สาธารณรัฐเกาหลี

Republic of Korea

บันทึกข้อมูลเมื่อ: Jan. 7, 2020, 2 p.m.
แก้ไขล่าสุดเมื่อ: Feb. 16, 2020, 9:33 a.m.
ธงเกาหลีใต้
 


เมืองหลวง    โซล ชื่อทางการนครพิเศษโซล (Seoul Special City) ซึ่งเป็นเขตพิเศษปกครองตนเอง


ที่ตั้ง            ภูมิภาคเอเชียตะวันออก ทางตอนใต้ของคาบสมุทรเกาหลี ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ เชื่อมระหว่างจีน ญี่ปุ่น กับภาคพื้นตะวันออกไกลของรัสเซีย มีเส้นขนานที่ 38 แบ่งกั้นระหว่างสาธารณรัฐเกาหลี (เกาหลีใต้) กับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี (เกาหลีเหนือ) ตั้งอยู่ระหว่างเส้นละติจูดที่ 33-43 องศาเหนือ กับเส้นลองจิจูดที่ 124-131 องศาตะวันออก (รวมเกาหลีเหนือ) มีพื้นที่ประมาณ 100,032 ตร.กม. (ลำดับที่ 108 ของโลก) คิดเป็น 45% ของคาบสมุทรเกาหลี หรือ 1 ใน 5 ของประเทศไทย เวลาเร็วกว่าไทย 2 ชม.


อาณาเขต     


                 ทิศเหนือ           ติดกับเกาหลีเหนือ


                 ทิศตะวันออก           ติดกับทะเลตะวันออก (หรือทะเลญี่ปุ่น)


                 ทิศใต้              ติดกับทะเลจีนตะวันออก


                 ทิศตะวันตก        ติดกับทะเลตะวันตก (หรือทะเลเหลือง)


ภูมิประเทศ    คาบสมุทรเกาหลีแบ่งออกเป็น 2 ประเทศ บริเวณเหนือเส้นขนานที่ 38 คือเกาหลีเหนือ ตอนใต้ คือ เกาหลีใต้ พื้นที่ 70% ของเกาหลีใต้เป็นเทือกเขาและหุบเขา เป็นประเทศที่มีเทือกเขามากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เทือกเขาตลอดชายฝั่งด้านตะวันออกมีความสูงชัน และทอดตัวลงสู่ทะเลตะวันออก ส่วนชายฝั่งทะเลทางใต้ และตะวันตก เทือกเขาค่อย ๆ ลาดลงสู่ที่ราบชายฝั่ง ทำให้เป็นแหล่งเกษตรกรรมที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของเกาหลีใต้ โดยเฉพาะการปลูกข้าว ชายฝั่งทะเลทั้ง 3 ด้าน มีความยาวรวมกัน 2,413 กม. แม่น้ำสายหลัก คือ แม่น้ำนักตง แม่น้ำฮัน และแม่น้ำคึม


ภูมิอากาศ     มี 4 ฤดู คือ ฤดูใบไม้ผลิ (ปลาย มี..-..) ฤดูร้อน (ปลาย มิ..-..) ฤดูใบไม้ร่วง (ปลาย ก..-..) และฤดูหนาว (..-กลาง มี..) ระหว่าง มิ..-.. เป็นช่วงที่มีฝนตกชุก อุณหภูมิโดยเฉลี่ย -5 องศาเซลเซียสในฤดูหนาว และ 33 องศาเซลเซียสในฤดูร้อน


ประชากร      51,606,633 คน (ปี 2561) ส่วนใหญ่เชื้อสายเกาหลี อัตราส่วนประชากรจำแนกตามอายุ : วัยเด็ก (0-14 ปี) 13.03% วัยรุ่นถึงวัยกลางคน (15-64 ปี) 72.41% และวัยชรา (65 ปีขึ้นไป) 14.55% อัตราการเกิด 8.3 คนต่อประชากร 1,000 คน อัตราการตาย 6.3 คนต่อประชากร 1,000 คน อัตราการเพิ่มของประชากร 0.44% อายุขัยเฉลี่ยของชาวเกาหลีใต้ประมาณ 82.5 ปี อายุขัยเฉลี่ยเพศชาย 79.4 ปี เพศหญิง 85.8 ปี อัตราว่างงาน 3% แรงงาน 28.29 ล้านคน (World Bank 2561) อยู่ในภาคบริการ 70.6% ภาคอุตสาหกรรม 24.6% และภาคเกษตร 4.8% (CIA 2560) 


ศาสนา         ไม่นับถือศาสนา 56.9% พุทธ 15.5% คริสต์นิกายโปรเตสแตนต์ 19.7% และนิกายโรมันคาทอลิก 7.9%


ภาษา          ภาษาเกาหลี (ฮันกึล)


การศึกษา     การศึกษาภาคบังคับ 9 ปี อัตราการรู้หนังสือ 98%


การก่อตั้งประเทศ  อาณาจักรแรกของเกาหลี คือ อาณาจักรโคโชซอน (โชซอนโบราณ) เป็นอาณาจักรโบราณก่อตั้งเมื่อ 2333 ปี ก่อนคริสต์ศักราช มีกษัตริย์ปกครอง โดยราชวงศ์โชซอนเป็นราชวงศ์สุดท้าย มีการปฏิรูปการเมืองการปกครองที่สำคัญที่สุด คือ การยกย่องลัทธิขงจื๊อเป็นคติธรรมประจำชาติ การสร้างสรรค์งานด้านวรรณศิลป์ และการประดิษฐ์ตัวอักษรฮันกึลเมื่อปี 1986 ทำให้ยุคนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อวัฒนธรรมเกาหลี ตั้งแต่ปี 2453 เกาหลีอยู่ภายใต้การยึดครองของญี่ปุ่นเป็นเวลา 35 ปี จนสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อญี่ปุ่นประกาศยอมแพ้สงครามเมื่อ 15 .. 2488


                        หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 คาบสมุทรเกาหลีถูกแบ่งเป็นสองประเทศที่เส้นละติจูดที่ 38 องศาเหนือตามข้อตกลง Potsdam เมื่อปี 2488 โดยให้อดีตสหภาพโซเวียตดูแลเกาหลีเหนือ สหรัฐฯ ดูแลเกาหลีใต้ สงครามเกาหลีเกิดขึ้นระหว่างปี 2493-2496 เมื่อเกาหลีเหนือบุกเกาหลีใต้เมื่อ 25 มิ.. 2493 มีการลงนามข้อตกลงสงบศึกชั่วคราวเมื่อปี 2496 หลังจากสงครามเกาหลี เกาหลีใต้ประสบความสำเร็จอย่างมากในการฟื้นฟูประเทศให้มั่นคงและมั่งคั่ง


วันชาติ         3 ..


การเมือง      ปกครองในระบอบประชาธิปไตย มีประธานาธิบดีเป็นประมุข ได้รับการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชน อยู่ในตำแหน่งได้เพียงวาระเดียวเป็นเวลา 5 ปี ไม่มีอำนาจยุบสภา เป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดโดยตำแหน่ง มีอำนาจประกาศกฎอัยการศึก และมาตรการฉุกเฉิน รวมทั้งเสนอร่างกฎหมายได้ ประธานาธิบดีคนปัจจุบัน คือ นายมุน แจ-อิน ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อ 10 .. 2560


                 ฝ่ายบริหาร : ประธานาธิบดีแต่งตั้ง นรม. และ ครม. โดยความเห็นชอบของรัฐสภา นรม.เป็นผู้ช่วยประธานาธิบดีในการบริหารประเทศและเข้าร่วมการประชุมรัฐสภา ซึ่งรัฐบาลรับฟังคำแนะนำจากคณะกรรมการต่าง ๆ อาทิ สภาที่ปรึกษาอาวุโส สภาความมั่นคงแห่งชาติ คณะกรรมการวางแผนและงบประมาณ โดยประธานาธิบดีเป็นผู้แต่งตั้งประธานคณะกรรมการชุดต่าง ๆ


                 ฝ่ายนิติบัญญัติ : มีสภาเดียว สมาชิก 300 คน ส.ส. มาจากการเลือกตั้งโดยตรง 253 คน ที่เหลือ 47 คน เป็นผู้แทนในระบบสัดส่วน วาระ 4 ปี โดย ส.ส.เลือกประธานสภาฯ และรองประธานสภาฯ        อีก 2 คน รัฐสภามีอำนาจถอดถอนประธานาธิบดี โดยสมาชิกเสียงข้างมากเป็นผู้เสนอ และสมาชิก 2 ใน 3 ให้ความเห็นชอบ


                 ฝ่ายตุลาการ : ประกอบด้วยศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ และศาลฎีกา ประธานาธิบดีแต่งตั้งประธานศาลฎีกาด้วยความเห็นชอบของรัฐสภา การพิจารณาของศาลกำหนดให้เปิดเผยแก่สาธารณชนทั่วไปได้ ยกเว้นในกรณีที่เห็นว่าจะเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติหรือความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจในการพิจารณากฎหมายที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญโดยให้ถือเป็นโมฆะ และมีหน้าที่ตัดสินความถูกต้องของกระบวนการถอดถอนประธานาธิบดี นรม. และผู้พิพากษา รวมทั้งมีอำนาจยุบพรรคการเมืองที่ทำผิดกฎหมาย ตามข้อเสนอของฝ่ายบริหาร


                 พรรคการเมือง : ปี 2562 มีพรรคการเมืองใหญ่ 5 พรรค คือ พรรค Democratic Party of Korea มี ส.. 128 คน พรรค Liberty Korea มี ส.. 110 คน พรรค Bareunmirae มี ส.. 28 คน พรรค Justice มี ส.. 6 คน พรรค Democracy and Peace มี ส.ส. 4 คน และ ส..จากพรรคอื่น ๆ อีก 6 คน รวม 297 คน การเลือกตั้ง ส.. ครั้งล่าสุดเมื่อ 13 เม.. 2559


เศรษฐกิจ      เกาหลีใต้มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นลำดับที่ 11 ของโลก และมีขีดความสามารถทางการแข่งขันลำดับที่ 28 ของโลก (ปี 2562) เป็นผู้ส่งออกลำดับที่ 5 ผู้นำเข้าลำดับที่ 8 (CIA 2560) เกาหลีใต้ประสบความสำเร็จในการพัฒนาเศรษฐกิจจากประเทศยากจนและเกษตรกรรมจนเป็นประเทศอุตสาหกรรมและมีเศรษฐกิจแข็งแกร่ง  โดยเป็นประเทศสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ตั้งแต่ปี 2539 เคยประสบวิกฤติเศรษฐกิจเมื่อปี 2540 แต่ฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว สามารถชำระคืนเงินกู้กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เต็มจำนวน 19,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐก่อนครบกำหนด 3 ปี


                 งบประมาณ (..-.. 2562) : 469.6 ล้านล้านวอน (394,760 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพิ่มขึ้น 9.5% จาก 428.8 ล้านล้านวอนเมื่อปี 2561


สกุลเงิน ตัวย่อสกุลเงิน :  วอน (Won)
อัตราแลกเปลี่ยนต่อดอลลาร์สหรัฐ :  1 ดอลลาร์สหรัฐ : 1,189 วอน
อัตราแลกเปลี่ยนต่อบาท :  100 บาท : 3,908 วอน (ต.ค. 2562)


ดัชนีเศรษฐกิจสำคัญ (ปี 2561)


ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) : 1,619,420 ล้านดอลลาร์สหรัฐ


อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ : 2.7%


ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศและทองคำ : 403,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อ ก.ย. 2562 สูงเป็นลำดับที่ 10 ของโลก (รองจากจีน ญี่ปุ่น สหภาพยุโรป สวิตเซอร์แลนด์ รัสเซีย ซาอุดีอาระเบีย ไต้หวัน อินเดีย และฮ่องกง)


อัตราเงินเฟ้อ : 1.48%


หนี้สาธารณะเกาหลีใต้ : 36.6% ของ GDP


รายได้ต่อหัวต่อปี : 31,349 ดอลลาร์สหรัฐ


ค่าแรงขั้นต่ำ : ปี 2562 ชม. ละ 8,350 วอน (7.32 ดอลลาร์สหรัฐ) เพิ่มขึ้น 10.9% จาก 7,530 วอน เมื่อปี 2561


มูลค่าการค้าของเกาหลีใต้ : ปี 2561 ส่งออกมูลค่า 604,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นำเข้ามูลค่า 535,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เกินดุล 69,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ


สินค้าส่งออกที่สำคัญ : ปิโตรเคมี  เซมิคอนดักเตอร์ ยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ เรือ อุปกรณ์สื่อสารไร้สาย เหล็ก อิเล็กทรอนิกส์ พลาสติก คอมพิวเตอร์


สินค้านำเข้าที่สำคัญ : น้ำมันดิบ ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม เซมิคอนดักเตอร์ ก๊าซธรรมชาติ ถ่านหิน คอมพิวเตอร์ ยานยนต์ อุปกรณ์สื่อสารไร้สาย เคมีภัณฑ์ สิ่งทอ


การทหาร      ประธานาธิบดีเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดโดยตำแหน่ง กองทัพเกาหลีใต้มีกำลังพลประมาณ 625,000 นาย ในจำนวนนี้เป็น ทบ. ประมาณ 490,000 นาย งบประมาณทางทหารปี 2562 มูลค่า 43,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากงบประมาณปี 2561 ที่มีมูลค่า 39,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ


                 ทบ. มีกำลังพล 490,000 นาย ประกอบด้วย กองทัพที่ 1 (First Republic of Korea Army-FROKA) รับผิดชอบพื้นที่ตอนเหนือและชายแดนด้านตะวันออก กองทัพที่ 2 (SROKA) รับผิดชอบพื้นที่ตอนใต้ และกองทัพที่ 3 (TROKA) มีขนาดกำลังพลและยุทโธปกรณ์มากที่สุด รับผิดชอบพื้นที่ตอนเหนือ และชายแดนด้านตะวันตก รวมทั้งโซล


                 ทร. มีกำลังพล 70,000 นาย (นาวิกโยธิน 29,000 นาย) มีฐานทัพเรือ 9 แห่งที่ จินแฮ ทงแฮ พย็องแท็ก อินชอน มกโพ  โพฮัง ปูซาน เกาะเชจู และเกาะแบ็งนย็อง แบ่งเป็น 3 กองบัญชาการกองเรือยุทธการ ประกอบด้วย กองเรือภาคที่ 1 ที่ทงแฮ (1st Tonghae) รับผิดชอบทะเลญี่ปุ่น (ทะเลตะวันออก) กองเรือภาคที่ 2 ที่พย็องแท็ก (2nd Pyongtaek) รับผิดชอบทะเลเหลือง และกองเรือภาคที่ 3 ที่มกโพ (3rd Mokpo) รับผิดชอบช่องแคบเกาหลี


                 ทอ. มีกำลังพล 65,000 นาย ประกอบด้วย บ.รบ 590 เครื่อง อาทิ บ.รบ แบบ F-4E  F-5E F-16C F-16D F-15K F-35A FA-50 และ บ.สนับสนุนอื่น ๆ อาทิ บ.ขนส่ง 38 เครื่อง เฮลิคอปเตอร์ 49 เครื่อง  .ฝึกแบบต่าง ๆ 183 เครื่อง


                 กองกำลังสำรอง (Reserve Forces) ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2511 มีกำลังสำรองประมาณ 3 ล้านนาย ได้รับการฝึกเพื่อการป้องกันประเทศ และรักษาความมั่นคงภายใน เช่น การต่อต้านการแทรกซึม การก่อวินาศกรรมของฝ่ายตรงข้าม กำลังสำรองมีขีดความสามารถด้านการรบในยามสงคราม และเป็นกำลังสำคัญในการสร้างหน่วยใหม่ หน่วยเสริมกำลัง และการทดแทนกำลังให้หน่วยรบ กฎหมายกำหนดให้ทหารที่ปลดประจำการต้องเป็นกำลังสำรองต่ออีก 8 ปี


                 กกล.ทหารสหรัฐฯ ในเกาหลีใต้ (United States Forces Korea-USFK) เป็นสัญลักษณ์การเป็นพันธมิตรทางทหารระหว่างสหรัฐฯ กับเกาหลีใต้ และเป็นส่วนสำคัญของการสร้างสันติภาพและเสถียรภาพของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือและคาบสมุทรเกาหลี ผู้บัญชาการกองกำลังสหประชาชาติ (United Nations Command-UNC) กำลังผสมสหรัฐฯ-เกาหลีใต้ (Combined Force Command) คือ ผู้บัญชาการ กกล.ทหารสหรัฐฯ ในเกาหลีใต้ ที่มีกำลังพลประมาณ 28,500 นาย ประกอบด้วย 1) กองทัพบกสหรัฐฯ ที่ 8 (The 8th US Army-EUSA) : กองพลทหารราบสหรัฐฯ ที่ 2 กองพลน้อยบินที่ 17 กองพลน้อยทหารม้าที่ 6 และกำลังสนับสนุนอื่น ๆ 2) กกล.ทางเรือสหรัฐฯ ในเกาหลีใต้ (US Naval Forces Korea) 3) กกล.นาวิกโยธินสหรัฐฯ ในเกาหลีใต้ (US Marine Forces Korea) 4) หน่วยบัญชาการปฏิบัติการพิเศษสหรัฐฯ 5) กองกำลังทางอากาศสหรัฐฯ ในเกาหลีใต้ (US Air Forces Korea) หน่วยบัญชาการทหารอากาศสหรัฐฯ ที่ 7 มีกำลัง 2 กองบิน


 


ปัญหาด้านความมั่นคง ปัญหาด้านความมั่นคงหลักของเกาหลีใต้แบ่งเป็น 3 ประการ 1) ภัยคุกคามจากเกาหลีเหนือ เนื่องจากประเทศทั้งสองยังอยู่ในภาวะสงคราม และยังไม่มีแนวโน้มจะจัดทำสนธิสัญญาสันติภาพ ทั้งนี้โครงการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ ขีปนาวุธ ขีดความสามารถในการทำสงครามทางคอมพิวเตอร์ และการยั่วยุทางทหารตามแนวพรมแดนเป็นภัยคุกคามด้านความมั่นคงหลักของเกาหลีใต้ 2) ปัญหาการอ้างกรรมสิทธิ์เหนือเกาะต๊อก หรือทาเคชิมะในภาษาญี่ปุ่น เป็นประเด็นขัดแย้งระหว่างเกาหลีใต้กับญี่ปุ่น ซึ่งมีผลกระทบทั้งด้านความมั่นคงทางทหารและเศรษฐกิจ และทำให้กระแสชาตินิยมในเกาหลีใต้รุนแรงขึ้นในห้วงที่เกิดประเด็นขัดแย้งระหว่างทั้งสองประเทศ และ 3) ปัญหาการก่อการร้ายและก่ออาชญากรรม เนื่องจากเกาหลีใต้เป็นพันธมิตรของสหรัฐฯ ทำให้ กกล.พลเรือนและผลประโยชน์ของเกาหลีใต้ทั้งในและต่างประเทศมีความเสี่ยงตกเป็นเป้าหมายการโจมตีของกลุ่มก่อการร้าย เกาหลีใต้จึงเสริมการรับมือการก่อการร้ายด้วยการเริ่มบังคับใช้กฎหมายต่อต้านการก่อการร้ายเมื่อ มิ.. 2559


สมาชิกองค์การระหว่างประเทศ   เกาหลีใต้เป็นสมาชิกองค์การระหว่างประเทศ และกลุ่มความร่วมมือหลายแห่ง อาทิ ADB  ACD  APEC  การประชุมในกรอบ ASEAN (ASEAN+3 และ ARF)  ASEM  Australia Group  EAS  FEALAC  OECD  UN  WTO  G-20


วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  ให้ความสำคัญกับการวิจัยและการพัฒนา โดยในปี 2562 รัฐบาลกำหนดงบประมาณเพื่อการวิจัยและพัฒนาประมาณ 25,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ การลงทุนในสินค้าที่มีทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อให้มีเทคโนโลยีใหม่ที่มีมูลค่าเพิ่มในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ที่เห็นได้ชัด คือ กลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ของเกาหลีใต้ทุ่มเทงบประมาณเพื่อการวิจัยและพัฒนาเป็นจำนวนมาก อาทิ บริษัท Samsung Electronics จัดสรรงบประมาณด้านนี้ถึง 15,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อปี 2561 โดยเป็นเอกชนที่ลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาสูงสุดอันดับ 1 ของโลก


การขนส่งและโทรคมนาคม     ท่าอากาศยานนานาชาติ 8 แห่ง ท่าอากาศยานภายในประเทศ 17 แห่ง และลานจอด. รวม 466 แห่ง ที่สำคัญ ได้แก่ ท่าอากาศยานนานาชาติอินชอน เส้นทางรถไฟครอบคลุมและเชื่อมโยงทั่วประเทศมีทั้งหมด 6 สาย มีระบบรถไฟความเร็วสูงจากโซลไปปูซาน และมอกโป รถไฟใต้ดินมีโครงข่ายเชื่อมโยงทั่วโซล และเมืองใกล้เคียง เช่น อินชอนและท่าอากาศยานนานาชาติอินชอนรวม 16 สาย ระบบการขนส่งทางรถยนต์ ได้แก่ รถโดยสารธรรมดา และรถโดยสารด่วน


                              เทคโนโลยีด้านการโทรคมนาคมและสารสนเทศของเกาหลีใต้มีความก้าวหน้ามาก ปัจจุบันการสื่อสารแบบเคลื่อนที่ส่วนใหญ่ของเกาหลีใต้เป็นแบบ LTE (4G) ครอบคลุมพื้นที่ 97% ของประเทศ มากเป็นอันดับ 1 ของโลก (รองลงมาคือญี่ปุ่น ฮ่องกง คูเวต และสิงคโปร์ ตามลำดับ) และมีความเร็วเฉลี่ยในการดาวน์โหลดที่ 25 เมกะบิตต่อวินาที นอกจากนี้ เกาหลีใต้กำลังพัฒนาเทคโนโลยีการสื่อสารแบบ 5G โดยตั้งเป้าหมายจะเป็นประเทศแรกในโลกที่ให้บริการเครือข่าย 5G ครอบคลุมทั่วประเทศ มีกำหนดเริ่มทดลองให้บริการเมื่อปี 2561 รหัสโทรศัพท์ +82 รหัสอินเทอร์เน็ต .kr เว็บไซต์การท่องเที่ยว: http://english.visitkorea.or.kr และ http://www.kto.or.th


การเดินทาง สายการบินของไทยมีเที่ยวบินตรงจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ-ท่าอากาศยานอินชอน โดยมี 2 สายการบิน คือ การบินไทย บางกอกแอร์เวย์ และท่าอากาศยานดอนเมือง-ท่าอากาศยานอินชอน มี 1 สายการบิน คือ ไทยแอร์เอเชียเอ็กซ์ ทำการบินทุกวัน ส่วนสายการบินของเกาหลีใต้ที่บินตรงมาไทย คือ โคเรียแอร์ อาเซียนาแอร์ไลนส์ และเจจูแอร์ (ระยะทางประมาณ 3,728 กม.) ระยะเวลาในการบินประมาณ 5 ชม. เวลาเกาหลีใต้เร็วกว่าไทย 2 ชม. นักท่องเที่ยวไทยเดินทางเข้าเกาหลีใต้โดยไม่ต้องขอรับการตรวจลงตรา แต่หากพบว่ามีประวัติลักลอบทำงาน หรือมีพฤติกรรมไม่น่าไว้วางใจจะถูกปฏิเสธเข้าประเทศ ถูกกักตัวและถูกส่งกลับ


สถานการณ์สำคัญที่น่าติดตาม


                 ด้านความมั่นคง สถานการณ์ในคาบสมุทรเกาหลียังคงมีพลวัตสูง ทุกฝ่ายยังพยายามรักษาแนวทางแก้ไขปัญหานิวเคลียร์ในคาบสมุทรเกาหลีด้วยการเจรจา ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับเกาหลีเหนือยังคงเป็นไปในเชิงบวก แม้การประชุมระหว่างผู้นำสหรัฐฯ-เกาหลีเหนือ ครั้งที่ 2 ที่ฮานอย เวียดนาม ระหว่าง 27-28 ก.พ. 2562 ไม่บรรลุข้อตกลงใด ๆ แต่การมีช่องทางติดต่อซึ่งส่งผลต่อการสร้างความไว้วางใจระหว่างผู้นำ ทำให้เกิดการพบหารือกันเป็นครั้งที่ 3 (การพบหารืออย่างไม่เป็นทางการ) ที่เขตปลอดทหารระหว่างสองเกาหลี เมื่อ 30 มิ.ย. 2562 อย่างไรก็ดี การที่ทั้งสองฝ่ายมีทัศนะต่อการเจรจาที่แตกต่างกันมาก ซึ่งสะท้อนจากการหารือระดับคณะทำงานที่สวีเดนเมื่อ 5 ต.ค. 2562 โดยไม่มีข้อตกลงใด ๆ อาจส่งผลให้การปลดอาวุธนิวเคลียร์เกาหลีเหนือยืดเยื้อออกไป สำหรับความเป็นไปได้ของการประชุมสุดยอดครั้งต่อไปคาดว่าจะขึ้นอยู่กับความคืบหน้าของการเจรจาระดับคณะทำงานเป็นสำคัญ


                 ด้านการทหาร เกาหลีใต้ปรับปรุงแผนปฏิบัติการทางทหาร กรณีเกิดวิกฤติหรือสงครามเกาหลีครั้งใหม่ จากเดิมเน้นการตั้งรับรอกำลังเสริมจากสหรัฐฯ รวบรวมกำลังแล้วจึงโต้กลับ แต่ในแผนปฏิบัติการใหม่ เกาหลีใต้และสหรัฐฯ อาจชิงโจมตีก่อน หากมีสัญญาณบ่งชี้ว่าเกาหลีเหนือกำลังเตรียมโจมตีด้วยขีปนาวุธหรืออาวุธนิวเคลียร์ตามหลักการ Kill chain หรือการชิงโจมตี เพื่อทำลายศูนย์บัญชาการทางสงครามผู้นำทางทหารของเกาหลีเหนือและที่ตั้งทางนิวเคลียร์และขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ สำหรับ ทร.เกาหลีใต้จะเน้นเสริมขีดความสามารถด้านเรือดำน้ำ โดยเมื่อปี 2558 ทร.ยกฐานะหน่วยเรือดำน้ำเป็นกองบัญชาการเรือดำน้ำมีฐานะเทียบเท่ากองเรือภาค ปัจจุบัน เกาหลีใต้มีเรือดำน้ำ 13 ลำ และกำลังเร่งนำเรือดำน้ำขนาด 1,800 ตัน เข้าประจำการเพิ่มอีก 5 ลำ ภายในปี 2562 และแผนจะเริ่มนำเรือดำน้ำชั้นชังโบโก III ขนาด 3,000 ตัน ที่พัฒนาเองเข้าประจำการเพิ่มอีก 3 ลำ ในปี 2567 เพื่อเสริมขีดความสามารถในสงครามใต้น้ำรับมือกองเรือดำน้ำของเกาหลีเหนือที่มีกว่า 70 ลำ  สำหรับ ทอ.เกาหลีใต้ จัดซื้อ บ.ขับไล่ล่องหนแบบ F-35A จากสหรัฐฯ เพิ่มอีก 20 ลำ จากเดิมจัดซื้อแล้ว 40 ลำ นอกจากนี้ เกาหลีใต้มีแผนจะพัฒนาขีปนาวุธของตนเองให้มีศักยภาพเพิ่มขึ้นทั้งพิสัยและอานุภาพการโจมตี เพื่อเสริมขีดความสามารถในการรับมือเกาหลีเหนือ ซึ่งมีความก้าวหน้าด้านนิวเคลียร์และขีปนาวุธอย่างต่อเนื่อง


                 เกาหลีใต้นำระบบป้องกันขีปนาวุธแบบ THAAD ของสหรัฐฯ เข้าประจำการในเกาหลีใต้แบบชั่วคราว เมื่อ ก.. 2560 ที่เมืองซองจู ทางตอนใต้ของโซลเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยติดตั้งเพิ่มอีก 4 ฐานยิง จากเดิมที่ติดตั้งแล้ว 2 ฐานยิง เพื่อเสริมการสกัดกั้นขีปนาวุธจากเกาหลีเหนือ เนื่องจากปัจจุบันเกาหลีใต้มีเพียงระบบป้องกันขีปนาวุธรุ่นเก่าแบบ Patriot PAC-2 ซึ่งไม่เพียงพอที่จะรับมือภัยคุกคาม อย่างไรก็ดี THAAD ทำให้จีนและรัสเซียไม่เห็นด้วย เฉพาะอย่างยิ่งจีนที่ไม่พอใจอย่างมากและดำเนินมาตรการต่อต้านหลายแนวทาง โดยเฉพาะมาตรการทางเศรษฐกิจ ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างเกาหลีใต้กับจีน


ความสัมพันธ์ไทย-เกาหลีใต้


                 ไทยและเกาหลีใต้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระดับอัครราชทูตเมื่อ 1 .. 2501 และยกระดับเป็นระดับเอกอัครราชทูตเมื่อ 1 .. 2503 มีความร่วมมือกันทั้งในระดับทวิภาคีและระดับพหุภาคี เช่น การประชุมคณะกรรมาธิการร่วม (Joint Commission-JC) ระดับรัฐมนตรี ซึ่งเป็นกลไกหารือภาพรวมความร่วมมือ การประชุม Policy Consultation (PC) เป็นกลไกการหารือในระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสเพื่อสนับสนุนและเสริมการหารือในกรอบ JC และความร่วมมือในระดับภูมิภาค เช่น ASEAN+1 กับเกาหลีใต้ และ ASEAN+3 (จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้) นอกจากนี้ ไทยกับเกาหลีใต้มีการแลกเปลี่ยนการเยือนในระดับผู้นำรัฐบาล และ รมต.อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งมีการลงนามสนธิสัญญาและความตกลงความร่วมมือในหลายสาขา เช่น วิทยาศาสตร์ แรงงาน วัฒนธรรม การทหาร


                 เกาหลีใต้ให้ความสนใจติดตามสถานการณ์ทางการเมืองของไทยอย่างใกล้ชิด แต่ไม่แสดงท่าทีหรือวิพากษ์วิจารณ์การเมืองภายในประเทศของไทย ส่วนใหญ่เป็นการติดตามสถานการณ์ และรายงานในสื่อมวลชนภาคภาษาเกาหลี


                 ด้านการลงทุน ไทยสร้างความเชื่อมั่นในการลงทุนให้แก่ภาคธุรกิจเกาหลีใต้ และเชิญให้นักลงทุนเกาหลีใต้ลงทุนในไทยมากขึ้นในด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมไฟฟ้า/อิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรมเครื่องจักรและผลิตภัณฑ์โลหะ อุตสาหกรรมอาหารและเกษตรแปรรูป ด้านการท่องเที่ยว มีการจะส่งเสริมการแลกเปลี่ยนระดับประชาชนให้มากขึ้น โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยวด้านวัฒนธรรมและการศึกษา ไทยและเกาหลีใต้ส่งเสริมความร่วมมือด้านการศึกษาและจัดตั้งศูนย์วัฒนธรรมเกาหลีในไทย และศูนย์วัฒนธรรมไทยในเกาหลีใต้ เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านภาษาและวัฒนธรรมในระดับประชาชน


                 ความสัมพันธ์ด้านความมั่นคงเริ่มต้นตั้งแต่ไทยส่งทหารเข้าร่วม กกล.สหประชาชาติในสงครามเกาหลี เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ประชาชนทั้งสองประเทศรู้สึกผูกพันกัน ปัจจุบัน ไทยยังคงส่งนายทหารติดต่อประจำ UNC และ จนท.หน่วยแยก ทบ.ไทยประจำกองร้อยทหารเกียรติยศ (Honour Guard Company) จำนวน 6 คน เพื่อปฏิบัติหน้าที่เชิญธงไทยและปฏิบัติหน้าที่ด้านพิธีการเกี่ยวกับสงครามเกาหลีใน UNC เพื่อเป็นสัญลักษณ์ว่า ไทยยังคงยึดมั่นในพันธกรณีในการรักษาสันติภาพบนคาบสมุทรเกาหลี


                 ไทยและเกาหลีใต้ยังมีความร่วมมือด้านความมั่นคงอื่น ๆ ได้แก่ การต่อต้านการก่อการร้าย อาชญากรรมข้ามชาติ ยาเสพติด และอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงอย่างต่อเนื่อง โดยเป็นความร่วมมือภายใต้กรอบพหุภาคี เช่น UN ASEAN และ ARF ซึ่งไทยสนับสนุนกระบวนการปรองดองเพื่อนำไปสู่การรวมประเทศของทั้งสองเกาหลี และสนับสนุนนโยบายการปลอดอาวุธนิวเคลียร์ในภูมิภาค


                 ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจปี 2561 มีมูลค่าการค้า 446,366 ล้านบาท โดยไทยนำเข้าสินค้าจากเกาหลีใต้มูลค่า 288,229 ล้านบาท ขณะที่ไทยส่งออกไปเกาหลีใต้มูลค่า 158,136 ล้านบาท ไทยขาดดุลการค้ากับเกาหลีใต้ 130,092 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2560 มีมูลค่าการขาดดุลอยู่ที่ 116,116 ล้านบาท ในห้วง ..-.. 2562 มูลค่าการค้า 321,618 ล้านบาท โดยไทยส่งออกไปเกาหลีใต้มูลค่า 112,836 ล้านบาท และนำเข้าสินค้าจากเกาหลีใต้มูลค่า 208,782  ล้านบาท (กระทรวงพาณิชย์)


                 สินค้าส่งออกหลักของไทยไปเกาหลีใต้ ได้แก่ แผงวงจรไฟฟ้า อัญมณีและเครื่องประดับ ยางพารา เครื่องใช้ไฟฟ้าและส่วนประกอบ ไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ เครื่องคอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ เม็ดพลาสติก กระดาษและผลิตภัณฑ์กระดาษ เคมีภัณฑ์ น้ำตาลทราย สินค้าหลักที่ไทยนำเข้าจากเกาหลีใต้ ได้แก่ เหล็ก เหล็กกล้า เคมีภัณฑ์ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ สินแร่โลหะอื่น ๆ เศษโลหะ เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน พืชและผลิตภัณฑ์จากพืช ผลิตภัณฑ์ทำจากพลาสติก ผลิตภัณฑ์โลหะ


                 โครงการลงทุนโดยตรงสุทธิจากเกาหลีใต้ในไทยปี 2561 ที่ยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (The Board of Investment of Thailand-BOI) มีมูลค่ารวม 2,752 ล้านบาท จำนวน 27 โครงการ มากเป็นลำดับที่ 14 ของการลงทุนโดยตรงจากต่างชาติทั้งหมด ลดลงจากปี 2560 ที่ลงทุน 3,204 ล้านบาท มากเป็นลำดับที่ 12


                 ด้านแรงงาน หลังจากเมื่อปี 2546 รัฐบาลเกาหลีใต้เปลี่ยนนโยบายการนำเข้าแรงงานต่างชาติจากใช้ระบบผู้ฝึกงานอย่างเดียว เป็นใช้ควบคู่กับระบบใบอนุญาตทำงานด้วย (Employment Permit System–EPS) มีผลบังคับใช้เมื่อ 17 .. 2547 กระทรวงแรงงานเกาหลีใต้คัดเลือกประเทศที่จะสามารถส่งคนงานไปทำงานในเกาหลีใต้ภายใต้ระบบ EPS ระยะแรกเพียง 8 ประเทศ (ไทย อินโดนีเซีย เวียดนาม จีน ฟิลิปปินส์ศรีลังกา คาซัคสถาน และมองโกเลีย) ไทยและเกาหลีใต้จัดทำบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการจัดส่งแรงงานไปเกาหลีใต้ภายใต้ระบบ EPS ครั้งแรกเมื่อปี 2547 และต่ออายุบันทึกความเข้าใจดังกล่าวอีก 2 ครั้ง คือ เมื่อปี 2549 และปี 2552 บันทึกความเข้าใจดังกล่าว เกาหลีใต้ให้โควตาแรงงานไทยไปทำงานในภาคอุตสาหกรรม ก่อสร้าง และภาคเกษตรของเกาหลีใต้ ซึ่งทำให้แรงงานไทยมีโอกาสไปทำงานในเกาหลีใต้มากขึ้นและเสียค่าใช้จ่ายน้อยลง


                 เมื่อ 1 .. 2555 เกาหลีใต้ทบทวนกฎหมายว่าด้วยการจ้างแรงงานต่างชาติภายใต้ระบบ EPS เพื่อให้เกิดความยืดหยุ่นมากขึ้น ซึ่งเป็นผลจากความพยายามของประเทศผู้จัดส่งแรงงานภายใต้ระบบ EPS ที่ขยายเป็น 15 ประเทศ ได้แก่ ไทย อินโดนีเซีย มองโกเลีย ศรีลังกา ฟิลิปปินส์ เวียดนาม อุซเบกิสถาน ปากีสถาน กัมพูชา จีน บังกลาเทศ เนปาล เมียนมา คีร์กีซสถาน และติมอร์เลสเต และบรรเทาปัญหาแรงงานผิดกฎหมายในเกาหลีใต้ สาเหตุหนึ่งมาจากกรณีแรงงานต่างชาติที่ทำงานครบตามสัญญาจ้างงาน จะต้องเดินทางกลับประเทศของตนเป็นเวลาอย่างน้อย 6 เดือน จึงจะมีสิทธิ์สมัครกลับไปทำงานในเกาหลีใต้ภายใต้ระบบ EPS อีกครั้ง โดยจะต้องทดสอบความรู้ภาษาเกาหลี และไม่สามารถเลือกนายจ้างหรือประเภทของงาน


                 การแก้ไขกฎหมายดังกล่าวมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 2 .. 2555 โดยผ่อนผันให้แรงงานที่ทำงานครบตามสัญญา 4 ปี 10 เดือน สามารถเดินทางกลับไปทำงานกับนายจ้างคนเดิมได้ หากได้รับการร้องขอจากนายจ้าง และลดระยะเวลาการกลับไปพำนักในประเทศของตนลงจาก 6 เดือน เป็น 3 เดือน รวมทั้งผ่อนผันให้แรงงานไม่ต้องสอบภาษาเกาหลีและไม่ต้องเข้ารับการอบรมอีกครั้งหนึ่ง นอกจากนี้ ยังเพิ่มความยืดหยุ่นในเรื่องการย้ายงานของแรงงานต่างชาติจากปัจจุบันกำหนดไว้ไม่ให้เกิน 5 ครั้ง (นับรวมการย้ายงานเนื่องจากสถานประกอบการปิดกิจการ หรือนายจ้างละเมิดสัญญา) เป็นจะไม่นับการย้ายงานอันเกิดจากเหตุสุดวิสัยหรือมิได้เกิดจากความผิดของลูกจ้าง นอกจากนี้ การแก้ไขกฎหมายครั้งนี้ยังสามารถช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของนายจ้างที่ต้องขาดแรงงานที่มีฝีมือและมีความชำนาญงาน


                 แรงงานที่จัดส่งโดยรัฐตามระบบการจ้างแรงงานต่างชาติ (Employment Permit System for Foreign Workers-EPS) เมื่อปี 2561 จัดส่งจำนวน 6,203 คน และปี 2562 ระหว่าง ม.ค.-เม.ย. 2562 จัดส่งแล้วจำนวน 1,642 คน จากกำหนดไว้ 6,800 คน แบ่งเป็นอุตสาหกรรมการผลิต 4,800 คน เกษตรและปศุสัตว์ 1,000 คน การก่อสร้าง 1,000 คน นอกจากนี้ ข้อมูลเมื่อ เม.ย. 2562 คนไทยอาศัยในเกาหลีใต้จำนวน 165,854 คน พำนักอยู่อย่างถูกกฎหมาย 22,685 คน ผิดกฎหมาย 143,169 คน ขณะที่มาตรการของเกาหลีใต้ที่ให้แรงงานผิดกฎหมายเดินทางกลับประเทศโดยไม่ถูกขึ้นบัญชีเป็นผู้กระทำผิดไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากหลังสิ้นสุดโครงการระหว่าง 1 ต.ค. 2561-31 มี.ค. 2562 มีแรงงานไทยผิดกฎหมายรายงานตัวขอกลับบ้านเพียง 15,275 คน


                 ด้านการท่องเที่ยว อัตราการเดินทางมาไทยของนักท่องเที่ยวเกาหลีใต้เพิ่มขึ้นเป็นลำดับ โดยเมื่อช่วงปี 2544-2547 เฉลี่ยประมาณปีละ 700,000 คน เพิ่มเป็นประมาณ 1.1 ล้านคน เมื่อปี 2550 และล่าสุด เมื่อปี 2561 มีจำนวน 1,796,426 คน เพิ่มขึ้น 5.09% จากปี 2560 ที่มีจำนวน 1,709,265 คน (สำนักงานสถิติแห่งชาติ) นักท่องเที่ยวไทยไปเกาหลีใต้เพิ่มขึ้นเช่นกัน เมื่อปี 2561 จำนวน 558,921 คน เพิ่มขึ้น 10.8% จากปี 2560 ที่มีจำนวน 498,511 คน (Korea Tourism Organization)


----------------------------------------------------


 

 
 
 
 

ผู้นำเกาหลีใต้

 
บันทึกข้อมูลเมื่อ: Jan. 7, 2020, 2 p.m.
เผยแพร่ข้อมูลเมื่อ: None |
รูปผู้นำเกาหลีใต้
 


นายมุน แจ-อิน


(Moon Jae-in)


ตำแหน่ง              ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ประธานพรรค Democratic Party of Korea


วันเดือนปีเกิด        24 .. 2496  อายุ 67 ปี/ปี 2563


สถานที่เกิด           เกาะคอเจ จ.คยองซังใต้ เกาหลีใต้


สถานภาพ            สมรสกับนางคิม จุง-ซุก  บุตรชาย 1 คน และบุตรสาว 1 คน


การศึกษา            -  ปี 2514 มัธยมศึกษาตอนปลาย Kyungnam High School ปูซาน เกาหลีใต้


                     -  ปี 2523 ปริญญาตรี นิติศาสตร์ Kyung Hee University โซล เกาหลีใต้


ประวัติการทำงาน


ปี 2525               เปิดสำนักงานกฎหมายด้านสิทธิมนุษยชนและประชาสังคมร่วมกับนายโน มู-ฮย็อน อดีตประธานาธิบดีคนที่ 9 ของเกาหลีใต้


ปี 2546               เลขานุการอาวุโสของประธานาธิบดีด้านกิจการพลเรือน


ปี 2547               เลขานุการอาวุโสของประธานาธิบดีด้านสังคมและพลเรือน


ปี 2548               เลขานุการอาวุโสของประธานาธิบดีด้านกิจการพลเรือน


ปี 2550               หัวหน้าคณะทำงานของประธานาธิบดี


                        ประธานคณะกรรมการประชาสัมพันธ์การประชุมสุดยอดสองเกาหลีครั้งที่ 2


ปี 2553               ประธานมูลนิธิโน มู-ฮย็อน


ปี 2555               ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีเกาหลีใต้คนที่ 11 และ ส.ส.จากปูซาน


ปี 2556               ที่ปรึกษาพรรค Democratic United Party


ปี 2557               สมาชิก Interim Committee of the New Politics Alliance for Democracy


                        ประธาน Nuclear Plant Special Countermeasure Committee


ปี 2558               ประธานพรรค Democratic Party of Korea


ปี 2560               ชนะการเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีคนที่ 12 ของเกาหลีใต้เมื่อ 10 พ.ค. 2560


-------------------------------------------

#8c7b75 - right
 

คณะรัฐมนตรี


คณะรัฐมนตรีเกาหลีใต้


ประธานาธิบดี                                                    Moon Jae-in


นรม.                                                              Lee Nak-yeon


รอง นรม.และ รมว.กระทรวงการเงิน และการคลัง            Hong Nam-ki


รอง นรม.และ รมว.กระทรวงศึกษาธิการ                      Yoo Eun-hae


รมว.กระทรวงมหาดไทย                                        Chin Young


รมว.กระทรวงการต่างประเทศ                                 Kang Kyung-wha


รมว.กระทรวงการค้า อุตสาหกรรม และพลังงาน              Sung Yun-mo


รมว.กระทรวงรวมชาติ                                          Kim Yeon-chul


รมว.กระทรวงยุติธรรม                                          -


รมว.กระทรวงกลาโหม                                          Jeong Kyeongdoo


รมว.กระทรวงวัฒนธรรม กีฬา และท่องเที่ยว                  Park Yang-woo


รมว.กระทรวงเกษตร อาหาร และกิจการชนบท               Kim Hyun-soo


รมว.กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีสารสนเทศ             Choi Ki-young


และการวางแผนอนาคต                                        


รมว.กระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน และการขนส่ง          Kim Hyun-mee


รมว.กระทรวงสาธารณสุข และสวัสดิการ                       Park Neung-hoo


รมว.กระทรวงสิ่งแวดล้อม                                       Cho Myung-rae


รมว.กระทรวงการจ้างงาน และแรงงาน                        Lee Jae-Kap


รมว.กระทรวงความเสมอภาคทางเพศ และกิจการครอบครัว Lee Jung-ok


รมว.กระทรวงกิจการมหาสมุทร และประมง                   Moon Seong-hyeok


รมว.กระทรวงธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง                  Park Young-sun


ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ                           Suh Hoon


--------------------------------