำงาน

ปี 2520 - เริ่มรับราชการทหารในกองทัพบก หลังสำเร็จการศึกษาวิชาทหาร โดยเข้าประจำการ ในกองทัพน้อยทหารราบ และเจริญก้าวหน้าในอาชีพมาโดยลำดับ รวมทั้งเคยดำรง ตำแหน่ง ผช.ทูตทหารประจำ สอท.อียิปต์/ริยาด ซาอุดีอาระเบีย ในสมัยประธานาธิบดี ฮุสนี มุบาร็อก

ปี 2554 - ได้รับแต่งตั้งจากจอมพลมุฮัมมัด ฮุเซน ฏอนฏอวี ซึ่งยึดอำนาจจากประธานาธิบดีมุบาร็อก ให้ดำรงตำแหน่ง ผบ.หน่วยข่าวกรองทางทหาร และเป็นสมาชิกสภากองทัพสูงสุด (Supreme Council of Armed Forces-SCAF) ที่มีอายุน้อยที่สุดในขณะนั้น (56 ปี)

ปี 2555 - ได้รับแต่งตั้งจากประธานาธิบดีมุฮัมมัด มุรซี ให้ดำรงตำแหน่งประธาน SCAF ผบ.ทหารสูงสุดและ รมว.กระทรวงกลาโหมแทนจอมพลฏอนฏอวี เมื่อ 12 ส.ค. 2555 รวมทั้งได้เลื่อนยศเป็นรองจอมพล

ปี 2556 - ยึดอำนาจประธานาธิบดีมุฮัมหมัด มุรซี เมื่อ 3 ก.ค. 2556 และแต่งตั้งนายอัดลี มันศูร ประธานศาลรัฐธรรมนูญสูงสุดให้ดำรงตำแหน่งรักษาการประธานาธิบดีแทน ขณะที่ ตนเองดำรงตำแหน่งเป็น รอง นรม. และ รมว.กระทรวงกลาโหมในรัฐบาลรักษาการ

ปี 2557

- ได้รับการเลื่อนยศจากประธานาธิบดีอัดลี มันศูร เป็นจอมพล เมื่อ 27 ม.ค. 2557

- ลาออกจากราชการทหาร รวมทั้ง รอง นรม.คนที่ 1 และ รมว.กระทรวงกลาโหม และ ประกาศลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีเมื่อ 26 มี.ค. 2557

- ชนะการเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีเมื่อ พ.ค.-มิ.ย. 2557 โดยได้รับเสียง สนับสนุนเกือบ 23 ล้านเสียง หรือ 96.9% ของผู้ออกไปใช้สิทธิ

- สาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดี เมื่อ 8 มิ.ย. 2557

ปี 2561

- ชนะการเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีเป็นสมัยที่ 2 เมื่อ มี.ค.-เม.ย. 2561 โดย ได้รับเสียงสนับสนุนเกือบ 22 ล้านเสียง หรือ 97.08 % ของผู้ออกไปใช้สิทธิ

- สาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่ 2 เมื่อ 2 มิ.ย. 2561

ข้อมูลอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

- ในวัยเด็กรักการเรียนและมักใช้เวลาไปกับการช่วยงานในร้านขายของของบิดา หรือไปอ่านหนังสือที่ห้องสมุดของมหาวิทยาลัยอัล อัซฮัรซึ่งอยู่ใกล้บ้าน แทนที่จะ ออกไปเล่นฟุตบอลร่วมกับเด็กคนอื่น ๆ ในละแวกบ้าน

- ถูกระบุว่าเป็นคนเคร่งศาสนา แต่ขณะเดียวกันก็ชื่นชมอดีตประธานาธิบดีญะมาล อับดุลนาศิร (นัสเซอร์) ซึ่งเป็นผู้ริเริ่มแนวคิดชาตินิยมอาหรับ ขณะที่กลุ่มผู้สนับสนุน ประธานาธิบดีซีซีมักเปรียบเทียบประธานาธิบดีซีซีกับอดีตประธานาธิบดีนาศิรว่า เป็นผู้ที่เข้ามานำพาประเทศเพื่อฝ่าฟันอุปสรรคและแรงกดดันที่รุมเร้าจากประชาคม ระหว่างประเทศ

- มีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับกองทัพสหรัฐฯ และหลังการเข้ายึดอำนาจจากประธานาธิบดี มุฮัมหมัด มุรซี เมื่อ ก.ค. 2556 ซึ่งตามมาด้วยการใช้กำลังเข้าปราบปรามกลุ่มผู้สนับสนุน ประธานาธิบดีมุอัมหมัด มุรซี ที่มีกลุ่ม Muslim Brotherhood เป็นแกนนำเมื่อ ส.ค. 2556 รัฐบาลสหรัฐฯ ก็ไม่ได้ตัดความช่วยเหลือทางทหารแก่อียิปต์ เพียงแต่ยกเลิกการ ซ้อมรบร่วมซึ่งเดิมกำหนดจัดขึ้นใน ก.ย. 2556

- แม้ว่ารับราชการทหารเป็นเวลานาน แต่มีประสบการณ์สู้รบค่อนข้างน้อย

- มีบุคลิกแตกต่างจากนายทหารส่วนใหญ่ที่ดูขึงขัง เนื่องจากเป็นคนพูดจาอ่อนโยน เงียบขรึม ยิ้มแย้ม จนได้รับสมญานามว่า Quiet General แต่มีบารมีโดยได้รับการ ยอมรับว่าเป็นผู้นำที่เข้มแข็งและมีวินัยสูง รวมทั้งกล่าวสุนทรพจน์ได้น่าประทับใจ

เครื่องอิสริยาภรณ์และรางวัลต่าง ๆ

- 25 April Decoration (Liberation of Sinai)

- Distinguished Service Decoration-Military Duty Decoration, Second Class

- Military Duty Decoration, First Class-Longevity and Exemplary Medal

- Kuwait Liberation Medal (คูเวต)-Kuwait Liberation Medal (อียิปต์)

- Silver Jubilee of October War Medal-Golden Jubilee of 23 July Revolution

- Silver Jubilee of the Liberation of Sinai Medal-25 January Revolution Medal

- Military Courage Decoration-The Republic’s Military Decoration

- The Training’s Decoration-The Army’s Day Decoration

- Order of Abdulaziz Al Saud (ซาอุดีอาระเบีย)-Order of Mubarak the Great

- ปริญญาดุษฎีกิตติมศักดิ์ จาก National University of Public Service (ฮังการี)

#8c7b75 - right
 

คณะรัฐมนตรี

คณะรัฐมนตรีอียิปต์

ประธานาธิบดี อับดุลฟัตตาห์ อัซซีซี

นรม. Mostafa Madbouly

รมว.กระทรวงกลาโหม Mohamed Ahmed Zaki

รมว.กระทรวงการต่างประเทศ Sameh Hassan Shoukry

รมว.กระทรวงมหาดไทย Mahmoud Tawfiq kandil

รมว.กระทรวงการคลัง Mohamed Ahmed Maait

รมว.กระทรวงการลงทุนและความร่วมมือระหว่างประเทศ Sahar Ahmed Nasr (ญ.)

รมว.กระทรวงปิโตรเลียม Tarek Ahmed El-Molla

รมว.กระทรวงศึกษาธิการและการศึกษาทางเทคนิค Tarek Galal Shawki

รมว.กระทรวงการอุดมศึกษาและการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ Khaled Attef Abd El-Ghafar

รมต.แห่งรัฐกำกับดูแลด้านการผลิตยุทธภัณฑ์ Mohamed Saeed Al-Assar

รมว.กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า Amr Adel Nassar

รมว.กระทรวงกิจการรัฐวิสาหกิจ Hasham Anwar Tawfik

รมว.กระทรวงการบินพลเรือน Younes El-Sayed Al-Masry

รมว.กระทรวงยุติธรรม Mohamed Hossam Abdel-Rahim

รมว.กระทรวงเอกภาพสังคม Ghada Fathi Wali (ญ.)

รมว.กระทรวงการไฟฟ้าและพลังงานทดแทน Mohamed Hamed Shaker

รมว.กระทรวงการสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศ Amr Ahmed Tallat

รมว.กระทรวงเกษตรและการพัฒนาที่ดิน Ezz el-Din Abu-Steit

รมว.กระทรวงการท่องเที่ยว Rania Abd-El Moneim Al-Mashat (ญ.)

รมว.กระทรวงพัฒนาท้องถิ่น Mahmoud Sayed Shaarawy

รมว.กระทรวงการเคหะและการพัฒนาชุมชนเมือง Assem Abd El-Hamid Al Gazzar

รมว.กระทรวงแรงงาน Mohamed Mahmoud Saafan

รมต.กระทรวงเยาวชนและกีฬา Ashraf Sobhy Amer

รมว.กระทรวงสิ่งแวดล้อม Yassmin Salah Al-din (ญ.)

รมว.กระทรวงสาธารณสุขและประชากร Hala Mustafa Zaid (ญ.)

รมว.กระทรวงทรัพยากรน้ำและการชลประทาน Mohamed Abd El atty Khalil

รมว.กระทรวงจัดหาปัจจัยยังชีพและการค้าภายในประเทศ Ali Al-said El-moselhy

รมว.กระทรวงโบราณคดี Khaled Ahmed El-Anani

รมว.กระทรวงศาสนสมบัติ Mohamed Mukhtar Gomaa

รมว.กระทรวงวัฒนธรรม Inas Mostafa Abdel-Dayem (ญ.)

รมว.กระทรวงการย้ายถิ่นฐานและกิจการชาวอียิปต์ในต่างประเทศ Nabila Makram Wasef (ญ.)

รมว.กิจการรัฐสภา Omar Marwan Arafa

รมว.กระทรวงการวางแผนและปฏิรูปการบริหาร Hala Helmy Al-Saeed (ญ.)

รมว.กระทรวงคมนาคม Kamel Abd El-Hady Al-Wazir

---------------------------------

(ต.ค. 2562)