สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี

Democratic People’s Republic of Korea

บันทึกข้อมูลเมื่อ: Jan. 7, 2020, 1:59 p.m.
แก้ไขล่าสุดเมื่อ: Feb. 15, 2020, 9:08 p.m.
ธงเกาหลีเหนือ
 


เมืองหลวง    เปียงยาง


ที่ตั้ง    ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ บนภาคเหนือของคาบสมุทรเกาหลี ระหว่างเส้นละติจูดที่ 38-43 องศาเหนือ เส้นลองจิจูดที่ 125-130 องศาตะวันออก พื้นที่ 120,538 ตร.กม. คิดเป็น 55% ของพื้นที่คาบสมุทรเกาหลี มีขนาดใหญ่เป็นลำดับที่ 98 ของโลก มีพรมแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้านยาว 1,973 กม. และแนวชายฝั่งทะเลยาว 2,495 กม. เวลาเกาหลีเหนือเร็วกว่าไทย 1.30 ชม. (เดิม 2 ชม. แต่ปรับเขตเวลาใหม่ให้ช้าลง 30 นาที เมื่อ 15 ส.ค. 2558)


อาณาเขต     


                 ทิศเหนือ          ติดกับจีนและภาคตะวันออกไกลของรัสเซีย


                 ทิศตะวันออก     ติดกับทะเลญี่ปุ่น (ทะเลตะวันออก)


                 ทิศใต้              ติดกับเกาหลีใต้โดยมีเส้นขนานที่ 38 และเขตปลอดทหาร (Demilitarized Zone) ความกว้าง 4 กม. (ฝ่ายละ 2 กม.) เป็นเส้นแบ่งเขตแดน


                 ทิศตะวันตก       ติดกับจีนและทะเลเหลือง (ทะเลตะวันตก)


ภูมิประเทศ    ส่วนใหญ่เป็นเทือกเขาที่สลับซับซ้อน มีที่ราบและพื้นที่เหมาะแก่การเพาะปลูก 17% ของพื้นที่ทั้งหมด (ที่มา: องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ) ตอนกลางของประเทศมีเทือกเขาใหญ่ ยอดที่สูงที่สุดคือยอดเขาแพ็กตู สูง 2,744 . จากระดับน้ำทะเล ทางตะวันออกและตะวันออกเฉียงเหนือมีเทือกเขาตาแบ็กทอดเป็นแนวยาว ซึ่งการที่เกาหลีเหนือมีแนวเทือกเขาที่เป็นเสมือนกระดูกสันหลังและลาดเอียงไปทางตะวันตกทำให้บริเวณชายทะเลตะวันตกเป็นที่ราบแคบ ๆ มีแม่น้ำสายสั้น ๆ และไหลเชี่ยว แม่น้ำที่มีความยาวที่สุด คือ แม่น้ำอัมนก (790 กม.) เป็นที่ตั้งเขื่อนผลิตไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่สุด ซึ่งเป็นโครงการร่วมทุนกับจีน แม่น้ำเทดองเป็นแม่น้ำที่มีสาขาคลุมบริเวณกว้างที่สุดจากตอนกลางของประเทศออกสู่ทะเลเหลือง


ภูมิอากาศ     มีภูมิอากาศแบบภาคพื้นทวีป มี 4 ฤดู คือ ฤดูหนาว 4-6 เดือน (..-มี..) อากาศหนาวจัดและแห้งแล้ง หิมะตก อุณหภูมิเฉลี่ย -15 องศาเซลเซียส ถึง -30 องศาเซลเซียส ฤดูใบไม้ผลิ 2 เดือน (เม..-..)
ฤดูร้อน
3 เดือน (มิ..-..) และฤดูใบไม้ร่วง
1-2 เดือน (..-..) ฝั่งตะวันตกเป็นทางผ่านของลมหนาวจากทะเลทรายในจีน จึงมีความหนาวแห้งแล้ง มีฝนตกเฉพาะใน ก.. เกาหลีเหนือมีอากาศหนาวกว่าเกาหลีใต้
ฤดูฝนมีปริมาณน้ำฝน
40 นิ้วต่อปี ในแต่ละปี จะมีพายุไต้ฝุ่น 1-2 ลูก พัดเข้าในช่วง ก..-..


ประชากร      25,666,161 คน (ปี 2562) มากเป็นลำดับที่ 54 ของโลก ส่วนใหญ่เป็นชาวเกาหลี มีชุมชนชาวจีนและคนเกาหลีเชื้อสายญี่ปุ่นเล็กน้อย อัตราส่วนประชากรจำแนกตามอายุ : วัยเด็ก (0-14 ปี) 20.78% วัยรุ่นถึงวัยกลางคน (15-64 ปี) 69.64% วัยชรา (65 ปีขึ้นไป) 9.56% อายุขัยเฉลี่ยของประชากรโดยรวมประมาณ 70.7 ปี เพศชายประมาณ 66.9 ปี เพศหญิงประมาณ 74.8 ปี อัตราการเกิด 14.6 คน ต่อประชากร 1,000 คน อัตราการตาย 9.3 คน ต่อประชากร 1,000 คน อัตราการเพิ่มของประชากร 0.53% 


ศาสนา         ไม่นับถือศาสนา/นับถือปรัชญาลัทธิจูเช่ 64.31% ขนบธรรมเนียมประเพณีดั้งเดิม 16% ลัทธิ
ชอนโดเกียว
13.5%
พุทธ 4.5% และคริสต์ 1.69% (เปียงยางเป็นศูนย์กลางกิจกรรมทางศาสนาคริสต์ ปัจจุบันมีโบสถ์ที่ได้รับอนุญาตให้เปิดทำศาสนกิจ 4 แห่ง เพื่อแสดงให้ประชาคมโลกเห็นว่าเกาหลีเหนือมีเสรีภาพในการนับถือศาสนา)


ภาษา          ภาษาเกาหลี (เกาหลีเหนือเรียกว่าโชซอนมัลหรือโชซอนอ แต่เกาหลีใต้เรียกว่าฮัลกึล)


การศึกษา     อัตราการรู้หนังสือ 100% (ชายและหญิงเท่ากันที่ 100%) เกาหลีเหนือปรับระบบการศึกษาภาคบังคับจาก 11 ปี เป็น 12 ปี ตามหลักสากล หลังจากการประชุมสมัยวิสามัญของสภาประชาชนสูงสุดมีมติเมื่อ 25 .. 2555


การก่อตั้งประเทศ  ภายหลังคาบสมุทรเกาหลีไดรับอิสรภาพจากการยึดครองของญี่ปุน เกิดการแย่งชิงอิทธิพลทางการเมืองของกลุ่มฝ่ายซ้ายและเสรีนิยมในช่วงการจัดรูปแบบการปกครองประเทศเกาหลีใหม่ ขณะที่สหรัฐฯ ก็เข้าครอบครองดินแดนตอนใต้ ส่วนอดีตสหภาพโซเวียตเข้าครอบครองดินแดนตอนเหนือ ทำให้คาบสมุทรเกาหลีถูกแบ่งแยกออกเป็น 2 ส่วน ต่อมาสหประชาชาติจัดการเลือกตั้งทั่วไปขึ้นเมื่อ พ.. 2491 โดยผู้แทนเกาหลีฝ่ายอนุรักษ์นิยมขวาจัดไม่ยอมรับรัฐธรรมนูญแบบประชาธิปไตยที่ร่างไว้และชิงประกาศจัดตั้งสาธารณรัฐเกาหลี หรือ เกาหลีใต้ ก่อนเมื่อ 15 .. 2491 ส่วนผู้แทนฝ่ายเหนือจัดการเลือกตั้งทั่วไปในเวลา     อมา และประกาศจัดตั้งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี หรือ เกาหลีเหนือ เมื่อ 9 .. 2491 พร้อมกับเลือกนายคิมอิลซุงเป็นประธานาธิบดีคนแรก


วันชาติ         9 ..


การเมือง      เคยปกครองในระบอบคอมมิวนิสต์ตามแนวทางของอดีตสหภาพโซเวียต และบนพื้นฐานของลัทธิจูเช่ (Juche-เน้นการพึ่งพาตนเอง) ซึ่งประธานาธิบดีคิม อิล-ซุงบัญญัติขึ้นเมื่อ 26 .. 2498 หลักการสำคัญคือ เอกราชทางการเมืองอย่างแท้จริง การพึ่งพาตนเองทางเศรษฐกิจ และการป้องกันประเทศด้วยตนเอง  เมื่อ ก.. 2541 มีการยกเลิกตำแหน่งประธานาธิบดีโดยประกาศยกย่องประธานาธิบดีคิม อิล-ซุงเป็นประธานาธิบดีตลอดกาล (Eternal President) และให้ตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการป้องกันประเทศ (Chairman of the National Defense Commission-NDC) เป็นผู้นำสูงสุดตามรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเมื่อ เม.. 2552 และยกเลิกการใช้คำว่าคอมมิวนิสต์ในรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขใหม่ เพื่อปรับแนวทางการปกครองเป็นสังคมนิยมแบบเกาหลี


                 ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือคนปัจจุบัน คือ นายคิม จ็อง-อึน ซึ่งรับตำแหน่งผู้นำประเทศต่อจากนายคิม จ็อง-อิลผู้เป็นบิดา (อดีตผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือระหว่างปี 2540-2554) โดยหลังการถึงแก่อสัญกรรมของนายคิม จ็อง-อิล เมื่อ 17 .. 2554 ที่ประชุมพรรคคนงานเกาหลีสมัยพิเศษเมื่อ 11 เม.. 2555 แต่งตั้ง
นายคิม จ็อง-อึนบุตรชายคนที่ 3 ของนายคิม จ็อง-อิล ดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคคนงานหรือ First Secretary of the Workers’ Party of Korea พร้อมมอบตำแหน่งเลขาธิการพรรคตลอดกาล (Eternal General Secretary) เพื่อเป็นเกียรติแก่นายคิม จ็อง-อิล ต่อมาที่ประชุมสภาประชาชนสูงสุด (Supreme People’s Assembly-SPA) ครั้งที่ 12 สมัยที่ 5 เมื่อ 13 เม.. 2555 ลงมติรับรองการแต่งตั้งนายคิม จ็อง-อึน เป็นเลขาธิการพรรคคนงาน และประธานคณะกรรมาธิการป้องกันประเทศ (First Chairman of the National Defense Commission-NDC) หรือผู้นำสูงสุดของประเทศ ขณะที่ NDC เป็นองค์กรที่มีอำนาจสูงสุดของประเทศในการกำหนดนโยบาย และการควบคุมดูแลกิจการด้านการเมือง เศรษฐกิจ และการทหาร นายคิม จ็อง-อึน ยังได้รับแต่งตั้งอย่างเป็นทางการเมื่อ 30 .. 2554 ให้ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุด (Supreme Commander of the Korean People’s Army) หรือจอมทัพ


                 ในการประชุมสภาประชาชนสูงสุดเมื่อ 29 มิ.. 2559 เกาหลีเหนือดำเนินการปรับโครงสร้างอำนาจทางการเมืองอีกครั้ง โดยแต่งตั้งให้นายคิม จ็อง-อึน ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการกิจการแห่งรัฐ (Chairman of the State Affairs Commission) ซึ่งคณะกรรมาธิการกิจการแห่งรัฐถือเป็นหน่วยงานที่ตั้งขึ้นแทนคณะกรรมาธิการป้องกันประเทศเดิม


                 การที่เกาหลีเหนือกำหนดชื่อตำแหน่งของนายคิม จ็อง-อึน เป็นเลขาธิการพรรคคนงาน และประธานคณะกรรมาธิการกิจการแห่งรัฐ เพื่อให้แตกต่างจากชื่อตำแหน่งของอดีตประธานาธิบดีคิม อิล-ซุง และนายคิม จ็อง-อิล เป็นการแสดงความเคารพ และเป็นไปตามหลักการโฆษณาชวนเชื่อซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของเกาหลีเหนือ


 


                 รัฐธรรมนูญฉบับใหม่เมื่อ 13 เม.. 2555 มีสาระสำคัญที่แตกต่างจากเดิม โดยนายคิม จ็อง-อึน กล่าวว่า เกาหลีเหนือเป็นรัฐที่มีอาวุธนิวเคลียร์ และเป็นมหาอำนาจด้านการทหาร อันจะนำไปสู่การสร้างชาติ ที่แข็งแกร่ง และเจริญรุ่งเรือง ต่อมาเมื่อ ก.ค. 2562 เกาหลีเหนือแก้ไขรัฐธรรมนูญให้นายคิม จ็อง-อึน เป็นผู้แทนสูงสุดของชาวเกาหลี หมายถึงเป็น Head of State และ Commander-in-Chief  รับผิดชอบงานด้านการดำเนินความสัมพันธ์ทางการทูตกับต่างประเทศ รวมถึงการแต่งตั้งและเรียกกลับเอกอัครราชทูต ก่อนหน้านี้ประธานสภาบริหารสูงสุดของสภาประชาชนสูงสุดเกาหลีเหนือ (President of the Presidium of the Supreme People’s Assembly) ถือเป็น Head of State (เพียงในนาม)


                 ฝ่ายบริหาร : นายคิม จ็อง-อึน ดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุดของประเทศ เป็นประธานคณะกรรมาธิการกิจการแห่งรัฐ ประธานคณะกรรมการกลางประชาชน/องค์กรด้านบริหารที่กำหนดนโยบายของรัฐ และเลขาธิการพรรคคนงานเกาหลี


                 ฝ่ายนิติบัญญัติ : สภาบริหารสูงสุด (Presidium) ของสภาประชาชนสูงสุด (Supreme People’s Assembly-SPA) เป็นองค์กรนิติบัญญัติสูงสุด มีนายชเว รยง-แฮ เป็นประธานสภา Presidium ของ SPA รับผิดชอบงานด้านการดำเนินความสัมพันธ์ทางการทูตกับต่างประเทศ สมาชิก SPA มีจำนวน 687 คน มาจากการเลือกตั้งที่เสนอชื่อโดยพรรคคนงานเกาหลี และมีวาระการดำรงตำแหน่ง 5 ปี การเลือกตั้ง SPA ครั้งล่าสุดเมื่อ 10 มี.ค. 2562 การประชุม SPA ส่วนใหญ่จัดครั้งเดียวในช่วงต้น เม.. ของทุกปี หากมีกรณีเร่งด่วนจะจัดการประชุมวิสามัญในช่วง ก..


                 ฝ่ายตุลาการ : หน่วยงานที่มีอำนาจสูงสุด คือ ศาลกลาง (Central Court) แต่เดิมเรียกศาลสูงสุ (Supreme Court) รองลงไปเป็นศาลระดับกลาง มีศาลจังหวัด ศาลเมืองระดับล่าง คือ ศาลอำเภอ และศาลตำบล หน่วยงานอัยการกลางมีหน้าที่รับผิดชอบการดำเนินงานของอัยการทั่วประเทศ และทำหน้าที่เป็นอัยการแห่งรัฐ ตรวจสอบการดำเนินงานของฝ่ายบริหาร ฝ่ายตุลาการ และการปฏิบัติของประชาชน ไม่ให้ขัดต่อกฎหมาย และอุดมการณ์ของชาติ


                 พรรคการเมือง : มีพรรคเดียว คือ พรรคคนงานเกาหลี มีบทบาทและอิทธิพลสูงสุดในการควบคุมหน่วยงานของรัฐบาลในการบริหารประเทศ สมาชิกพรรคมีมากกว่า 3 ล้านคน พรรคมีคณะกรรมการบริหาร  3 คณะ ได้แก่ 1) คณะกรรมการกลาง 2) คณะกรรมการทหารกลาง และ 3) คณะกรรมการตรวจสอบ 


เศรษฐกิจ      หลังจากนายคิม จ็อง-อึน ประสบความสำเร็จในการกระชับอำนาจทางการเมืองและการทหารในช่วง 3 ปีแรกที่ดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุดอย่างเป็นทางการ นายคิม จ็อง-อึน มีความมั่นใจจะเริ่มผลักดันแผนปฏิรูปเศรษฐกิจ และเปิดประเทศตามแนวคิดของตนเองด้วยการผลักดันนโยบายพย็องจิน” (การพัฒนาเศรษฐกิจควบคู่กับการพัฒนานิวเคลียร์) ให้มีการผ่อนคลายการควบคุมเศรษฐกิจ การปรับระบบปันส่วนอาหาร และให้ชาวเกาหลีเหนือสามารถเก็บผลผลิตไว้เพื่อการบริโภคและจำหน่ายได้มากขึ้นก่อนจัดส่งให้ส่วนกลาง นอกจากนี้ นายคิม จ็อง-อึน ให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวเพื่อเสริมสร้างรายได้เข้าประเทศโดยเน้นนักท่องเที่ยวจากจีน และประเทศตะวันตก


                 สกุลเงิน : อัตราแลกเปลี่ยนเงินสกุลวอนเกาหลีเหนือต่อดอลลาร์สหรัฐไม่แน่นอน โดยอัตราแลกเปลี่ยนอย่างเป็นทางการ 1 ดอลลาร์สหรัฐ : 900 วอนเกาหลีเหนือ (ต.ค. 2562) แต่อัตราแลกเปลี่ยนเงินวอนเกาหลีเหนืออย่างไม่เป็นทางการอยู่ที่ 1 ดอลลาร์สหรัฐ : 8,000 วอนเกาหลีเหนือ ส่วนอัตราแลกเปลี่ยนเงินสกุลวอนเกาหลีเหนือต่อเงินหยวนของจีนอย่างเป็นทางการอยู่ที่ 1 หยวน : 128.727 วอนเกาหลีเหนือ (พ.ย. 2562) ขณะที่ข้าวกิโลกรัมละประมาณ  5,500 วอน (ก.ค. 2562)


ดัชนีเศรษฐกิจสำคัญ (ปี 2561)      


ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) : 24,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ


อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ : ปี 2561 อยู่ที่ติดลบ 4.1%


รายได้เฉลี่ยต่อหัวต่อปี : 970 ดอลลาร์สหรัฐ


แรงงาน : 14 ล้านคน (ปี 2557 ข้อมูล CIA Factbook)


มูลค่าการค้าต่างประเทศ : ปี 2558 มูลค่า 6,550 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นการค้ากับจีนถึง 92.5% นอกจากนี้ เกาหลีเหนือยังทำการค้ากับเกาหลีใต้ ซึ่งหลายหน่วยงานไม่นำมานับรวมเป็นการค้าต่างประเทศของเกาหลีเหนือ โดยเมื่อปี 2560 ทำการค้ากับเกาหลีใต้มูลค่า 189.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ก่อนหน้านี้ การค้าระหว่างเกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้ส่วนใหญ่เป็นการค้าที่นิคมอุตสาหกรรมเคซอง ซึ่งเป็นโครงการความร่วมมือระหว่างเกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้ อย่างไรก็ดี เมื่อความสัมพันธ์ระหว่างสองเกาหลีเสื่อมทรามลง จากการที่เกาหลีเหนือทดลองนิวเคลียร์และขีปนาวุธ เกาหลีใต้ตอบโต้ด้วยการยุติการดำเนินการที่นิคมอุตสาหกรรมเคซองเมื่อ 10 .. 2559 มูลค่าการค้าระหว่างสองเกาหลีปี 2561 อยู่ที่ 31.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ


ดุลการค้าต่างประเทศ : ขาดดุล 2,360 ล้านดอลลาร์สหรัฐ


มูลค่าการส่งออก : 240 ล้านดอลลาร์สหรัฐ


สินค้าส่งออก : แร่ธาตุ ถ่านหิน โลหะ สินค้าอุตสาหกรรม รวมถึงอาวุธ สิ่งทอ ผลิตภัณฑ์จากสัตว์


มูลค่าการนำเข้า : 2,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ


สินค้านำเข้า : น้ำมันเชื้อเพลิง แร่ธาตุ สิ่งทอ เคมีภัณฑ์


คู่ค้าสำคัญ : จีน รัสเซีย อินเดีย ไทย (ปี 2558)


* ข้อมูลส่วนใหญ่มาจากธนาคารกลางเกาหลีใต้ (Bank of Korea)


การทหาร        กองทัพเกาหลีเหนือก่อตั้งเมื่อ 8 .. 2491 มีจุดมุ่งหมายเพื่อป้องกันตนเองและรวมชาติเกาหลี แต่ถูกใช้เป็นฐานค้ำจุนอำนาจการปกครองของผู้นำประเทศ


                 กำลังพล 1.28 ล้านนาย แบ่งเป็น ทบ.ประมาณ 1.1 ล้านนาย ทร.ประมาณ 60,000 นาย และ ทอ.ประมาณ 110,000 นาย ระยะเวลาเกณฑ์ทหาร ทอ. 3-4 ปี ทบ. 5-10 ปี ทร. 5-10 ปี เกาหลีเหนือค้นคว้าวิจัยเพื่อพัฒนากองทัพอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ ขีปนาวุธ อาวุธเคมีและชีวภาพ และกองทัพผลิตอาวุธเพื่อการส่งออกเป็นรายได้เข้าประเทศอีกทางหนึ่ง


                 เกาหลีเหนือมีอาวุธนอกแบบ อาทิ อาวุธเคมี อาวุธชีวภาพ และ กกล.รบพิเศษประมาณ 189,000 นาย (มากที่สุดในโลก) มีขีดความสามารถแทรกซึมเพื่อสร้างความเสียหายหลังแนวรบของเกาหลีใต้


                 เกาหลีเหนือมีศักยภาพในการทำสงครามไซเบอร์ที่สามารถสร้างความเสียหายให้เกาหลีใต้และกกล.สหรัฐฯ ในเกาหลีใต้มาแล้ว โดยหน่วยงานที่รับผิดชอบการทำสงครามไซเบอร์ อาทิ 1) State Security Agency ทำหน้าที่เฝ้าติดตามเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์ หน่วยนี้จะขึ้นตรงกับ Korea Computer Center มีบุคลากรประมาณ 1,000 นาย 2) Unit 121 จัดตั้งเมื่อปี 2541 มีกำลังพลเริ่มแรกประมาณ 1,000 นายมีงบประมาณ 56 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อยู่ภายใต้การกำกับของ General Reconnaissance Bureau ซึ่งทำหน้าที่กำหนดยุทธศาสตร์การปฏิบัติการและเทคนิค ขึ้นตรงต่อเสนาธิการทหารเกาหลีเหนือ มีเป้าหมายต่อหน่วยงานของรัฐบาลและเอกชนเกาหลีใต้ รวมถึงสหรัฐฯ  เกาหลีเหนือมีบุคลากรในหน่วยงานด้านการทำสงครามทางคอมพิวเตอร์ (cyber warfare) ประมาณ 7,000 นาย และยังคงให้การฝึกอบรมผู้มีความสามารถพิเศษหรืออัจฉริยะให้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการเจาะระบบคอมพิวเตอร์


 


                 อาวุธนิวเคลียร์ เกาหลีเหนือทดลองระเบิดนิวเคลียร์ใต้ดิน 6 ครั้ง เมื่อ 9 .. 2549  25 .. 2552  12 .. 2556  6 .. 2559  9 .. 2559 และ 3 .. 2560 ตามลำดับ โดยการทดลองนิวเคลียร์ครั้งที่ 6 ที่เขตพุงกเย เมืองกิลจู จ.ฮัมเกียงเหนือ วัดแรงสั่นสะเทือนได้ 6.3 ริกเตอร์ (US Geological Survey) เกาหลีเหนืออ้างว่าเป็นการทดลองระเบิดไฮโดรเจน      


                 การพัฒนาขีปนาวุธ เกาหลีเหนือมีขีปนาวุธ (Ballistic Missiles) รวมกว่า 1,000 ลูก โดยเป็นขีปนาวุธแบบ Scud (ประมาณ 600 ลูก) มีพิสัยการยิงครอบคลุมเกาหลีใต้ ขณะที่ขีปนาวุธแบบโนดอง (Rodong-ออกเสียงเป็น Nodong) มีพิสัยการยิงถึงญี่ปุ่น ขีปนาวุธพิสัยปานกลาง (Intermediate Range Ballistic Missile-IRBM) แบบ BM 25/ Musudan มีพิสัยทำการ 3,000 กม. ครอบคลุมภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากนี้ เกาหลีเหนือกำลังพัฒนาขีปนาวุธพิสัยไกลแบบ KN-01/KN-14 ซึ่งมีพิสัยทำการ 6,000-10,000 กม. สามารถโจมตีถึงดินแดนของสหรัฐฯ ที่เกาะกวม หรืออาจถึงแผ่นดินใหญ่ของสหรัฐฯ


                 ในปี 2562 เกาหลีเหนือยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาอาวุธประเภทขีปนาวุธ จรวดหลายลำกล้อง รวมถึงการพัฒนาอาวุธความแม่นยำสูง การพัฒนาขีปนาวุธแบบยิงจากเรือดำน้ำ (Submarine-Launched Ballistic Missile-SLBM) ขีปนาวุธพิสัยไกล และขีปนาวุธข้ามทวีป (Intercontinental Ballistic Missile-ICBM)


                 เกาหลีเหนือมีเรือดำน้ำกว่า 70 ลำ ส่วนใหญ่เป็นเรือดำน้ำดีเซลไฟฟ้า (Diesel-Electric Submarines) ชั้น Romeo ในสมัยสหภาพโซเวียตซึ่งค่อนข้างล้าสมัย อย่างไรก็ดี กรณีที่เกาหลีใต้และสหรัฐฯ เชื่อว่าเรือดำน้ำขนาดเล็ก (ขนาด 90-370 ตัน) ของเกาหลีเหนือใช้ตอร์ปิโดจมเรือรบชอนันของเกาหลีใต้เมื่อ 26 มี.. 2553 สะท้อนว่า เรือดำน้ำขนาดเล็กซึ่งเดิมเน้นใช้ในภารกิจแทรกซึมมีขีดความสามารถและความเงียบ (ยากต่อการตรวจจับ) จนอาจเป็นภัยคุกคามต่อเรือผิวน้ำได้โดยเฉพาะการปฏิบัติการในเขตน่านน้ำตื้น


                 การส่งออกอาวุธของเกาหลีเหนือ ถูกห้ามส่งออกตามข้อมติที่ 1718  1874  2087 และ 2270 ของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) อย่างไรก็ดี เกาหลีเหนือยังคงพยายามลักลอบส่งออก-นำเข้าอาวุธอย่างต่อเนื่อง โดยใช้เครือข่ายการขนส่งที่ซับซ้อน ใช้การขนส่งหลายทอด และอาศัยช่องว่างของข้อมติโดยให้ประเทศที่สามเป็นตัวกลาง ตลอดจนการใช้บริษัทบังหน้าเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับของนานาชาติ ทำให้ยากต่อการตรวจพบ นอกจากนี้ รูปแบบการค้ายังเปลี่ยนไปจากเดิมที่ชำระเงินเมื่อรับสินค้า เป็นการให้ลูกค้าชำระเงินสดที่เกาหลีเหนือ จากนั้น ลูกค้าจะเป็นผู้รับผิดชอบการจัดส่งสินค้า อาวุธที่เกาหลีเหนือส่งออก ส่วนใหญ่เป็นเรือรบ ขีปนาวุธ อาวุธตามแบบ (เครื่องกระสุนปืนเล็ก ปืนใหญ่) เทคโนโลยีการผลิตอาวุธและชิ้นส่วนอาวุธ


ปัญหาด้านความมั่นคง


                 การเมืองภายในของเกาหลีเหนือยังมีเสถียรภาพมั่นคง แม้เกิดข้อขัดแย้งภายในจนทำให้มีการประหารชีวิตนายชัง ซ็อง-แท็ก อาเขยของนายคิม จ็อง-อึน ผู้นำสูงสุด และถือเป็นผู้มีอำนาจลำดับ 2 ของเกาหลีเหนือเมื่อ ธ..2556 โดยอาจเป็นเพราะนายชัง ซ็อง-แท็กพยายามท้าทายอำนาจ หลังจากนั้น นายคิม จ็อง-อึน ดำเนินการกระชับอำนาจอย่างเด็ดขาดด้วยการกวาดล้างฐานอำนาจเก่าของนายชัง ซ็อง-แท็กและแต่งตั้งโยกย้าย จนท.ระดับสูงที่ไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งสำคัญ


สมาชิกองค์การระหว่างประเทศ   เกาหลีเหนือเป็นสมาชิกองค์การระหว่างประเทศและกลุ่มความร่วมมือหลายแห่ง อาทิ ARF การประชุมองค์การอาหารโลก  G-77,  NAM,  UN,  ICAO,  IFAD,  IMO,  IOC


วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  นายคิม จ็อง-อึน ให้ความสำคัญกับการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาใช้เพื่อการพัฒนาภาคเกษตรและอุตสาหกรรมเบา นอกเหนือจากการใช้เพื่อวัตถุประสงค์ของกองทัพ ทั้งโครงการพัฒนาขีปนาวุธและนิวเคลียร์ โครงการพัฒนา การสำรวจอวกาศ และการทำสงครามไซเบอร์ โดยตั้งแต่ปี 2555 เกาหลีเหนือนำความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาใช้เพื่อการเพิ่มผลผลิตการเกษตรและการพัฒนาสินค้าอุปโภคบริโภค เพื่อยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชน เช่น การปรับปรุงเครื่องจักรกลการผลิตปุ๋ย การเพิ่มผลผลิตต่อไร่ การกำจัดศัตรูพืช และการลดต้นทุนต่อหน่วย


การขนส่งและโทรคมนาคม  เกาหลีเหนือมีท่าอากาศยาน 82 แห่ง ลานจอด ฮ. 23 แห่ง ท่าอากาศยานนานาชาติที่สำคัญ คือ ท่าอากาศยานนานาชาติซูนาน (Sunan International Airport) สายการบินประจำชาติ คือ สายการบินแอร์โคเรียว มีสำนักงานที่กรุงปักกิ่ง เสิ่นหยาง มาเก๊า กรุงเทพฯ โตรอนโต เบอร์ลิน มอสโก มีสำนักงานขายที่ฮ่องกง กัวลาลัมเปอร์ สิงคโปร์ โตเกียว ไทเป คาบารอฟ และวลาดิวอสต๊อก เส้นทางการบินที่ยังทำการบินอยู่ ได้แก่ ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ เสิ่นหยาง ต้าเหลียน ฮาร์บิน มอสโก วลาดิวอสต๊อก คาบารอฟ กัวลาลัมเปอร์ คูเวต ส่วนการบินไปยุโรป EU ผ่อนปรนข้อมติที่ห้ามสายการบินแอร์โคเรียวบินผ่าน EU โดยยกเว้นให้ทำการบินเฉพาะ บ.ของสายการบินแอร์โคเรียว 2 ลำใหม่ที่ซื้อจากรัสเซียเมื่อปี 2553 นอกจากนี้ เมื่อ ก.. 2558 เกาหลีเหนืออนุญาตให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางด้วยสายการบินภายในประเทศได้หลังจากสั่งระงับเป็นเวลาหลายปี


                 ถนนในเกาหลีเหนือมีระยะทางประมาณ 25,554 กม. เป็นทางหลวงระยะทาง 724 กม. และถนนในชนบท 24,830 กม. ส่วนใหญ่เป็นทางลูกรัง เกาหลีเหนือให้ความสำคัญกับระบบขนส่งทางรถไฟมากกว่าทางรถยนต์ โดยมีเส้นทางรถไฟระยะทาง 7,435 กม. ส่วนใหญ่เป็นการเดินรถด้วยระบบไฟฟ้า ที่เหลือเป็นระบบดีเซลและไอน้ำ มีระบบรถไฟฟ้าใต้ดินและรถรางในเปียงยางและเมืองใหญ่ และทางรถไฟเชื่อมต่อกับจีนและรัสเซีย โดยเมื่อ ก.. 2558 จีนเริ่มเปิดการเดินรถไฟความเร็วสูงกว่า 250 กม. ต่อ ชม. จากเมืองเสิ่นหยางไปยังเมืองต้านต่งติดกับชายแดนเกาหลีเหนือระยะทาง 207 กม. และเส้นทางฉางชุน-หันชุน เชื่อมไปยังเมืองราจินซอนบองของเกาหลีเหนือ นอกจากนี้ เกาหลีเหนือและรัสเซียร่วมกันพัฒนาเส้นทางรถไฟเชื่อมระหว่างเมืองราจินในเกาหลีเหนือกับเมืองคาซานในรัสเซีย ซึ่งบริษัท KORAIL รัฐวิสาหกิจของเกาหลีใต้สนใจเข้าร่วมทุนเพื่อพัฒนาเส้นทางดังกล่าว โดยระยะยาวเกาหลีใต้ต้องการพัฒนาเส้นทางรถไฟเชื่อมต่อระหว่างเกาหลีใต้-เกาหลีเหนือ-รัสเซีย เนื่องจากหวังให้เป็นเส้นทางใหม่ในการขนส่งสินค้าจากเอเชียไปยุโรป


                 การคมนาคมทางน้ำ 2,250 กม. ท่าเรือที่สำคัญที่สุด คือ ท่าเรือชองจิน เฮจู ฮุงนาม (ฮัมฮุง) คิมเช็ก โควอง ราจิน นามโป ชินึยจู ซองนิม ซอนบอง อึงซัง และวอนซาน มีเรือสินค้า 158 ลำ


                 การสื่อสาร เกาหลีเหนือมีโทรศัพท์ 2 ล้านคู่สาย มีเครือข่ายโทรศัพท์ติดต่อได้ทั่วประเทศ และส่วนใหญ่เป็นโทรศัพท์มือถือ ปัจจุบันบริษัท Orascom Telecom Holding ของอียิปต์เข้าไปลงทุนร่วมกับบริษัท Koryolink ของเกาหลีเหนือเพื่อติดตั้งเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ (3G) ตั้งแต่ 15 .. 2551 ในเขตเปียงยาง ซึ่งจนถึง ม.. 2559 มีผู้ใช้บริการประมาณ 3.8 ล้านราย มีบริการ 3G ครอบคลุม 15 เมืองหลักทั่วประเทศ ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2552 จำนวน 100,000 ราย กลางปี 2554 จำนวน 500,000 ราย ก.. 2555 จำนวน 1 ล้านราย และ พ.. 2555 จำนวน 1.5 ล้านราย นักท่องเที่ยวต่างชาติสามารถใช้เครือข่ายโทรศัพท์ของเกาหลีเหนือเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตเพื่อใช้งานเครือข่ายสังคมออนไลน์ อาทิ facebook และ twitter ได้ แต่ต้องผ่านเครือข่ายภายในของเกาหลีเหนือและ SIM card สำหรับนักท่องเที่ยวเกาหลีเหนือจะมีอายุใช้งานได้ตามวันที่ระบุในหนังสือเดินทางเท่านั้น รหัสโทรศัพท์ +850 รหัสอินเทอร์เน็ต .kp


                 สื่อสารมวลชน สำนักข่าวกลางเกาหลีเหนือ (KCNA) เป็นสำนักข่าวของรัฐบาล และพรรคคนงานเกาหลีเหนือ ทำหน้าที่ผลิตและเผยแพร่ข่าว ในปี 2554 KCNA บรรลุความตกลงกับสำนักข่าว AP และ Reuters ให้จัดตั้งสำนักงาน และนำภาพในเกาหลีเหนือเผยแพร่สู่สายตาชาวโลกได้ ซึ่งจะช่วยให้เข้าถึงข้อมูลในเกาหลีเหนือได้มากขึ้น สำหรับสื่อต่างประเทศที่ติดตามความเคลื่อนไหวในเกาหลีเหนือโดยเฉพาะ ได้แก่ Open Radio for North Korea (ORNK)  Radio Free Asia  The Daily NK และ Radio Free Chosun  


การเดินทาง   สายการบินไทยไม่มีเที่ยวบินตรงไปเปียงยาง การเดินทางไปเกาหลีเหนือต้องบินจากกรุงเทพฯ ไปปักกิ่ง เพื่อเดินทางต่อไปเปียงยาง ก่อนหน้านี้ สายการบินแอร์โคเรียวมีข้อตกลงทำการบินสัปดาห์ละ 1 เที่ยว หรือน้อยกว่านั้นขึ้นอยู่กับจำนวนผู้โดยสาร ซึ่งไม่มีความแน่นอน ระยะทางการบิน 3,737 กม. ใช้เวลาบินประมาณ 4 ชม. อย่างไรก็ดี เมื่อ 28 เม.. 2559 สายการบินแอร์โคเรียวยุติการบินในไทย นักท่องเที่ยวไทยที่ต้องการเดินทางไปเกาหลีเหนือจะต้องดำเนินการตามขั้นตอนที่ยุ่งยาก โดยหากเดินทางเป็นหมู่คณะหรือคณะของทางราชการต้องยื่นขอรับการตรวจลงตราที่สถานเอกอัครราชทูตเกาหลีเหนือประจำกรุงเทพฯ แต่หากเดินทางท่องเที่ยวส่วนตัวต้องยื่นขอรับการตรวจลงตราที่จีนแทน


สถานการณ์สำคัญที่น่าติดตาม


                 1) สถานการณ์ในคาบสมุทรเกาหลีและการพูดคุยระหว่างสหรัฐฯ กับเกาหลีเหนือต่อประเด็นการปลดอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ 2) เสถียรภาพทางการเมืองภายในของเกาหลีเหนือ 3) ความก้าวหน้าในการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์และขีปนาวุธพิสัยไกล 4) การดำเนินนโยบายพัฒนาและปฏิรูปเศรษฐกิจ 5) ความพยายามรื้อฟื้นการเจรจา 6 ฝ่าย เพื่อให้เกาหลีเหนือยุติโครงการนิวเคลียร์ 6) ปัญหาชาวเกาหลีเหนือหลบหนีออกนอกประเทศ ซึ่งจำนวนผู้ลักลอบเข้าเมืองและผู้ลี้ภัยชาวเกาหลีเหนือที่เกาหลีใต้รับตัวไปลดลงอย่างมากเช่นกัน โดยเป็นผลจากการที่เกาหลีเหนือเพิ่มความเข้มงวดตามแนวพรมแดน และปรับเปลี่ยนนโยบายต่อผู้ลี้ภัยชาวเกาหลีเหนือ โดยนายคิม จ็อง-อึน เรียกร้องให้กลับประเทศโดยไม่ถูกลงโทษ และให้หน่วยพิเศษติดตามจับกุม
ชาวเกาหลีเหนือ
ที่เป็นบุคคลสำคัญกลับประเทศ ทั้งนี้ ไทยไม่มีนโยบายผลักดันชาวเกาหลีเหนือกลับประเทศ ประกอบกับเกาหลีใต้มีนโยบายรับผู้ลี้ภัยชาวเกาหลีเหนือ และเพิ่มงบประมาณในการดูแล ทำให้ชาวเกาหลีเหนือยังคงนิยมใช้ไทยเป็นทางผ่านที่สะดวกที่สุด เพื่อขอลี้ภัยไปประเทศที่สาม


ความสัมพันธ์ไทย-เกาหลีเหนือ


                    สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตเมื่อ 8 .. 2518 โดย ออท.เกาหลีเหนือประจำเมียนมา (ในขณะนั้น) ดำรงตำแหน่ง ออท.ประจำประเทศไทย และ ออท. ไทย/ปักกิ่ง ดำรงตำแหน่ง ออท.ไทย/เปียงยาง เมื่อ 15 มี.. 2534 เกาหลีเหนือได้ยกระดับสำนักงานของเกาหลีเหนือในกรุงเทพฯ (ตั้งเมื่อ 25 .. 2522) เป็นสถานเอกอัครราชทูต ส่วนไทยยังคงให้สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ ปักกิ่ง มีเขตอาณาครอบคลุมเกาหลีเหนือ


                 ความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนกลไกความสัมพันธ์ทวิภาคี ได้แก่ คณะกรรมาธิการร่วมทางการค้า (Joint Trade Commission-JTC) รมว.กระทรวงพาณิชย์ของทั้งสองประเทศเป็นประธานร่วม เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์และความร่วมมือทางการค้าระหว่างกัน


                 การลงทุนของไทยในเกาหลีเหนือ บริษัทล็อกซเลย์จำกัด โดยบริษัท LOXPAC ลงทุนด้านกิจการโทรคมนาคมกับกระทรวงไปรษณีย์และโทรคมนาคมเกาหลีเหนือเมื่อปี 2539 โดยตั้งเป็นบริษัท Northeast Asia Telephone and Telecommunication เพื่อพัฒนาระบบโทรศัพท์มือถือ (GSM) ในเกาหลีเหนือ เฉพาะอย่างยิ่งในเขตเศรษฐกิจพิเศษราจิน-ซอนบอง (ราซอน) บริษัทล็อกซเลย์ได้สัมปทาน 30 ปี ปัจจุบันการติดตั้งระบบเสร็จเรียบร้อยและยังคงธุรกิจด้านโทรคมนาคมในเกาหลีเหนือควบคู่กับการนำเข้า-ส่งออกสินค้า ปัจจุบัน บริษัทล็อกซเลย์ได้รับสัมปทานอินเทอร์เน็ตในเปียงยาง และเขตเศรษฐกิจพิเศษราซอน


                 การค้าไทยกับเกาหลีเหนือ ไทยเป็นฝ่ายได้เปรียบดุลการค้ามาโดยตลอด ในปี 2561 มูลค่าการค้ารวม 26 ล้านบาท โดยเป็นการนำเข้ามูลค่า 10 ล้านบาท และส่งออกมูลค่า 15 ล้านบาท ลดลง 65% จากปี 2560 ที่มีมูลค่า 75 ล้านบาท (กระทรวงพาณิชย์)


                 เกาหลีเหนือยังคงค้างชำระหนี้ค่าข้าวไทย หลังจากมีการสั่งซื้อข้าวจากไทยเมื่อปี 2536 ด้วยระบบการให้สินเชื่อโดยการผ่อนชำระค่าข้าว โดยเกาหลีเหนือค้างชำระค่าข้าว (รวมดอกเบี้ย) ประมาณ 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ข้อมูลเมื่อปี 2562)


                 ด้านวัฒนธรรม ไทยและเกาหลีเหนือแลกเปลี่ยนการติดต่อและการดำเนินกิจกรรมทางด้านวัฒนธรรมในสาขาต่าง ๆ ที่มีการลงนามความตกลงด้านวัฒนธรรมระหว่างกันเมื่อ 1 มี.. 2545


                 กรณีนางอโนชา ปันจ้อย หญิงไทยที่คาดว่าถูกลักพาตัวไปเกาหลีเหนือเมื่อปี 2521 ทางการเกาหลีเหนือตรวจสอบแล้วในเบื้องต้นไม่พบหลักฐานว่ามีบุคคลชื่อนางอโนชาอยู่ในเกาหลีเหนือ อย่างไรก็ตาม กระทรวงการต่างประเทศได้ขอความร่วมมือกับทางการเกาหลีเหนือในการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีนางอโนชาเป็นระยะ โดยขอให้คำนึงถึงความสนใจของสาธารณชนและความสัมพันธ์อันดีระหว่างสองประเทศ แต่ไม่ได้กำหนดเงื่อนไขในเรื่องเวลาของการดำเนินการตรวจสอบ ปัจจุบัน สถานภาพของนางอโนชาเป็นบุคคลหายสาบสูญ


----------------------------------------

 
 
 
 

ผู้นำเกาหลีเหนือ

 
บันทึกข้อมูลเมื่อ: Jan. 7, 2020, 1:59 p.m.
เผยแพร่ข้อมูลเมื่อ: None |
รูปผู้นำเกาหลีเหนือ
 


นายคิม จ็อง-อึน


(Kim Jong - un)


ตำแหน่ง              ผู้นำสูงสุด


เกิด                   8 .. 2526 (อายุ 37 ปี/ปี 2563) ที่เปียงยาง (บางรายงานระบุเกิดปี 2527 ซึ่งตามหลักการนับอายุของชาวเกาหลีเหมือนชาวจีนที่นับอายุปีเกิดตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา) บิดา คือ นายคิม จ็อง-อิล อดีตผู้นำสูงสุด (ถึงแก่อสัญกรรมเมื่อ 17 .. 2554) โดยเป็นบุตรชายคนที่ 3 ของนายคิม จ็อง-อิล กับนางโค ย็อง-ฮี ภรรยาคนที่ 3 (ถึงแก่กรรม เมื่อปี 2547)


การศึกษา            ศึกษาในโรงเรียนนานาชาติ Berne สวิตเซอร์แลนด์จนถึงปี 2541


                       สำเร็จการศึกษามหาวิทยาลัยทหารคิม อิล-ซุงระหว่างปี 2545-2550 (นายคิม จ็อง-อิล ต้องการให้นายคิม จ็อง-อึน เป็นทหาร จึงให้เข้าศึกษาตั้งแต่อายุน้อย และไม่ได้ไปเรียนที่มหาวิทยาลัย แต่ให้อาจารย์สอนเป็นการส่วนตัวที่บ้าน) พูดได้หลายภาษา เช่น อังกฤษ เยอรมัน ฝรั่งเศส


สถานภาพทางครอบครัว      สมรสแล้วกับนางรี ซ็อล-จู (Ri Sol-ju หรือ Ri Sol-chu อายุประมาณ 34 ปี/ปี 2563) ไม่มีข้อมูลจำนวนบุตรที่แน่นอน แต่มีการคาดการณ์ว่า มีบุตร 3 คน คนแรกเกิดเมื่อปี 2553 คนที่สองเป็นบุตรสาวชื่อ คิม จู-แอ (เกิดปี 2556) และคนที่สามเกิดเมื่อปี 2560


บุคลิกและนิสัย          ส่วนสูง 175 ซม. น้ำหนัก 120-130 กก. มีหน้าตาและบุคลิกคล้ายบิดา มนุษยสัมพันธ์ดี แต่เป็นคนเก็บตัว เนื่องจากบิดาไม่ต้องการให้รับอิทธิพลจากตะวันตกมากเกินไป มีนิสัยมุ่งมั่นและบุคลิกเป็นผู้นำมากกว่าพี่ชายทั้งสองคน (นายคิม จ็อง-นัม และนายคิม จ็อง-ช็อล) ชื่นชอบการเป็นทหาร ชอบเยี่ยมเยียนค่ายทหาร มีความรู้ด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ ชื่นชอบกีฬาสกี และบาสเกตบอล NBA ของสหรัฐฯ มีปัญหาสุขภาพเพราะมีน้ำหนักมากเกินไป เคยเป็นโรคลมชักอย่างรุนแรง เบาหวาน โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง และอาจมีปัญหาสุขภาพ ซึ่งเป็นผลกระทบจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ และไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย


ประวัติการทำงาน


ปี 2551               ได้รับการวางตัวเป็นทายาททางการเมืองหลังจากนายคิม จ็อง-อิล บิดามีปัญหาสุขภาพด้วยโรคเส้นโลหิตในสมองแตกเมื่อ เม.. 2551 ได้รับแต่งตั้งเป็นหัวหน้าหน่วยตำรวจลับ แต่ไม่มีหลักฐานยืนยัน


ปี 2552               ได้รับการแต่งตั้งอย่างไม่เป็นทางการให้เป็นผู้สืบทอดอำนาจทางการเมือง


8 มี.. 2553       ได้รับเลือกเป็นผู้แทนเขต 216 ในการเลือกตั้งสมาชิกพรรคคนงาน


28 .. 2553        ได้รับแต่งตั้งเป็นพลเอก (นายพล 4 ดาว) ก่อนเข้าร่วมการประชุมสมัชชาพรรคคนงานเกาหลีเหนือในวันเดียวกันในฐานะผู้แทนกองทัพประชาชนเกาหลีเหนือ


28 .. 2553        ที่ประชุมสมัชชาพรรคคนงานเกาหลีเหนือลงมติเลือกนายคิม จ็อง-อึน ให้ดำรงตำแหน่งสำคัญทางการเมือง 2 ตำแหน่ง คือ 1) รองประธานคณะกรรมการทหารกลางของพรรคคนงาน (มีนายคิม จ็อง-อิลเป็นประธาน) และ 2) สมาชิกคณะกรรมการกลางพรรคคนงาน ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มีการประกาศอย่างเป็นทางการถึงการแต่งตั้งตำแหน่งทางการเมืองของนายคิม จ็อง-อึน


10 .. 2553      นายคิม จ็อง-อิลเปิดตัวทายาททางการเมืองต่อประชาคมโลก โดยอนุญาตให้สื่อมวลชนต่างประเทศถ่ายทอดสดภาพนายคิม จ็อง-อิลและนายคิม จ็อง-อึน ขณะชมพิธีสวนสนามเนื่องในวันครบรอบ 65 ปี การก่อตั้งพรรคคนงานเกาหลี (10 .. 2553) เพื่อแสดงให้เห็นว่านายคิม จ็อง-อึน ได้รับการยอมรับจากทั้งคณะผู้นำกองทัพประชาชนและที่สำคัญคือได้รับการยอมรับจากจีน เพราะจีนได้ส่งผู้นำระดับสูงของพรรคเข้าร่วมงานดังกล่าว


ปี 2553-2554       นายคิม จ็อง-อึน ติดตามนายคิม จ็อง-อิลไปตรวจเยี่ยมพื้นที่ต่าง ๆ บ่อยครั้ง


15 .. 2554        นายคิม จ็อง-อึน ติดตามนายคิม จ็อง-อิล และคณะ ไปเยี่ยมชมห้างสรรพสินค้ากวางบ๊อก และศูนย์ดนตรีก่อนการเปิดอย่างเป็นทางการ


17 .. 2554        นายคิม จ็อง-อิลถึงแก่อสัญกรรม


19 .. 2554        นายคิม จ็อง-อึน ได้รับแต่งตั้งเป็นประธานคณะกรรมการจัดงานรัฐพิธีศพนายคิม จ็อง-อิล


31 .. 2554        นายคิม จ็อง-อึน ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด


11 เม.. 2555       ที่ประชุมพรรคคนงานสมัยพิเศษลงมติเลือกนายคิม จ็อง-อึน เป็นเลขาธิการพรรคคนงานแทนนายคิม จ็อง-อิล


13 เม.. 2555       ที่ประชุมสภาประชาชนสูงสุดลงมติรับรองนายคิม จ็อง-อึน เป็นเลขาธิการพรรค และประธานคณะกรรมาธิการป้องกันประเทศ ทำให้นายคิม จ็อง-อึน ดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนืออย่างเป็นทางการทั้งตามกฎพรรค และรัฐธรรมนูญ


18 .. 2555        นายคิม จ็อง-อึน ได้รับการเลื่อนยศเป็นจอมพล (Marshall)


-------------------------------------------

#8c7b75 - right
 

คณะรัฐมนตรี


คณะรัฐมนตรีเกาหลีเหนือ


ประธานาธิบดีตลอดกาล                                         Kim Il Sung


เลขาธิการพรรคตลอดกาล                                       Kim Jong Il


ผู้นำสูงสุด                                                         Kim Jong-Un


ประธานพรรคคนงานเกาหลี


ประธานคณะกรรมาธิการกิจการแห่งรัฐ


ผู้บัญชาการทหารสูงสุด


รองประธานคณะกรรมาธิการกิจการแห่งรัฐลำดับที่ 1          Choe Ryong Hae    


รองประธานคณะกรรมาธิการกิจการแห่งรัฐ                    Pak Pong Ju


นรม.                                                              Kim Jae Ryong


รอง นรม.                                                         Kim Tok Hun


รอง นรม.                                                         Jon Kwang Ho


รอง นรม.                                                         Im Chol Ung


รอง นรม.                                                         Ri Ju O


รอง นรม.                                                         Ro Tu Chol


รอง นรม.                                                          Ri Ryong Nam       


รอง นรม.                                                         Tong Jong Ho


รอง นรม. และ รมว.กระทรวงเกษตร                           Ko In Ho


รมว.กระทรวงอุตสาหกรรมเคมี                                  Jang Kil Ryong


รมว.กระทรวงการค้าต่างประเทศ                                Kim Yong Jae


รมว.กระทรวงกลาโหม                                           No Kwang Chol


รมว.กระทรวงความมั่นคงของรัฐ                                Jong Kyong Thaek


รมว.กระทรวงความมั่นคงของประชาชน                        Choe Pu Il


รมว.กระทรวงการต่างประเทศ                                  RI Yong Ho


รมว.กระทรวงอุตสาหกรรมพลังงานไฟฟ้า                       Kim Man Su


รมว.กระทรวงอุตสาหกรรมถ่านหิน                             Mun Myong Hak


รมว.กระทรวงอุตสาหกรรมโลหะ                                Kim Chung Gol


รมว.กระทรวงอุตสาหกรรมการบริโภคสินค้า                    Ri Kang Son


รมว.กระทรวงรถไฟ                                              Jang Hyok


รมว.กระทรวงการขนส่งทางบกและทางทะเล                  Kang Jong Gwan


รมว.กระทรวงอุตสาหกรรมเหมืองแร่                           Ryom Chol Su


รมว.กระทรวงพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติ                       Kim Chol Su


รมว.กระทรวงอุตสาหกรรมน้ำมัน                               Ko Kil Son


รมว.กระทรวงป่าไม้                                              Han Ryong Guk


รมว.กระทรวงอุตสาหกรรมผลิตเครื่องจักร                     Yang Sung Ho


รมว.กระทรวงอุตสาหกรรมพลังงานนิวเคลียร์                  Wang Chang Uk


รมว.กระทรวงอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์                      Kim Jae Song


รมว.กระทรวงไปรษณีย์และโทรคมนาคม                       KIM Kwang Chol


รมว.กระทรวงอุตสาหกรรมวัสดุและก่อสร้าง                   Pak Hun


รมว.กระทรวงควบคุมการก่อสร้างแห่งชาติ                     Kwon Song Ho


รมว.กระทรวงอุตสาหกรรมท้องถิ่น                              Jo Yong Chol


รมว.กระทรวงอุตสาหกรรมเบา                                  Choe Il Ryong


รมว.กระทรวงประมง                                            Song Chun Sop


รมว.กระทรวงการคลัง                                           Ki Kwang Ho


รมว.กระทรวงแรงงาน                                           Yun Kang Ho


รมว.กระทรวงที่ดินและรักษาสิ่งแวดล้อม                       Kim Kyong Jun


รมว.กระทรวงการบริหารมหานคร                              Kang Yong Su


รมว.กระทรวงบริหารการจัดซื้ออาหาร                          Mun Ung Jo


รมว.กระทรวงพาณิชย์                                            Kim Kyong Nam


รมว.กระทรวงสาธารณสุข                                        O Chun Bok


รมว.กระทรวงวัฒนธรรม                                         Pak Chun Nam


รมว.กระทรวงกีฬาและวัฒนธรรม                               Kim Il Guk


รมว.กระทรวงศึกษาขั้นสูง                                       Choe Sang Gon


รมว.กระทรวงการต่อเรือ                                         Kang Chol Gu


ประธานคณะกรรมาธิการการศึกษา                             Kim Sung Du


ประธานคณะกรรมาธิการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ          RI Chung Gil


ประธานสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ                           Jang Chol


ผู้ว่าการธนาคารกลาง                                             Kim Chon Gyun


เลขาธิการ ครม.                                                  Kim Yong Ho


----------------------------------------


(ต.ค.2562)