ยูเครน

Ukraine

บันทึกข้อมูลเมื่อ: Jan. 5, 2020, 1:23 p.m.
แก้ไขล่าสุดเมื่อ: Feb. 15, 2020, 10:41 a.m.
ธงยูเครน
 


เมืองหลวง       เคียฟ (Kiev)


ที่ตั้ง              อยู่ในยุโรปตะวันออก ติดกับทะเลดำ ตั้งอยู่ระหว่างโปแลนด์ โรมาเนีย และมอลโดวาทางตะวันตก กับรัสเซียทางตะวันออก มีพื้นที่ 603,550 ตร.กม. ขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ในยุโรป รองจากรัสเซีย และประมาณ 1.2 เท่าของไทย แบ่งเป็นพื้นดิน 579,330 ตร.กม. และพื้นน้ำ 24,220 ตร.กม. มีพรมแดนทางบกยาว 5,618 กม.


อาณาเขต       


                    ทิศเหนือ              จรดพรมแดนรัสเซียและเบลารุส


                    ทิศตะวันออก        จรดพรมแดนรัสเซีย


                    ทิศใต้                 ติดทะเลดำและทะเลอาซอฟ


                    ทิศตะวันตก       จรดพรมแดนโปแลนด์ สโลวะเกีย ฮังการี และมอลโดวา


ภูมิประเทศ        พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่ม อุดมสมบูรณ์ ทางตะวันตกมีเทือกเขา Carpathians ทางใต้สุดเป็นคาบสมุทรไครเมีย และมีแม่น้ำสำคัญ ๆ ของทวีปยุโรปไหลผ่าน ได้แก่ แม่น้ำดนีเปอร์ แม่น้ำดนีสเตอร์ และแม่น้ำดานูบ ซึ่งไหลลงสู่ทะเลดำ


ภูมิอากาศ        อบอุ่นแบบภาคพื้นทวีป มี 4 ฤดู ยกเว้นบริเวณชายฝั่งทะเลแถบคาบสมุทรไครเมียทางตอนใต้ ซึ่งมีอากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียน ฤดูหนาวพื้นที่บริเวณภายในประเทศ มีอากาศหนาวเย็นกว่าพื้นที่บริเวณชายฝั่งทะเลดำ


ประชากร        43,952,299 ล้านคน (.. 2561) ประกอบด้วย ยูเครน 77.8% รัสเซีย 17.3% เบลารุส 0.6% มอลโดวา 0.5% ไครเมียตาตาร์ 0.5% บัลแกเรีย 0.4% ฮังการี 0.3% โรมาเนีย 0.3% โปล 0.3% ยิว 0.2% และอื่น ๆ 1.8%


รายละเอียดประชากร      อัตราส่วนประชากรจำแนกตามอายุ : วัยเด็ก (0-14 ปี) 15.95% วัยรุ่น (15-24 ปี) 9.57% วัยทำงาน (25-54 ปี) 44.03% วัยเริ่มชรา (55-64 ปี) 13.96% และวัยชรา (65 ปีขึ้นไป) 16.49% อายุขัยเฉลี่ยของประชากรโดยรวม 72.4 ปี อายุขัยเฉลี่ยเพศชาย 67.7 ปี อายุขัยเฉลี่ยเพศหญิง 77.4 ปี อัตราการเกิด 10.1/1,000 คน อัตราการตาย 14.3/1,000 คน อัตราการเพิ่มของประชากร 0.04%


ศาสนา           คริสต์นิกายออร์ทอดอกซ์กว่า 80% (แยกย่อยหลายกลุ่ม เช่น นิกาย Ukrainian Orthodox เขตปกครองของพระราชคณะ Kyiv Patriarchate นิกาย Ukrainian Orthodox เขตปกครองพระราชาคณะ Moscow Patriarchate นิกาย Ukrainian Greek Catholic และนิกาย Ukrainian Autocephalous Orthodox) นิกายโรมันคาทอลิก นิกายโปรเตสแตนต์ ยิว และอื่น ๆ


ภาษา             ภาษายูเครนหรือ Little Russian (ตระกูลภาษาสลาฟ) เป็นภาษาราชการ มีผู้ใช้ 67.5% ภาษารัสเซีย 29.6% ภาษาอื่น ๆ 2.9% (เช่น ไครเมียตาตาร์ มอลโดวา และฮังการี)


การศึกษา        อัตราการรู้หนังสือ 99.8%


การก่อตั้งประเทศ      ยูเครนต่อสู้เรียกร้องการปกครองตนเองมาตั้งแต่ปี 2460 แต่สหภาพโซเวียตปราบปราม และกลายเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียต นโยบายเปิดกว้างทางการเมืองของประธานาธิบดีมิคาอิล กอร์บาชอฟ ส่งผลให้เกิดกระแสการเรียกร้องสิทธิการปกครองตนเองในยูเครน จนกระทั่งมีการประกาศเอกราชจากสหภาพโซเวียตเมื่อ 24 .. 2534 และจัดลงประชามติให้ยูเครนประกาศเอกราชจากสหภาพโซเวียต เมื่อ 1 .. 2534


วันชาติ           24 .. (ปี 2534) วันประกาศเอกราชจากสหภาพโซเวียต


การเมือง         ปกครองในระบอบประชาธิปไตยแบบสาธารณรัฐ ประธานาธิบดีเป็นประมุขของรัฐ มาจากการเลือกตั้งโดยตรง วาระดำรงตำแหน่ง 5 ปี มีรัฐธรรมนูญเมื่อ 28 มิ.. 2539 และปรับแก้ไขเมื่อปี 2547, 2553 และ 2558 แบ่งเขตการปกครองเป็น 24 แคว้น (provinces) 1 สาธารณรัฐปกครองตนเอง และ 2 นคร (municipalities)      


                    ฝ่ายบริหาร : ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี เข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดียูเครนคนที่ 6 (สืบแทนประธานาธิบดีเปโตร โปโรเชนโก) เมื่อ 20 .. 2562 ภายหลังชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดียูเครน รอบที่ 2 เมื่อ 21 เม.. 2562 ด้วยคะแนนเสียง 73.22% ขณะที่ประธานาธิบดีโปโรเชนโก ได้คะแนนเสียง 24.45% (การเลือกตั้งรอบแรกจัดขึ้นเมื่อ 31 มี.. 2562 มีผู้สมัครรวม 39 คน) การเลือกตั้งประธานาธิบดีเป็นการเลือกตั้งโดยตรง วาระละ 5 ปี การเลือกตั้งครั้งถัดไปจะมีขึ้นใน มี.. 2567 สำหรับ นรม.มาจากการแต่งตั้งของประธานาธิบดี โดยต้องผ่านการรับรองจากสภาสูงสุด (Verkhovna Rada) นรม.ทำหน้าที่ในการแต่งตั้ง ครม. ซึ่งต้องผ่านความเห็นชอบจากสภาสูงสุดเช่นกัน นรม.คนปัจจุบันคือ นาย Oleksiy Honcharuk เข้ารับตำแหน่งเมื่อ 29 .. 2562


                    ฝ่ายนิติบัญญัติ : ระบบสภาเดียว คือ สภาสูงสุด มีสมาชิก 450 คน (กึ่งหนึ่งมาจากเลือกตั้งโดยตรง และอีกกึ่งหนึ่งเป็นแบบสัดส่วน) วาระละ 5 ปี เนื่องจากรัสเซียผนวกไครเมียและพื้นที่บางส่วนในภาคตะวันออกของยูเครนยังไม่สงบ ทำให้ขาดสมาชิกรัฐสภารวม 27 ที่นั่ง โดยพรรคที่ได้รับเลือกตั้งครั้งล่าสุดเมื่อ 21 .. 2562 ที่สำคัญ ได้แก่ พรรค Servant of the People (43.2%) พรรค Opposition Platform for Life (13.1%) พรรค Batkivshchyna หรือ Fatherland (8.2%) พรรค European Solidarity (8.1%) พรรค Holos หรือ Voice (5.8%) และอื่นๆ (21.6%) การเลือกตั้งครั้งถัดไปจะจัดขึ้นใน ก.. 2567


                    ฝ่ายตุลาการ : ใช้ระบบประมวลกฎหมาย (Civil Law) มีศาลฎีกา (Supreme Court of Ukraine-SCU) ประกอบด้วยผู้พิพากษา 188 คน ศาลรัฐธรรมนูญ ประกอบด้วยผู้พิพากษา 18 คน และศาลต่อต้านการทุจริตระดับสูง ประกอบด้วยผู้พิพากษา 38 คน ซึ่งเปิดดำเนินการเมื่อ ก..2562


                    พรรคการเมืองสำคัญ ได้แก่  1) พรรค Batkivshchyna (Fatherland) ของนาง Yulia Tymoshenko อดีต นรม.หญิงคนแรกของยูเครน 2) พรรค European Solidarity ของอดีตประธานาธิบดีโปโรเชนโก 3) พรรค Holos (Voice) ของนาย Sviatoslav Vakarchuk 4) พรรค Opposition Bloc หรือ OB ของนาย Evgeny Murayev 5) พรรค Opposition Platform For Life ของนาย Yuriy Boyko และนาย Vadim Rabinovich 6) พรรค Radical ของนาย Oleh Lyashko 7) พรรค Samopomich (Self Reliance) ของนาย Andriy Sadovyy 8) พรรค Servant of the People ของนาย Dmytro Razumkov ประธานสภาสูงยูเครน และ 9) พรรค Svoboda (Freedom) ของนาย Oleh Tyahnybok


เศรษฐกิจ        ยูเครนมีพื้นที่กว้างใหญ่และมีดินอุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การเพาะปลูก จึงเป็นหนึ่งในประเทศผู้ส่งออกธัญพืชสำคัญของโลก สำนักงานสถิติแห่งชาติยูเครนระบุว่าเมื่อปี 2561 ยูเครนผลิตข้าวสาลี 24.6 ล้านตัน (ลดลง 6% จากปี 2560) ข้าวโพด 35.8 ล้านตัน (เพิ่มขึ้น 45%) ข้าวบาร์เลย์ 7.3 ล้านตัน (ลดลง 11%) และข้าวไรย์ 394,000 ตัน (ลดลง 23%) แต่ไม่รวมผลผลิตในไครเมีย ข้อมูลจากเว็บไซต์ worldstopexports.com ระบุว่าเมื่อปี 2561 ยูเครนเป็นประเทศส่งออกข้าวสาลีอันดับ 6 ของโลก คิดเป็นมูลค่า 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 7.3% รองจากรัสเซีย แคนาดา สหรัฐฯ ฝรั่งเศส และออสเตรเลีย นอกจากนี้ ยูเครนมีศักยภาพด้านอุตสาหกรรมหนัก แม้ต้องพึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศเพื่อให้เพียงพอกับความต้องการในประเทศ โดยเฉพาะจากรัสเซีย ทำให้ยูเครนประสบปัญหาความมั่นคงด้านพลังงาน รวมทั้งประสบปัญหาทางเศรษฐกิจเมื่อมีปัญหาขัดแย้งกับรัสเซีย เนื่องจากยูเครนพึ่งพารายได้จากการนำเข้าก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียเพื่อส่งออกผ่านท่อส่งไปยุโรป (ยุโรปนำเข้าก๊าซรัสเซียผ่านท่อส่งยูเครนกว่า 40%) ก่อนหน้านี้ ยูเครนมีปัญหาขัดแย้งกับรัสเซียเกี่ยวกับก๊าซธรรมชาติทั้งการค้างชำระหนี้และราคาที่ตกลงกันไม่ได้ ทำให้รัสเซียระงับการส่งออกก๊าซธรรมชาติให้ยูเครนหลายครั้ง เช่น เมื่อปี 2549 และปี 2552 จนส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคในยุโรป และมีความขัดแย้งกันกรณีก๊าซธรรมชาติบ่อยครั้งขึ้นนับแต่ปี 2557 ทั้งนี้ ยูเครนเป็นประเทศหน้าด่านระหว่างรัสเซียกับสหภาพยุโรป (EU) โดยเฉพาะการเป็นเส้นทางหลักในการขนส่งน้ำมันจากรัสเซียเข้าสู่ยุโรป มีเมือง Odessa เป็นเมืองท่าที่สำคัญที่สุดของยูเครน และเป็นศูนย์กลางการเดินเรือหลักในยุโรปตะวันออกเฉียงใต้และคาบสมุทรบอลข่าน อย่างไรก็ดี รัสเซีย ยูเครน และคณะกรรมาธิการยุโรป (EC) มีแผนลงนามข้อตกลงความร่วมมือขนส่งก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียไปยุโรปผ่านยูเครน จะเริ่มบังคับใช้ใน 1 ม.ค. 2563 ซึ่งเป็นการสร้างความมั่นคงด้านพลังงานในยุโรประยะยาว


                    ปัญหาความไม่สงบในภาคตะวันออกของยูเครนและการขาดการปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้ยูเครนประสบปัญหาเศรษฐกิจมากขึ้น โดยเฉพาะปัญหาการสู้รบในภาคตะวันออก ซึ่งเป็นแหล่งอุตสาหกรรมหนักและอุตสาหกรรมการทหาร จนกระทบต่อการผลิตที่เคยมีสัดส่วนถึง 35% ของ GDP อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจยูเครนมีสัญญาณฟื้นตัว จากการปฏิรูปเศรษฐกิจ โดย GDP เติบโต 2.5% เมื่อปี 2560 เพิ่มขึ้นจาก 2.4% ของปี 2559 แต่มีปัจจัยเสี่ยงจากสถานการณ์ไม่สงบในภาคตะวันออกที่จะกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมหลักของยูเครน ทั้งนี้ สหภาพยุโรปเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของยูเครนแทนที่รัสเซียหลังความตกลงการค้าเสรีสหภาพยุโรป-ยูเครน (Deep and Comprehensive Free Trade Agreement-DCFTA) มีผลบังคับใช้เมื่อ 1 .. 2559 ขณะที่รัสเซียระงับข้อตกลงการค้าเสรีกับยูเครน ตั้งแต่ 1 .. 2559 ด้านกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund-IMF) ยังคงให้เงินกู้แก่ยูเครนต่อเนื่อง โดยอนุมัติเงินกู้งวดที่ 3 จำนวน 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อ เม.. 2560 แลกกับการยื่นเงื่อนไขให้ปฏิรูปเศรษฐกิจและปราบปรามการทุจริต ทั้งนี้ IMF อนุมัติเงินกู้รวม 17,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐให้แก่ยูเครนเมื่อ มี.. 2558 โดยส่งมอบเงินกู้งวดแรกจำนวน 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และงวดที่ 2 จำนวน 1,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อ 4 .. 2558 จำนวน 10,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ต่อมาเมื่อ 21 ธ.ค. 2561 IMF ส่งมอบเงินกู้กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ 14 เดือนแก่ยูเครน ล่าสุดเมื่อ ก.ย. 2562 IMF และยูเครนเริ่มเจรจาโครงการกู้ยืม 3 ปี มูลค่าประมาณ 5,000-10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายใต้การกำกับดูแลของ Extended Fund Facility (EFF) เพื่อใช้ในการพัฒนานโยบายการคลังและการเงิน รวมถึงมาตรการปฏิรูปเศรษฐกิจ คาดว่าจะส่งมอบเงินกู้ 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในสิ้นปี 2562


                    สกุลเงิน ตัวย่อสกุลเงิน : กริฟนา (Hryvnia-UAH)


                  อัตราแลกเปลี่ยนต่อดอลลาร์สหรัฐ :  24.56 กริฟนา/ดอลลาร์สหรัฐ


                  อัตราแลกเปลี่ยนต่อบาท :  1 กริฟนา : 1.24 บาท (11 ต.ค.2562)


ดัชนีเศรษฐกิจสำคัญ (ปี 2561)
ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) :    126,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 
อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ :  3.5%
รายได้เฉลี่ยต่อหัวต่อปี :  2,964 ดอลลาร์สหรัฐ
แรงงาน  :  17.99 ล้านคน ส่วนใหญ่อยู่ในภาคบริการ
อัตราการว่างงาน  :  9.2%
อัตราเงินเฟ้อ :  14.4%
ดุลการค้าระหว่างประเทศ :  ขาดดุล 9,370 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
มูลค่าการส่งออก :  39,690 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
สินค้าส่งออก :  โลหะกลุ่มเหล็กและโลหะที่ไม่มีธาตุเหล็กเป็นส่วนประกอบผลิตภัณฑ์เชื้อเพลิงและน้ำมัน เคมีภัณฑ์ เครื่องจักรและอุปกรณ์ขนส่ง และผลิตภัณฑ์อาหาร
คู่ค้าส่งออกที่สำคัญ :  รัสเซีย 9.2% โปแลนด์ 6.5% ตุรกี 5.6% อินเดีย 5.5% อิตาลี 5.2% จีน 4.6% เยอรมนี 4.3%
มูลค่าการนำเข้า :  49,060 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
สินค้านำเข้า :  พลังงาน เครื่องจักรและอุปกรณ์ เคมีภัณฑ์
คู่ค้านำเข้าที่สำคัญ :  รัสเซีย 14.5% จีน 11.3% เยอรมนี 11.2% โปแลนด์ 7% เบลารุส 6.7% สหรัฐฯ 5.1%
ทรัพยากรธรรมชาติ :  แร่เหล็ก ถ่านหิน แร่แมงกานิส ก๊าซธรรมชาติ น้ำมัน เกลือ แร่ซัลเฟอร์ แร่แกรไฟต์ แร่ไทเทเนียม แมกนีเซียมซัลเฟต ดินขาว นิกเกิล ปรอท และป่าไม้


การทหารและความมั่นคง


                    การทหาร :  ยูเครนออกกฎหมายเพิ่มกำลังพลจาก 184,000 นาย เป็นสูงสุด 250,000 นาย เมื่อต้นปี 2558 การปฏิรูปกองทัพยังไม่คืบหน้าเนื่องจากขาดงบประมาณ และปัญหาการสู้รบกับฝ่ายต่อต้านรัฐบาลในภาคตะวันออกตั้งแต่ มี.ค. 2557 จนถึงปัจจุบันยังมีเหตุปะทะและโจมตีประปราย แม้มีข้อตกลงหยุดยิงเมื่อ ก.พ. 2558 ยูเครนจัดตั้ง National Guard เพื่อร่วมปฏิบัติการในภาคตะวันออกเมื่อปี 2557 และประกาศหลักนิยมทางทหาร เมื่อ ก.ย. 2558 โดยระบุว่า ภัยคุกคามในปัจจุบันและอนาคตมาจากรัสเซีย ซึ่งยูเครนควรปรับปรุงกองทัพและหน่วยงานความมั่นคงให้ทันสมัยตามมาตรฐานเนโตและสหภาพยุโรป นอกจากนี้ ยูเครนมีการฝึกทางทหารร่วมกับต่างชาติบ่อยครั้งขึ้นหลังปี 2557 โดยเฉพาะกับเนโต อาวุธยุทโธปกรณ์ส่วนใหญ่ตกทอดจากสมัยอดีตสหภาพโซเวียต และบางส่วนได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ อย่างไรก็ดี ยูเครนเป็นหนึ่งในประเทศผู้ผลิตและส่งออกอาวุธยุทโธปกรณ์ โดยมีเป้าหมายเป็น 1 ใน 5 ของประเทศผู้ส่งออกรายใหญ่ของโลก ยูเครนเคยเป็นประเทศส่งออกอันดับ 4 ของโลกเมื่อปี 2555 (มูลค่า 1,344 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) จากข้อมูลของ Stockholm International Peace Research Institute (SIPRI) เมื่อปี 2561 ยูเครนส่งออกอาวุธยุทโธปกรณ์เป็นอันดับที่ 12 ของโลก มีจีน รัสเซีย และไทยเป็นลูกค้ารายใหญ่ (10 อันดับแรก ได้แก่ สหรัฐฯ 36% รัสเซีย 21% ฝรั่งเศส 6.8% เยอรมนี 6.4% จีน 5.2% สหราชอาณาจักร 4.2% สเปน 3.2% อิสราเอล 3.1% อิตาลี 2.3% และเนเธอร์แลนด์ 2.1%)


                    กำลังพลรวม : 297,000 นาย งบประมาณด้านการทหารปี 2560 ประมาณ 3,270 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากปี 2559 ที่มีประมาณ 2,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ      


                    ทบ.  145,000 นาย ยุทโธปกรณ์สำคัญ ได้แก่ ถ.หลัก 854 คัน (รุ่น T-64, T-64BV/BM, T-72AV/B1, T-80BV, T-84 Oplot, T-80, T-72, T-64 และ T-55) ยานลาดตระเวน 548 คัน (รุ่น BRDM-2 และ BRM-1K) ยานรบทหารราบหุ้มเกราะ 1,137 คัน (รุ่น BMP-1, BMP-1AK, BMP-2, BMP-3, BTR-3DA, BTR-3E1 และ BTR-4E) ยานสายพานลำเลียงพลหุ้มเกราะ 338 คัน (รุ่น BTR-D, MT-LB, BTR-60, BTR-70 และ BTR-80) ปืนใหญ่ 1,770 กระบอก ระบบขีปนาวุธต่อต้าน ฮ.โจมตีแบบ Mi-24 Hind มี 35 เครื่อง ฮ.ขนส่งแบบ Mi-8 Hip มี 24 เครื่อง อาวุธปล่อยพื้นสู่อากาศ อาทิ 9K35 Strela-10 (SA-13 Gopher), 9K33 Osa-AKM (SA-8 Gecko) และขีปนาวุธ S-300V (SA-12 Gladiator) ระบบเรดาร์สอดแนม และอาวุธปล่อยพื้นสู่พื้น


                    ทร.  11,000 นาย (รวมกองบิน ทร.และนาวิกโยธิน) มีศูนย์บัญชาการอยู่ที่ Odessa ยุทโธปกรณ์สำคัญ ได้แก่ เรือฟริเกต 1 ลำ เรือตรวจการณ์ชายฝั่ง 7 ลำ อาทิ เรือคอร์เวต นอกจากนี้ ยังมีเรือปล่อยทุ่นระเบิด 6 ลำ เรือยกพลขึ้นบก 2 ลำ เรือระบายพล 1 ลำ และเรือส่งกำลังบำรุงและสนับสนุน 10 ลำ


                    ทอ.  45,000 นาย ยุทโธปกรณ์สำคัญ ได้แก่ บ.รบ 125 เครื่อง แยกเป็น บ.ขับไล่ 71 เครื่อง (แบบ MiG-29 Fulcrum 37 เครื่อง และแบบ Su-27 Flanker 34 เครื่อง) .ขับไล่/โจมตีภาคพื้นดินแบบ บ.Su-24M Fencer 14 เครื่อง บ.โจมตีแบบ Su-25 Frogfoot 31 เครื่อง บ.ลาดตระเวน/สอดแนม 12 เครื่อง (แบบ Su-24MR Fencer-E 9 เครื่อง และ An-30 Clank 3 เครื่อง) .ขนส่ง 30 เครื่อง และ บ.ฝึกแบบ L-39 Albatros 32 เครื่อง ฮ.แบบ Mi-9 14 เครื่อง ฮ.ขนส่งขนาดกลางแบบ Mi-8 Hip 30 เครื่อง และขนาดเบาแบบ Mi-2 Hoplite 2 เครื่อง โดยมีอาวุธปล่อยพื้นสู่อากาศ เช่น แบบ S-300P/PS/PT (SA-10 Grumble) และแบบ 9K37M Buk-M1 (SA-11 Gadfly) อาวุธปล่อยอากาศสู่พื้น เช่น แบบ Kh-25 (AS-10 Karen) และ Kh-59 (AS-14 Kedge) อาวุธต่อต้านเรดาร์ อาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศด้วยอินฟราเรด และนำวิถีด้วย semi-active radar homing


                    ยูเครนส่งทหารเข้าร่วมปฏิบัติภารกิจกับเนโตในอัฟกานิสถาน (11 นาย) และในเซอร์เบีย (40 นาย) การร่วมปฏิบัติภารกิจกับ OSCE ในโคโซโว (1 นาย) และการร่วมปฏิบัติภารกิจกับสหประชาชาติในซูดาน (UNISFA) 2 นาย ในคองโก (MONUSCO) 255 นาย ในซูดานใต้ (UNMISS) 2 นาย และเป็นผู้สังเกตการณ์ 3 นาย นอกจากนี้ ยังส่งผู้สังเกตการณ์ในมอลโดวา 10 นาย และเซอร์เบีย 3 นาย


                             กองกำลังต่างประเทศในยูเครน หลังจากรัสเซียผนวกไครเมียเข้าเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซียเมื่อ มี.ค. 2557 รัสเซียส่งทหารเข้าประจำการในไครเมีย 28,000 นาย พร้อมอาวุธยุทโธปกรณ์ โดยมีสำนักงานใหญ่กองทัพเรือที่เมืองเซวาสโตโปล ขณะที่มีทหารจากหลายประเทศร่วมในกองกำลังของ OSCE ในยูเครนประมาณ 800 นาย ได้แก่ แอลเบเนีย อาร์เมเนีย ออสเตรีย อาเซอร์ไบจาน เบลารุส เบลเยียม บอสเนีย-เฮอร์เซโกวินา บัลแกเรีย แคนาดา โครเอเชีย สาธารณรัฐเช็ก เดนมาร์ก เอสโตเนีย ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส จอร์เจีย เยอรมนี กรีซ ฮังการี ไอร์แลนด์ อิตาลี คาซัคสถาน คีร์กีซสถาน ลัตเวีย ลิทัวเนีย นอร์ทมาซิโดเนีย มอลโดวา มอนเตเนโกร เนเธอร์แลนด์ นอร์เวย์ โปแลนด์ โปรตุเกส โรมาเนีย รัสเซีย เซอร์เบีย สโลวะเกีย สโลวีเนีย สเปน สวีเดน สวิตเซอร์แลนด์ ทาจิกิสถาน ตุรกี สหราชอาณาจักร และสหรัฐฯ


สมาชิกองค์การระหว่างประเทศ  เข้าร่วมในองค์การระหว่างประเทศ Australia Group, BSEC, CBSS (ผู้สังเกตการณ์), CD, CE, CEI, CICA (ผู้สังเกตการณ์), CIS (ยังไม่ลงนามกฎบัตร CIS ปี 2536), EAEC (ผู้สังเกตการณ์), EAPC, EBRD, FAO, GCTU, GUAM, IAEA, IBRD, ICAO, ICC (national committees), ICRM, IDA, IFC, IFRCS, IHO, ILO, IMF, IMO, IMSO, Interpol, IOC, IOM, IPU, ISO, ITU, ITUC (NGOs), LAIA (ผู้สังเกตการณ์), MIGA, MONUSCO, NAM (ผู้สังเกตการณ์), NSG, OAS (ผู้สังเกตการณ์), OIF (ผู้สังเกตการณ์), OPCW, OSCE, PCA, PFP, SELEC (ผู้สังเกตการณ์), UN, UNCTAD, UNESCO, UNFICYP, UNIDO, UNISFA, UNMIL, UNMISS, UNOCI, UNWTO, UPU, WCO, WFTU (NGOs), WHO, WIPO, WMO, WTO และ ZC


การขนส่งและโทรคมนาคม  มีท่าอากาศยาน 187 แห่ง เส้นทางรถไฟระยะทาง 21,733 กม. ถนนระยะทาง 169,694 กม. และการเดินทางโดยเรือ (ส่วนใหญ่ในแม่น้ำดนีเปอร์) 1,672 กม. เมืองท่าที่สำคัญ ได้แก่ Feodosiya (Theodosia), Illichivsk, Mariupol, Mykolayiv, Odesa (หรือ Odessa) และ Yuzhnyy ด้านโทรคมนาคม มีโทรศัพท์พื้นฐานให้บริการ 7,186,579 เลขหมาย โทรศัพท์เคลื่อนที่ 55,714,733 เลขหมาย จำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ต 23,202,067 คน (เมื่อ ก.. 2559) รหัสอินเทอร์เน็ต .ua


การเดินทาง  การบินไทยไม่มีเที่ยวบินตรงไปยูเครน (กรุงเทพฯ-เคียฟ) แต่มีสายการบินของยูเครน เช่น Ukraine International Airlines และสายการบินอื่น ๆ อาทิ Turkish Airlines เวลาที่เคียฟช้ากว่าไทย 4 ชม.ในฤดูร้อน และ 5 ชม.ในฤดูหนาว ไทยและยูเครนมีความตกลงยกเว้นการตรวจลงตราผู้ถือหนังสือทางทูตและราชการ คนไทยเดินทางเข้ายูเครนโดยไม่ต้องขอวีซ่าและพำนักในยูเครนได้นาน 90 วัน และเมื่อ 4 เม.ย. 2561 ยูเครนเริ่มให้นักท่องเที่ยวต่างชาติจาก 46 ประเทศ ยื่นขอตรวจลงหนังสือเดินทางทางออนไลน์ (E-visa) ซึ่งรวมถึงไทย และตั้งแต่ 14 เม.ย. 2562 ชาวยูเครนที่มาท่องเที่ยวในไทยสามารถขอ Visa on Arrival และพำนักได้ไม่เกิน 30 วัน ขณะเดียวกัน เมื่อ ส.ค. 2562 กต.ยูเครนขยายเครือข่ายการให้บริการตรวจลงตราหนังสือเดินทาง โดยเปิดศูนย์ตรวจลงตรา (visa center) เพิ่มเติม 18 แห่งใน 16 ประเทศทั่วโลก ซึ่งรวมถึงกรุงเทพฯ


สถานการณ์สำคัญที่น่าติดตาม


                    1. ปัญหาความไม่สงบในภาคตะวันออกของยูเครน โดยนานาประเทศยังพยายามส่งเสริมการแก้ไขปัญหาโดยสันติวิธี เฉพาะอย่างยิ่งจากกลุ่ม Normandy format หรือ Normandy contact group หรือ Normandy Four (จัดตั้งเมื่อ 6 มิ.. 2557) ประกอบด้วย เยอรมนี รัสเซีย ฝรั่งเศส และยูเครน) รวมทั้งมีการจัดทำข้อตกลงหยุดยิงตั้งแต่ ก.. 2558


                    2. ผลกระทบจากการที่ยูเครนเป็นรัฐกันชน เป็นพื้นที่แข่งขันอิทธิพลระหว่างยุโรปกับรัสเซีย รวมทั้งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซจากรัสเซียเข้าสู่ยุโรป


                    3. ความขัดแย้งระหว่างยูเครนกับรัสเซียทั้งจากการผนวกไครเมียของรัสเซียและบริเวณ Azov Sea พื้นที่ขัดแย้งแห่งใหม่ใกล้ช่องแคบ Kerch และความพยายามขยายความร่วมมือกับประเทศตะวันตกของยูเครน โดยเฉพาะการที่ยูเครนมุ่งเข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (EU) และเนโต ซึ่งรัสเซียคัดค้าน ขณะที่การซ้อมรบและการเพิ่มกำลังทหารและอาวุธในประเทศสมาชิกเนโตที่มีพรมแดนติดกับยูเครน ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดเหตุปะทะหรือความขัดแย้งรุนแรงระหว่างฝ่ายตะวันตกกับรัสเซีย อาจกระทบต่อความมั่นคงของยูเครน


                    4. การปฏิรูปประเทศของยูเครน เฉพาะอย่างยิ่งด้านเศรษฐกิจ


ความสัมพันธ์ไทย-ยูเครน :        


                    การทูตและการเมือง ไทยสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับยูเครนเมื่อ 6 .. 2535 สอท.ไทยประจำมอสโก มีเขตอาณาครอบคลุมยูเครน (ฝ่ายยูเครนได้ให้ความเห็นชอบในการแต่งตั้ง ออท. ณ วอร์ซอ เป็น ออท.ไทยประจำยูเครนแล้ว โดยหน้าที่ในการดูแลของ สอท.ไทยประจำมอสโก จะสิ้นสุดลงเมื่อ ออท. ณ วอร์ซอ ยื่นพระราชสาส์นตราตั้ง) และมีสถานกงสุลกิตติมศักดิ์ ณ เคียฟ ส่วนยูเครนมี สอท.ประจำกรุงเทพฯ และสถานกงสุลกิตติมศักดิ์ที่เมืองพัทยา ไทยและยูเครนมีความตกลงว่าด้วยการจัดตั้งคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคีระหว่างไทยกับยูเครน (Joint Commission on Bilateral Cooperation-JC) ลงนามเมื่อ 3 .. 2545 เป็นกลไกการพัฒนาความสัมพันธ์


                    นายพาฟโล คลิมคิน (Pavlo Klimkin) รมว.กระทรวงการต่างประเทศยูเครน เยือนไทยระหว่าง 4-5 มิ.. 2560 ซึ่งเป็นการเยือนอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่มีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต โดยมีการลงนามในสนธิสัญญาว่าด้วยความช่วยเหลือซึ่งกันและกันในเรื่องทางอาญาระหว่างไทยกับยูเครน ซึ่งจะช่วยส่งเสริมความร่วมมือและการอำนวยความสะดวกระหว่างทั้งสองประเทศในคดีอาญา และความตกลงทางการค้าระหว่างไทยกับยูเครน ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการค้าและการลงทุนระหว่างทั้งสองประเทศ ผ่านการแลกเปลี่ยนการเยือนของคณะผู้แทนทางการค้าและนักธุรกิจ และการจัดตั้งคณะกรรมการร่วมทางการค้า (Joint Trade Committee)


                    สำหรับวิกฤติยูเครน ไทยสนับสนุนความพยายามในการแก้ไขปัญหาโดยสันติวิธี และสอดคล้องกับกฎบัตรสหประชาชาติและกฎหมายระหว่างประเทศ ตลอดจนเคารพหลักการแห่งอำนาจอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดน อย่างไรก็ตาม การที่ยูเครนยังมีปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ภาคตะวันออก จึงมีคำแนะนำการเดินทางไปยูเครน ดังนี้ 1) หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังสาธารณรัฐปกครองตนเองไครเมีย (Autonomous Republic of Crimea) ภูมิภาค Lugansk และภูมิภาค Donetsk 2) ปฏิบัติตามกฎหมายการเดินทางเข้าพื้นที่ที่ควบคุมไม่ได้เป็นการชั่วคราว (temporarily un-controlled areas) และเข้า-ออกโดยใช้จุดผ่านแดนที่ได้รับอนุญาตโดยรัฐบาลยูเครนเท่านั้น 3) รายงานตัวกับสถานกงสุลกิตติมศักดิ์ ณ เคียฟในการเดินทางเข้า-ออกยูเครน  4) หลีกเลี่ยงการเข้าร่วมกับฝูงชนหมู่มากหากเกิดเหตุการณ์ชุมนุมประท้วง 5) เลือกเดินทางไปยังสถานที่ที่ได้รับคำแนะนำจากคู่มือนำเที่ยวที่เป็นที่นิยมในการเดินทางในฐานะนักท่องเที่ยว 6) ติดตามการรายงานข่าวการเมืองและข่าวสารทั่วไปในยูเครนเป็นประจำ และ 7) ทำประกันการเดินทางท่องเที่ยวและสุขภาพที่ครอบคลุมก่อน


                    เศรษฐกิจ การค้าระหว่างไทยกับยูเครนปี 2562 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากปี 2561 โดยห้วง ม..-.. 2562 มีมูลค่า 354.07 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่การค้าทวิภาคีเมื่อปี 2561 มีมูลค่า 355.70 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ลดลงจากปี 2560 ที่มีมูลค่า 416.64 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เป็นการส่งออกของไทย 100.05 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และนำเข้า 255.65 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยขาดดุลการค้า 155.59 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สินค้าส่งออกที่สำคัญของไทย อาทิ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์เบ็ดเตล็ด อัญมณีและเครื่องประดับ ผลไม้กระป๋องและแปรรูป และเม็ดพลาสติก ส่วนสินค้าที่ไทยนำเข้าจากยูเครน อาทิ พืชและผลิตภัณฑ์จากพืช ยุทธปัจจัย สินแร่โลหะอื่น ๆ เศษโลหะและผลิตภัณฑ์ เคมีภัณฑ์ และแร่และผลิตภัณฑ์จากแร่ การลงทุนไม่มีข้อมูลว่าไทยเข้าไปลงทุนในยูเครน แต่มีนิติบุคคลซึ่งจดทะเบียนในไทย 150 รายที่มีการถือหุ้นของชาวยูเครน สถิตินักท่องเที่ยวยูเครนในไทยห้วง 1 ..-10 .. 2562 มีจำนวน 22,619 คน เพิ่มขึ้น 4.72% จากช่วงเดียวกันของปี 2561 ขณะที่นักท่องเที่ยวยูเครนในไทยเมื่อปี 2560 มีจำนวน 60,794 คน (เพิ่มขึ้น 12%) สร้างรายได้ 4,505.37 ล้านบาท สำหรับคนไทยในยูเครนมีจำนวน 213 คน ส่วนใหญ่เป็นแรงงานและผู้สมรสกับชาวยูเครน มีร้านอาหารไทย 1 ร้าน


                    ความตกลงที่สำคัญระหว่างไทยกับยูเครน ได้แก่ บันทึกความเข้าใจระหว่างสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและสภาหอการค้าและอุตสาหกรรมยูเครน (30 เม.. 2541) ความตกลงว่าด้วยการจัดตั้งคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคีระหว่างไทย-ยูเครน (3 .. 2545) ความตกลงว่าด้วยการปรึกษาหารือและความร่วมมือระหว่าง กต.ไทย-ยูเครน (10 มี.. 2547) ความตกลงว่าด้วยการบริการเดินอากาศ (10 มี.. 2547) อนุสัญญาเพื่อการยกเว้นการเก็บภาษีซ้อน (10 มี.. 2547) บันทึกความเข้าใจระหว่างสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินไทยและหน่วยงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินยูเครน เกี่ยวกับความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนข้อมูลธุรกรรมทางการเงินที่เกี่ยวของกับการฟอกเงิน (19 .. 2548) ข้อตกลงที่ไทยสั่งซื้อรถหุ้มเกราะล้อยางประเภทสะเทินน้ำสะเทินบก BTR-3E1 จำนวน 96 คันจากยูเครน (ปี 2550) มูลค่า 129.74 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยรับมอบ 2 คันแรกแล้วเมื่อ 17 .. 2553 และยูเครนกำหนดส่งมอบทั้งหมดภายในปี 2558 และข้อตกลงที่ไทยสั่งซื้อรถถังหลักแบบ T-84 Oplot จำนวน 49 คันจากยูเครน (1 .. 2554) มูลค่าประมาณ 240 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยยูเครนส่งรถถังชุดแรกให้ไทย 5 คันเมื่อ.. 2557 ชุดที่ 2 อีก 5 คัน เมื่อ มิ.. 2558 ชุดที่ 3 จำนวน 10 คัน เมื่อ พ.. 2559 ชุดที่ 4 จำนวน 5 คัน เมื่อ พ.. 2559 ชุดที่ 5 จำนวน 5 คัน เมื่อ มี.. 2560 และชุดที่ 6 จำนวน 5 คันเมื่อ มิ.. 2560 โดยเมื่อ มี.. 2561 ยูเครนส่งมอบรถถังที่เหลือทั้งหมดให้ไทย นอกจากนี้ สภากลาโหมและความมั่นคงแห่งชาติยูเครน (National Security and Defense Council of Ukraine-NSDCU) ระบุเมื่อ 15 มิ.. 2561 ว่า ยูเครนและไทยอยู่ระหว่างการพิจารณาแผนการขยายความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมความมั่นคง โดยเฉพาะการจัดตั้งโรงงานอุตสาหกรรมทหารร่วมกัน เพื่อสนับสนุนภารกิจบำรุงรักษา ซ่อมแซม และยกเครื่องใหม่ (Maintenance, Repair and Overhaul-MRO) รวมถึงความเป็นไปได้ในการผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์ทางทหารร่วมกันในไทย


 


----------------------------------------------------


 

 
 
 
 

ผู้นำยูเครน

 
บันทึกข้อมูลเมื่อ: Jan. 5, 2020, 1:23 p.m.
เผยแพร่ข้อมูลเมื่อ: None |
รูปผู้นำยูเครน
 


นายโวโลดีมีร์ เซนเลนสกี


(Volodymyr Oleksandrovych Zelensky)


ตำแหน่ง             ประธานาธิบดียูเครนคนที่ 6


เกิด                   25 .. 2521 (อายุ 42 ปี/ปี 2563)


สถานที่เกิด          เมือง Kryvyi Rih หรือ Krivoy Rog แคว้น Dnipropetrovsk ภาคกลางของยูเครน ซึ่งเป็น


                        ศูนย์กลางทรัพยากรแร่เหล็กของยูเครน


การศึกษา            ห้วงประถมศึกษา พำนักที่เมือง Erdenet มองโกเลีย เป็นเวลา 4 ปี เนื่องจากบิดาไปทำงานที่นั่น


                        ศึกษาด้านกฎหมายจาก Kryvyi Rih Institute of Economics


                        สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีทางกฎหมายจาก Kyiv National Economic University


                        มีความสามารถทางภาษา เชี่ยวชาญการใช้ภาษายูเครน รัสเซีย และอังกฤษ


สถานภาพ           สมรสกับนาง Olena Kiyashko เมื่อปี 2546 มีบุตรด้วยกัน 2 คน


ประวัติการทำงาน


ปี 2538              เข้าร่วมแข่งขันแสดงตลกในรายการโทรทัศน์ KVN (รายการแข่งขันแสดงตลก ออกอากาศ


                        ตั้งแต่ปี 2504 สมัยสหภาพโซเวียต) ในระดับท้องถิ่น


ปี 2540              ได้รับเชิญเข้าร่วมคณะ Zaporizhia-Kryvyi Rih-Transit ซึ่งแสดงในรายการหลักของ KVN


                        ได้รับรางวัลนักแสดงตลกของ KVN


ปี 2540              ก่อตั้งบริษัท Kvartal 95 หรือ Studio 95 รับสร้างภาพยนตร์ การ์ตูน และจัดแสดงตลก


                        ในรายการโทรทัศน์


ปี 2541-2546       บริษัท Kvartal 95 ได้งานแสดงหลักในรายการ KVN ซึ่งสร้างชื่อเสียงให้เป็นที่รู้จักทั้งใน


                        รัสเซียและประเทศอดีตสหภาพโซเวียต


ปี 2546               บริษัท Kvartal 95 เริ่มผลิตรายการให้กับสถานีโทรทัศน์ในยูเครน


ปี 2548               บริษัทเริ่มผลิตรายการให้สถานีโทรทัศน์ยูเครน ช่อง TV channel Inter


ปี 2551-2559       แสดงภาพยนตร์หลายเรื่อง อาทิ Love in the Big City ภาค 1-3, Office Romance. Our Time,


Rzhevsky Versus Napoleon, Love in the Big City ร่วมแสดงและสร้างภาพยนตร์ชุดเรื่อง 8 First Dates เมื่อปี 2561 ภาพยนตร์เรื่อง Love in the Big City 2 ที่นายเซเลนสกีนำแสดง ถูกห้ามฉายในยูเครน  


ปี 2553-2555       นายเซนเลนสกีได้เป็นหนึ่งในสมาชิกผู้บริหารและผู้ผลิตรายการของสถานีโทรทัศน์ยูเครน


                        ช่อง TV channel Inter


ส.ค. 2557           เคลื่อนไหวคัดค้านกรณีกระทรวงวัฒนธรรมยูเครน มีแนวคิดห้ามศิลปินรัสเซียจากยูเครน (ตั้งแต่ปี 2558 รัฐบาลยูเครนสั่งห้ามศิลปินรัสเซียทำงานในยูเครน และห้ามนำเข้าผลงานศิลปินรัสเซีย)


ปี 2558-2562      บริษัท Kvartal 95 สร้างละครตลกชุด Servant of the People หรือ ผู้รับใช้ของประชาชนออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ โดยนายเซนเลนสกีรับบทเป็นประธานาธิบดียูเครน นอกจากนี้ สื่อมวลชนรายงานว่า บริษัท Kvartal 95 บริจาคเงิน 1,000,000 กริฟนา (สกุลเงินของยูเครน) ให้กับกองทัพยูเครน จากเหตุการณ์การสู้รบในภูมิภาคดอนบาส


31 มี.ค. 2561       พรรคการเมือง Servant of the People (ตั้งตามชื่อละครตลกที่นายเซเลนสกีแสดง) ได้รับการจดทะเบียนอย่างเป็นทางการ (ก่อตั้งเมื่อ 2 ธ.ค. 2560 โดยนาย Ivan Bakanov นักธุรกิจและนักการเมืองยูเครน ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง ผอ.หน่วยรักษาความปลอดภัยยูเครน (Security Service of Ukraine-SBU) ปัจจุบันมีนาย Dmytro Razumkov เป็นหัวหน้าพรรค และเมื่อ 29 ส.ค. 2562 ได้รับแต่งตั้งเป็นประธานรัฐสภายูเครน (Verkhovna Rada)


31 ธ.ค. 2561       นายเซนเลนสกีลงสมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดียูเครน ในนามพรรค Servant of the People 


31 มี.ค. 2562       ผลการเลือกตั้งประธานาธิบดียูเครน รอบแรก นายเซเลนสกีได้รับเลือกในลำดับที่ 1


21 เม.ย. 2562      ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดียูเครน รอบ 2 ด้วยคะแนนเสียง 73.22% เหนือคู่แข่งอย่างอดีตประธานาธิบดีโปโรเชนโก ที่ได้คะแนนเสียง 24.45%


20 พ.ค. 2562       สาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดียูเครนคนที่ 6


--------------------------------------

#8c7b75 - right
 

คณะรัฐมนตรี


คณะรัฐมนตรียูเครน


ประธานาธิบดี                                                              Volodymyr Zelensky


นรม.                                                                         Volodymyr Hroysman


รอง นรม.                                                                   Mykhailo Fedorov


รอง นรม.(บูรณาการกับสหภาพยุโรป)                                   Dmytro Kuleba


รมว.กระทรวงการต่างประเทศ                                           Vadym Prystaiko


รมว.กระทรวงพลังงานและการปกป้องสิ่งแวดล้อม                      Oleksiy Orzhel


รมว.กระทรวงศึกษาธิการ                                                 Hanna Novosad


รมว.กระทรวงวัฒนธรรม เยาวชน และกีฬา                              Volodymyr Borodiansky


รมว.กระทรวงการคลัง                                                     Oksana Markarova


รมว.กระทรวงสาธารณสุข                                                 Zoriana Skaletska


รมว.กระทรวงมหาดไทย                                                  Arsen Avakov


รมว.กระทรวงยุติธรรม                                                    Denys Maliuska


รมว.กระทรวงนโยบายด้านสังคม                                         Yuliya Sokolovska


รมว.กระทรวงกลาโหม                                                    Andriy Zahorodniuk


รมว.กระทรวงการพัฒนาเศรษฐกิจ การค้า และการเกษตร            Tymofiy Mylovanov


รมว.กระทรวงการพัฒนาภูมิภาค การก่อสร้าง การเคหะ               Aliona Babak


และสาธารณูปโภค


รมว.กระทรวงสาธารณูปโภคพื้นฐาน                                     Vladyslav Krykliy


รมว.การครอบครองที่ดินและผู้พลัดถิ่นระยะสั้น                        Oksana Koliada


รมว.กระทรวงการเปลี่ยนแปลงดิจิทัล                                    Mykhailo Fedorov


รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี                                                  Dmytro Dubilet


---------------------------------------------------


(ต.ค. 2562)