สาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์-เลสเต

Democratic Republic of Timor-Leste

บันทึกข้อมูลเมื่อ: Jan. 5, 2020, 1:22 p.m.
แก้ไขล่าสุดเมื่อ: Feb. 10, 2020, 6:21 p.m.
ธงติมอร์–เลสเต
 

เมืองหลวง       ดิลี


ที่ตั้ง       ตั้งอยู่บนหมู่เกาะซุนดาน้อย (Lesser Sundar)  ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของทวีปออสเตรเลีย และทางตะวันออกของหมู่เกาะอินโดนีเซีย ประกอบด้วย ดินแดน 3 ส่วน โดยดินแดนส่วนแรกเป็นเกาะติมอร์ด้านตะวันออก ส่วนที่สองอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะติมอร์เรียกว่าเขต Oecussi-Ambeno  และส่วนที่สาม ประกอบด้วย หมู่เกาะ 2 แห่ง คือ หมู่เกาะ Palau Atauro และ Pulau Jaco ในทะเลอราฟูรา มีพื้นที่ประมาณ 14,874 ตร.กม.


อาณาเขต                                     


               ทิศเหนือ              ติดกับช่องแคบอุมไบ (Ombai Strait) และช่องแคบเวตาร์ (Wetar Strait)


                 ทิศใต้                 ติดกับทะเลติมอร์


                 ทิศตะวันออก         ติดกับ จ.ติมอร์ตะวันตกของอินโดนีเซีย


                    ทิศตะวันตก               ติดกับ จ.นูซาเติงการาตะวันออกของอินโดนีเซีย


ภูมิประเทศ       มีที่ราบชายฝั่งและตอนกลางเป็นภูเขาสูงจำนวนมาก


ภูมิอากาศ       มี 2 ฤดู คือ ฤดูฝน และฤดูแล้ง บางพื้นที่มีภูมิอากาศแบบสะวันนาที่ได้รับลมแห้งแล้งจากทะเลทราย ทางตอนเหนือของออสเตรเลีย


ประชากร       ประมาณ 1.32 ล้านคน (ปี 2561) มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ ส่วนใหญ่สืบเชื้อสายมาจาก Malayo-Polynesian และ Melanesian/Papuan มีชนกลุ่มน้อยชาวจีน


ศาสนา       คริสต์นิกายโรมันคาทอลิกประมาณ 97% นิกายโปรเตสแตนต์ 2% อิสลามและอื่น ๆ 1%


ภาษา       ภาษาเตตุมและโปรตุเกสเป็นภาษาราชการ ภาษาอินโดนีเซียและภาษาอังกฤษเป็นภาษาติดต่องาน ภาษาของชนเผ่าพื้นเมืองประมาณ 16 ภาษาที่ใช้กระจายอยู่ทั่วประเทศ อาทิ เตตุม (Tetum) กาโลเล (Galole) มัมแบ (Mambae) และกามัก (Kemak)


การศึกษา       รัฐบาลติมอร์–เลสเตมีเป้าหมายให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาอย่างเท่าเทียมกัน โดยพัฒนาระบบการศึกษาทั้งด้านการบริหาร โครงสร้างพื้นฐานและบุคลากรตามยุทธศาสตร์ชาติด้านการศึกษา ระหว่างปี 2554-2573  ขณะที่โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UN Development Programme-UNDP) ของ UN สนับสนุนความช่วยเหลือติมอร์–เลสเตด้านการวางแผนและพัฒนาระบบการศึกษา ระบบการศึกษาของติมอร์-เลสเต แบ่งเป็นระดับก่อนประถมศึกษา 2 ปี ระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตอนต้น ซึ่งเป็นการศึกษาภาคบังคับ 9 ปี ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรืออาชีวศึกษา 3 ปี และระดับมหาวิทยาลัย 4 ปี อัตราการรู้หนังสือ 68.07% (ปี 2561) งบประมาณด้านการศึกษา 114.03 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ปี 2562)


การก่อตั้งประเทศ       


                    เคยเป็นอาณานิคมของโปรตุเกส และได้ประกาศอิสรภาพจากโปรตุเกสเมื่อ 28 พ.ย. 2518 หลังจากนั้นเพียง 9 วันก็ถูกอินโดนีเซียยึดครองและผนวกติมอร์ตะวันออกเป็นจังหวัดหนึ่งของอินโดนีเซียเมื่อปี 2519 ต่อมามีการต่อสู้เพื่อแยกตัวเป็นเอกราช โดยมีนายโฮเซ รามอส-ฮอร์ตา และนายซานานา กุสเมา เป็นผู้นำ จนกระทั่งรัฐบาลอินโดนีเซียยอมให้มีการลงประชามติเมื่อ 30 ส.ค. 2542 เพื่อรับทราบความเห็นของประชาชนในติมอร์ตะวันออก ต่อการแยกตัวเป็นเอกราช มีประชาชนชาวติมอร์ตะวันออกกว่า 80% สนับสนุนการแยกตัวเป็นเอกราช หลังจากนั้นเกิดการต่อสู้ภายในประเทศและมีเหตุรุนแรงระหว่างกลุ่มทหารที่นิยมอินโดนีเซียกับกลุ่มที่เรียกร้องเอกราช ทำให้ UN จัดตั้งกองกำลังนานาชาติ (International Force in East Timor-Leste หรือ INTERFET) เข้าไปรักษาสันติภาพเมื่อ 15 ก.ย. 2542 จากนั้นสถานการณ์ในติมอร์ตะวันออกจึงกลับเข้าสู่ภาวะปกติและประกาศเอกราชเมื่อ 20 พ.ค. 2545 ใช้ชื่อว่าติมอร์-เลสเต (Timor-Leste) ซึ่งเป็นภาษาโปรตุเกส


วันชาติ          20 พ.ค.


------------------------


การเมือง       ปกครองโดยระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา ประธานาธิบดีมาจากการเลือกตั้งทำหน้าที่ประมุขรัฐ วาระ 5 ปี ประธานาธิบดีเป็นผู้แต่งตั้ง นรม.วาระ 4 ปี การเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภาเมื่อ 12 พ.ค. 2561 ปรากฏว่า พันธมิตรแนวร่วมฝ่ายค้าน ซึ่งนำโดยพรรค National Congress for Timorese Reconstruction (CNRT) ได้รับคะแนนนำและจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ร่วมกับพรรค People's Liberation Party (PLP) โดยนายตาอูร์ มาตัน รูอัก (อายุ 63 ปี/ปี 2562) ประธานพรรค PLP และอดีตประธานาธิบดีได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง นรม.ติมอร์–เลสเตเมื่อ 22 มิ.ย. 2561


                     ฝ่ายบริหารนรม. ซึ่งเป็นหัวหน้ารัฐบาลมาจากหัวหน้าพรรคการเมืองเสียงข้างมากในรัฐสภา วาระ  การดำรงตำแหน่ง 4 ปี


                    ฝ่ายนิติบัญญัติ : ระบบสภาเดียว คือ สภาแห่งชาติ ซึ่งประกอบด้วย สมาชิกรัฐสภาที่มาจากการเลือกตั้งโดยประชาชน จำนวน 65 ที่นั่ง วาระการดำรงตำแหน่ง 5 ปี โดยการเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภาเมื่อ 12 พ.ค. 2561 ทำให้รัฐสภาติมอร์-เลสเต ประกอบด้วย สมาชิกจากพันธมิตรแนวร่วมฝ่ายค้าน (พรรค CNRT พรรค PLP และพรรค KHUNTO) จำนวน 34 ที่นั่ง พรรค Revolutionary Front for an Independent East Timor (FRETILIN) จำนวน 23 ที่นั่ง พรรค Democratic Party (PD) จำนวน 5 ที่นั่ง และพรรค Democratic Development Forum  จำนวน 3 ที่นั่ง


                    ฝ่ายตุลาการ : รัฐธรรมนูญติมอร์-เลสเตระบุว่า ฝ่ายตุลาการของติมอร์-เลสเต ประกอบด้วย ศาลฎีกา ศาลอุทธรณ์ และศาลท้องถิ่นจำนวน 6 แห่ง แต่ในทางปฏิบัติ ศาลอุทธรณ์ปฏิบัติหน้าที่แทนศาลฎีกา เนื่องจากติมอร์-เลสเตขาดแคลนบุคลากรด้านกฎหมายและงบประมาณในการพัฒนาระบบศาล ปัจจุบัน ติมอร์-เลสเตอยู่ระหว่างการจัดตั้งศาลฎีกา ศาลภาษี ศาลทหาร และสำนักงานอัยการสูงสุด


เศรษฐกิจ :       ติมอร์-เลสเตพึ่งพารายได้จากการส่งออกน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ 95% ของรายได้ทั้งหมด การให้สัตยาบันข้อตกลงการแบ่งปันรายได้จากแหล่งพลังงาน Greater Sunrise ระหว่างติมอร์–เลสเตกับออสเตรเลีย ซึ่งลงนามเมื่อ มี.ค. 2561 จะทำให้ติมอร์–เลสเตมีรายได้จากการส่งออกน้ำมันและก๊าซธรรมชาติประมาณ 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อทดแทนรายได้จากแหล่งน้ำมันบายู-อูนดัน ซึ่งอาจหมดลงในปี 2565 ด้านธนาคารโลกคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจติมอร์–เลสเตในปี 2562 ขยายตัวอยู่ที่ 3.9% และจะขยายตัวอยู่ที่ 4.6% ในปี 2563 นอกจากนี้ ติมอร์-เลสเตได้รับการจัดอันดับจากธนาคารโลกให้มีความสะดวกในการประกอบธุรกิจประจำปี 2562 อันดับที่ 178 ของโลกจากทั้งหมด 190 ประเทศเช่นเดียวกับการจัดอันดับเมื่อปี 2561


                    งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 (1 ม.ค.-31 ธ.ค. 2563) 1,950 ล้านดอลลาร์สหรัฐ


สกุลเงินยังไม่มีสกุลเงินของตนเอง ปัจจุบัน ใช้ดอลลาร์สหรัฐ ดอลลาร์ออสเตรเลีย และรูเปียะฮ์ของอินโดนีเซีย


ดัชนีเศรษฐกิจสำคัญ


ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) : 3,145 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณการณ์ปี 2562)
อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ : คาดว่าจะอยู่ที่ 4.3% ปี 2562 และ 5% ปี 2563    
อัตราเงินเฟ้อ : 1.1% (ปี 2562)  
รายได้เฉลี่ยต่อหัวต่อปี : 2,035.5 ดอลลาร์สหรัฐ (ปี 2561)   
อัตราการว่างงาน :  3% (ประมาณการณ์ปี 2562)   
มูลค่าการค้าระหว่างประเทศ : 64.77 ล้านดอลลาร์สหรัฐ  (ก.ย. 2562)             
ดุลการค้าระหว่างประเทศ : ขาดดุล 58.15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ก.ย. 2562)                  
มูลค่าการส่งออก : 3.31 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ก.ย. 2562)
สินค้าส่งออก : กาแฟ เนื้อมะพร้าวแห้งสำหรับผลิตน้ำมัน หินอ่อน  
คู่ค้าส่งออกที่สำคัญ : แคนาดา จีน สหรัฐฯ ออสเตรเลีย และอินโดนีเซีย          
มูลค่าการนำเข้า : 61.46 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ก.ย. 2562)   
สินค้านำเข้า : อาหาร เครื่องใช้ไฟฟ้า และชิ้นส่วนรถยนต์และส่วนประกอบ
คู่ค้านำเข้าที่สำคัญ : อินโดนีเซีย ฮ่องกง จีน สิงคโปร์ และเวียดนาม      
คู่ค้าสำคัญ : จีน สหรัฐฯ เยอรมนี อินโดนีเซีย และสิงคโปร์        
คู่ค้าสำคัญ 5 อันดับในกลุ่มอาเซียน : อินโดนีเซีย สิงคโปร์ เวียดนาม ไทย และมาเลเซีย  
นักท่องเที่ยวเข้าประเทศ : ประมาณ 30,000 คน (ปี 2560)    


การทหาร  :  กองทัพติมอร์-เลสเต (Forças de Defesa de Timor Leste or Falintil-FDTL หรือ F-FDTL) มีกำลังพล 2,280 นาย ไม่มีกำลังสำรอง แบ่งเป็น ทบ. 2,200 นาย และ ทร. 80 นาย งบประมาณทางทหาร ในปี 2563 จำนวน 26.94 ล้านดอลลาร์สหรัฐ  ยุทโธปกรณ์สำคัญ : อาวุธส่วนใหญ่เป็นอาวุธประจำกาย อาทิ ปืนไรเฟิล M16 จำนวน 1,560 กระบอก ปืนไรเฟิล Sniper 8 กระบอก เครื่องยิงลูกระเบิด M203 75 เครื่อง เรือตรวจการณ์ 7 ลำ ยุทโธปกรณ์ส่วนใหญ่ได้รับการสนับสนุนจาก จีน บราซิล และสหรัฐฯ


สมาชิกองค์การระหว่างประเทศ  :  ที่สำคัญ เช่น ADB, ARF, CPLP, FAO, G-77, ILO, IMF, Interpol, UN, UNCTAD, UNESCO และ WHO 


การขนส่งและโทรคมนาคม  :  มีท่าอากาศยาน 4 แห่ง ท่าอากาศยานนานาชาติดิลี (Presidente Nicolau Lobato Airport) หรือ Comoro Airport เป็นสนามบินหลัก และท่าอากาศยานอื่น ๆ อีก 3 แห่ง มีลานจอดเฮลิคอปเตอร์ 8 แห่ง และท่าเรือดิลี ซึ่งเป็นท่าเรือโดยสารและขนส่งที่สำคัญของประเทศ ถนนมีความยาว 6,040 กม.


                    โทรคมนาคม : โทรศัพท์พื้นฐาน  2,364 เลขหมาย (ปี 2560) และโทรศัพท์เคลื่อนที่ 1.54 ล้านเลขหมาย (ปี 2560) รหัสโทรศัพท์ +670 สถานีวิทยุแห่งชาติ 1 สถานี สถานีวิทยุของโบสถ์คริสต์ 2 สถานี สถานีวิทยุชุมชน 20 สถานี สถานีวิทยุ FM 2-3 สถานี และสถานีโทรทัศน์ที่เป็นสถานีที่มีการโฆษณาเพื่อการค้า 1 สถานี ออกอากาศเฉพาะในกรุงดิลี จำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ต 340,000 คน (ปี 2560) หนังสือพิมพ์รายวันของรัฐบาล 3 ฉบับ หนังสือพิมพ์รายสัปดาห์หลายฉบับ สื่อออนไลน์เริ่มใช้มาตั้งแต่ปี 2549 แต่มีข้อจำกัดในการให้บริการนอกพื้นที่กรุงดิลี 


การเดินทาง : สายการบินไทยไม่มีเที่ยวบินตรงไปดิลี ต้องใช้เส้นทางกรุงเทพฯ-สิงคโปร์-ดิลี หรือ กรุงเทพฯ-เดนปาซาร์ จ.บาหลี อินโดนีเซีย เพื่อต่อเครื่องบินไปท่าอากาศยานนานาชาติดิลี เวลาที่ดิลีเร็วกว่ากรุงเทพฯ 2 ชม. นักท่องเที่ยวไทยต้องขอรับการตรวจลงตรา ณ ช่องทางอนุญาตของด่านตรวจคนเข้าเมือง (Visa on Arrival) มีค่าธรรมเนียม 30 ดอลลาร์สหรัฐ เว็บไซต์ท่องเที่ยวติมอร์-เลสเต www.mtci-timorleste.com/en/


สถานการณ์สำคัญที่น่าติดตาม  : 


                    รัฐบาลชุดใหม่ของติมอร์-เลสเตอาจเผชิญปัญหาด้านเสถียรภาพ  เนื่องจากนายฟรานซิสโก กูเตร์เรส ลู โอโล ประธานาธิบดี ยังไม่รับรองการแต่งตั้งรัฐมนตรี 9 คน จากการเสนอชื่อทั้งหมด 43 คน (เมื่อ 22 มิ.ย. 2561) ของรัฐบาลนายตาอูร์ มาตัน รูอัก ซึ่งอยู่ระหว่างถูกสอบสวนเรื่องทุจริต ทำให้รัฐบาลของนายตาอูร์ ยังไม่มีรัฐมนตรีประจำกระทรวงที่สำคัญ ได้แก่ การคลัง มหาดไทย สาธารณสุข เศรษฐกิจ การวางแผนและยุทธศาสตร์การลงทุน การท่องเที่ยว การค้าและอุตสาหกรรม ทั้งนี้ ปัญหาด้านเสถียรภาพทางการเมืองจะทำให้การเข้าเป็นสมาชิกอาเซียนของติมอร์-เลสเตต้องล่าช้าออกไปอีก


ความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา


                    ไทยเป็นประเทศที่ 3 ซึ่งสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับติมอร์-เลสเต เมื่อ 20 พ.ค. 2545 ต่อจากจีนและนอร์เวย์ และนาย Dionisio da Costa Babo Soares รมว.กระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือติมอร์-เลสเตเยือนไทย เพื่อเข้าร่วมการประชุมประจำปี UN-ESCAP สมัยที่ 75 ระหว่าง 27-31 พ.ค. 2562


                    ด้านการค้า ปี 2561 ติมอร์-เลสเตเป็นคู่ค้าอันดับที่ 172 ของไทย มูลค่าการค้าทวิภาคีรวม 33 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากมูลค่าการค้าเมื่อปี 2560 ซึ่งมีมูลค่า 19.09 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยเป็นฝ่ายเกินดุลการค้า ส่วนในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2562 (ม.ค.-ก.ย. 2562) ไทยและติมอร์-เลสเตมีมูลค่าการค้ารวม 7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยเป็นฝ่ายเกินดุลการค้า 7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากไทยไม่มีการนำเข้าสินค้าจากติมอร์-เลสเตในช่วงเวลาดังกล่าว สินค้าส่งออกของไทย : ข้าว น้ำตาลทราย รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องสำอาง สบู่และผลิตภัณฑ์สำหรับผิว สินค้านำเข้าจากติมอร์-เลสเต : เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบสิ่งพิมพ์ ผลิตภัณฑ์สิ่งทอ ผลิตภัณฑ์กระดาษ อุปกรณ์วิทยาศาสตร์ และผลิตภัณฑ์ทำจากพลาสติก


                    ข้อตกลงสำคัญ :  ไทยและติมอร์-เลสเตจัดทำความตกลงระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการยกเว้นการตรวจลงตราสำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางทูตและหนังสือเดินทางราชการเมื่อ พ.ค. 2560 ส่วนความร่วมมือด้านอื่น ๆ ติมอร์-เลสเตต้องการให้ไทยสนับสนุนความช่วยเหลือด้านการเกษตร ประมง การพัฒนาแหล่งพลังงาน การท่องเที่ยวและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน


------------------------------------------------

 
 
 
 

ผู้นำติมอร์–เลสเต

 
บันทึกข้อมูลเมื่อ: Jan. 5, 2020, 1:22 p.m.
เผยแพร่ข้อมูลเมื่อ: None |
รูปผู้นำติมอร์–เลสเต
 

นายฟรานซิสกู  กูเตร์เรส


(Francisco Guterres)


ตำแหน่ง                 ประธานาธิบดีติมอร์-เลสเต


เกิด                       7 ก.ย. 2497 (อายุ 66 ปี/ปี 2563) 


สถานที่เกิด          เมือง Ossu เขต Viqueque ติมอร์ตะวันออก (ปัจจุบัน คือ ติมอร์-เลสเต)


สถานภาพ              สมรสกับนาง Cidália Mouzinho มีบุตร 3 คน


 


การศึกษา              ปริญญาตรี ด้านนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งชาติติมอร์-เลสเต


ปี 2508


พรรคการเมือง        พรรค  Revolutionary Front for an Independent East Timor (FRETILIN)               


ประวัติการทำงาน


ปี 2541                  ผู้ประสานงานในกองกำลังกู้ชาติติมอร์


ปี 2544                  ประธานพรรค FRETILIN


ปี 2545-2550          ประธานรัฐสภาติมอร์-เลสเต


ปี 2549                     ประธานพรรคและเลขาธิการพรร FRETILIN


ปี 2550            ผู้สมัครลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีติมอร์-เลสเต ในนามพรรค FRETILIN  แต่ประสบความพ่ายแพ้      


ปี 2560             ผู้สมัครลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีติมอร์-เลสเต ในนามพรรค FRETILIN


20 พ.ค. 2560         ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีติมอร์-เลสเตคนที่ 4


------------------------------------------------ 


นายตาอูร์ มาตัน รูอัก


(Taur Matan Ruak)


ตำแหน่ง                 นรม.ติมอร์-เลสเต


เกิด                       10 ต.ค. 2499 (อายุ 64 ปี/2563) 


สถานที่เกิด          เมือง Baguia เขต Baucau ติมอร์ตะวันออก (ปัจจุบัน คือ ติมอร์-เลสเต)


สถานภาพ              สมรสกับนาง Isabel da Costa Ferreira มีบุตร 3 คน


 


การศึกษา              ระดับประถมศึกษา


ประวัติการทำงาน


ปี 2518                  -    เข้าร่วมกองกำลังกู้ชาติติมอร์ (FALINTIL)


ปี 2524                  -    ผู้ช่วยเสนาธิการกองกำลังกู้ชาติติมอร์


ปี 2529                  -    รองเสนาธิการกองกำลังกู้ชาติติมอร์


ปี 2535                     -    ผู้บัญชาการกองกำลังกู้ชาติติมอร์ 


ปี 2545-2554            -    ผู้บัญชาการกองทัพติมอร์-เลสเต      


ปี 2555                 -    ลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีติมอร์-เลสเต ในนามผู้สมัครอิสระ


ปี 2555                 -     ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีคนที่ 3 ของติมอร์-เลสเต


ปี 2558                 -    จัดตั้งพรรค People’s Liberation Party (PLP)


ปี 2561                 -     ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกรัฐสภาติมอร์-เลสเต


22 มิ.ย.2561          -    ดำรงตำแหน่ง นรม.คนที่ 7 ของติมอร์-เลสเต


------------------------------------------------


 

#8c7b75 - right
 

คณะรัฐมนตรี

คณะรัฐมนตรี


ประธานาธิบดี                                                    Francisco Guterres


 


นรม.                                                               Taur Matan Ruak 


ประธานสำนักงานคณะรัฐมนตรี                              Hermenegildo Augusto Cabral Pereira


รมว.กระทรวงกลาโหม        Filomeno da Paixão de Jesus


รมว.กระทรวงยุติธรรม                                  Manuel Cárceres da Costa


รมว.กระทรวงศึกษาธิการ เยาวชน และกีฬา        Dulce de Jesus Soares


รมว.กระทรวงเกษตรและประมง                   Joaquim José Gusmão dos Reis Martins


รมว.กระทรวงการสร้างเอกภาพในสังคม            Armanda Berta dos Santos


รมว.กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรม   Longuinhos dos Santos


รมว.กระทรวงโยธาธิการ                               Salvador Soares dos Reis Pires


รมว.กระทรวงการขนส่งและโทรคมนาคม             José Agostinho da Silva


รมว.กระทรวงการปฏิรูปกฎหมายและกิจการสภา Fidelis Manuel Leite Magalhaes


รมว.กระทรวงปิโตรเลียมและแร่ธาตุ                    Alfredo Pires


 ------------------------------------------


(ต.ค.2562)