สาธารณรัฐคาซัคสถาน

Republic of Kazakhstan

บันทึกข้อมูลเมื่อ: Jan. 5, 2020, 1:14 p.m.
แก้ไขล่าสุดเมื่อ: Jan. 14, 2020, 5:04 p.m.
ธงคาซัคสถาน
 


เมืองหลวง       นูร์-ซุลตัน (Nur-Sultan) เปลี่ยนชื่อจากอัสตานาเมื่อ 23 มี.. 2562 เพื่อเป็นเกียรติแก่ นายนูร์สุลตาน นาซาร์บาเยฟ ผู้นำแห่งรัฐ (Elbasy) และประธานาธิบดีคนแรกของคาซัคสถาน


ที่ตั้ง              อยู่ในภูมิภาคเอเชียกลาง ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน ตั้งอยู่ระหว่างรัสเซียกับอุซเบกิซสถาน พื้นที่ 2,724,900 ตร.กม. ใหญ่เป็นอันดับ 9 ของโลก และเป็นอันดับ 2 ของกลุ่มประเทศเครือรัฐเอกราช (CIS) รองจากรัสเซีย (ใหญ่ประมาณ 5 เท่าของไทย) แบ่งเป็นพื้นดิน 2,699,700 ตร.กม. และพื้นน้ำ 25,200 ตร.กม. มีพรมแดนทางบกยาว 13,364 กม


อาณาเขต       


                    ทิศเหนือและตะวันตกเฉียงเหนือ  ติดรัสเซีย


                    ทิศตะวันออก                        ติดจีน   


                    ทิศตะวันออกเฉียงใต้               ติดคีร์กีซสถาน


                  ทิศใต้และตะวันตกเฉียงใต้         ติดเติร์กเมนิสถานและอุซเบกิสถาน


                   ทิศตะวันตก                         จรดทะเลแคสเปียนยาว 1,894 กม.


ภูมิประเทศ       ไม่มีทางออกสู่ทะเล มีที่ราบลุ่มกว้างใหญ่แผ่จากแม่น้ำวอลกาทางตะวันตกไปถึงเทือกเขาอัลไตทางตะวันออก และมีที่ราบไซบีเรียทางเหนือ โอเอซิสและทะเลทรายทางใต้


ภูมิอากาศ        แบบภาคพื้นทวีป ฤดูหนาว หนาวจัดอาจถึง -45 องศาเซลเซียส ฤดูร้อน ร้อนจัดและแห้งแล้งอาจมากกว่า 35 องศาเซลเซียส


ประชากร        18,744,548 คน (..2561) ประกอบด้วย ชาวคาซัค (Qazaq) 68% รัสเซีย 19.3% อุซเบก 3.2% ยูเครน 1.5% อุยกูร์ 1.5% ตาตาร์ 1.1% เยอรมัน 1% และอื่น ๆ 4.4%


รายละเอียดประชากร        อัตราส่วนประชากรจำแนกตามอายุ : วัยเด็ก (0-14 ปี) 26.09% วัยรุ่น (15-24 ปี) 13.55% วัยทำงาน (25-54 ปี) 42.32% วัยเริ่มชรา (55-64 ปี) 10.14% และวัยชรา (65 ปีขึ้นไป) 7.9% อายุขัยเฉลี่ยของประชากร 71.4 ปี อายุขัยเฉลี่ยเพศชาย 66.2 ปี อายุขัยเฉลี่ยเพศหญิง 76.3 ปี อัตราการเกิด 17.5/1,000 คน อัตราการตาย 8.2/1,000 คน อัตราการเพิ่มของประชากร 0.98%


ศาสนา           อิสลาม 70.2% (ส่วนใหญ่นับถือนิกายซุนนี) คริสต์ 26.2% (ส่วนใหญ่นับถือนิกายรัสเซียออร์ทอดอกซ์) อื่น ๆ 0.2% ผู้ไม่นับถือศาสนาใด 2.8% และไม่ระบุ 0.5%


ภาษา            คาซัค (Qazaq) เป็นภาษาราชการ (ภาษาพูด) 83.1% สามภาษา (คาซัค รัสเซีย อังกฤษ) 22.3% ภาษารัสเซียเป็นภาษาราชการอีกภาษาหนึ่ง (นิยมใช้ด้านธุรกิจและการสื่อสารระหว่างต่าง ชาติพันธุ์ และเป็นภาษาพูด) 94.4%


การศึกษา        อัตราการรู้หนังสือ 99.8%


การก่อตั้งประเทศ      ชาวคาซัคเป็นเชื้อชาติผสมระหว่างชนเผ่าชาวเตอร์กิชและชาวมองโกล ต่อมารัสเซียเข้าครอบครองดินแดนแห่งนี้ในศตวรรษที่ 18 และคาซัคสถานกลายเป็นหนึ่งในสาธารณรัฐของสหภาพโซเวียตเมื่อปี 2479 และเป็นประเทศสุดท้ายที่ประกาศเอกราชจากสหภาพโซเวียตเมื่อ 16 .. 2534


วันชาติ           16 .. (2534) วันแยกตัวเป็นเอกราชจากสหภาพโซเวียต


การเมือง         ปกครองระบอบประชาธิปไตยแบบสาธารณรัฐ มีประธานาธิบดีเป็นประมุขและเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด นายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้ารัฐบาล แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 14 แคว้น (provinces) และ 4 เมือง มีรัฐธรรมนูญฉบับแรกเมื่อ 28 .. 2536 และจัดการลงประชามติรับรัฐธรรมนูญใหม่เมื่อ ส.. 2538 ต่อมาปรับแก้ไขเมื่อ พ.. 2550 (ปรับลดวาระดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีจาก 7 ปี เหลือ 5 ปี และดำรงตำแหน่งได้ 2 สมัยติดต่อกัน) และ ก.. 2554 (เลื่อนวันเลือกตั้งประธานาธิบดีให้เร็วขึ้นจากปี 2555 เป็น เม.. 2554 และให้คงวาระการดำรงตำแหน่ง 5 ปี) ทั้งนี้ ตามรัฐธรรมนูญคาซัคสถาน ประธานรัฐสภา จะเข้ารับตำแหน่งหากประธานาธิบดีเสียชีวิตก่อนจะมีการเลือกตั้งใหม่


                    ประธานาธิบดีนูร์สุลตาน นาซาร์บาเยฟ ของคาซัคสถาน ซึ่งดำรงตำแหน่งตั้งแต่ปี 2533 ประกาศลาออกเมื่อ 19 มี.. 2562 พร้อมแต่งตั้งนายคาซีม-โยมาร์ต โตคาเยฟ ประธานรัฐสภา (ในขณะนั้น) รักษาการในตำแหน่งประธานาธิบดี มีผลตั้งแต่ 20 มี.. 2562 ก่อนจัดการเลือกตั้งประธานาธิบดีคาซัคสถานเมื่อ 9 เม.. 2562 เลื่อนขึ้นจากกำหนดเดิมใน เม.. 2563 ซึ่งนายโตคาเยฟได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีคาซัคสถานคนใหม่ (ประธานาธิบดีคนที่ 2) โดยด้วยคะแนนเสียง 70.96% อยู่ในตำแหน่งคราวละ 5 ปี      จากการเลือกตั้ง 2 รอบ โดยรอบแรกคัดเลือกผู้สมัครที่มีคะแนนสูงสุด 2 อันดับแรกมาเลือกตั้งในรอบที่ 2 (รอบแรกมีผู้สมัคร 7 คน) ทั้งนี้ ประธานาธิบดีโตคาเยฟเข้าพิธีรับตำแหน่งเมื่อ 12 มิ.. 2562 พร้อมกับแต่งตั้งนางดาริกา นาซาร์บาเยฟ บุตรสาวคนโตของอดีตประธานาธิบดีนาซาร์บาเยฟ ดำรงตำแหน่งประธานรัฐสภา รวมถึงการประกาศเปลี่ยนชื่อเมืองหลวงจากอัสตานา (Astana) เป็น นูร์-ซุลตัน (Nur-Sultan) อย่างไรก็ดี  นายนาซาร์บาเยฟ (อดีตเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์คาซัคสถานตั้งแต่สมัยสหภาพโซเวียต) อดีตประธานาธิบดีคนแรก (ได้รับเลือกตั้งเมื่อ 1 .. 2534 ดำรงตำแหน่งมาแล้ว 5 สมัย ประกาศลาออกเมื่อ 19 มี.. 2562) ยังคงสถานะเป็นผู้นำแห่งรัฐ (Elbasy) หัวหน้าพรรค Nur Otan Democratic People’s Party และคณะกรรมาธิการรัฐธรรมนูญ


                    ฝ่ายบริหาร : ประธานาธิบดีมาจากการเลือกตั้งโดยตรง มีอำนาจแต่งตั้งและปลด นรม.โดยความเห็นชอบของรัฐสภา คาซัคสถานประกาศคุณสมบัติของผู้สมัครประธานาธิบดีใหม่ เมื่อ 11.. 2560 กำหนดให้ผู้สมัครต้องเป็นพลเรือนคาซัคสถานที่มีประสบการณ์การทำงานภาครัฐไม่น้อยกว่า 5 ปี มีอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป เกิดที่คาซัคสถาน และพำนักในคาซัคสถานอย่างน้อย 15 ปี และพูดภาษาคาซัคได้ดี โดยยังคงวาระการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีคราวละ 5 ปี ไม่เกิน 2 สมัยติดต่อกัน


                    ฝ่ายนิติบัญญัติ : เป็นระบบ 2 สภา คือ 1) สภาผู้แทนราษฎร (Mazhilis) มีสมาชิก 107 ที่นั่ง (98 ที่นั่งมาจากการเลือกตั้งโดยตรง และอีก 9 ที่นั่งมาจากการเลือกของสมัชชาประชาชนคาซัคสถาน ซึ่งเป็นองค์กรที่ปรึกษาของประธานาธิบดี) วาระ 5 ปี การเลือกตั้งครั้งล่าสุดเมื่อ 20 มี.. 2559 พรรค Nur Otan ของประธานาธิบดีนาซาร์บาเยฟชนะด้วยคะแนนเสียง 82.2% (มี ส.. 84 คน) พรรค Ak Zhol ได้รับเลือก 7.2% (มี ส.. 7 คน) พรรค Communist People’s Party ได้รับเลือก 7.1% (มี ส.. 7 คน) และพรรคอื่น ๆ ได้รับเลือกรวม 3.5% สำหรับการเลือกตั้งครั้งต่อไปจะมีขึ้นในปี 2564 และ 2) วุฒิสภา (Senate) มีสมาชิก 49 ที่นั่ง (ประธานาธิบดีแต่งตั้ง 15 ที่นั่ง และสภาท้องถิ่นแต่งตั้ง 34 ที่นั่ง) วาระ 6 ปี โดยสมาชิกกึ่งหนึ่งต้องเลือกตั้งใหม่ทุก 3 ปี การเลือกตั้งครั้งล่าสุดมีขึ้นเมื่อ 28 มิ.. 2560 โดยการเลือกตั้งครั้งถัดไปจะมีขึ้นในปี 2563


                    ฝ่ายตุลาการ : แบ่งเป็น ศาลสูง ได้แก่ ศาลฎีกา (44 คน) และศาลรัฐธรรมนูญ (7 คน) ประธานาธิบดีเสนอชื่อผู้พิพากษาศาลฎีกาตามคำแนะนำของคณะตุลาการศาลฎีกา และผ่านการรับรองจากวุฒิสภา ปกติผู้พิพากษาศาลฎีกาปฏิบัติงานได้ถึงอายุ 65 ปี แต่ขยายเวลาได้ถึงอายุ 70 ปี ส่วนศาลรัฐธรรมนูญ ประธานาธิบดี ประธานวุฒิสภา และประธานสภาผู้แทนราษฎร แต่งตั้งสมาชิกศาลรัฐธรรมนูญได้คนละ 2 คน ดำรงตำแหน่งคราวละ 6 ปี ส่วนประธานศาลรัฐธรรมนูญอยู่ในตำแหน่งคราวละ 6 ปี นอกจากนี้ ยังมีศาลอื่น ๆ ได้แก่ ศาลประจำภูมิภาคและศาลท้องถิ่น ทั้งนี้ ระบบศาลของคาซัคสถานใช้ระบบประมวลกฎหมาย (Civil Law) ที่ได้รับอิทธิพลจากระบบกฎหมายโรมัน-เยอรมันในทางทฤษฎี และอิทธิพลจากรัสเซียในทางปฏิบัติ Judicial branch


                    พรรคการเมือง : Nur Otan (Light-Fatherland) เป็นพรรครัฐบาล ส่วนพรรคฝ่ายค้านที่สำคัญ ได้แก่ Communist Party of Kazakhstan (KPK), Ak Zhol (Bright Path), Republican People’s Party of Kazakhstan (RNPK), Party of Patriots, Communist People’s Party of Kazakhstan (KNPK) และเมื่อ ต.. 2552 มีพรรคตั้งใหม่ ได้แก่ Azat (Freedom) และ National Social Democratic Party (NSDP) และ Birlik (Unity)


เศรษฐกิจ        คาซัคสถานมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียกลาง อุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญ อาทิ น้ำมันสำรองที่พิสูจน์แล้ว ปริมาณ 30,000 ล้านบาร์เรล มากเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากสหรัฐฯ  ก๊าซธรรมชาติ แร่ธาตุต่าง ๆ เช่น ยูเรเนียม (ผลิตได้มากเป็นอันดับ 1 ของโลก) โครเมียม ทองแดง และสังกะสี นอกจากนี้ ยังมีขีดความสามารถทางการเกษตรเพราะมีพื้นที่กว้างใหญ่สำหรับการเพาะปลูกและทำปศุสัตว์  แม้ผลิตผลด้านการเกษตรยังไม่สูงนัก การปฏิรูประบบเศรษฐกิจและแปรรูปรัฐวิสาหกิจระหว่างปี 2538-2540 ส่งผลให้เศรษฐกิจคาซัคสถานขยายตัวอย่างมาก โดยเติบโตขึ้น 4 เท่าในระหว่างปี 2548-2558 มีเงินลงทุนโดยตรงจากต่างชาติสูงถึง 215,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นักลงทุนต่างชาติรายใหญ่ ได้แก่ รัสเซีย สหรัฐฯ จีน และยุโรป ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนด้านพลังงาน


                    เศรษฐกิจของคาซัคสถานพัฒนาอย่างต่อเนื่องจากการส่งออกน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ อุตสาหกรรมด้านพลังงาน โดยเฉพาะการส่งออกน้ำมันถือเป็นรายได้หลักของประเทศ ซึ่งมีมูลค่ากว่า 60% ของการส่งออกทั้งหมด (คาซัคสถานส่งออกน้ำมันผ่านท่อส่งหลายเส้นทาง อาทิ ท่อส่งน้ำมันจากแปลง Tengiz ทางตะวันตกของคาซัคสถานไปยังเมืองท่า Novorossiysk ริมทะเลดำของรัสเซีย ซึ่งเปิดใช้เมื่อปี 2543 ท่อส่งน้ำมันไปจีนตั้งแต่ปลายปี 2548 และเริ่มส่งออกน้ำมันผ่านท่อส่ง Baku-Tbilisi-Ceyhan ระหว่างอาเซอร์ไบจาน-จอร์เจีย-ตุรกี เมื่อปี 2551 เพื่อลดการพึ่งพารัสเซียในการส่งออกน้ำมัน) แต่การพึ่งพารายได้จากภาคพลังงานเป็นหลักทำให้สภาพเศรษฐกิจของคาซัคสถานมีความเสี่ยงตามความผันผวนของราคาน้ำมันในตลาดโลก คาซัคสถานจึงให้ความสำคัญกับการปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน ด้วยการส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่ การขนส่ง เวชภัณฑ์ โทรคมนาคม ปิโตรเคมี และการแปรรูปอาหาร ตามยุทธศาสตร์ Kazakhstan 2050 ที่ประกาศเมื่อ ธ.. 2555 เพื่อเป็นแนวทางการพัฒนาประเทศในระยะยาว


                    นอกจากนี้ ยังมีการประกาศยุทธศาสตร์อื่น ๆ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาเป็นระยะ เช่น ยุทธศาสตร์การลงทุนแห่งชาติระหว่างปี 2561-2565 เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศที่ขยายตัวต่อเนื่อง (เมื่อปี 2560 มีมูลค่าประมาณ 156,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มากกว่าเมื่อปี 2559 มีมูลค่าประมาณ 143,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) และยุทธศาสตร์การส่งออกแห่งชาติระหว่างปี 2561-2565 เพื่อกระตุ้นการส่งออกสินค้าที่ไม่ใช่ทรัพยากร โดยตั้งเป้าหมายจะเพิ่มการส่งออกเป็น 2 เท่าของปี 2558 ภายในปี 2568 มีการกำหนดตลาดเป้าหมายการส่งออกไว้ 27 ประเทศ แบ่งเป็น 4 กลุ่มตามระดับความสนใจของรัฐบาล ได้แก่ กลุ่มที่ให้ความสำคัญมากที่สุด กลุ่มที่ให้ความสำคัญมาก กลุ่มที่ให้ความสำคัญ และกลุ่มที่มีศักยภาพการส่งออกในระยะยาว ปัจจุบัน คาซัคสถานส่งออกไป 117 ประเทศทั่วโลก เป็นผู้ส่งออกลำดับที่ 52 จากทั้งหมด 225 ประเทศ เมื่อปี 2560


                    คาซัคสถานยังพยายามสร้างความหลากหลายทางเศรษฐกิจเพื่อลดการพึ่งพาการส่งออกน้ำมันด้วยการประกาศแผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติภายใต้วิสัยทัศน์ Nurly Zhol (The Path to the Future) เพื่อพัฒนาเส้นทางคมนาคมขนส่งเชื่อมโยงระหว่างเอเชียกับยุโรป ซึ่งได้รับอิทธิพลทางความคิดและแรงผลักดันจากแนวคิดการพัฒนาเส้นทางสายไหมใหม่ของจีน โดยคาซัคสถานตั้งเป้าหมายการลงทุนตามแผนดังกล่าวสูงกว่า 40,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2563 และคาดหวังจะได้ประโยชน์จากการเป็นเส้นทางขนส่งเชื่อมต่อระหว่างเอเชียกับยุโรป จึงมีความร่วมมือกับหลายประเทศ เช่น จีน และญี่ปุ่นในการพัฒนาเส้นทางขนส่งสินค้าทางรถไฟ


                 สกุลเงิน ตัวย่อสกุลเงิน : Kazakhstani Tenge (KZT)


                 อัตราแลกเปลี่ยนต่อดอลลาร์สหรัฐ : 387.17 KZT : 1 ดอลลาร์สหรัฐ


                 อัตราแลกเปลี่ยนต่อบาท : 100 KZT : 7.82 บาท (7 ต.ค.2562)


ดัชนีเศรษฐกิจสำคัญ (ปี 2561)


ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) : 184,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ


อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ  :  3.7%


รายได้เฉลี่ยต่อหัวต่อปี  :  9,977 ดอลลาร์สหรัฐ


แรงงาน :  8.97 ล้านคน ส่วนใหญ่อยู่ในภาคบริการ 64% อุตสาหกรรม 21% เกษตรกรรม 15% 


อัตราการว่างงาน  :  5%


อัตราเงินเฟ้อ  :   6.4%


ดุลการค้าระหว่างประเทศ  :   เกินดุล 17,440 ล้านดอลลาร์สหรัฐ


มูลค่าการส่งออก :  49,290 ล้านดอลลาร์สหรัฐ


สินค้าส่งออก :  น้ำมันและก๊าซธรรมชาติ โลหะจำพวกเหล็ก เคมีภัณฑ์ เครื่องจักรกล ธัญพืช ขนสัตว์ เนื้อสัตว์ ถ่านหิน


คู่ค้าส่งออกที่สำคัญ :  อิตาลี 17.9% จีน 11.9% เนเธอร์แลนด์ 9.8% รัสเซีย 9.3% สวิตเซอร์แลนด์ 6.4% ฝรั่งเศส 5.9%


มูลค่าการนำเข้า :  31,850 ล้านดอลลาร์สหรัฐ


สินค้านำเข้า :  เครื่องจักรและอุปกรณ์ ผลิตภัณฑ์จากโลหะ ผลิตภัณฑ์อาหาร


คู่ค้านำเข้าที่สำคัญ :  รัสเซีย 38.9% จีน 16.1% เยอรมนี 5.1% สหรัฐฯ 4.3% อิตาลี 3%


ทรัพยากรธรรมชาติ :  น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ ถ่านหิน แร่ยูเรเนียม แร่เหล็ก แร่แมงกานีส แร่โครเมียม ทองคำ นิกเกิล โคบอลต์ ทองแดง โมลิบดีนัม ตะกั่ว สังกะสี และบอกไซต์


การทหารและความมั่นคง


                    การทหาร :  การจัดกำลังทัพและอาวุธยุทโธปกรณ์ของคาซัคสถานส่วนใหญ่ตกทอดมาตั้งแต่สมัยสหภาพโซเวียต แต่มีการจัดการและขนาดของกองทัพดีกว่าประเทศในภูมิภาค มีการปรับปรุงและจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ใหม่เข้าประจำการต่อเนื่อง คาซัคสถานมีความร่วมมือทางทหารอย่างใกล้ชิดกับรัสเซีย โดยให้สัตยาบันข้อตกลงกับรัสเซียในการจัดตั้งเขตป้องกันภัยทางอากาศร่วมระหว่างสองประเทศเมื่อ พ.. 2557 และร่วมฝึกรบในกรอบขององค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (Shanghai Cooperation Organization-SCO) และกรอบองค์กรสนธิสัญญาความมั่นคงร่วมกัน (Collective Security Treaty Organization-CSTO) รัสเซียสนับสนุนด้านยุทโธปกรณ์และการป้องกันทางอากาศแก่คาซัคสถาน เช่น เฮลิคอปเตอร์ ระบบป้องกันภัยทางอากาศ และรถหุ้มเกราะ ส่วนการปรับปรุงโครงสร้างเหล่าทัพยังล่าช้า การประจำการกำลังพลส่วนใหญ่อยู่ทางภาคตะวันออก เกือบทั้งหมดอยู่ที่อัลมาตี


                    ยุทโธปกรณ์สำคัญ :


                    กำลังพลรวม (คน) : 39,000 นาย งบประมาณด้านการทหารปี 2560 ประมาณ 1,250 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มจาก 1,130 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อปี 2559


                    ทบ.  20,000 นาย แบ่งเป็น 4 มณฑลทหาร ได้แก่ อัสตานา ตะวันออก ตะวันตก และใต้ ยุทโธปกรณ์สำคัญ ได้แก่ ถ.หลัก T-72BA 300 คัน ยานลาดตระเวน 100 คัน (รุ่น BRDM-2 และ BRM-1) ยานรบทหารราบหุ้มเกราะ 607 คัน (รุ่น BMP-2, BTR-80A) ยานสายพานลำเลียงพลหุ้มเกราะ 369 คัน (รุ่น MT-LB, BTR-3E, BTR-80 และ Cobra) ปืนใหญ่ 611 กระบอก อาวุธปล่อยพื้นสู่พื้น Tochka (SS-21 Scarab) 12 ชุด


                    ทร.  3,000 นาย มีเรือลาดตระเวนและเรือตรวจการณ์ชายฝั่ง 24 ลำ


                    ทอ.  12,000 นาย มี บ.รบรวม 106 เครื่อง เป็น บ.ขับไล่ 46 เครื่อง (แบบ MiG-29 Fulcrum 12 เครื่อง MiG-29UB Fulcrum 2 เครื่อง และ MiG-31/MiG-31BM Foxhound 32 เครื่อง) .ขับไล่/โจมตีภาคพื้นดิน 46 เครื่อง (แบบ MiG-27 Flogger D, MiG-23UB Flogger C, Su-27 Flanker, Su-27UB Flanker และ Su-30SM) และ บ.โจมตี 14 เครื่อง (แบบ Su-25 Frogfoot และ Su-25UB Frogfoot) .ลาดตระเวน/สอดแนมแบบ An-30 Clank 1 เครื่อง บ.ขนส่ง 19 เครื่อง และ บ.ฝึก 18 เครื่อง (แบบ L-39 Albatros และ Z-242L) ส่วน ฮ.โจมตี 24 เครื่อง (แบบ Mi-24V Hind และ Mi-35M Hind)  .อเนกประสงค์ 26 เครื่อง (แบบ Mi-17V-5 Hip 20 เครื่อง และ Mi-171Sh Hip 6 เครื่อง) .ขนส่ง 14 เครื่อง (แบบ Mi-26 Halo 4 เครื่อง Bell-205 (UH-1H Iroquois) 4 เครื่อง และ H145 จำนวน 6 เครื่อง)


                  กห.  4,000 นาย


                 กำลังกึ่งทหาร  31,500 นาย แบ่งเป็นกองกำลังรักษาความมั่นคงประจำ มท. 20,000 นาย กองกำลังรักษาความปลอดภัยรัฐบาล 2,500 นาย และกองกำลังรักษาชายแดนประมาณ 9,000 นาย นอกจากนี้ ยังส่งทหารร่วมกับสหประชาชาติประจำในซาฮาราตะวันตก และร่วมกับองค์การว่าด้วยความมั่นคงและความร่วมมือในยุโรปประจำในยูเครนและมอลโดวา


ปัญหาด้านความมั่นคง


                    ภัยคุกคามจากการแพร่ขยายแนวคิดสุดโต่งทางศาสนาและกลุ่มก่อการร้าย โดยเฉพาะกลุ่ม Islamic State (IS) เนื่องจากมีชาวคาซัคไปร่วมกับกลุ่ม IS ที่ซีเรียและอิรัก โดยคณะกรรมาธิการความมั่นคงคาซัคสถานระบุว่ามีชาวคาซัคสถานเข้าร่วมประมาณ 400 คน รวมถึงเด็กและสตรี ทางการคาซัคสถานกังวลว่า กลุ่มคนเหล่านี้อาจนำแนวคิดนิยมความรุนแรงกลับมาเผยแพร่และก่อเหตุในคาซัคสถานจึงพยายามสกัดกั้นการก่อเหตุด้วยการจับกุมผู้จัดหาสมาชิกและเผยแพร่แนวคิด และผู้เดินทางไปร่วมรบ โดยใช้วิธีการทางกฎหมาย และใช้กำลังเมื่อมีการขัดขวาง/ต่อสู้ เช่น คาซัคสถานออกกฎหมายตัดสิทธิความเป็นพลเรือนสำหรับประชาชนที่ทำผิดในคดีที่เกี่ยวกับการก่อการร้ายและความมั่นคงแห่งชาติ (จัดหา เข้าร่วม กระทำการที่เป็นภัยต่อผลประโยชน์สำคัญของชาติ หรือวางแผนสังหารประธานาธิบดี) เมื่อ 11 .. 2560 ตลอดจนวางแผนเพิ่มงบประมาณ 4 เท่าหรือ 837 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในห้วงปี 2561-2565 เพื่อใช้ในภารกิจต่อต้านการก่อการร้าย 


สมาชิกองค์การระหว่างประเทศ เข้าร่วมในองค์การระหว่างประเทศ ได้แก่ ADB, CICA, CIS, CSTO, EAEC, EAPC, EBRD, ECO, EAEU, EITI (candidate), FAO, GCTU, IAEA, IBRD, ICAO, ICC (NGOs), ICRM, IDA, IDB, IFAD, IFC, IFRCS, ILO, IMF, IMO, INYERPOL, IOC, IOM, IPU, ISO, ITSO, ITU, MIGA, NAM (ผู้สังเกตการณ์), NSG, OAS (ผู้สังเกตการณ์), OIC, OPCW, OSCE, PFP, SCO, UN, UNCTAD, UNESCO, UNIDO, UNWTO, UPU, WCO, WFTU (NGOs), WHO, WIPO, WMO และ WTO (เข้าเป็นสมาชิกล่าสุด สำดับที่ 162) 


การขนส่งและโทรคมนาคม  มีท่าอากาศยาน 96 แห่ง เส้นทางรถไฟระยะทาง 16,614 กม. ถนนระยะทาง 95,409 กม. ท่อขนส่ง condensate (ก๊าซธรรมชาติ) 658 กม. ท่อขนส่งก๊าซยาว 15,256 กม. ท่อขนส่งน้ำมัน 8,013 กม. ท่อขนส่งน้ำมันสำเร็จรูปยาว 1,095 กม. และท่อขนส่งน้ำยาว 1,975 กม. ด้านโทรคมนาคม มีโทรศัพท์พื้นฐาน 3,697,300 เลขหมาย โทรศัพท์เคลื่อนที่ 26,473,000 เลขหมาย จำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ต 14,100,751 คน (.. 2559) รหัสอินเทอร์เน็ต .kz 


การเดินทาง  มีเที่ยวบินตรงของสายการบินแอร์อัสตานา ระหว่างกรุงเทพฯ-นูร์-สุลตาน 3 ครั้งต่อสัปดาห์ และกรุงเทพฯ-อัลมาตี 5 ครั้งต่อสัปดาห์ (ฤดูหนาวเพิ่มอีก 2 ครั้งต่อสัปดาห์) ใช้เวลาบินประมาณ 7 ชม. เมื่อปี 2558 มีชาวคาซัคสถานเดินทางมาไทย จำนวน 59,492 คน 


สถานการณ์สำคัญที่น่าติดตาม :


                    1.  การเปลี่ยนแปลงผู้นำประเทศ ภายหลังประธานาธิบดีนาซาร์บาเยฟลาออกจากตำแหน่งเมื่อ 19 มี.. 2562 เนื่องจากปัญหาด้านสุขภาพ อย่างไรก็ดี บุคคลที่ขึ้นดำรงตำแหน่งแทนคือ นายคาซีม-โยมาร์ต โตคาเยฟ อดีตประธานรัฐสภา และเป็นบุคคลใกล้ชิด เมื่อเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดี นายโตคาเยฟยังคงบริหารประเทศตามกรอบนโยบายเดิมของประธานาธิบดีนาซาร์บาเยฟ ตลอดจนแต่งตั้งทายาทของประธานาธิบดีนาซาร์บาเยฟ ดำรงตำแหน่งประธานรัฐสภา ซึ่งจะเข้ารับตำแหน่งหากประธานาธิบดีเสียชีวิตก่อนจะมีการเลือกตั้งใหม่ ทำให้สถานการณ์การเมืองในประเทศยังคงมีเสถียรภาพ ห้วงต่อไปควรติดตามสถานการณ์การเมืองว่านายโตคาเยฟจะมีความเข้มแข็งเช่นเดียวกับประธานาธิบดีนาซาร์บาเยฟได้หรือไม่


                    2.  การดำเนินความสัมพันธ์กับมหาอำนาจทุกฝ่ายทั้งรัสเซีย จีน และประเทศตะวันตก โดยมีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับรัสเซียในด้านความมั่นคง การทหาร พลังงาน เศรษฐกิจ และการค้า ขณะเดียวกัน คาซัคสถานก็ขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับจีน อินเดีย สหภาพยุโรป และสหรัฐฯ พร้อมกับดำเนินนโยบายต่างประเทศเชิงรุกมากขึ้น โดยใช้ประโยชน์จากความได้เปรียบด้านที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ ที่เป็นจุดเชื่อมโยงเอเชียกับยุโรป กับทั้งส่งเสริมการติดต่อแลกเปลี่ยนกับประเทศต่าง ๆ ด้านการค้า การลงทุน สังคมและวัฒนธรรม และการจัดการกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่


                    3. การขยายบทบาทในเวทีระหว่างประเทศ ภายหลังคาซัคสถานได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งสมาชิกไม่ถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) วาระปี 2560-2561 (เมื่อ ม.. 2561 ได้รับเลือกเป็นประธาน UNSC ครั้งแรก) การมีส่วนร่วมในองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (Shanghai Cooperation Organization-SCO) การแสดงบทบาทในองค์การความร่วมมืออิสลาม (Organization of Islamic Cooperation-OIC) การมีบทบาทในกรอบการประชุมว่าด้วยการปฏิสัมพันธ์และการแสวงหามาตรการเสริมสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจในเอเชีย (Conference on Interaction and Confidence Building Measures in Asia-CICA) ซึ่งมีสำนักเลขาธิการอยู่ที่อัสตานา และมีแผนจะยกระดับเป็น Organization for Security and Development of Asia (OSDA)


                    4.  การขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่


                5.  บทบาทในสหภาพเศรษฐกิจยูเรเซีย (Eurasian Economic Union-EAEU) ร่วมกับรัสเซีย เบลารุส อาร์เมเนีย และคีร์กีซสถาน โดยคาซัคสถานคาดหวังจะใช้กรอบความร่วมมือดังกล่าวเสริมสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับเอเชีย 


ความสัมพันธ์ไทย-คาซัคสถาน :


                    ด้านการทูต ไทยสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับคาซัคสถานเมื่อ 6 .. 2535 ไทยมี สอท. ณ อัสตานาและสถานกงสุลกิตติมศักดิ์ ณ เมืองอัลมาตี ส่วนคาซัคสถานมี สอท. ที่กรุงเทพฯ และสถานกงสุลกิตติมศักดิ์คาซัคสถานประจำ จ.ชลบุรี นอกจากนี้ เมื่อ 11 .. 2559 ครม.อนุมัติการเปิดสถานกงสุลกิตติมศักดิ์คาซัคสถานประจำกรุงเทพฯ และแต่งตั้งนายกำพล ศุภรสหัสรังสี ดำรงตำแหน่งกงสุลกิตติมศักดิ์ประจำ จ.ชลบุรี (โดยมีเขตกงสุลครอบคลุม 8 จังหวัด ได้แก่ จ.ชลบุรี นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ระยอง จันทบุรี และตราด) ส่วนกระทรวงพาณิชย์แต่งตั้งนางสาวไอกุล สุลตาโนวา (Miss Aigul Sultanova) เป็น Trade Representative ณ อัสตานา คาซัคสถาน เริ่มปฏิบัติภารกิจเมื่อ 15 .. 2559 เพื่อเร่งรัดการส่งออกสินค้าและบริการ และส่งเสริมการลงทุนของไทยในคาซัคสถาน


                    ด้านการเมือง ไทยและคาซัคสถานมีการแลกเปลี่ยนการเยือนกันหลายครั้ง โดยประธานาธิบดีคาซัคสถานเยือนไทย เมื่อปี 2536 และ นรม.ไทยเยือนคาซัคสถาน เพื่อร่วมประชุมสุดยอด CICA ครั้งที่ 2 เมื่อปี 2549 ไทยและคาซัคสถานมีการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมเพื่อความร่วมมือทวิภาคีไทย-คาซัคสถาน (Joint Commission for Bilateral Cooperation-JC) เป็นเวทีในการทบทวน ติดตาม และผลักดันความร่วมมือทวิภาคีในมิติต่าง ๆ มีการประชุมร่วมกันมาแล้ว 3 ครั้งคือ ครั้งที่ 1 ห้วง 21-22 .. 2545 ที่อัสตานา ครั้งที่ 2 ห้วง 21-22 มิ.. 2555 ที่กรุงเทพฯ และครั้งที่ 3 ห้วง 21-22 มิ.. 2560 ที่อัสตานา ซึ่งครบรอบ 25 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยกับคาซัคสถาน นอกจากนี้ ไทยเข้าร่วมงาน Astana Expo 2017 ที่คาซัคสถาน ระหว่าง 10 มิ..-10 .. 2560 ภายใต้แนวคิด “Future Energy” คาซัคสถานสนับสนุนไทยในการสมัครเป็นสมาชิก CICA ซึ่งเป็นกรอบการประชุมเพื่อส่งเสริมความมั่นคงและเสถียรภาพในภูมิภาคเอเชียที่คาซัคสถานริเริ่มขึ้น โดยไทยเข้าเป็นสมาชิก CICA เมื่อ ต.. 2547 ขณะที่ไทยสนับสนุนคาซัคสถานเข้าเป็นสมาชิกความร่วมมือเอเชีย (Asia Cooperation Dialogue-ACD) โดยที่ประชุมฯ มีมติเป็นเอกฉันท์รับคาซัคสถานเข้าเป็นสมาชิกระหว่างการประชุมรัฐมนตรี ที่ จ.เชียงใหม่ เมื่อ 21 มิ.. 2546 นอกจากนี้ คาซัคสถานขอรับการสนับสนุนจากไทยในการสมัครเป็นสมาชิก ASEAN Regional Forum (ARF)


                    ด้านเศรษฐกิจ คาซัคสถานเป็นคู่ค้าที่มีศักยภาพมากที่สุดในเอเชียกลางของไทย การค้าระหว่างไทยกับคาซัคสถาน ห้วง ม..-เม.. 2562 มีมูลค่า 44.47 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนการค้าทวิภาคีเมื่อปี 2561 มีมูลค่า 92.67 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ไทยส่งออก 52.23 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นำเข้า 40.44 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยได้ดุลการค้า 11.79 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) สินค้าส่งออกของไทยไปคาซัคสถาน ได้แก่ รถยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ เครื่องพิมพ์ โทรศัพท์ เครื่องจักรกล โพลิเมอร์ และสินค้าปลีกสำเร็จรูป ส่วนสินค้านำเข้าจากคาซัคสถาน ได้แก่ สินแร่โลหะ แร่ธาตุ เคมีภัณฑ์ ด้ายและเส้นใย ผลิตภัณฑ์สิ่งทอ ไทยลงทุนในคาซัคสถาน 2.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่คาซัคสถานลงทุนในไทย 8.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ปัจจุบันคาซัคสถานมีการลงทุนด้านการท่องเที่ยวที่ จ.ภูเก็ต มูลค่าประมาณ 155 ล้านบาท โดยขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) สำหรับแรงงานไทยในคาซัคสถานเมื่อปี 2558 มีจำนวน 193 คน ส่วนใหญ่ทำงานที่เมือง Atyrau และ Aktau ในอุตสาหกรรมขุดเจาะน้ำมัน ผู้ประกอบอาหารและพนักงานสปาในเมืองใหญ่ของคาซัคสถาน มีนักท่องเที่ยวคาซัคสถานในไทย 57,236 คน (เพิ่มขึ้น 19%) สร้างรายได้ 3,727 ล้านบาท


                        ความตกลงที่สำคัญ ๆ ระหว่างไทยกับคาซัคสถาน ความตกลงว่าด้วยการจัดตั้งคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความสัมพันธ์ทวิภาคีไทย-คาซัคสถาน (21 .. 2536) ความตกลงว่าด้วยบริการเดินอากาศไทย-คาซัคสถาน (3 .. 2539) ความตกลงความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนระหว่างสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยกับหอการค้าและอุตสาหกรรมคาซัคสถาน (29 .. 2546) พิธีสารว่าด้วยความร่วมมือระหว่างกระทรวงการต่างประเทศไทย-คาซัคสถาน (20 .. 2547) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการสถาปนาความสัมพันธ์บ้านพี่เมืองน้องเมืองพัทยาและเมืองชิมเคนท์ (ปี 2545) ความตกลงว่าด้วยการสถาปนาความสัมพันธ์ระหว่างอัสตานาและกรุงเทพฯ (บ้านพี่เมืองน้อง) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านข้าราชการพลเรือนไทย-คาซัคสถาน (ปี 2547) ไทยและคาซัคสถานลงนามข้อตกลงว่าด้วยการยกเว้นการตรวจลงตราสำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางทูตและหนังสือเดินทางพิเศษ/หนังสือเดินทางราชการ (.. 2560) และการลงนามความร่วมมือโครงการก่อสร้างสายส่งก๊าซระยะที่ 5 (เฟส 2 ระยะทางยาว 200 กม.) ระหว่าง บมจ.ปตท. กับ บจ.KazStroyService ของคาซัคสถาน เมื่อ 27 มิ.. 2561 


-------------------------------------------------


 

 
 
 
 

ผู้นำคาซัคสถาน

 
บันทึกข้อมูลเมื่อ: Jan. 5, 2020, 1:14 p.m.
เผยแพร่ข้อมูลเมื่อ: None |
รูปผู้นำคาซัคสถาน
 


นายคาซีม-โยมาร์ต โตคาเยฟ


(Kassym-Jomart Kemelyevich Tokayev)


ตำแหน่ง             ประธานาธิบดีคาซัคสถาน


เกิด                   17 .. 2496 (อายุ 66 ปี/ปี 2563) ที่เมืองอัลมาตี


สถานภาพ           -   สมรสกับนาง Nadezhda Tokayeva แต่หย่าร้างแล้ว


                          -    มีบุตรชาย 1 คน 


การศึกษา           


ปี 2513           -   เข้ารับการศึกษาที่ Moscow State Institute of International Relations


   -   ห้วงเป็นนักศึกษาปีที่ 5 เข้าร่วมโครงการฝึกงานที่ สอท.สหภาพโซเวียต (ในขณะนั้น) ที่จีน เป็นเวลา 6 เดือน


ปี 2518            -   สำเร็จการศึกษาจาก Moscow State Institute of International Relations


                          -  ความสามารถด้านภาษา เชี่ยวชาญภาษารัสเซีย จีน และอังกฤษ รวมถึงความรู้ภาษาฝรั่งเศส 


ประวัติการทำงาน


ปี 2518              -   ทำงานที่กระทรวงการต่างประเทศสหภาพโซเวียต (ในขณะนั้น) และไปประจำการที่ สอท.สหภาพโซเวียตประจำสิงคโปร์ เป็นเวลา 4 ปี


ปี 2522              -   กลับมาทำงานที่กระทรวงการต่างประเทศสหภาพโซเวียต


ปี 2526              -   ฝึกอบรมหลักสูตรที่ Beijing Language Institute


ปี 2527-2528       -   กลับมาทำงานที่กระทรวงการต่างประเทศสหภาพโซเวียต


- ประจำการที่ สอท.สหภาพโซเวียตประจำปักกิ่ง ดำรงตำแหน่งเลขานุการโท เลขานุการเอก และที่ปรึกษา ตามลำดับ จนถึงปี 2534


ปี 2534            -   ขึ้นทะเบียนสถาบันการทูตของกระทรวงการต่างประเทศสหภาพโซเวียตในมอสโก พร้อมกับฝึกอบรมหลักสูตรนักการทูตอาวุโส


                     -   เคยดำรงตำแหน่งประธานสมาคมเทเบิลเทนนิสแห่งคาซัคสถานเป็นเวลา 13 ปี


ประวัติทางการเมือง


ปี 2535              -   ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง รมช.กระทรวงการต่างประเทศคาซัคสถาน


ปี 2536              -   ดำรงตำแหน่ง รมช.กระทรวงการต่างประเทศคาซัคสถาน คนที่ 1


ปี 2537-2542       -   ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง รมว.กระทรวงการต่างประเทศคาซัคสถาน ครั้งที่ 1


มี.. 2542           -   ได้รับการสนับสนุนให้ดำรงตำแหน่งรอง นรม.คาซัคสถาน


1 .. 2542         -   ดำรงตำแหน่ง นรม.คาซัคสถาน คนที่ 4 ก่อนประกาศลาออกจากตำแหน่งเมื่อ 28 .. 2545


ปี 2545-2550       -   ดำรงตำแหน่ง รมว.กระทรวงการต่างประเทศคาซัคสถาน ครั้งที่ 2


11 .. 2550       -   ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งประธานรัฐสภาคาซัคสถาน คนที่ 4 วาระที่ 1 (11 .. 2550-15 เม.. 2554)


12 มี.. 2554       -   ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการสหประชาชาติ ทำหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักงานเลขาธิการสหประชาชาติที่เจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ เป็นเวลากว่า 2 ปี (ถึง 16 .. 2556)


16 .. 2556       -   ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งประธานรัฐสภา วาระที่ 2 (16 .. 2556-19 มี.. 2562)


20 มี.. 2562       -   ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีคาซัคสถานเป็นการชั่วคราวจนกว่าจะมีการเลือกตั้ง ภายหลังประธานาธิบดีนาซาร์บาเยฟประกาศลาออกจากตำแหน่งเมื่อ 19 มี.. 2562


9 มิ.. 2562        -   ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีคาซัคสถาน คนที่ 2 โดยสมัครในสังกัดพรรค Nur Otan ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลและเป็นของอดีตประธานาธิบดีนาซาร์บาเยฟ ด้วยคะแนนเสียง 70.96% ซึ่งเป็นการเลือกตั้งรอบที่ 2 ตามกฎหมายเลือกตั้งของคาซัคสถาน (รอบแรกจัดเลือกตั้งเมื่อ 23 เม.. 2562)


12 มิ.. 2562       -   พิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งของประธานาธิบดีคาซีม-โยมาร์ต โตคาเยฟ ของคาซัคสถาน 


-------------------------------------------------


 

#8c7b75 - right
 

คณะรัฐมนตรี


คณะรัฐมนตรีคาซัคสถาน


ประธานาธิบดี                                                                          Kassym-Jomart Tokayev


นรม.                                                                                    Askar Mamin


รอง นรม.คนที่ 1                                                                       Alikhan Smailov


รอง นรม.                                                                               Zhenis Kassymbek


รอง นรม.                                                                               Gulshara Abdykalikova


รมว.กระทรวงมหาดไทย                                                              Yerlan Turgumbayev


รมว.กระทรวงสาธารณสุข                                                            Yelzhan Birtanov


รมว.กระทรวงอุตสาหกรรมและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน                     Roman Sklyar


รมว.กระทรวงวัฒนธรรมและกีฬา                                                   Arystanbek Mukhamediuly


รมว.กระทรวงกลาโหม                                                                Nurlan Yermekbayev


รมว.กระทรวงศึกษาธิการและวิทยาศาสตร์                                         Kulyash Shamshidinova


รมว.กระทรวงเกษตร                                                                  Saparkhan Omarov


รมว.กระทรวงการคลัง                                                                Alikhan Smailov


รมว.กระทรวงการต่างประเทศ                                                       Beibut Atamkulov


รมว.กระทรวงยุติธรรม                                                                Marat Beketayev


รมว.กระทรวงพลังงาน                                                                Kanat Bozumbayev


รมว.กระทรวงเศรษฐกิจแห่งชาติ                                                     Ruslan Dalenov


รมว.กระทรวงข้อมูลข่าวสารและการพัฒนาสังคม                                  Dauren Abayev


รมว.กระทรวงพัฒนาดิจิทัล อุตสาหกรรมการบินและการป้องกันประเทศ       Askar Zhumagaliyev


รมว.กระทรวงแรงงานและการปกป้องสังคมของประชากร                       Berdibek Saparbayev


ผู้ว่าการธนาคารแห่งชาติคาซัคสถาน                                                Yerbolat Dossayev  


-------------------------------------------------


(ต.ค. 2562)