แคนาดา

Canada

บันทึกข้อมูลเมื่อ: Jan. 5, 2020, 12:11 p.m.
แก้ไขล่าสุดเมื่อ: Jan. 5, 2020, 3:55 p.m.
ธงแคนาดา
 


เมืองหลวง        ออตตาวา


ที่ตั้ง              ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของทวีปอเมริกาเหนือ พื้นที่ 9,984,670 ตร.กม. มีขนาดใหญ่อันดับ 2 ของโลก (รองจากรัสเซีย) มีพรมแดนทางบกติดกับสหรัฐอเมริกาเพียงประเทศเดียว มีชายฝั่งทะเลยาว 202,080 กม


อาณาเขต        


                        ทิศเหนือ              ติดกับมหาสมุทรอาร์กติก       


                    ทิศตะวันออก        ติดกับมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ


                    ทิศใต้                 ติดกับสหรัฐฯ (8,893 กม. รวมพื้นที่ส่วนที่ติดกับรัฐอะแลสกา 2,477 กม.)


                    ทิศตะวันตก          ติดกับมหาสมุทรแปซิฟิกเหนือ และรัฐอะแลสกาของสหรัฐฯ


ภูมิประเทศ        ส่วนใหญ่เป็นที่ราบ มีภูเขาทางทิศตะวันตกและที่ราบต่ำทางด้านตะวันออกเฉียงใต้ พื้นที่บริเวณชายฝั่งตะวันออกส่วนใหญ่ไม่อุดมสมบูรณ์และไม่เหมาะต่อการเพาะปลูก ยกเว้นรัฐปรินซ์เอดเวิร์ด ไอแลนด์เป็นที่ราบหุบเขาที่มีความสมบูรณ์ บริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำเซนต์ลอเรนซ์และทะเลสาบใหญ่มีประชากรมากที่สุด เป็นศูนย์กลางทางการเกษตร เมืองท่า เมืองอุตสาหกรรมและเมืองสำคัญทางธุรกิจ เขตทุ่งหญ้าแพรรีเป็นที่ราบอุดมสมบูรณ์และเทือกเขา ชายฝั่งทางตะวันตกมีฝนตกชุกและป่าหนาแน่นเป็นเมืองท่าและศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ


ภูมิอากาศ        แบบภาคพื้นทวีป มี 4 ฤดู ภูมิอากาศของแคนาดาแตกต่างกันไปตั้งแต่หนาวจัดทางตอนบนและอากาศเย็นทางตอนล่างของประเทศ สภาพภูมิอากาศของฝั่งตะวันออกแตกต่างจากฝั่งตะวันตกมาก ปริมาณน้ำฝน 500-3,000 มม.  ทั้งนี้ แคนาดาเป็นประเทศที่มีฤดูหนาวนานถึง 5 เดือน อุณหภูมิอาจจะลดต่ำ ลงมากกว่า -25 องศาเซลเซียส โดยกรุงออตตาวามีอุณหภูมิในช่วงฤดูหนาวเฉลี่ย -6 ถึง -16 องศาเซลเซียส


ประชากร        37,411,047 ล้านคน ประชากรเป็นชาวแคนาเดียน 32.3% อังกฤษ 18.3% สกอต 13.9% ฝรั่งเศส 13.6% ไอริช 13.4% เยอรมัน 9.6% จีน 5.1% อิตาเลียน 4.6% อเมริกันอินเดียน 4.4% ชาวอินเดียที่อพยพมาอาศัยในแถบแคริบเบียน 4% และอื่น ๆ อัตราส่วนประชากรจำแนกตามอายุ : อายุ 0-14 ปี 15.78% อายุ 15-24 ปี 11.53% อายุ 25-54 ปี 40.49% อายุ 55-64 ปี 14.10% อายุ 65 ปีขึ้นไป 18.10% อายุขัยเฉลี่ยของประชากรโดยรวม 82.96 ปี เพศชาย 81.2 ปี เพศหญิง 84.7 ปี อัตราการเกิด 10.2 คนต่อประชากร 1,000 คนอัตราการตาย 8.8 คนต่อประชากร 1,000 คนอัตราการเพิ่มของประชากร 0.91%


ศาสนา       คริสต์นิกายคาทอลิก 39% คริสต์นิกายโปรเตสแตนต์ 20.3% (United Church 6.1%, Anglican 5%, Baptist 1.9%, Lutheran 1.5%) คริสต์นิกายอื่น ๆ 6.3% อิสลาม 3.2% ฮินดู 1.5% ซิกข์ 1.4% พุทธ 1.1% ยิว 1% และอื่นๆ 0.6% ไม่นับถือศาสนา 23.9%


ภาษา           ภาษาอังกฤษ (58.7%) และฝรั่งเศส (22%) เป็นภาษาราชการ ภาษาปันจาบ 1.4% อิตาลี 1.3% สเปน 1.3% เยอรมัน 1.3% จีนกวางตุ้ง 1.2% ตากาล็อก 1.2% อาหรับ 1.1% ภาษาอื่น ๆ 10.5%


การศึกษา        ประชากรตั้งแต่อายุ 15 ปีขึ้นไปสามารถอ่านออกและเขียนได้ อัตราการรู้หนังสือทั้ง 2 เพศเท่ากัน 99% งบประมาณด้านการศึกษา 5.3% ของ GDP การศึกษาภาคบังคับ 12 ปี


การก่อตั้งประเทศ      ฝรั่งเศสเข้ายึดครองแคนาดาฝั่งตะวันออกเมื่อปี 2077 และเริ่มตั้งถิ่นฐานเมื่อปี 2147 ต่อมาเกิดปัญหาขัดแย้งด้านประมงและการค้าขนสัตว์ระหว่างฝรั่งเศสกับสหราชอาณาจักรเมื่อปี 2256 ในที่สุดดินแดนแคนาดาก็ตกเป็นของสหราชอาณาจักร แคนาดาได้สิทธิปกครองตนเองเมื่อปี 2392 และเมื่อปี 2410 ได้มีการตั้ง Dominion of Canada ในลักษณะสมาพันธรัฐซึ่งประกอบด้วย Upper และ Lower Canada (รัฐออนแทรีโอ, ควิเบก, โนวาสโกเชียและนิวบรันสวิกในปัจจุบัน) และได้ขยายไปยังรัฐภาคตะวันตกจนถึงรัฐบริติชโคลัมเบีย ต่อมาเมื่อปี 2474 แคนาดาได้รับสถานะเป็นประเทศที่เท่าเทียมกับสหราชอาณาจักร โดยมีกษัตริย์ของสหราชอาณาจักรเป็นพระประมุข นิวฟันด์แลนด์และแลบราดอร์เข้าร่วมเป็นรัฐที่ 10 ของแคนาดาเมื่อปี 2492


วันชาติ           1 ..


การเมือง         ประชาธิปไตยในระบบรัฐสภา (parliamentary democracy) และสมาพันธรัฐ (confederation) ภายใต้ระบอบราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ แบ่งเขตการปกครองเป็น 10 รัฐ (Province) และ 3 ดินแดนหลวง (Territory) แต่ละรัฐมีหัวหน้าฝ่ายบริหารเรียกว่า Premier ประกอบด้วยแอลเบอร์ตา บริติชโคลัมเบีย แมนิโทบา นิวบรันสวิก นิวฟันด์แลนด์และแลบราดอร์ โนวาสโกเชีย ออนแทรีโอ ปรินซ์เอดเวิร์ดไอแลนด์ ควิเบก และซัสแคตเชวัน ส่วน 3 ดินแดนได้แก่ นอร์ทเวสต์เทร์ริทอรีส์ นูนาวุตและยูคอน ระบบกฎหมายใช้หลักกฎหมายจารีตประเพณี (English common law) ยกเว้นรัฐควิเบกที่กฎหมายแพ่งใช้ระบบของฝรั่งเศส


                    ประมุขของประเทศ : สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบทที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักร (ตั้งแต่ 6 .. 2495) ทรงแต่งตั้งผู้แทนพระองค์เป็นผู้สำเร็จราชการ (Governor General) โดยคำแนะนำของ นรม.แคนาดา วาระในตำแหน่ง 5 ปี (คนปัจจุบันคือนาง Julie Payette  ซึ่งเป็นผู้สำเร็จราชการตั้งแต่ 2 ต.. 2560) รองผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้แทนประมุขประจำในแต่ละรัฐ แต่ในทางปฏิบัติผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์มีบทบาทเพียงเข้าร่วมพิธีสำคัญต่าง ๆ อาทิ การกล่าวเปิด-ปิดการประชุมรัฐสภา การแถลงผลงานการบริหารราชการของรัฐบาล ให้คำแนะนำ นรม. และ ครม. ในการบริหารประเทศ) โดยมี นรม.เป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร


                    ฝ่ายบริหาร : นรม. เป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร/รัฐบาล เป็นผู้มีอำนาจบริหารประเทศที่แท้จริง นรม.คนปัจจุบันคือ นาย Justin Pierre James Trudeau (ตั้งแต่ 4 พ.ย. 2559) ดำรงตำแหน่งเป็นวาระที่ 2 ส่วนคณะรัฐมนตรี (Federal Ministry) คัดเลือกโดย นรม. ซึ่งส่วนใหญ่มาจากพรรครัฐบาล


                    ฝ่ายนิติบัญญัติ : ระบบ 2 สภาคือ วุฒิสภา มีสมาชิก 105 คน ได้รับการแต่งตั้งโดยผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ตามคำแนะนำของ นรม. สามารถดำรงตำแหน่งได้จนอายุครบ 75 ปี ทั้งนี้ ผู้ได้รับการแต่งตั้งเป็นวุฒิสมาชิกก่อน 2 มิ.. 2508 จะดำรงตำแหน่งตลอดชีพ และสภาผู้แทนราษฎรมีสมาชิก 338 คนมาจากการเลือกตั้งโดยตรง มีวาระในตำแหน่ง 4 ปี การเลือกตั้งครั้งล่าสุดมีขึ้นเมื่อ 19 ต.ค. 2562 (การเลือกตั้งครั้งต่อไปจะจัดขึ้นในปี 2566) ผลการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาพรรค Liberal Party ได้รับคะแนน 31.1% ได้เป็นรัฐบาล พรรค Conservative 34.4% พรรค New Democratic Party 15.9% พรรค Bloc Quebecois 7.7% พรรค Greens 6.5% พรรคอื่น ๆ 2% พรรค Liberal Party ได้ตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย  


                    ฝ่ายตุลาการ : มีศาลสหพันธรัฐซึ่งเป็นศาลของรัฐบาลกลางและศาลชั้นต้นของแต่ละรัฐ ศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์และศาลสูงจะขึ้นตรงต่อศาลสูงสุดแคนาดาผู้พิพากษาสามารถดำรงตำแหน่งจนอายุครบ 75 ปี


                    พรรคการเมืองสำคัญ : พรรค Bloc Quebecois มีนาย Mario BEAULIEU เป็นหัวหน้าพรรพรรค Conservative Party of Canada (CPC) นาย Andrew Scheer เป็นหัวหน้าพรรค) พรรค Green Party นาง Elizabeth May เป็นหัวหน้าพรรค พรรค Liberal Party (พรรครัฐบาล) นาย Justin Trudeau เป็นหัวหน้าพรรค พรรค New Democratic Party (NDP)  นาย Jagmeet Singh เป็นหัวหน้าพรรค และพรรค People's Party of Canada  นาย Maxime Bernier เป็นหัวหน้าพรรค


                    กลุ่มกดดันทางการเมือง ภาคเกษตรกรรม อุตสาหกรรมรถยนต์ กลุ่มนักธุรกิจ อุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ ธนาคารพาณิชย์ ภาคการสื่อสาร อุตสาหกรรมพลังงาน กลุ่มนักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อม กลุ่มข้าราชการ อุตสาหกรรมเหมืองแร่ และสหภาพแรงงาน  


เศรษฐกิจ        ระบบเศรษฐกิจเสรีใช้กลไกตลาดสนับสนุนการลดภาษีและปกป้องผลประโยชน์ของชาวแคนาดา เป็นประเทศเดียวในกลุ่ม G8 ที่มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง เป็นประเทศอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีในการผลิตสูง ระบบเศรษฐกิจมีความคล้ายคลึงกับสหรัฐฯ ทั้งรูปแบบการผลิตและมาตรฐานการครองชีพสูง หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ยุติลงภาคอุตสาหกรรม อุตสาหกรรมเหมืองแร่และภาคบริการของแคนาดาเติบโตอย่างรวดเร็ว แคนาดาเป็นประเทศที่มีมาตรการการค้าที่เสรีและโปร่งใสมากที่สุดประเทศหนึ่งในโลก เศรษฐกิจพึ่งพาการค้าจากต่างประเทศเป็นหลัก โดยเฉพาะสหรัฐฯ ประสบความสำเร็จในการรักษาระดับเติบโตทางเศรษฐกิจในช่วงวิกฤติการเงินโลกระหว่างปี 2553-2557 ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมน้ำมันเติบโตอย่างรวดเร็วเนื่องจากมีปริมาณน้ำมันสำรองมากเป็นอันดับ 3 ของโลก รองจากซาอุดีอาระเบียและเวเนซุเอลา


                    ผลผลิตการเกษตรสำคัญ ได้แก่ ข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ พืชที่ใช้เลี้ยงสัตว์และทำน้ำมัน ยาสูบ ผลไม้ ผัก ผลิตภัณฑ์นม ผลิตภัณฑ์จากป่าไม้และปลา อุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ อุปกรณ์การขนส่ง เคมีภัณฑ์ แร่ธาตุ ผลิตภัณฑ์อาหาร ผลิตภัณฑ์ไม้และกระดาษ ผลิตภัณฑ์จากปลา ปิโตรเลียมและก๊าซธรรมชาติทรัพยากรธรรมชาติ ได้แก่ แร่เหล็ก นิกเกิล สังกะสี ทองแดง ทองคำ ตะกั่ว สินแร่หายาก (rare earth ประกอบด้วยสแกนเดียม อิตเทรียม และกลุ่มอนุกรมเคมีแลนทาไนด์ 15 ชนิด) ธาตุโมลิบดินัม โพแทช เพชร เงิน ถ่านหิน ปิโตรเลียม ก๊าซธรรมชาติ ไฟฟ้าพลังน้ำ ป่าไม้และสัตว์ป่า นโยบายเศรษฐกิจคือการทำให้เศรษฐกิจแคนาดากลับมาแข็งแกร่งเหมือนช่วงก่อนเกิดวิกฤติการเงินโลกเมื่อปี 2551 การสร้างความแข็งแกร่งภาคการเงินและการคลังการพัฒนาเศรษฐกิจโดยใช้พลังงานสะอาด ขยายการค้ากับต่างประเทศโดยเฉพาะประเทศตลาดเกิดใหม่ในเอเชียมากขึ้น (จีนและอินเดีย) เพื่อกระจายการส่งออก กระตุ้นการสร้างงาน เพิ่มการเติบโตทางเศรษฐกิจ สร้างความมั่งคั่งในระยะยาวของประเทศที่มั่นคง ทั้งนี้ แคนาดาให้ความสำคัญลำดับแรกกับสหรัฐฯ และประเทศในลาตินอเมริกาในฐานะประเทศเพื่อนบ้านและประเทศคู่ค้าหลัก


              สกุลเงิน ตัวย่อสกุลเงิน : ดอลลาร์แคนาดา (CAD)


             อัตราแลกเปลี่ยนต่อดอลลาร์สหรัฐ :  1 ดอลลาร์สหรัฐ : 1.33 CAD


ดัชนีเศรษฐกิจสำคัญ


ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) : 1,647 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ


อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ : 3.3%


รายได้เฉลี่ยต่อหัวต่อปี : 51,282 ดอลลาร์สหรัฐ


แรงงาน : 19.52 ล้านคน


อัตราการว่างงาน : 5.5%


อัตราเงินเฟ้อ : 2.7% 


ดุลบัญชีเดินสะพัด : -6.400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ  


ดุลการค้าระหว่างประเทศ : ขาดดุล 955 ล้านดอลลาร์สหรัฐ  


มูลค่าส่งออก : 50,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ


สินค้าส่งออก : ยานยนต์และอะไหล่ เครื่องจักรอุตสาหกรรม เครื่องบิน อุปกรณ์สื่อสารโทรคมนาคม เคมีภัณฑ์ พลาสติก ปุ๋ย เยื่อกระดาษ ไม้ซุง น้ำมันดิบ ก๊าซธรรมชาติไฟฟ้าและอะลูมิเนียม        


คู่ค้าส่งออก : สหรัฐฯ (75.85%) จีน (4.32%) สหราชอาณาจักร (3.24%) ญี่ปุ่น (2.17%) เม็กซิโก (1.44%)   


มูลค่านำเข้า : 51,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ


สินค้านำเข้า : เครื่องจักรและอุปกรณ์ ยานยนต์และอะไหล่ น้ำมันดิบ เคมีภัณฑ์ ไฟฟ้า สินค้าอุปโภคบริโภคคงทน


คู่ค้านำเข้า : สหรัฐฯ (51.33%) จีน (12.64%) เม็กซิโก (6.33%) เยอรมนี (3.20%) ญี่ปุ่น (3.12%) สหราชอาณาจักร (1.58%) เกาหลีใต้ (1.55%) อิตาลี (1.45%) ฝรั่งเศส (1.10%)    


ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศ : 86,680 ล้านดอลลาร์สหรัฐ


หนี้ต่างประเทศ : 1.608 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ


การทหาร        กำลังพลประจำการรวม 64,000 นาย ประกอบด้วย ทบ. 23,800 นาย ทร. 8,300 นาย   ทอ. 12,000 นาย กำลังพลสำรอง 27,000 นาย และกำลังพลกึ่งทหาร 4,500 นาย งบประมาณทางทหาร 21,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ยุทโธปกรณ์ อาทิ รถถัง 80 คัน รถลำเลียงพลหุ้มเกราะ 2,000 ปืนใหญ่ชนิดลาก 160 กระบอก เครื่องบินโจมตี/สกัดกั้น 53 เครื่อง เครื่องบินโจมตี 53 เครื่อง เครื่องบินลำเลียง 39 เครื่อง  เครื่องบินฝึก 138 ลำ เฮลิคอปเตอร์ 148 ลำ เรือฟรีเกต 12 ลำ เรือดำน้ำ 4 ลำ เรือตรวจการณ์ชายฝั่ง 20 ลำ มีปัญหางบประมาณในการปรับปรุงและซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ทดแทน โดยเฉพาะกองเรือ และเครื่องบินรบ


สมาชิกองค์การระหว่างประเทศ ได้แก่ ADB (nonregional member), AfDB (nonregional member), APEC, Arctic Council, ARF, ASEAN (dialogue partner), Australia Group, BIS, C, CD, CDB, CE (observer), EAPC, EBRD, EITI (implementing country), FAO, FATF, G-7, G-8, G-10, G-20, IADB, IAEA, IBRD, ICAO, ICC (national committees), ICCt, ICRM, IDA, IEA, IFAD, IFC, IFRCS, IGAD (partners), IHO, ILO, IMF, IMO, IMSO, Interpol, IOC, IOM, IPU, ISO, ITSO, ITU, ITUC (NGOs), MIGA, MINUSTAH, MONUSCO, NAFTA, NATO, NEA, NSG, OAS, OECD, OIF, OPCW, OSCE, Pacific Alliance (observer), Paris Club, PCA, PIF (partner), UN, UNCTAD, UNESCO, UNFICYP, UNHCR, UNMISS, UNRWA, UNTSO, UPU, WCO, WFTU (NGOs), WHO, WIPO, WMO, WTO และ ZC


วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  รัฐบาลและภาคเอกชนแคนาดามีนโยบายส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในด้านการเกษตรอุตสาหกรรมการผลิตและบริการ ป่าไม้ ประมง พลังงาน การก่อสร้าง สุขภาพและทรัพย์สินทางปัญญา แคนาดายังมีความก้าวหน้าด้านอุตสาหกรรมการบินและอวกาศโดยมีการวิจัยด้านการบินการพัฒนาจรวดและดาวเทียม แคนาดาเป็นประเทศที่ 3 ที่ปล่อยดาวเทียมขึ้นสู่อวกาศต่อจากสหภาพโซเวียต (รัสเซีย) และสหรัฐฯ รัฐบาลแคนาดาใช้จ่ายเงินในด้านการวิจัยและการพัฒนา (research and development-R & D) ในประเทศประมาณ 30,000 ล้านดอลลาร์แคนาดา จนถึง 3 ธ.ค. 2561 แคนาดาส่งนักบินอวกาศขึ้นปฏิบัติหน้าที่ในอวกาศแล้ว 11 คน


การขนส่งและโทรคมนาคม ท่าอากาศยาน 1,467 แห่งใช้การได้ดี 523 แห่ง เส้นทางรถไฟ 77,932 กม. ถนน 1,042,300 กม. เส้นทางน้ำ 636 กม. การโทรคมนาคม : โทรศัพท์พื้นฐาน 14.7 ล้านเลขหมาย โทรศัพท์เคลื่อนที่ 31.458 ล้านเลขหมาย รหัสโทรศัพท์ +1 จำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ต 31.770 ล้านคน รหัสอินเทอร์เน็ต .ca


การเดินทาง     นักท่องเที่ยวชาวไทยต้องขอรับการตรวจลงตราเข้าแคนาดา โดยติดต่อผ่านศูนย์รับคำร้องขอวีซ่า VFS Canada ที่อาคารเทรนดี้ ชั้น 28 เลขที่ 10/198-201 สุขุมวิทซอย 13 คลองเตยเหนือวัฒนา กรุงเทพฯ 10110 ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้านานา


สถานการณ์สำคัญที่น่าติดตาม  1) ปัญหาผู้ลักลอบเดินทางเข้าเมืองจากสหรัฐฯ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นมุสลิม เฮติและชาวแอฟริกาจากสหรัฐฯ เพื่อขอสถานะผู้ลี้ภัย 2) การขยายตัวของกลุ่มแบ่งแยกผิวและศาสนาในประเทศ 3) การเจรจากรอบความร่วมมือกรอบการค้าเสรีสหรัฐฯ เม็กซิโกและแคนาดา 4) ความขัดแย้งกับรัฐบาลจีนซึ่งเกิดจากการควบคุมตัวนาง Meng Wanzhou รองประธานบริหารของบริษัท Huawei ตามคำร้องขอของสหรัฐฯ และ 5) มาตรการรับมือกับปัญหาผู้ถือสัญชาติแคนาดาที่เดินทางไปร่วมกับกลุ่ม Islamic State (IS) เรียกร้องให้แคนาดารับกลับประเทศ


ความสัมพันธ์ไทย-แคนาดา


                    ไทยกับแคนาดาสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกันตั้งแต่ 8 .. 2504 และเปิด สอท.ออตตาวา (เขตอาณาครอบคลุมเกรนาดา ตรินิแดดและโตเบโก จาเมกา และสาธารณรัฐโดมินิกัน) ไทยตั้งสถานกงสุลใหญ่ ณ นครแวนคูเวอร์ เพื่อดูแลรัฐด้านตะวันตกของแคนาดาและจัดตั้งสถานกงสุลกิตติมศักดิ์ ณ เมืองคัลการี เอ็ดมันตัน มอนทริออล และโตรอนโต ส่วนแคนาดาได้ตั้ง สอท. ณ กรุงเทพฯ (มีเขตอาณาครอบคลุมลาว กัมพูชา และเมียนมา) เมื่อปี 2510 และตั้งสถานกงสุลกิตติมศักดิ์ ณ จ.เชียงใหม่


                    ไทยกับแคนาดามีความสัมพันธ์ที่ราบรื่นและเป็นมิตรโดยมีการส่งเสริมความร่วมมือทั้งในกรอบทวิภาคีและพหุภาคีให้ดำเนินไปอย่างสร้างสรรค์และเป็นประโยชน์ต่อกันนับตั้งแต่สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตเมื่อปี 2504 แต่ความสัมพันธ์ชะงักลงเนื่องจากสถานการณ์การเมืองในไทยและกลับมาสู่ระดับปกติหลังจากมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง


                    ความสัมพันธ์ด้านการค้า ปี 2561 มูลค่าการค้าทวิภาคี 82,701.70 ล้านบาท เป็นมูลค่าการส่งออก 50,719.92 ล้านบาท และมูลค่าการนำเข้า 31,981.78 ล้านบาท ไทยได้เปรียบดุลการค้า 18,738.14 ล้านบาท สินค้าส่งออกสำคัญของไทย ได้แก่ อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป ข้าว ผลิตภัณฑ์ยาง เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เตาอบไมโครเวฟและเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้ความร้อน ผลไม้กระป๋องและแปรรูป เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูป เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ อุปกรณ์กึ่งตัวนำ ทรานซิสเตอร์และไดโอด ยางพารา กุ้งสด แช่เย็นและแช่แข็ง รถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ เครื่องนุ่มห่ม สินค้านำเข้าสำคัญของไทย ได้แก่ เครื่องเพชรพลอย อัญมณี เงินและทองคำ เยื่อกระดาษและเศษกระดาษ พืชและผลิตภัณฑ์จากพืช เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ แผงวงจรไฟฟ้า สัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ เคมีภัณฑ์ ส่วนประกอบและอุปกรณ์รถยนต์ เครื่องมือวิทยาศาสตร์และการแพทย์ ผลิตภัณฑ์เวชภัณฑ์และเภสัชกรรม สินแร่โลหะ เศษโลหะและผลิตภัณฑ์ สัตว์น้ำสด แช่แข็ง แปรรูปและกึ่งแปรรูป สบู่ ผงซักฟอกและเครื่องสำอาง


                    ข้อตกลงสำคัญ : ความตกลงด้านการพาณิชย์ (22 เม.. 2512) ความตกลงประกันภัยการลงทุนต่างประเทศ (5 .. 2526) อนุสัญญาว่าด้วยการหลีกเลี่ยงการเก็บภาษีซ้อน (16 .. 2528) ความตกลงว่าด้วยบริการเดินอากาศไทยกับแคนาดา ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจไทยกับแคนาดา (11 .. 2531) และการจัดตั้งคณะกรรมาธิการร่วมทางเศรษฐกิจไทย-แคนาดา (มิ.. 2539) ข้อตกลงทวิภาคีสิ่งทอเพื่อควบคุมปริมาณการส่งออกสินค้าเสื้อผ้าและสิ่งทอไปแคนาดา (1 .. 2538) ความตกลงเพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน (17 .. 2540) ความตกลงว่าด้วยการยอมรับร่วมกันในเรื่องการตรวจสอบสินค้าสัตว์น้ำและผลิตภัณฑ์และระบบควบคุม  (9 เม.. 2540) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อมระหว่างกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไทยกับกระทรวงสิ่งแวดล้อมแคนาดา (17 .. 2540) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการก่อตั้งความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ (30 เม.. 2540 บันทึกความเข้าใจว่าด้วย CIDA Regional Project Southeast Asia Fund for Institutional and Legal Development 


                    หมายเหตุ CIDA (Canadian International Development Agency) เป็นองค์กรเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศแห่งประเทศแคนาดาเว็บไซต์: www.cida.gc.ca


--------------------------------------------


 

 
 
 
 

ผู้นำแคนาดา

 
บันทึกข้อมูลเมื่อ: Jan. 5, 2020, 12:11 p.m.
เผยแพร่ข้อมูลเมื่อ: None |
รูปผู้นำแคนาดา
 


Justin Pierre James Trudeau


ตำแหน่ง                   นรม.แคนาดา  


เกิด                         25 ธ.ค. 2514 (อายุ 49 ปี/ปี 2563) ที่ออตตาวา ในรัฐออนแทรีโอ เป็นบุตรชายคน


                       รองของนาย Pierre Elliott Trudeau อดีต นรม.แคนาดาคนที่ 15 กับนาง Margaret Sinclair Trudeau ในครอบครัวนักการเมืองแคนาดา 


การศึกษา                  -   จบการศึกษาด้านวรรณกรรม จาก McGill University และด้านการศึกษาจาก


                                  The University of British Columbia


                              -  จบการศึกษาด้านวิศวกรรมจาก the Ecole Polytechnique de Montreal,


                                 University of Montreal


-     ศึกษาระดับปริญญาโทด้านธรณีวิทยาสิ่งแวดล้อม ที่ McGill University


 


สถานภาพทางครอบครัว    สมรสกับนาง Sophie Gregoire มีบุตร 3 คน ได้แก่ Xavier James, Ella-    Grace Margaret และ Hadrian Gregoire


ประวัติการทำงาน 


ปี 2550                     -    ทำงานที่สถานีโทรทัศน์ CBC


-        ครูสอนวิชาภาษาฝรั่งเศส คณิตศาสตร์ และการแสดงที่โรงเรียน West Point Grey Academy


ประวัติทางการเมือง     


                              -     เริ่มชีวิตทางการเมืองในฐานะผู้สนับสนุนพรรค Liberals ตั้งแต่ปี 2531


ปี 2550                     -     ลงสมัครรับเลือกตั้งท้องถิ่นที่เขต Papineau ใน Montreal และได้รับเลือกให้


                                    เป็นผู้แทนพรรค Liberal ด้วยคะแนนเสียงข้างมาก 690 เสียง


ปี 2551                     -     ได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งในวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกพรรคฝ่ายค้าน และ


                                    เป็นคนรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพที่จะขึ้นดำรงตำแหน่ง นรม.ในอนาคต


ปี 2552                     -     เป็นประธานร่วมในการประชุมพรรค Liberal เมื่อ เม.ย. 2552 และเมื่อ ต.ค.


                                    2552 ได้รับแต่งตั้งให้รับผิดชอบงานด้านพหุวัฒนธรรมและเยาวชนของพรรคฯ


 


ปี 2553                     -     ได้รับแต่งตั้งให้รับผิดชอบงานด้านเยาวชน ประชาชนและผู้อพยพ โดยนาย


                                    Trudeau วิจารณ์รัฐบาลของนาย Stephen Haper เกี่ยวกับนโยบายการ


                                    ลักลอบค้ามนุษย์


                              -     รณรงค์หาความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไห                      ในเฮติ และหาทางช่วยเหลือให้ชาวเฮติสามารถอพยพมาตั้งถิ่นฐานในแคนาดา


ปี 2554                     -     ชนะการเลือกตั้งทั่วไปในเขต Papineau แม้ว่าพรรค Liberal  จะได้คะแนน


                                    เป็นอันดับที่ 3 โดยมีตำแหน่งในสภาผู้แทนราษฎร์เพียง 34 ตำแหน่ง ทำให้มี


                                    ข่าวลือว่านาย Trudeau อาจจะขึ้นดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค Liberal


เม.ย. 2556                 -     นาย Bob Rae รรก.หัวหน้าพรรค Liberals แต่งตั้งให้นาย Trudeau ดำรง


                                    ตำแหน่ง Post Secondary Education, Youth and Amateur Sport


14 เม.ย. 2556            -     ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค Liberals ด้วยคะแนนเสียง 80.1% ของผู้ลงมติ


                                    30,800 คน เหนือคู่แข่งนาง Joyce Murray คะแนน 10.2% นาง Martha


                                    Hall Findlay คะแนน 5.7%


19 ต.ค. 2558             -     พรรค Liberal ชนะการเลือกตั้งทั่วไป ด้วยคะแนนเสียง 39.5%


4 พ.ย. 2558               -     ดำรงตำแหน่ง นรม.แคนาดาสมัยแรก


21 ต.ค. 2562             -     พรรค Liberal ได้รับเลือกตั้งด้วยคะแนนเสียง 31.1% แม้ว่าจะไม่ได้เสียงข้าง


                                    มากแต่ก็สามารถตั้งรัฐบาลได้ตามรัฐธรรมนูญแคนาดา ทำให้นาย Trudeau ได้


                                   ดำรงตำแหน่ง นรม.เป็นวาระที่ 2


ข้อมูลส่วนตัว


                    มีความศรัทธาทางศาสนาอย่างมาก และยึดถือแนวทางการดำรงชีวิตตามแนวทางคริสเตียน          ชอบใช้เวลาอยู่กับครอบครัว เล่นกีฬา (หลายประเภท เช่น พายเรือคายัค ปีนเขา วิ่งออกกำลังกาย ฯลฯ) ฟังดนตรี เคยทำอัลบัมรวมเพลงที่ชอบดาวน์โหลด ลงใน Social Media เพื่อแบ่งปันประสบการณ์การฟังดนตรี


                    เป็นคนบุคลิกดี มีเสน่ห์ เป็นที่ชื่นชมของบุคคลทั่วไป เป็นผู้นำประเทศที่ได้รับความนิยมจากประชาชนของประเทศที่ไปเยือนเสมอจากความเป็นคนมีความคิดทันสมัย ฉลาดเฉลียว ให้ความสำคัญกับครอบครัว รวมถึงการไม่ใช้งบประมาณของประเทศอย่างฟุ่มเฟือยหรือนำไปใช้ส่วนตัว จนเป็นที่ชื่นชมและถูกนำไปเป็นตัวอย่าง เช่น กรณีเยือนญี่ปุ่น เพื่อเข้าร่วมประชุม G8 เมื่อกลางปี 2559 ได้ใช้เวลาท่องเที่ยวเป็นการส่วนตัวกับภรรยาระหว่างการเยือนญี่ปุ่น โดยใช้เงินส่วนตัว จนเป็นที่ชื่นชมของชาวญี่ปุ่นและนำไปเปรียบเทียบกับผู้ว่าโตเกียวที่มีปัญหานำงบประมาณของประเทศไปใช้ส่วนตัว จนทำให้ผู้ว่านครโตเกียวต้องลาออกจากตำแหน่ง


                    เป็นคนที่มีจิตใจเปิดกว้าง เข้าถึงง่าย นิยมแนวทางสิทธิมนุษยชน ความเท่าเทียมกันของมนุษย์


                    สื่อสหรัฐฯ เคยกล่าวถึง นรม.แคนาดาว่า เป็น นรม.ที่อายุน้อย มี movie-star looks สืบเชื้อสาจากตระกูลนักการเมืองที่มีชื่อเสียงที่สุดของแคนาดา ปัจจุบัน มีปัญหาขัดแย้งกับประธานาธิบดี Donald Trump ของสหรัฐฯ เนื่องจากไม่ยอมโอนอ่อนตามสหรัฐฯ ในการทำความตกลงการค้าสหรัฐฯ เม็กซิโก แคนาดา (U.S.-Mexico-Canada Agreement หรือ USMCA)  


                 


                    ในช่วงการหาเสียงเลือกตั้งเมื่อกลาง ก.ย. 2562 มีการเผยแพร่ภาพของนาย Trudeau จากหนังสือรุ่นของ West Point Grey Academy (เป็นโรงเรียนเอกชนที่มีชื่อเสียงในแวนคูเวอร์) ระหว่างเป็นครูที่โรงเรียนดังกล่าว (อายุประมาณ 29 ปี) เมื่อปี 2544 แต่งหน้าและทาผิวสีเข้ม แต่งตัวคล้ายตัวละครในนิทานอาหรับราตรีเข้าร่วมงาน “Arabian Nights” และภาพนาย Trudeau แต่งหน้า ทาผิวสีเข้ม สวมวิกผมทรง Afro ร้องเพลง ‘Banana Boat Song (Day-O)’ ของนาย Harry Belafonte นักร้องชาวจาเมกา ในงานโรงเรียน Jean Brebeuf High School รัฐควิเบก ซึ่งนาย Trudeau เคยศึกษาอยู่ โดยกระแสข่าวและสื่อมวลชนต่าง ๆ พยายามชี้ให้ชาวแคนาดาเห็นว่า การแต่งหน้าและทาสีผิวของนาย Trudeau เป็นการแสดงออกถึงการเหยียดสีผิว


                    เมื่อต้น ต.ค. 2562 Website Buffalo Chronicle ของสหรัฐฯ (ซึ่งนิยมเผยแพร่ข่าวลวง) เผยแพร่ข่าวนาย Trudeau มีความสัมพันธ์ทางเพศกับผู้ปกครองและนักเรียนหญิงในโรงเรียนดังกล่าวและพยายามปิดข่าวด้วยการจ่ายเงินค่าเสียหาย เป็นสาเหตุทำให้ต้องลาออกจากงานที่ West Point Grey Academy เมื่อปี 2544 ข่าวลือดังกล่าวถูกเผยแพร่อย่างรวดเร็ว โดยในเวลาประมาณ 1 สัปดาห์มีผู้สนใจอ่านและแชร์ข่าวผ่านสื่อสังคมออนไลน์โดยเฉพาะ Twitter, Reddit และ Facebook ประมาณ 25 ล้านคน


-------------------------------------------------

#8c7b75 - right
 

คณะรัฐมนตรี

คณะรัฐมนตรีแคนาดา


ข้าหลวงใหญ่                                                  Julie Payette


นายกรัฐมนตรี                                                 Justin Pierre James Trudeau


รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกระทรวงกิจการภายใน Christina Alexandra "Chrystia" Freeland


รมว.กระทรวงเกษตรและอาหาร                            Marie-Claude Bibeau


รมว.กระทรวงวัฒนธรรมแห่งชาติ                           Steven Guilbeault


รมว.กระทรวงความสัมพันธ์ชนพื้นเมือง                     Carolyn Bennett


รมว.กระทรวงการจ้างงาน การพัฒนาแรงงานและการมีส่วนร่วมในสังคม        Carla Qualtrough


รมว.กระทรวงแรงงาน                                        Filomena Tassi


รมว.กระทรวงสิ่งแวดล้อมและความเปลี่ยนแปลงของสภาวะอากาศ     Jonathan Wilkinson


รมว.กระทรวงความหลากหลายทางสังคมและเยาวชน    Bardish Chagger


รมว.กระทรวงการคลัง                                       Bill Morneau


รมว.กระทรวงประมง มหาสมุทรและกองกำลังรักษาชายฝั่งแคนาดา     Bernadette Jordan


รมว.กระทรวงการต่างประเทศ                              François-Philippe Champagne


รมว.กระทรวงสาธารณสุข                                   Patty Hajdu


รมว.กระทรวงคนเข้าเมือง ผู้อพยพและความเป็นพลเมือง                     Marco E. L. Mendicino


รมว.กระทรวงบริการกลุ่มชนพื้นเมือง                      Marc Miller


รมว.กระทรวงโครงสร้างพื้นฐานและชุมชน                 Catherine McKenna


รมว.กระทรวงนวัตกรรม วิทยาศาสตร์และการพัฒนาเศรษฐกิจ                 Navdeep Singh Bains


รมว.กระทรวงการพัฒนาระหว่างประเทศและองค์กรกลุ่มประเทศที่ใช้ภาษาฝรั่งเศส     Mélanie Joly


รมว.กระทรวงการพัฒนาระหว่างประเทศ                  Karina Gould


รมว.กระทรวงยุติธรรมและอัยการสูงสุด                    David Lametti


รมว.กระทรวงกลาโหม                                       Harjit Singh Sajjan


รมว.กระทรวงสรรพากร                                      Diane Lebouthillier


รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ                          Seamus O’Regan


รมว.กระทรวงความปลอดภัยสาธารณะและการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน Bill Blair


รมว.กระทรวงดิจิทัล                                          Joyce Murray


รมว.กระทรวงการบริการสาธารณะและการจัดหา         Anita Anand


รมว.กระทรวงผู้สูงอายุ                                       Deb Schulte


รมว.กระทรวงธุรกิจขนาดเล็ก ส่งเสริมการส่งออกและ    Mary Ng


การค้าต่างประเทศ  


รมว.กระทรวงสตรี ความเท่าเทียมทางเพศและการพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น           Maryam Monsef                                                    


รมว.กระทรวงขนส่ง                                           Marc Garneau


รมว.กระทรวงทหารผ่านศึก                                  Lawrence MacAulay


รมว.กระทรวงครอบครัว เยาวชนและการพัฒนาสังคม   Ahmed Hussen


รมว.กระทรวงกระดับความเป็นอยู่ของชนชั้นกลาง        Mona Fortier


ประธานองค์มนตรีประจำแคนาดา                          Dominic LeBlanc


รมว.กระทรวงกิจการรัฐในภาคเหนือ                       Dan Vandal


 


ผู้ว่าการธนาคารชาติ                                         Stephen Poloz