สาธารณรัฐตุรกี

Republic of Turkey

บันทึกข้อมูลเมื่อ: Dec. 11, 2019, 10:56 p.m.
แก้ไขล่าสุดเมื่อ: Dec. 15, 2019, 9:42 p.m.
ธงตุรกี
 

เมืองหลวง อังการา

ที่ตั้ง อยู่บนคาบสมุทรบอลข่าน ทางตะวันออกเฉียงใต้ของทวีปยุโรป และทางตะวันตกเฉียงใต้ของทวีปเอเชีย ดินแดนมีรูปร่างคล้ายสี่เหลี่ยมผืนผ้า ความยาวมากกว่า 1,600 กม. และกว้าง 800 กม. พื้นที่ 783,562 ตร.กม. (รวมทะเลสาบและเกาะ) ชายฝั่งทะเลยาว 7,200 กม.

อาณาเขต

ทิศเหนือ ติดกับทะเลดำ

ทิศตะวันออก ติดกับจอร์เจีย อาร์เมเนีย อาเซอร์ไบจาน และอิหร่าน

ทิศใต้ ติดกับอิรัก ซีเรีย และทะเลเมดิเตอร์เรเนียน

ทิศตะวันตก ติดกับกรีซ บัลแกเรีย และทะเลอีเจียน

ภูมิประเทศ ตุรกีเป็นประเทศสองทวีป อยู่ในทวีปเอเชียและยุโรป มีสภาพภูมิประเทศหลากหลาย ฝั่งเอเชียครอบคลุม 97% ของคาบสมุทรอนาโตเลีย ตอนกลางของประเทศเป็นที่ราบสูง ทางตะวันออกเป็นภูเขา และเป็นต้นน้ำของแม่น้ำสำคัญหลายสาย เช่น ไทกริสยูเฟรตีส และอารัส โดยมียอดเขาอารารัตซึ่งเป็นจุดสูงสุด 5,165 ม. ส่วนฝั่งยุโรป ตั้งอยู่บนคาบสมุทรบอลข่าน (3%) มีทะเลล้อม 3 ด้าน ได้แก่ ทะเลอีเจียนทางตะวันตก ทะเลดำทางเหนือ และทะเลเมดิเตอร์เรเนียนทางใต้ นอกจากนี้ ยังมีทะเลมาร์มะราในเขตตะวันตกเฉียงเหนือ

ภูมิอากาศ มี 4 ฤดู ภูมิอากาศในเขตต่าง ๆ แตกต่างกันมาก บางเขตเป็นฤดูร้อน แต่บางเขตอาจมีหิมะปกคลุม ฤดูร้อนอยู่ในช่วง มิ.ย.-ก.ย. (ร้อนที่สุดคือ ก.ค.และ ส.ค.) เดือนที่เหมาะแก่การไปท่องเที่ยวคือ เม.ย.-พ.ค. และ ก.ย.-ต.ค. ส่วนฤดูหนาวอยู่ในช่วง ธ.ค.-มี.ค.

ประชากร 82,003,882 คน (ปี 2561) เพิ่มขึ้น 1.47% เป็นชาวเติร์ก 70-75% เคิร์ด 19% อื่น ๆ 7-12% อัตราส่วนประชากรจำแนกตามอายุ : วัยเด็ก (0-14 ปี) 23.4% วัยรุ่นถึงวัยกลางคน (15-64 ปี) 67.8% และวัยชรา (65 ปีขึ้นไป) 8.8% อัตราการเกิด 15.3 คนต่อ 1,000 คน อัตราการตาย 5.2 คน ต่อ 1,000 คน อายุขัยเฉลี่ย 78.5 ปี เพศชาย 75.7 ปี เพศหญิง 81.3 ปี

ศาสนา อิสลาม 99.8% (ส่วนใหญ่เป็นซุนนี) อื่น ๆ 0.2% (ส่วนใหญ่เป็นคริสต์และยูดาย)

ภาษา ภาษาตุรกีหรืออนาโดหลุ เป็นภาษาประจำชาติและภาษาราชการ นอกจากนี้ ยังมีภาษาเคิร์ดและภาษาอาหรับ

การศึกษา งบประมาณรายจ่ายด้านการศึกษา 5.7% ของ GDP (ปี 2561)

การก่อตั้งประเทศ

หลังสิ้นสุดจักรวรรดิออตโตมันเมื่อปี 2466 (สุลต่านมะห์มัดที่ 6 เป็นสุลต่านพระองค์สุดท้าย) นายมุสตาฟา เคมาล อตาเติร์ก ผู้นำขบวนการแห่งชาติตุรกีในสงครามประกาศเอกราชตุรกี เอาชนะกองทหารของฝ่ายไตรภาคี และนำไปสู่การปลดปล่อยประเทศ และการก่อตั้งสาธารณรัฐตุรกีเมื่อ 29 ต.ค. 2466 โดยนายมุสตาฟาเป็นประธานาธิบดีคนแรก และได้เปลี่ยนแปลงประเทศจากจักรวรรดิออตโตมัน เป็นรัฐชาติสมัยใหม่ที่เป็นประชาธิปไตยและไม่อิงศาสนา

วันชาติ 29 ต.ค.

การเมือง เป็นสาธารณรัฐที่แยกศาสนาออกจากการเมือง (secular state) ตุรกีเป็นประเทศที่มีความเป็นประชาธิปไตยมากที่สุด เมื่อเทียบกับประเทศมุสลิมอื่น ๆ ในตะวันออกกลาง มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเมื่อปี 2560 เปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครองแบบรัฐสภาในระบอบประชาธิปไตย เป็นระบอบประธานาธิบดี ซึ่งประธานาธิบดีเป็นผู้มีอำนาจสูงสุด มาจากการเลือกตั้งโดยตรง 2 รอบ ในกรณีที่ไม่มีผู้ได้รับเลือกด้วยคะแนนเกินกว่า 50% มีวาระ 5 ปี ดำรงตำแหน่งได้ 2 สมัยติดต่อกัน โดยยกเลิกตำแหน่ง นรม.

ปัจจุบัน นาย Recep Tayyip Erdoğan อดีต นรม. (ตั้งแต่ปี 2546-2557) และประธานาธิบดีเมื่อ ส.ค. 2557- มิ.ย. 2561 ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี โดยชนะการเลือกตั้งเมื่อ 24 มิ.ย. 2561 เข้าดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีตุรกีคนแรกภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่

ฝ่ายบริหาร : ประธานาธิบดีตุรกีมีอำนาจในการบริหารในฐานะประมุขและหัวหน้ารัฐบาล

ฝ่ายนิติบัญญัติ : ตุรกีจัดการเลือกตั้งรัฐสภาภายใต้ระบอบประธานาธิบดีเป็นครั้งแรกเมื่อ 24 มิ.ย. 2561 มีการปรับเพิ่มจำนวนสภาแห่งชาติ (Grand National Assembly) จาก 550 คน เป็น 600 คน และกำหนดวาระการดำรงตำแหน่งจาก 4 ปี เป็น 5 ปี เพื่อให้สอดคล้องกับการเลือกตั้งและวาระการดำรงตำแหน่งของประธานาธิบดี ซึ่งผลการเลือกตั้งปรากฏว่าพรรค Justice and Development (AK) เป็นฝ่ายชนะ คิดเป็น 295 ที่นั่ง ร่วมกับพรรค Nationalist Movement Party (MHP) ที่เป็นพันธมิตรอีก 49 ที่นั่ง ครองเสียงข้างมากในสภา 344 ที่นั่ง ส่วนการเลือกตั้งทั่วไปครั้งต่อไปจะจัดขึ้นพร้อมกับการเลือกตั้งประธานาธิบดีในปี 2566

พรรคการเมือง : พรรคที่สำคัญคือ 1) พรรค Justice and Development (AK) 2) พรรค Nationalist Movement Party (MHP) แนวชาตินิยม 3) พรรค Republican People’s Party (CHP) 4) พรรค İYİ Party 5) Felicity Party และ 6) พรรค Peoples’ Democratic Party (HDP) พรรคของชาวเคิร์ด

ฝ่ายตุลาการ : ประกอบด้วย 1) ศาลยุติธรรมทั่วไปทำหน้าที่เช่นเดียวกับศาลชั้นต้นจะมีอยู่ในทุกเมือง 2) ศาลอุทธรณ์สำหรับคดีอาญาและสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาสำหรับอุทธรณ์คดีด้านการปกครองหรือคดีภาครัฐ และ 3) ศาลสูงสุดทำหน้าที่เช่นเดียวกับศาลฎีกา

เศรษฐกิจ เศรษฐกิจของตุรกีขับเคลื่อนโดยภาคอุตสาหกรรมและการบริการเป็นหลัก แต่ภาคการเกษตรยังมีสัดส่วนสูงถึง 25% ทั้งนี้ ภาวะเศรษฐกิจยังมีความเปราะบาง จากปัญหาเศรษฐกิจภายในของตุรกี อาทิ การขาดดุลบัญชีเดินสะพัด การขาดดุลงบประมาณ อัตราเงินเฟ้อสูง หนี้ภาครัฐและภาคเอกชนสูง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นหนี้ระยะสั้น โดยเมื่อ ก.ย. 2562 ธนาคารกลางตุรกีต้องปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงอีก 3.25% เป็น 16.5% เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนแอ

สกุลเงิน ตัวย่อสกุลเงิน : ลีราตุรกี (TRY)

อัตราแลกเปลี่ยนต่อดอลลาร์สหรัฐ : 1 ลีราตุรกี : 0.17 ดอลลาร์สหรัฐ

อัตราแลกเปลี่ยนต่อบาท : 1 ลีราตุรกี : 5.31 บาท (ต.ค. 2562)

ดัชนีเศรษฐกิจสำคัญ (ปี 2561)

ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) : 766,509 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ธนาคารโลก)

อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ : 2.6%

รายได้เฉลี่ยต่อหัวต่อปี : 27,892 ดอลลาร์สหรัฐ

แรงงาน : 32.57 ล้านคน

อัตราการว่างงาน : 11%

อัตราเงินเฟ้อ : 16.3%

มูลค่าการส่งออก : 174,599 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

สินค้าส่งออกสำคัญ : เสื้อผ้าและสิ่งทอ อาหาร ผลิตภัณฑ์เหล็กที่ใช้ในอุตสาหกรรม และอุปกรณ์การขนส่ง

มูลค่าการนำเข้า : 216,412 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

สินค้านำเข้าสำคัญ : เครื่องจักร เคมีภัณฑ์ สินค้ากึ่งสำเร็จรูป น้ำมันและก๊าซธรรมชาติ และอุปกรณ์การขนส่ง

คู่ค้าสำคัญ : เยอรมนี รัสเซีย จีน อิรัก สหราชอาณาจักร อิตาลี ฝรั่งเศส สหรัฐฯ และอิหร่าน

การทหาร กองทัพตุรกี (Turkish Armed Forces-TSK) มีกำลังพลปี 2561 จำนวน 355,200 นาย ทบ. 260,200 นาย ทร. 45,000 นาย ทอ. 50,000 นาย กกล.สำรอง 378,700 นาย งบประมาณด้านการทหารเมื่อปี 2561 เท่ากับ 2.5% ของ GDP

ความพยายามทำรัฐประหารในตุรกีเมื่อ 15 ก.ค. 2559 ส่งผลต่อสถานะของกองทัพและนำไปสู่ความพยายามปฏิรูปกองทัพเพื่อลดอำนาจของกองทัพและเพิ่มอำนาจของพลเรือนในการควบคุมกองทัพ โดยมีการปลดนายทหารระดับสูงในสัดส่วนกว่า 40% ของนายทหารระดับพลเอกและพลเรือเอกในกองทัพตุรกี การปลด/พักงาน/ดำเนินคดีกับทหารกว่า 8,000 นาย การปฏิรูประบบการคัดเลือก/การฝึกอบรมในกองทัพ และการเพิ่มอำนาจของพลเรือนในการควบคุมกองทัพ

ปัญหาด้านความมั่นคง

1) ภัยคุกคามจากการก่อการร้าย

2) การรักษาเสถียรภาพและความนิยมทางการเมือง หลังจากเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบรัฐสภาสู่ระบอบประธานาธิบดี

3) ฝ่ายต่อต้านรัฐบาล โดยเฉพาะเครือข่าย Gülen และ กกล.ชาวเคิร์ด

สมาชิกองค์การระหว่างประเทศ ที่สำคัญ ได้แก่ UN, OIC, NATO, WTO, OECD และปัจจุบัน ตุรกีอยู่ในกระบวนการเจรจาเพื่อเข้าเป็นสมาชิก EU

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีความเชี่ยวชาญในด้านพลังงาน เฉพาะอย่างยิ่ง ในสาขาการค้าน้ำมัน การบริหารจัดการท่อขนส่งน้ำมันระหว่างประเทศ และกำลังผลักดันสู่การเป็น Energy Corridor ด้านการบริหารจัดการท่อขนส่งน้ำมันระหว่างประเทศ ปัจจุบันมีท่อลำเลียงก๊าซ ระยะทาง 12,874 กม. ท่อลำเลียงน้ำมัน ระยะทาง 3,038 กม. ตลอดจนมีความชำนาญด้านอุตสาหกรรมก่อสร้าง และยานยนต์

การขนส่งและโทรคมนาคม ด้านการขนส่ง มีท่าอากาศยาน 98 แห่ง เป็นท่าอากาศยานนานาชาติ 35 แห่ง โดยตุรกีเริ่มเปิดใช้ท่าอากาศยานนานาชาติ Istanbul New Airport ที่อิสตันบูล เป็นอากาศยานนานาชาติที่มีขนาดใหญที่สุดในโลกในเรื่องจำนวนผู้โดยสารที่รองรับได้ในแต่ละปี และหากเปิดครบทั้งโครงการ ในปี 2571 จะรองรับผู้โดยสารได้ถึง 200 ล้านคน ลานจอด ฮ. 20 แห่ง และท่าเรือ 629 แห่ง เส้นทางรถไฟระยะทาง 10,315 กม. ถนนระยะทาง 247,553 กม. ด้านการโทรคมนาคม ปี 2561 (turkstat) มีโทรศัพท์พื้นฐานให้บริการประมาณ 11.6 ล้านเลขหมาย โทรศัพท์เคลื่อนที่ 80.9 ล้านเลขหมาย ผ่านระบบสายเคเบิลใยแก้วนำแสง ดิจิทัล วิทยุไมโครเวฟ และดาวเทียม รหัสโทรศัพท์ +90 จำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตแบบลงทะเบียน จำนวน 74.71 ล้านคน รหัสอินเทอร์เน็ต .tr

การเดินทาง เว็บไซต์ด้านการท่องเที่ยว http://www.goturkeytourism.com/ การขอรับการตรวจลงตราหนังสือเดินทาง (วีซ่า) คนไทยที่ถือหนังสือเดินทางทั่วไปเข้าตุรกีไม่ต้องขอรับการตรวจลงตราโดยสามารถพำนักได้ไม่เกิน 30 วัน ส่วนผู้ถือหนังสือเดินทางราชการสามารถพำนักได้ไม่เกิน 90 วัน สายการบินไทยและ สายการบิน Turkish Airlines ให้บริการบินตรง กรุงเทพฯ-อิสตันบูล และอิสตันบูล-กรุงเทพฯ ทุกวัน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 9-11 ชม. และสายการบิน Turkish Airlines เพิ่มเส้นทางบินอิสตันบูล-ภูเก็ต กับ ภูเก็ต-อิสตันบูล สัปดาห์ละ 4 เที่ยวบิน เวลาของตุรกีช้ากว่าไทยประมาณ 4 ชม. ในช่วง เม.ย.-ต.ค. และช้ากว่าไทยประมาณ 5 ชม. ในช่วง พ.ย.-มี.ค.

สถานการณ์สำคัญที่น่าติดตาม

1. การรักษาเสถียรภาพทางการเมืองหลังจากเปลี่ยนแปลงสู่ระบอบประธานาธิบดี รวมทั้งการปราบปรามเครือข่าย Gülen ที่ตุรกีเชื่อว่าอยู่เบื้องหลังความพยายามรัฐประหาร

2. การจัดการปัญหาความมั่นคงและการก่อการร้าย เช่น ภัยคุกคามจากกลุ่ม IS ความขัดแย้งกับกลุ่มติดอาวุธชาวเคิร์ด

3. ความท้าทายทางการเมืองหลังจากเปลี่ยนผ่านสู่ระบอบประธานาธิบดี

4. การถ่วงดุลกับมหาอำนาจ โดยเฉพาะจากความขัดแย้งในประเด็นซีเรีย และประเด็นสิทธิมนุษยชน

5. การฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ส่งผลต่อการอ่อนค่าอย่างรุนแรงของค่าเงินลีรา

6. บทบาทตุรกีในด้านมนุษยธรรมระหว่างประเทศ รวมทั้งการให้ความช่วยเหลือชาวโรฮีนจา

ความสัมพันธ์ไทย-ตุรกี

สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตเมื่อ 12 พ.ค. 2501 โดยเพิ่งฉลองความสัมพันธ์ครบรอบ 60 ปี เมื่อปี 2561 ความสัมพันธ์ระหว่างกันโดยทั่วไปเป็นไปอย่างราบรื่น โดยตุรกีให้ความสำคัญกับไทย ในฐานะประเทศหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และสนับสนุนกลุ่มอาเซียนมาโดยตลอด เนื่องจากมีความสัมพันธ์ทางการค้ากับกลุ่มประเทศมุสลิมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย และบรูไน และเข้าเป็นคู่เจรจาเฉพาะสาขากับอาเซียนเมื่อปี 2560 ขณะที่ทั้งสองฝ่ายอยู่ระหว่างการเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) ซึ่งเปิดเจรจาครั้งแรกเมื่อ 19 ก.ค. 2560 ที่อังการา ตุรกี เจรจาไปแล้ว 6 ครั้ง ครั้งที่ 6 จัดที่กรุงเทพฯ เมื่อ ส.ค. 2562

ความสัมพันธ์ทางด้านการค้า ตุรกีถือเป็นตลาดที่สำคัญของไทย โดยเฉพาะการเป็นเป้าหมายการขยายตลาดอาหารฮาลาลของไทยไปสู่สหภาพยุโรป (EU) เมื่อปี 2561 ตุรกีเป็นคู่ค้าอันดับที่ 37 ของไทย มีมูลค่า 45,798 ล้านบาท ลดลง 10.31% โดยไทยส่งออกมูลค่า 34,582 ล้านบาท นำเข้ามูลค่า 11,216 ล้านบาท และได้ดุลการค้า 23,365 ล้านบาท สินค้าสำคัญที่ไทยส่งออก เช่น รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ เส้นใยประดิษฐ์ ยางพารา สินค้าสำคัญที่ไทยนำเข้า เช่น เคมีภัณฑ์เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เสื้อผ้าสำเร็จรูป เครื่องประดับอัญมณี รถไฟ อุปกรณ์และส่วนประกอบ

มีคนไทยในตุรกีประมาณ 700 คน นักท่องเที่ยวตุรกีที่เดินทางมาไทยเมื่อปี 2561 มีจำนวน 90,006 คน เพิ่มขึ้น 11.16% และนักท่องเที่ยวไทยเดินทางไปตุรกีจำนวน 54,098 คน

ข้อตกลงสำคัญ ได้แก่ ความตกลงทางการค้าระหว่างไทย-ตุรกี ความตกลงว่าด้วยการบริการเดินอากาศระหว่างไทย-ตุรกี ความตกลงว่าด้วยการยกเว้นการตรวจลงตราหนังสือเดินทางทูต หนังสือเดินทางราชการ และหนังสือเดินทางพิเศษ ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจและวิชาการไทย-ตุรกี ความตกลงทางวัฒนธรรมไทย-ตุรกี ข้อตกลงระหว่าง กต.ไทยกับ กต.ตุรกี ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อม ความตกลงเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อน ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ความตกลงเพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุนต่างตอบแทน บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านมาตรฐานอุตสาหกรรม ความตกลงเพื่อความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว โครงการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมอันเป็นผลมาจากความตกลงทางวัฒนธรรมไทย-ตุรกี และ Turkish-Thai Parliamentary Friendship Group of the Turkish Grand National Assembly และความตกลงเกี่ยวกับการโอนตัวผู้กระทำผิดและความร่วมมือด้านงานยุติธรรม

---------------------------------------------

 
 
 
 

ผู้นำตุรกี

 
บันทึกข้อมูลเมื่อ: Dec. 11, 2019, 10:56 p.m.
เผยแพร่ข้อมูลเมื่อ: None |
รูปผู้นำตุรกี
 

Recep Tayyip Erdoğan

#8c7b75 - right
 

คณะรัฐมนตรี

ประธานาธิบดีและคณะรัฐมนตรีตุรกี

ประธานาธิบดี Recep Tayyip Erdoğan

รองประธานาธิบดี Fuat Oktay

รมว.กระทรวงการคลัง Berat Albayrak

รมว.กระทรวงการค้า Ruhsar Pekcan

รมว.กระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยี Mustafa Varank

รมว.กระทรวงพลังงานและทรัพยากรธรรมชาติ Fatih Dönmez

รมว.กระทรวงคมนาคมและโครงสร้างพื้นฐาน Mehmet Cahit Turhan

รมว.กระทรวงยุติธรรม Abdulhamit Gül

รมว.กระทรวงการต่างประเทศ Mevlüt Çavuşoğlu

รมว.กระทรวงมหาดไทย Süleyman Soylu

รมว.กระทรวงกลาโหม Hulusi Akar

รมว.กระทรวงศึกษาธิการ Ziya Selçuk

รมว.กระทรวงเกษตรและป่าไม้ Bekir Pakdemirli

รมว.กระทรวงสาธารณสุข Fahrettin Koca

รมว.กระทรวงสิ่งแวดล้อม Murat Kurum

รมว.กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว Mehmet Ersoy

รมว.กระทรวงเยาวชนและการกีฬา Mehmet Kasapoğlu

รมว.กระทรวงแรงงาน การบริการทางสังคมและครอบครัว Zehra Zümrüt Selçuk

---------------------------------------------

(ต.ค. 2562)