สาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกา

Democratic Socialist Republic of Sri Lanka

บันทึกข้อมูลเมื่อ: Jan. 7, 2020, 2:02 p.m.
แก้ไขล่าสุดเมื่อ: Feb. 16, 2020, 7:35 p.m.
ธงศรีลังกา
 


เมืองหลวง    โคลัมโบ


ที่ตั้ง            อยู่ในมหาสมุทรอินเดีย ห่างจากตอนใต้ของอินเดียประมาณ 80 กม. โดยมีอ่าวแมนนาร์ และช่องแคบพอล์กคั่นกลาง ระหว่างเส้นละติจูดที่ 7 องศาเหนือ และเส้นลองจิจูดที่ 81 องศาตะวันออก มีพื้นที่ประมาณ 65,610 ตร.กม. ชายฝั่งทะเลยาว 1,340 กม.


อาณาเขต       


                 ทิศเหนือและทิศตะวันออก ติดกับอ่าวเบงกอล


                 ทิศใต้และทิศตะวันตก      ติดกับมหาสมุทรอินเดีย


 ภูมิประเทศ    ลักษณะเป็นเกาะรูปหยดน้ำหรือไข่มุก ขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 24 ของโลก มีเทือกเขาตอนกลาง และตอนใต้ของประเทศมีแม่น้ำหลายสายไหลผ่าน บริเวณเชิงเขาเป็นที่ราบกว้างใหญ่ เป็นแหล่งเพาะปลูกใบชาที่สำคัญ ทางตอนเหนือของเทือกเขาเป็นที่ราบแห้งแล้ง และที่ราบริมฝั่งทะเลทางตอนใต้ รอบเกาะเป็นหาดทรายสวยงาม


ภูมิอากาศ     ร้อนชื้นบริเวณชายฝั่งทะเล แต่หนาวเย็นเล็กน้อยบริเวณภูเขา อุณหภูมิเฉลี่ย 26.4 องศาเซลเซียสในพื้นที่ราบ และ 19.7 องศาเซลเซียสในพื้นที่หุบเขา มีฝนตก 2 ช่วง คือ ธ.ค.-ก.พ. ด้วยอิทธิพลของลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดพาฝนมาสู่ภาคตะวันออกของประเทศ และ พ.ค.-ก.ย. ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดพาฝนเข้ามาสู่ภาคตะวันตกของประเทศ ภัยธรรมชาติที่สำคัญ ได้แก่ พายุไซโคลน และมีทอร์นาโดเป็นครั้งคราว


ประชากร      ประมาณ 21,353,101 คน (ต.ค. 2562) สิงหล 74.9% ทมิฬศรีลังกา 11.2% มัวร์ 9.2%
ทมิฬอินเดีย 4.2% อื่น ๆ 0.5% อัตราส่วนประชากรจำแนกตามอายุ : วัยเด็ก (0-14 ปี) 23.68% วัยรุ่นถึง
วัยกลางคน (15-64 ปี) 65.08% และวัยชรา (65 ปีขึ้นไป) 11.23% อายุเฉลี่ยของประชากร 77.56 ปี อายุเฉลี่ยเพศชาย 74.3 ปี อายุเฉลี่ยเพศหญิง 80.7 ปี อัตราการเกิด 6.4 คนต่อประชากร 1
,000 คน อัตราการตาย 6.3 คนต่อประชากร 1,000 คน อัตราการเพิ่มของประชากร 0.73% (ปี 2561)


ศาสนา         พุทธ 70.2% ฮินดู 12.6% อิสลาม 9.7% คริสต์ 7.4%


ภาษา          ภาษาประจำชาติ คือ สิงหล 75% และทมิฬ 18% ภาษาอื่น 8% โดยประชากร 10% สามารถใช้ภาษาอังกฤษได้


การศึกษา     92% ของประชากรทั้งหมด โดยชาวศรีลังกาอายุ 15 ปีขึ้นไปสามารถอ่านและเขียนได้ เนื่องจากสหราชอาณาจักรวางรากฐานด้านการศึกษาไว้ให้ รัฐบาลจัดการศึกษาแบบให้เปล่าตั้งแต่ระดับอนุบาลถึงมหาวิทยาลัย การศึกษาภาคบังคับ คือ ชั้นประถมศึกษา มีมหาวิทยาลัย 9 แห่ง วิทยาลัยครู 26 แห่ง สถาบันเทคโนโลยี 13 แห่ง และวิทยาลัยเทคนิค 8 แห่ง


การก่อตั้งประเทศ   ศรีลังกาตกเป็นเมืองขึ้นของสหราชอาณาจักรเมื่อปี 2339 ในนามประเทศซีลอน และปกครองภายใต้กฎหมายสหราชอาณาจักร เมื่อปี 2358 ได้รับเอกราชจากสหราชอาณาจักรเมื่อ 4 ก.พ. 2491 และเปลี่ยนชื่อประเทศเป็นศรีลังกาเมื่อปี 2515 มีความขัดแย้งทางด้านเชื้อชาติจนกลายเป็นสงครามกลางเมืองเมื่อปี 2526 ระหว่างรัฐบาลกับกลุ่มแบ่งแยกดินแดนพยัคฆ์ทมิฬอีลัม (Liberation Tigers of Tamil Eelam-LTTE) และหลังจากสู้รบกันมากว่า 20 ปี รัฐบาลลงนามข้อตกลงหยุดยิงเมื่อ ก.พ. 2545 โดยมีนอร์เวย์เป็นคนกลางในการเจรจาสันติภาพ การสู้รบระหว่างรัฐบาลกับ LTTE เกิดขึ้นอีกครั้งเมื่อปี 2549 และรัฐบาลประสบความสำเร็จในการปราบปราม LTTE ด้วยการสังหารผู้นำสูงสุดของ LTTE เมื่อ พ.ค. 2552


วันชาติ         4 ก.พ.


การเมือง      ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยแบบสาธารณรัฐ มีประธานาธิบดีเป็นประมุขของประเทศ หัวหน้าฝ่ายบริหาร รมว.กระทรวงกลาโหม และเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดโดยตำแหน่ง แบ่งเขตการปกครองเป็น 9 จังหวัด


                 ฝ่ายบริหาร : ประธานาธิบดีมาจากการเลือกตั้งโดยตรง วาระ 5 ปี และจำกัดวาระการดำรงตำแหน่งไม่เกิน 2 สมัย ประธานาธิบดีคนปัจจุบันคือ นายโกตาบายา ราชปักษา ขึ้นดำรงตำแหน่งเมื่อ 18 พ.ย. 2562


                 ฝ่ายนิติบัญญัติ : มีสภาเดียว ส.ส. 225 คน มาจากการเลือกตั้งโดยตรง วาระ 6 ปี สภาผู้แทนราษฎรมีสิทธิในการถอดถอนประธานาธิบดี โดยเสียงสนับสนุน 2 ใน 3 ของ ส.ส.


                 ฝ่ายตุลาการ : ระบบศาล ประกอบด้วย ศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ และศาลฎีกา มีคณะกรรมการตุลาการ ประกอบด้วย สมาชิก 5 คน ประธานศาลฎีกาทำหน้าที่ประธาน และผู้ทรงคุณวุฒิอีก 4 คนได้รับการแต่งตั้งโดยประธานาธิบดี ดำรงตำแหน่ง 4 ปี มีหน้าที่พิจารณาร่างกฎหมายมิให้ขัดรัฐธรรมนูญและหลักความยุติธรรม


                 พรรคการเมืองสำคัญ ได้แก่ 1) พรรค Sri Lanka Freedom Party (SLFP) 2) พรรคสหชาติ (United National Party-UNP) 3) พรรค Janatha Vimukthi Peramuna (JVP) และ 4) พรรคทมิฬแห่งชาติ (Tamil National Party-TNA)


เศรษฐกิจ      ระบบเศรษฐกิจแบบเสรี โดยใช้กลไกตลาดภาคบริการเป็นรายได้หลัก จากเดิมที่มีรายได้หลักจากภาคการเกษตร ผลผลิตการเกษตรที่สำคัญ ได้แก่ ใบชา ยางพารา มะพร้าว ใบยาสูบ อ้อย และการประมง
ส่วนอุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ สิ่งทอ และเสื้อผ้าสำเร็จรูป อัญมณี เครื่องหนัง และปิโตรเลียม


                 เศรษฐกิจของศรีลังกาได้รับประโยชน์จากการยุติของสงครามกลางเมือง โดยเฉพาะการพัฒนาการคมนาคมและการท่องเที่ยว โอกาสของศรีลังกา คือ การได้สิทธิพิเศษทางการค้าจากสหภาพยุโรป ขณะที่รัฐบาลมีนโยบายบริหารกิจการสำคัญต่าง ๆ เอง และมีนโยบายแปรรูปรัฐวิสาหกิจ รวมทั้งต้องการเงินทุนจำนวนมากในการพัฒนาประเทศ ทำให้ต้องพึ่งพาเงินกู้ เงินช่วยเหลือให้เปล่า และเงินลงทุนจากต่างชาติ โดยขอรับความช่วยเหลือจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) ญี่ปุ่นและอื่นอิหร่านเป็นผู้ให้ความช่วยเหลือมากที่สุด จีนเป็นผู้ให้กู้รายใหญ่สำหรับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งนี้ ศรีลังกาตั้งเป้าจะเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจในมหาสมุทรอินเดีย โดยปรับปรุงท่าเรือให้มีขนาดใหญ่ขึ้น เพื่อรองรับเรือสินค้าขนาดใหญ่ ขณะเดียวกัน รัฐบาลก็มีมาตรการส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศ เช่น ยกเว้นภาษี 3-15 ปี ยกเว้นภาษีนำเข้าวัตถุดิบ ธุรกิจที่เป็นเป้าหมายส่งเสริม ได้แก่ สิ่งทอ ซอฟต์แวร์ อัญมณีและเครื่องประดับ การท่องเที่ยว และยางพารา


                 ปีงบประมาณ 1 ม.ค.-31 ธ.ค.


             สกุลเงิน ตัวย่อสกุลเงิน :  รูปีศรีลังกา (Sri Lanka Rupee/LKR)


                 อัตราแลกเปลี่ยนต่อดอลลาร์สหรัฐ :  1 ดอลลาร์สหรัฐ : 181.83 รูปีศรีลังกา


                 อัตราแลกเปลี่ยนต่อบาท :  1 บาท : 5.9 รูปีศรีลังกา (ต.ค. 2562)


ดัชนีเศรษฐกิจสำคัญ (ปี 2561)


ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) : 87,590 ล้านดอลลาร์สหรัฐ


อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ : 3.1%


ดุลบัญชีเดินสะพัด : ขาดดุล 2,536 ล้านดอลลาร์สหรัฐ


รายได้เฉลี่ยต่อหัวต่อปี : 12,800 ดอลลาร์สหรัฐ


แรงงาน : 8,937,000 คน


อัตราการว่างงาน : 4.5%


อัตราเงินเฟ้อเฉลี่ย : 6.5%


ดุลการค้าระหว่างประเทศ : ขาดดุล 10,210 ล้านดอลลาร์สหรัฐ


มูลค่าการส่งออก : 10,930 ล้านดอลลาร์สหรัฐ


สินค้าส่งออกสำคัญ : เสื้อผ้าสำเร็จรูปและสิ่งทอ ชา เครื่องเทศ ยางพารา เพชรและอัญมณี


คู่ค้าสำคัญ : สหรัฐฯ สหราชอาณาจักร สิงคโปร์ เยอรมนี และอิตาลี


มูลค่าการนำเข้า : 21,140 ล้านดอลลาร์สหรัฐ


สินค้านำเข้าสำคัญ : ปิโตรเลียม สิ่งทอ เครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ใช้ในการขนส่ง วัสดุก่อสร้าง และแร่โลหะพื้นฐาน


คู่ค้าสำคัญ : อินเดีย จีน สิงคโปร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และญี่ปุ่น


ทรัพยากรธรรมชาติสำคัญ : หินปูน แร่แกรไฟต์ ทราย แร่อัญมณี ฟอสเฟต และดินเหนียว


การทหาร      กองทัพศรีลังกามีกำลังพล 243,000 นาย แยกเป็น ทบ. 200,000 นาย ทร. 15,000 นาย และ ทอ. 28,000 นาย นอกจากนี้ มีกำลังพลสำรอง 5,500 นาย และกองกำลังกึ่งทหาร 62,200 นาย ยุทโธปกรณ์สำคัญ ได้แก่ ถ.หลัก 62 คัน รถสายพานลำเลียงพลหุ้มเกราะอย่างน้อย 211 คัน รถรบทหารราบหุ้มเกราะ 62 คัน ปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน ปืนใหญ่นำวิถี เครื่องยิงจรวดหลายลำกล้อง เครื่องยิงลูกระเบิดขนาด 81 มม. 82 มม. และ 120 มม. เรือตรวจการณ์ เรือรบสะเทินน้ำสะเทินบก เรือลำเลียงพล บ.รบ 30 เครื่อง บ.ลำเลียงพล และ ฮ. 45 เครื่อง งบประมาณด้านการทหาร 2.44% ของ GDP (ปี 2559)


สมาชิกองค์การระหว่างประเทศ  เป็นสมาชิกองค์การระหว่างประเทศและกลุ่มความร่วมมือรวม 61 แห่ง อาทิ ADB, ARF, BIMSTEC, SAARC และ UN


วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  ส่งเสริมการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้มีความล้ำหน้าในภูมิภาคเอเชียใต้ภายในปี 2563 เพื่อส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของศรีลังกา จัดการศึกษาและฝึกอบรม กำกับดูแลและส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) จัดตั้งหน่วยงานให้คำปรึกษาและบริการด้าน IT และพัฒนาบุคลากรที่เชี่ยวชาญด้าน IT 


การขนส่งและโทรคมนาคม  มีท่าอากาศยาน 19 แห่ง ใช้การได้ดี 15 แห่ง เป็นท่าอากาศยานนานาชาติ 1 แห่ง คือ ท่าอากาศยานบันดาราไนยเก เส้นทางรถไฟระยะทาง 1,447 กม. ถนนระยะทาง 114,093 กม. มีท่าเรือสำคัญในกรุงโคลัมโบ ซึ่งกำลังพัฒนาให้เป็นท่าเรือที่ใหญ่และทันสมัยที่สุดในเอเชียใต้ ด้านการโทรคมนาคม มีโทรศัพท์พื้นฐานให้บริการประมาณ 2,479,802 เลขหมาย โทรศัพท์เคลื่อนที่ 25,797,199 เลขหมาย ระบบการติดต่อทางโทรศัพท์กำลังได้รับการพัฒนาอย่างรวดเร็ว รหัสโทรศัพท์ +94 จำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ต 6,710,160 คน บัญชีผู้ใช้เฟซบุ๊ก 5,500,000 บัญชี รหัสอินเทอร์เน็ต คือ .lk


การเดินทาง  มีเส้นทางบินตรงกรุงเทพฯ-โคลัมโบ ให้บริการเป็นประจำทุกวัน โดยเป็นของการบินไทย 12 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ และของสายการบินอื่น ๆ อีกกว่า 20 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ (รวมถึงสายการบินราคาถูก เช่น แอร์เอเชีย และมาเลเซียแอร์ไลน์) นักท่องเที่ยวไทยต้องขอรับการตรวจลงตราจาก สอท.ศรีลังกา/กรุงเทพฯ ส่วนผู้ถือหนังสือเดินทางทูตและหนังสือเดินทางราชการได้รับยกเว้นการตรวจลงตรา และสามารถพำนักในศรีลังกาได้ไม่เกิน 90 วัน เวลาที่ศรีลังกาช้ากว่าไทย 1 ชม. 30 นาที


สถานการณ์สำคัญที่น่าติดตาม


                 รัฐบาลศรีลังกาประเมินว่ากลุ่มแบ่งแยกดินแดนพยัคฆ์ทมิฬอีลัม (Liberation Tigers of Tamil Eelam–LTTE) ยังคงเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของศรีลังกา หลังจากปรากฏความเคลื่อนไหวทั้งในศรีลังกาและในต่างประเทศ โดยรัฐบาลศรีลังกาเชื่อว่า LTTE ยังคงมีความพยายามก่อเหตุรุนแรง รวมกลุ่มใหม่ และจัดตั้งเขตปกครองตนเองในศรีลังกา


                    ความขัดแย้งทางด้านศาสนาระหว่างชาวพุทธสิงหล ซึ่งเป็นชนส่วนใหญ่ กับมุสลิมซึ่งเป็นชนส่วนน้อยยังคงมีอยู่ ซึ่งจะเป็นอุปสรรคสำคัญต่อความพยายามของรัฐบาลศรีลังกาในการสร้างความสมานฉันท์ในประเทศ และยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อการพัฒนาประเทศ


                 ความเป็นไปได้ที่จะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หลังจากที่ชนกลุ่มน้อย โดยเฉพาะชาวทมิฬต้องการเพิ่มเนื้อหาเกี่ยวกับสิทธิและความเท่าเทียม และการแก้ไขการแบ่งเขตการปกครอง


ความสัมพันธ์ไทย-ศรีลังกา


                 สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตในระดับอัครราชทูตเมื่อ 20 พ.ย. 2498 และยกระดับเป็นระดับ ออท. เมื่อ 27 ธ.ค. 2504 ความสัมพันธ์ราบรื่นและใกล้ชิดมีความสัมพันธ์ทางด้านศาสนามากที่สุด ซึ่งนำไปสู่การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม การค้า การท่องเที่ยว และวิชาการเพิ่มขึ้น


                 ด้านการเมือง ไทยสนับสนุนการสร้างสันติภาพในศรีลังกา โดยเฉพาะในช่วงสงครามกลางเมืองระหว่างปี 2526-2552 โดยไทยเป็นเจ้าภาพจัดการเจรจาสันติภาพระหว่างรัฐบาลศรีลังกากับกลุ่ม LTTE 3 ครั้ง ระหว่างปี 2545-2546 และปัจจุบันไทยยังคงให้การสนับสนุนศรีลังกาในเวทีต่างประเทศด้วยดีเสมอมา โดยเฉพาะในเวทีสหประชาชาติ (UN) และในกรอบสิทธิมนุษยชนที่ศรีลังกาโดนกดดันจากสหรัฐฯ และ UN ให้เร่งตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนในช่วงสงครามกลางเมืองเมื่อปี 2552


                 ด้านเศรษฐกิจ ศรีลังกาเป็นคู่ค้าอันดับ 4 ของไทยในภูมิภาคเอเชียใต้ รองจากอินเดีย ปากีสถาน และบังกลาเทศตามลำดับ การค้ารวมในหลาย ๆ ปีที่ผ่านมามีมูลค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเมื่อปี 2561 การค้ารวมระหว่างไทย-ศรีลังกามีมูลค่า 526.43 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 2.6% จากปี 2560 โดยไทยเป็นฝ่ายได้ดุลการค้า สินค้าที่ไทยส่งออกไปยังศรีลังกา ได้แก่ ปลาแห้ง ผ้าผืน รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบเครื่องจักรกลและส่วนประกอบของเครื่องจักรกล ส่วนสินค้าที่ไทยนำเข้าจากศรีลังกา ได้แก่ เครื่องเพชรพลอยอัญมณี เงินแท่ง และทองคำ น้ำมันสำเร็จรูป เสื้อผ้าสำเร็จรูป พืชและผลิตภัณฑ์จากพืช


                 นอกจากนี้ ไทยและศรีลังกาอยู่ระหว่างการเจรจาจัดทำความตกลงการค้าเสรี (FTA) ไทย-ศรีลังกาโดยเริ่มการเจรจารอบแรกไปเมื่อ ก.ค. 2561 และตั้งเป้าที่จะสรุปผลการเจรจาภายในปี 2563 ซึ่งแผนปฏิบัติการความร่วมมือทางเศรษฐกิจดังกล่าวจะเป็นพื้นฐานของการเจรจาข้อบทความร่วมมือทางเศรษฐกิจภายใต้ FTA ไทย-ศรีลังกา รวมทั้งยังช่วยส่งเสริมและสนับสนุนความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจการค้าระหว่างไทยกับศรีลังกาด้วย


                 ด้านการท่องเที่ยว ไทยและศรีลังกาเห็นพ้องกันที่จะส่งเสริมความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวระหว่างกัน โดยเฉพาะการท่องเที่ยวเชิงพุทธศาสนาและวัฒนธรรม โดยศรีลังกายังมองไทยเป็นต้นแบบของการพัฒนาด้านการท่องเที่ยว นอกจากนี้เมื่อปี 2562 สำนักงานการท่องเที่ยวแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกา ได้ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับรัฐบาลไทย โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) ร่วมกันฟื้นฟูการท่องเที่ยวของประเทศให้กลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง หลังเหตุระเบิดครั้งใหญ่ใจกลางโคลัมโบและ 2 เมืองใหญ่เมื่อวันอีสเตอร์ (21 เม.ย. 2562) ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 258 คน บาดเจ็บเกือบ 500 คน


                 ข้อตกลงที่สำคัญระหว่างไทยกับศรีลังกา ได้แก่ ความตกลงว่าด้วยบริการขนส่งทางอากาศ
(ปี 2493) อนุสัญญาเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนและการป้องกันการเลี่ยงการรัษฎากรในส่วนที่เกี่ยวกับภาษีเก็บจากเงินได้ (ปี 2533) ความตกลงว่าด้วยการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน (ปี 2539) ความตกลงว่าด้วย
ความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจและวิชาการ (ปี 2539) ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านการประมง (ปี 2547) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคีด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและบริการสารสนเทศ (ปี 2547) สนธิสัญญาว่าด้วยความช่วยเหลือซึ่งกันและกันในเรื่องทางอาญา (ปี 2547) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านมาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช (ปี 2547) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือเกี่ยวกับการลงทุน (ปี 2547) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการแลกเปลี่ยนข่าวกรองระหว่างกองทัพไทยกับกองทัพบกศรีลังกา (ปี 2548) ความตกลงว่าด้วยการยกเว้นการตรวจลงตราผู้ถือหนังสือเดินทางทูตและราชการระหว่างไทยกับศรีลังกา (ปี 2556) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว (ปี 2556) และบันทึกความเข้าใจด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ปี 2556) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการพัฒนาความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจ (ปี 2561) สนธิสัญญาว่าด้วยการโอนตัวผู้กระทำผิดและความร่วมมือในการบังคับให้เป็นไปตามคำพิพากษา ในคดีอาญาระหว่างไทยและศรีลังกา (ปี 2561) แผนการดำเนินโครงการความร่วมมือ เพื่อการพัฒนาชุมชนต้นแบบอย่างยั่งยืนบนพื้นฐานการประยุกต์ใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในศรีลังกา (ปี 2561) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือทางวิชาการ ด้านการสร้างมูลค่าเพิ่มของสินค้าพื้นฐาน ระหว่างกระทรวงอุตสาหกรรมพื้นฐานศรีลังกากับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (ปี 2561)


------------------------------------------


 

 
 
 
 

ผู้นำศรีลังกา

 
บันทึกข้อมูลเมื่อ: Jan. 7, 2020, 2:02 p.m.
เผยแพร่ข้อมูลเมื่อ: None |
รูปผู้นำศรีลังกา
 


นายโกตาบายา  ราชปักษา


(Gotabaya Rajapaksa)


ตำแหน่ง                ประธานาธิบดีศรีลังกา


เกิด                     20 มิ.ย. 2492 (อายุ 71 ปี/ปี 2563) ที่เมือง Palatuwa เขตมาตาระ ทางตอนใต้ของศรีลังกา โดยเป็นบุตรคนที่ห้าในจำนวนพี่น้อง 9 คน (หนึ่งในนั้นคือนายมหินทะ ราชปักษา)


การศึกษา              จบระดับมัธยมศึกษาจากวิทยาลัยอนันดา ในโคลัมโบ


                          จบปริญญาตรีจากโรงเรียนนายร้อยของศรีลังกา เมื่อปี 2514


                          จบปริญญาโทด้านการศึกษาการป้องกันจากมหาวิทยาลัย Madras ในอินเดีย เมื่อปี 2526


ปริญญาโทด้านเทคโนโลยีสารสนเทศจากมหาวิทยาลัยโคลัมโบ เมื่อปี 2535


สถานภาพทางครอบครัว      สมรสกับนางอโยมา ราชปักษา มีบุตรชาย 1 คน คือ นายดามินดา มาโนช ราชปักษา


ศาสนา                  พุทธ


พรรคการเมืองที่สังกัด Sri Lanka Podujana Peramuna (SLPP)


ประวัติทางการเมือง


ปี 2548                 ได้รับแต่งตั้งจากนายมหินทะ ราชปักษา ซึ่งเป็นพี่ชาย (ขณะนั้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี) ให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่งนายโกตาบายาเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการปราบกลุ่มแบ่งแยกดินแดนพยัคฆ์ทมิฬอีลัม (LTTE) ซึ่งทำให้สงครามกลางเมืองอันยืดเยื้อสิ้นสุดเมื่อปี 2552


18 พ.ย. 2562          ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของศรีลังกา โดยสามารถเอาชนะนายนายสาจิต เปรมทาสา จากพรรคสหชาติ (United National Party-UNP) ในการเลือกตั้งเมื่อ 16 พ.ย. 2562


ข้อมูลที่น่าสนใจ      


-        ชื่อ “โกตาบายา” มีความหมายว่า ยักษ์


-        เริ่มรับราชการทหารในกองทัพบกเมื่อปี 2514 และได้รับการเลื่อนขั้นเรื่อย ๆ ในช่วงเวลา 20 ปี และได้เหรียญกล้าหาญมากมาย โดยหลังเกษียณอายุราชการเมื่อปี 2541 ได้ย้ายไปอยู่ที่สหรัฐฯ เพื่อทำงานด้านไอที และเดินทางกลับศรีลังกาอีกครั้งเมื่อปี 2548 ที่พี่ชายได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดี


-        ถือสองสัญชาติ คือ ศรีลังกา (ได้โดยกำเนิด) และอเมริกัน (ขอเมื่อปี 2546)


-        แม้จะเป็นเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการปราบกลุ่ม LTTE แต่ในขณะเดียวกันก็ถูกกล่าวหาว่าละเมิดสิทธิมนุษยชนในการปราบปรามครั้งดังกล่าว


-        การชนะเลือกตั้งประธานาธิบดีของนายโกตาบายานำมาซึ่งความคิดเห็นอันแตกแยก บางฝ่ายบอกว่าการเข้ารับตำแหน่งของนายโกตาบายาจะนำมาซึ่งความขัดแย้งระหว่างกลุ่มเชื้อชาติ อีกฝ่ายมองว่านายโกตาบายาจะนำความมั่นคงกลับสู่ประเทศหลังเกิดเหตุก่อการร้ายในวันอีสเตอร์เมื่อ เม.ย. 2562


 


- เคยพัวพันกรณีอื้อฉาวเกี่ยวกับคอร์รัปชั่น และเคยถูกตั้งข้อสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการขนย้ายอาวุธของรัฐ


- ครอบครัวราชปักษาได้รับการวิจารณ์ว่าเป็นครอบครัวที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดครอบครัวหนึ่งในศรีลังกา โดยบิดาเคยเป็นทั้ง ส.ส.และรัฐมนตรี ส่วนพี่ชายเคยเป็นประธานาธิบดีถึงสองสมัย


-------------------------------


 

#8c7b75 - right
 

คณะรัฐมนตรี


คณะรัฐมนตรีศรีลังกา


ประธานาธิบดี                                                             Gotabaya Rajapaksa


นรม.                                                                        Mahinda Rajapaksa


รมว.กระทรวงการคลัง                                                     Mahinda Rajapaksa


รมว.กระทรวงเศรษฐกิจ                                                            Mahinda Rajapaksa


รมว.กระทรวงการพัฒนานโยบาย                                                 Mahinda Rajapaksa


รมว.กระทรวงพุทธศาสนา                                                Mahinda Rajapaksa


รมว.กระทรวงวัฒนธรรม                                                          Mahinda Rajapaksa


รมว.กระทรวงการประปาและการพัฒนาเขตเมือง                               Mahinda Rajapaksa


รมว.กระทรวงกระทรวงการเคหะ                                                 Mahinda Rajapaksa


รมว.กระทรวงยุติธรรม สิทธิมนุษยชน และการปฏิรูปกฎหมาย         Nimal Siripala de Silva


รมว.กระทรวงการเสริมสร้างศักยภาพชุมชน                             Arumugam Thondaman


และโครงสร้างพื้นฐานด้านอสังหาริมทรัพย์


รมว.กระทรวงการต่างประเทศ                                           Dinesh Gunawardena


รมว.กระทรวงการพัฒนาทักษะ การจ้างงาน และแรงงานสัมพันธ์               Dinesh Gunawardena


รมว.กระทรวงการประมง และการพัฒนาทรัพยากรสัตว์น้ำ                     Douglas Devananda


รมว.กระทรวงกิจการเด็กและสตรี                                                 Pavithra Wanniarachchi


รมว.กระทรวงประกันสังคม สาธารณสุข และการแพทย์พื้นบ้าน                 Pavithra Wanniarachchi


รมว.กระทรวงเทคโนโลยีและการสื่อสาร                                         Bandula Gunawardene


รมว.กระทรวงอุดมศึกษา                                                          Bandula Gunawardene


รมว.กระทรวงเทคโนโลยีและนวัตกรรม                                          Bandula Gunawardene


รมว.กระทรวงมหาดไทย                                                           Janaka Bandara Tennakoon


รมว.กระทรวงการบริหารสาธารณะ สภาจังหวัด และการบริหารท้องถิ่น       Janaka Bandara Tennakoon


รมว.กระทรวงกระทรวงพัฒนาแม่น้ำมหาเวลี การเกษตร และการค้า           Chamal Rajapaksa


รมว.กระทรวงศึกษาธิการ กีฬา และกิจการเยาวชน                              Dullas Alahapperuma


รมว.กระทรวงการพัฒนาถนนและทางหลวง การท่าเรือและการขนส่ง          Johnston Fernando


รมว.กระทรวงการคมนาคมขนส่ง กำลังและพลังงาน                             Mahinda Amaraweera


รมว.กระทรวงวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME)                        Wimal Weerawansa


การพัฒนาองค์กรอุตสาหกรรม และการจัดการอุปทาน


รมว.กระทรวงสิ่งแวดล้อม สัตว์ป่า ที่ดิน และการพัฒนาที่ดิน           S.M. Chandrasena


รมว.กระทรวงการเพาะปลูกและการส่งออกการเกษตร                   Ramesh Pathirana


รมว.กระทรวงอุตสาหกรรมการส่งออกและการส่งเสริมการลงทุน               Prasanna Ranatunga


อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการบิน


---------------------------------


(พ.ย.2562)