นิวซีแลนด์

New Zealand

บันทึกข้อมูลเมื่อ: Jan. 7, 2020, 1:57 p.m.
แก้ไขล่าสุดเมื่อ: Feb. 16, 2020, 5:43 p.m.
ธงนิวซีแลนด์
 

เมืองหลวง    เวลลิงตัน


ที่ตั้ง    ภาคพื้นแปซิฟิกตอนใต้ กึ่งกลางระหว่างเส้นศูนย์สูตรกับขั้วโลกใต้ ห่างจากออสเตรเลียไปทางตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 1,600 กม. และอยู่ห่างจากประเทศไทยประมาณ 9,857 กม.


ภูมิประเทศ    นิวซีแลนด์เป็นประเทศที่เป็นเกาะ อยู่ทางตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิกประกอบด้วย 2 เกาะใหญ่ คือ เกาะเหนือและเกาะใต้ (คั่นกลางด้วยช่องแคบคุก) และเกาะเล็กอื่น ๆ อีกจำนวนมาก ส่วนใหญ่ อยู่ในแนวเขตภูเขาไฟ ทำให้เกิดแผ่นดินไหวอยู่เสมอ นิวซีแลนด์มีพื้นที่รวม 268,021 ตร.กม. (ขนาดใกล้เคียงกับอิตาลี ญี่ปุ่น และสหราชอาณาจักร)


ภูมิอากาศ     กึ่งเขตร้อนในตอนเหนือและอบอุ่นทางตอนใต้ สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ไม่หนาวจัดและไม่ร้อนจัด แต่มีฝนตกชุก อุณหภูมิเฉลี่ยบนเกาะเหนือประมาณ 9-19 องศาเซลเซียส และเกาะใต้ประมาณ 6-17 องศาเซลเซียส นิวซีแลนด์ มี 4 ฤดู ได้แก่ ฤดูร้อน (ธ.ค.-ก.พ.) ฤดูใบไม้ร่วง (มี.ค.-พ.ค.) ฤดูหนาว (มิ.ย.-ส.ค.) และฤดูใบไม้ผลิ (ก.ย.-พ.ย.)


ประชากร      ประมาณ 4,882,500 คน (ธ.ค. 2561)


รายละเอียดประชากร      เชื้อชาติยุโรป 64.1% ชนพื้นเมืองเมารี 16.5%
ชาวเอเชีย 11.1% ชาวเกาะในแปซิฟิก 7.4% อื่น ๆ 13.7% ประชากรส่วนใหญ่ (65%) อาศัยอยู่บนเกาะเหนือ ซึ่งมีความอุดมสมบูรณ์ และเป็นเขตอุตสาหกรรม ความหนาแน่นของประชากร 11 คนต่อพื้นที่ 1 ตร.กม. เมืองใหญ่ที่สำคัญ ได้แก่ โอ๊คแลนด์ มีประชากรประมาณ 1,571,718 คน (ปี 2561) และเวลลิงตันมีประชากรประมาณ 506,814 คน (ปี 2561)


ศาสนา         คริสต์ 37.3% (นิกายโรมันคาทอลิก 10.1% Anglican 6.8% Presbyterian และ Congregational 5.2% อื่น ๆ 10.7%) ฮินดู 2.7% พุทธ 1.1% เมารี-คริสต์ 1.3% อิสลาม 1.3% ไม่มีศาสนา 48.6% อื่น ๆ 1.6% ไม่ระบุ 6.7%


ภาษา          ภาษาอังกฤษ และภาษาเมารี เป็นภาษาราชการ


การศึกษา     ภาคบังคับสำหรับเด็กอายุระหว่าง 6-16 ปี 80% ของผู้จบการศึกษาภาคบังคับจะเรียนต่อระดับวิทยาลัยและมหาวิทยาลัย ซึ่งมีประมาณ 10 แห่ง ตั้งกระจายอยู่ในเมืองใหญ่ต่าง ๆ นิวซีแลนด์มีชื่อเสียงด้านคุณภาพการศึกษา จึงเป็นแหล่งให้บริการทางการศึกษาที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของโลก


การก่อตั้งประเทศ  ชาวพื้นเมืองเมารีเป็นผู้อยู่อาศัยดั้งเดิม นักเดินเรือชาวดัตช์ชื่อ Abel Tasman ล่องเรือเลียบมาทางออสเตรเลียและพบเกาะนิวซีแลนด์เมื่อปี 2185 และตั้งชื่อว่า Nieuw Zeeland หรือ New Zealand ต่อมา กัปตันเจมส์ คุก นักสำรวจชาวอังกฤษเดินทางมาถึงเมื่อปี 2312 และสำรวจชายฝั่งเกือบทั้งหมด เมื่อปี 2383 หัวหน้าเผ่าต่าง ๆ ของชาวเมารีลงนามสนธิสัญญาไวทังกิ (Treaty of Waitangi) ยอมรับการปกครองของสหราชอาณาจักร แลกกับการมีกรรมสิทธิ์ในที่ดิน ป่าไม้ และทรัพยากรของชาวเมารี หลังจากนั้นชาวยุโรปหลั่งไหลไปตั้งรกรากในนิวซีแลนด์มากขึ้น และเป็นเอกราชจากสหราชอาณาจักรเมื่อ 26 ก.ย. 2450


วันชาติ         6 ก.พ. (วันลงนามสนธิสัญญาไวทังกิ)


การเมือง      ปกครองในระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา อยู่ในเครือจักรภพของสหราชอาณาจักร มีสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบทที่ 2 เป็นประมุข และมีผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ฯ ที่ทรงแต่งตั้งตามคำแนะนำของรัฐบาลนิวซีแลนด์ (คนปัจจุบันคือ Dame Patricia Lee Reddy ตั้งแต่ 28 ก.ย. 2559) อยู่ในตำแหน่งวาระ 5 ปี มีรัฐธรรมนูญที่ไม่เป็นลายลักษณ์อักษร คือ ไม่มีกฎหมายฉบับใดที่บัญญัติถึงระบบการเมืองการปกครอง แต่จะมีกฎหมายอื่น ๆ หลายฉบับมาประกอบกัน เช่น Constitution ACT 1986 ซึ่งเป็นพระราชบัญญัติที่รวบรวมหลักกฎหมายรัฐธรรมนูญที่กระจัดกระจายมาบัญญัติไว้ด้วยกัน


                 ฝ่ายบริหาร : ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ฯ แต่งตั้ง นรม. ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้นำพรรคเสียงข้างมาก และแต่งตั้ง ครม.โดยคำแนะนำของ นรม. มีจำนวนไม่เกิน 24 คน ทำหน้าที่รายงานและให้คำปรึกษาแก่ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ฯ ด้านนโยบายสำคัญ บุคคลใน ครม.จะต้องมาจาก ส.ส. การบริหารงานของ ครม. กระทำผ่านคณะกรรมการ ส่วนกระบวนการกำหนดนโยบายสำคัญภายในนั้น ครม.กระทำโดยการหารืออย่างไม่เป็นทางการและมีชั้นความลับ เพื่อให้การตัดสินใจเป็นไปอย่างมีฉันทามติเนื่องจาก ครม.ต้องรับผิดชอบร่วมกันและต้องมีท่าทีอันเป็นเอกภาพ


               นรม. คนปัจจุบันของนิวซีแลนด์ คือ นางจาซินดา อาร์เดิร์น หัวหน้าพรรคเลเบอร์ หลังจากพรรค New Zealand First ตัดสินใจเข้าร่วมกับพรรคเลเบอร์เพื่อจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ แม้ว่าผลการเลือกตั้งทั่วไปครั้งล่าสุดของนิวซีแลนด์เมื่อ 23 ก.ย. 2560 พรรคเนชั่นแนลของรัฐบาลภายใต้การนำของอดีต นรม.บิล อิงลิช ชนะการเลือกตั้งโดยได้ที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎร 56 ที่นั่ง แต่ไม่เพียงพอในการจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างมาก ทำให้พรรคเนชั่นแนลและพรรคเลเบอร์ต่างแข่งขันกันจัดตั้งรัฐบาลโดยพยายามดึง พรรค New Zealand First เข้าร่วม ทั้งนี้ รัฐบาลผสมของนิวซีแลนด์ประกอบด้วยพรรคเลเบอร์  New Zealand First และ Green


                 ฝ่ายนิติบัญญัติ : รัฐสภาเป็นระบบสภาเดี่ยวมี ส.ส.จำนวน 120 คน จัดการเลือกตั้งทุก 3 ปี (เลือกตั้งทั่วไปครั้งล่าสุดเมื่อ 23 ก.ย. 2560) ประชาชนที่มีอายุครบ 18 ปี มีสิทธิในการออกเสียงเลือกตั้ง มีการจัดสรรที่นั่งให้ผู้แทนชาวเมารีในรัฐสภาจำนวน 7 ที่นั่ง ทั้งนี้ การเลือกตั้งทั่วไปครั้งต่อไปจะมีขึ้นใน พ.ย. 2563


                 ฝ่ายตุลาการ : ศาลที่สำคัญ 3 ศาล คือ ศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ และศาลฎีกา นอกจากนั้น มีศาลอื่น ๆ อีกเช่น ศาลคดีเด็กและเยาวชน (พิจารณาคดีเกี่ยวกับเด็กอายุต่ำกว่า 17 ปี) ศาลที่ดินของชาวเมารี ทุกศาลมีอำนาจตัดสินคดีทั้งคดีแพ่ง และคดีอาญา รวมถึงมีคณะอนุญาโตตุลาการด้วย


เศรษฐกิจ      มีระบบเศรษฐกิจแบบตลาด มีขนาดเศรษฐกิจเล็ก พึ่งพาการผลิตในภาคการเกษตร และป่าไม้เป็นหลัก ผลผลิตดังกล่าวมักประสบปัญหาราคาตกต่ำในตลาดโลก ทำให้นิวซีแลนด์ต้องปฏิรูปผลผลิตให้มีคุณภาพสูงเพื่อให้แข่งขันได้ มีการส่งเสริมการลงทุนและภาคบริการให้ทันสมัย ปรับนโยบายการเงินและการคลัง เพื่อตอบรับกระแสเศรษฐกิจโลกที่มีการแข่งขันสูงและต้องเผชิญวิกฤติการเงินโลก อย่างไรก็ดี รายงานแนวโน้มด้านเศรษฐกิจโลกใน ต.ค. 2562  (World Economic Outlook) ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund-IMF) แสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจของนิวซีแลนด์ยังคงแข็งแกร่ง โดย IMF คาดการณ์ว่านิวซีแลนด์จะมีทิศทางการเติบโตทางเศรษฐกิจที่เป็นไปอย่างต่อเนื่องโดยอยู่ที่ 2.5% ในปี 2562 และ 2.7% ในปี 2563 นอกจากนี้ รายงานความยากง่ายในการประกอบธุรกิจประจำปี 2563 (Doing Business 2020) ของธนาคารโลกยังจัดอันดับให้นิวซีแลนด์อยู่ในอันดับ 1 (86.8 คะแนน) ของประเทศที่มีเศรษฐกิจเอื้อต่อการประกอบธุรกิจซึ่งเป็นอันดับเดียวกันกับเมื่อปี 2562


                 นิวซีแลนด์พยายามขยายตลาดการค้าให้กว้างขวางขึ้น โดยจัดทำความตกลงเขตการค้าเสรีกับคู่ค้าสำคัญ อาทิ ออสเตรเลีย จีน ฮ่องกง ไทย สิงคโปร์ บรูไน มาเลเซีย กลุ่มอาเซียน ทำให้นิวซีแลนด์เพิ่มปริมาณการค้าและการส่งออกได้มากขึ้น ทั้งนี้ นิวซีแลนด์เป็นประเทศแรก ๆ ที่ให้การสนับสนุนความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (Trans-Pacific Partnership : TPP) และเป็นประเทศที่สองที่ให้สัตยาบันในความตกลง TPP เมื่อ พ.ค. 2560


                 สกุลเงิน ตัวย่อสกุลเงิน :  ดอลลาร์นิวซีแลนด์ (NZ$)
               อัตราแลกเปลี่ยนต่อดอลลาร์สหรัฐ :  1 ดอลลาร์สหรัฐ : 1.52 ดอลลาร์นิวซีแลนด์
               อัตราแลกเปลี่ยนต่อบาท :  1 ดอลลาร์นิวซีแลนด์ : 19.39 บาท  (ต.ค. 2562)


ดัชนีเศรษฐกิจสำคัญ (ปี 2562)
ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) : 189,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ : 2.5%
รายได้ประชาชาติต่อหัวต่อปี : 39,000 ดอลลาร์สหรัฐ
ทุนสำรองระหว่างประเทศ : 20,680 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
หนี้ต่างประเทศ : 91,620 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
อัตราเงินเฟ้อ : 1.9%
แรงงาน : 2,655 ล้านคน
อัตราการว่างงาน : 3.9% 
มูลค่าการส่งออก : 59,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
สินค้าส่งออกสำคัญ : ผลิตภัณฑ์นม เนื้อสัตว์ เครื่องในสัตว์ ไม้และผลิตภัณฑ์จากไม้ ผลไม้ น้ำมันดิบ ไวน์
มูลค่าการนำเข้า : 64,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
สินค้านำเข้าสำคัญ : ปิโตรเลียมและผลิตภัณฑ์ เครื่องจักรกล รถยนต์และชิ้นส่วน เครื่องจักรกลไฟฟ้า สิ่งทอ 
คู่ค้าสำคัญ : จีน ออสเตรเลีย สหภาพยุโรป สหรัฐฯ ญี่ปุ่น เยอรมนี ไทย


การทหาร        นิวซีแลนด์จัดสรรงบประมาณทางทหารจำนวน 5,060 ล้านดอลลาร์นิวซีแลนด์ สำหรับปีงบประมาณ 2562-2563 กองทัพนิวซีแลนด์ประกอบด้วย ทบ. ทร. และ ทอ. มีกำลังพลประจำการ 9,000 นาย กำลังสำรอง 2,300 นาย มีกำลังป้องกันประเทศขนาดเล็ก เนื่องจากเป็นประเทศเล็กมีที่ตั้งทางภูมิศาสตร์อยู่ห่างไกลในซีกโลกใต้ ซึ่งศัตรูที่มีขีดความสามารถทางทหารเท่านั้นจึงจะเข้าถึงได้ อย่างไรก็ตาม นิวซีแลนด์สามารถให้การสนับสนุนภารกิจในกองกำลังรักษาสันติภาพของสหประชาชาติ อาทิ การส่งทหารไปปฏิบัติการทั่วโลก อาทิ อิสราเอล เลบานอน เกาหลีใต้ รวมทั้งประจำการกำลังทหารจำนวน 95 นาย ไปยังค่าย Taji ทางตอนเหนือของอิรักเพื่อปฏิบัติภารกิจด้านการฝึกอบรมแก่กองทัพอิรักในการต่อสู้กับกลุ่ม Islamic State (IS) ปัจจุบัน นิวซีแลนด์มีทหารประจำการในตะวันออกกลางประมาณ 121 นาย ส่วนใหญ่ปฏิบัติการอยู่กับแนวร่วมพันธมิตรต่อต้านกลุ่ม IS ในอิรัก นอกจากนี้ นิวซีแลนด์ยังมีความร่วมมือด้านความมั่นคงกับสหรัฐฯ ออสเตรเลีย สหราชอาณาจักร มาเลเซีย และสิงคโปร์ โดยดำเนินการผ่านข้อตกลง ANZUS, ARF และ Five Power Defence Arrangements


สมาชิกองค์การระหว่างประเทศ   UN, Commonwealth of Nations, ANZUS, OECD, FPDA, APEC, ARF, EAS, Pacific Islands Forum


วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  ส่งเสริมการค้นคว้าและวิจัยทางวิทยาศาสตร์ เพื่อนำผลมาพัฒนาและปรับใช้เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจโดยเฉพาะการเพิ่มผลผลิตและขีดความสามารถในการแข่งขันกับต่างประเทศ โดยมีความร่วมมือกันระหว่างภาครัฐ มหาวิทยาลัย และภาคธุรกิจเอกชนในสาขาที่มีความก้าวหน้า อาทิ เทคโนโลยีด้านการเกษตร วิศวกรรมเหมืองแร่ สิ่งแวดล้อม การพัฒนาทรัพยากรให้มีความยั่งยืน


การขนส่งและโทรคมนาคม  นิวซีแลนด์มีการขนส่งทางอากาศติดต่อกับนานาประเทศทั่วโลก มีสนามบินพื้นเรียบ 39 แห่ง (มี unpaved runway 84 แห่ง) มีสายการบินแห่งชาติและนานาชาติอีกกว่า 15 สายเชื่อมนิวซีแลนด์กับประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก รวมทั้งมีเครื่องบินภายในประเทศให้บริการกว่า 30 เมืองทั่วประเทศ ส่วนทางถนนมีเส้นทางรวมกันเกือบ 94,000 กม. เป็นถนนสภาพดีการบริการต่าง ๆ ที่ไปสู่ชนบทห่างไกลใช้การขนส่งทางถนนเป็นหลัก สำหรับเส้นทางรถไฟมีความยาวรวมประมาณ 4,128 กม. เชื่อมโยงเกือบทุกเมือง การเดินทางระหว่างเกาะเหนือกับเกาะใต้สะดวกทั้งทางรถยนต์และรถไฟ ส่วนทางทะเลใช้เป็นเส้นทางขนส่งสินค้า มีท่าเรือขนาดใหญ่เกือบ 20 แห่ง ใช้ติดต่อกันภายในประเทศและเป็นเส้นทางขนส่งสินค้าออกไปต่างประเทศ


                 บริการด้านโทรศัพท์ อินเทอร์เน็ต และการโทรคมนาคมอื่น ๆ ดำเนินการโดย Telecom New Zealand มีบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ Digital และ Analogue สามารถติดต่อกับต่างประเทศได้โดยตรง ยกเว้นบริเวณที่อยู่ห่างไกลมาก นอกจากนี้ มีสถานีรับส่งสัญญาณดาวเทียมและการใช้ Microwave เชื่อมโยง ทำให้การบริการทั้งในประเทศและระหว่างประเทศมีประสิทธิภาพมากขึ้น เครือข่ายวิทยุและโทรทัศน์ดำเนินการโดย Broadcasting Commission มีสถานีโทรทัศน์นิวซีแลนด์และ TV-3 เป็นเครือข่ายให้บริการรายการทางโทรทัศน์ 3 สถานีทั่วประเทศ สถานีวิทยุของรัฐมีกว่า 20 แห่ง สถานีวิทยุเอกชนมีประมาณ 24 แห่ง รหัสโทรศัพท์ระหว่างประเทศ +64 รหัสอินเทอร์เน็ต .nz เว็บไซต์การท่องเที่ยว http://www.newzealand.com


การเดินทาง   สายการบินไทยมีเที่ยวบินตรงกรุงเทพฯ-โอ๊คแลนด์ (ระยะเวลาในการบิน 11.25 ชม.) เวลาในนิวซีแลนด์เร็วกว่าไทย 5 ชม. คนไทยที่ต้องการเดินทางไปนิวซีแลนด์จะต้องขอรับการตรวจลงตราหนังสือเดินทาง


สถานการณ์สำคัญที่น่าติดตาม


                 การบริหารประเทศของพรรคเลเบอร์หลังจากได้เป็นรัฐบาลอีกครั้งในรอบ 9 ปี เป็นประเด็นที่น่าติดตาม โดยรัฐบาลชุดใหม่มุ่งเน้นดำเนินนโยบายด้านการศึกษา ที่อยู่อาศัย สุขภาพ และสิ่งแวดล้อม เพื่อสนองความต้องการของประชาชนและปัญหาท้าทายที่นิวซีแลนด์เผชิญในห้วงปัจจุบัน ส่วนของสถานการณ์ความมั่นคง ทางการนิวซีแลนด์ตื่นตัวต่อภัยคุกคามจากแนวคิดขวาจัดสุดโต่งมากขึ้น หลังจากเกิดเหตุกราดยิงในมัสยิด 2 แห่ง ใจกลางนครไคร้สท์เชิร์ชของนิวซีแลนด์ เมื่อ 15 มี.ค. 2562 และส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 51 คน


ความสัมพันธ์ไทย-นิวซีแลนด์


                    สถาปนาความสัมพันธ์เมื่อ 26 มี.ค. 2499 และมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันตลอดมา มีการเยือนระดับสูงระหว่างกันอย่างต่อเนื่อง และต่างให้การสนับสนุนบทบาทของกันและกันในเวทีการเมืองระหว่างประเทศ ทั้งระดับทวิภาคี และพหุภาคี ในด้านความมั่นคง มีความร่วมมือกันในด้านต่อต้านการก่อการร้าย และอาชญากรรมข้ามชาติ ส่วนด้านเศรษฐกิจ การค้าระหว่างกันขยายตัวมากขึ้น โดยเป็นผลจากข้อตกลงการค้าเสรีทวิภาคี (มีผลเมื่อปี 2549) ชาวนิวซีแลนด์เดินทางมาท่องเที่ยวไทย เมื่อปี 2561 จำนวน 116,726 คน (สำนักงานสถิติแห่งชาติ)


                 ข้อตกลงสำคัญระหว่างไทยกับนิวซีแลนด์ ได้แก่ ความตกลงว่าด้วยการเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้น (19 เม.ย. 2548) ข้อตกลงโครงการตรวจลงตราท่องเที่ยวและทำงาน (19 เม.ย. 2548) ข้อตกลงด้านแรงงาน (19 เม.ย. 2548) ข้อตกลงด้านสิ่งแวดล้อม (19 เม.ย. 2548) ข้อตกลงว่าด้วยการจัดตั้งคณะกรรมการร่วมไทย-นิวซีแลนด์ (14 พ.ย. 2548) ข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านการศึกษา (1 มิ.ย. 2550)


----------------------------------------

 
 
 
 

ผู้นำนิวซีแลนด์

 
บันทึกข้อมูลเมื่อ: Jan. 7, 2020, 1:57 p.m.
เผยแพร่ข้อมูลเมื่อ: None |
รูปผู้นำนิวซีแลนด์
 

นางจาซินดา เคท ลอเรลล์ อาร์เดิร์น


Jacinda Kate Laurell Ardern


ตำแหน่ง              นรม.นิวซีแลนด์ คนที่ 40


เกิด                  26 ก.ค. 2523 (อายุ 40 ปี/ปี 2563) ที่เมืองแฮมิลตัน ทางตอนเหนือของนิวซีแลนด์


การศึกษา          ปริญญาตรีด้าน Communication Studies in Politics and Public Relations จากมหาวิทยาลัย Waikato


สถานภาพทางครอบครัว      สมรสกับนาย Clarke Gayford อาชีพพิธีกรรายการโทรทัศน์ มีบุตรสาว 1 คน คือ    Neve Te Aroha Ardern Gayford


ประวัติการทำงาน


ปี 2544               หลังจากจบการศึกษาระดับปริญญาตรี เริ่มทำงานเป็นนักวิจัยที่สำนักงานของอดีต นรม.เฮเลน คลาร์ก ต่อมา ย้ายไปทำงานในสหราชอาณาจักร โดยเป็นที่ปรึกษาด้านนโยบายให้แก่อดีต นรม.โทนี่ แบลร์ ของสหราชอาณาจักร


ปี 2551            ได้รับเลือกเป็นประธาน International Union of Socialist Youth


ประวัติทางการเมือง


ปี 2551               ได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคเลเบอร์


มี.ค.2560           ได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.เขต Mount Albert ในนครโอ๊คแลนด์ และขึ้นเป็นรองหัวหน้า พรรคเลเบอร์ (ฝ่ายค้าน)


1 ส.ค.2560           ได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรคเลเบอร์ หลังจากนายแอนดริว ลิตเทิล (หัวหน้าพรรคห้วงปี 2552-2554) ลาออกจากตำแหน่ง


23 ก.ย.2560          นำพรรคเลเบอร์เข้าสู่การเลือกตั้งทั่วไปเมื่อ 23 ก.ย. 2560 โดยแม้ว่าจะไม่ชนะการเลือกตั้งแต่พรรคเลเบอร์ได้ที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรรวม 46 ที่นั่ง เพิ่มขึ้นถึง 13 ที่นั่ง จากการเลือกตั้งเมื่อปี 2557 ซึ่งได้เพียง 32 ที่นั่ง สะท้อนว่าพรรคเลเบอร์ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างมากหลังจากนางอาร์เดิร์นเป็นผู้นำพรรคคนใหม่


-------------------------------------

#8c7b75 - right
 

คณะรัฐมนตรี

คณะรัฐมนตรีนิวซีแลนด์


นรม.                                                                   Jacinda Ardern


รมว.กระทรวงข่าวกรองและความมั่นคงแห่งชาติ                Jacinda Ardern


รมว.กระทรวงศิลปะ วัฒนธรรม และมรดกของชาติ             Jacinda Ardern


รมว.กระทรวงการแก้ไขปัญหาความยากจนในเด็ก              Jacinda Ardern


รอง นรม.                                                             Winston Peters


รมว.กระทรวงการต่างประเทศ                                 Winston Peters


รมว.กระทรวงการปลดอาวุธและการควบคุมอาวุธ              Winston Peters


รมว.กระทรวงรัฐวิสาหกิจ                                          Winston Peters


รมว.กระทรวงการเกษตร                                         Bridget McKenzie


รมว.กระทรวงการแข่งม้า                                         Winston Peters


รมว.กระทรวงความสัมพันธ์กับชนพื้นเมืองเมารี              Kelvin Davis


รมว.กระทรวงราชทัณฑ์                                         Kelvin Davis


รมว.กระทรวงการท่องเที่ยว                                    Kelvin Davis


รมว.กระทรวงการคลัง                                          Grant Robertson


รมว.กระทรวงการกีฬาและสันทนาการ                       Grant Robertson


รมว.กระทรวงการพัฒนาเศรษฐกิจ                           Phil Twyford


รมว.กระทรวงการขนส่ง                                       Phil Twyford


รมว.กระทรวงการพัฒนาเมือง                                Phil Twyford


รมว.กระทรวงพลังงานและทรัพยากร                       Megan Woods


รมว.กระทรวงการฟื้นฟู Greater Christchurch จากเหตุแผ่นดินไหว Megan Woods


รมว.กระทรวงการเคหะ                                     Megan Woods


รมว.กระทรวงการวิจัย วิทยาศาสตร์ และนวัตกรรม    Megan Woods


รมว.กระทรวงศึกษาธิการ                                  Chris Hipkins


รมว.กระทรวงบริการแห่งรัฐ                               Chris Hipkins


รมว.กระทรวงยุติธรรม                                      Andrew Little


รมว.กระทรวงการศาล                                     Andrew Little


รมว.กระทรวงเจรจาสนธิสัญญาไวทังกิ                  Andrew Little


รมว.รับผิดชอบ NZSIS และ GCSB                     Andrew Little


รมว.กระทรวงการพัฒนาสังคม                         Carmel Sepuloni


รมว.กระทรวงกิจการผู้พิการ                            Carmel Sepuloni


รมว.กระทรวงสาธารณสุข                               David Clark


อัยการสูงสุด                                              David Parker


รมว.กระทรวงสิ่งแวดล้อม                              David Parker


รมว.กระทรวงการค้าและการส่งออก                  David Parker


รมว.กระทรวงการพัฒนาชนพื้นเมืองเมารี            Nanaia Mahuta


รมว.กระทรวงรัฐบาลท้องถิ่น                           Nanaia Mahuta


รมว.กระทรวงตำรวจ                                   Stuart Nash


รมว.กระทรวงการประมง                             Stuart Nash


รมว.กระทรวงภาษีอากร                              Stuart Nash


รมว.กระทรวงธุรกิจขนาดเล็ก                        Stuart Nash


รมว.กระทรวงความปลอดภัยและความสัมพันธ์ในที่ทำงาน  Iain Lees-Galloway


รมว.กระทรวงตรวจคนเข้าเมือง                     Iain Lees-Galloway


รมว.กระทรวงการชดเชยอุบัติเหตุ                  Iain Lees-Galloway


รมว.กระทรวงการก่อสร้างและอาคาร             Jenny Salesa


รมว.กระทรวงกิจการชนกลุ่มน้อย                 Jenny Salesa


รมว.กระทรวงศุลกากร                              Jenny Salesa


รมว.กระทรวงเกษตร                                Damien O’Connor


รมว.กระทรวงความมั่นคงทางชีวภาพ             Damien O’Connor


รมว.กระทรวงความปลอดภัยด้านอาหาร         Damien O’Connor


รมว.กระทรวงชุมชนชนบท                         Damien O’Connor


รมว.กระทรวงการแพร่ภาพโทรทัศน์ การสื่อสาร และสื่อดิจิทัล  Kris Faafoi


รมว.กระทรวงการบริการดิจิทัลภาครัฐ            Kris Faafoi


รมว.กระทรวงพาณิชย์และกิจการผู้บริโภค       Kris Faafoi


รมว.กระทรวงกลาโหม                             Ron Mark


รมว.กระทรวงกิจการทหารผ่านศึก               Ron Mark


รมว.กระทรวงกิจการเด็ก                          Tracey Martin


รมว.กระทรวงกิจการภายใน                      Tracey Martin


รมว.กระทรวงผู้สูงอายุ                             Tracey Martin


รมว.กระทรวงป่าไม้                                Shane Jones


รมว.กระทรวงโครงสร้างพื้นฐาน                  Shane Jones


รมว.กระทรวงการพัฒนาเศรษฐกิจภูมิภาค      Shane Jones


--------------------------------------