สาธารณรัฐประชาธิปไตยโซมาเลีย

Somalia Democratic Republic

บันทึกข้อมูลเมื่อ: Jan. 7, 2020, 2:11 p.m.
แก้ไขล่าสุดเมื่อ: Feb. 18, 2020, 10:05 p.m.
ธงโซมาเลีย
 

เมืองหลวง    โมกาดิชู


ที่ตั้ง    ทางแอฟริกาตะวันออก ตั้งอยู่ทางตะวันออกของเอธิโอเปีย บริเวณเส้นละติจูด 10 องศาเหนือและเส้นลองจิจูด 49 องศาตะวันออก พื้นที่รวม 637,657 ตร.กม.


อาณาเขต     


                 ทิศเหนือ          ติดกับอ่าวเอเดนและจิบูตี 61 กม.


                 ทิศใต้     ติดกับเคนยา 684 กม.


                 ทิศตะวันออก              ติดกับอ่าวเอเดนและมหาสมุทรอินเดีย 3,025 กม.


                 ทิศตะวันตก       ติดกับเอธิโอเปีย 1,640 กม.1,299 กม.


ภูมิประเทศ    ส่วนใหญ่เป็นที่ราบก่อนยกตัวสูงขึ้นเป็นเนินและภูเขาขนาดเล็กทางตอนเหนือ


ภูมิอากาศ     อากาศร้อนแบบทะเลทราย มีฤดูมรสุมตะวันออกเฉียงเหนืออยู่ในช่วง ธ.ค.-ก.พ. ทางตอนเหนืออุณหภูมิปานกลาง ทางตอนใต้อากาศร้อน ขณะที่ฤดูมรสุมตะวันตกเฉียงใต้อยู่ในช่วง พ.ค.-ต.ค. ในภาคเหนือและใต้อากาศร้อนและแห้งแล้ง


ประชากร      15,442,906 คน (ปี 2562 ประมาณการของสหประชาชาติ)


รายละเอียดประชากร      ชาวโซมาเลีย 85% ชาวบันตู (Buntu) และเผ่าอื่น ๆ 15% (รวมถึงชาวอาหรับ ประมาณ 30,000 คน) อัตราส่วนประชากรจำแนกตามอายุ : วัยเด็ก (0-14 ปี) 42.87% วัยรุ่นถึงวัยกลางคน (15-64 ปี) 54.93% วัยชรา (65 ปีขึ้นไป) 2.19% อายุขัยเฉลี่ยของประชากรโดยรวม 53.2 ปี เพศชายประมาณ 51 ปี เพศหญิงประมาณ 55.4 ปี อัตราการเกิด 39.3 คนต่อประชากร 1,000 คน อัตราการตาย 12.8 คนต่อประชากร 1,000 คน อัตราการเพิ่มของประชากร 2.08%


ศาสนา         อิสลาม (ซุนนี)


ภาษา          โซมาลีและอาหรับเป็นภาษาราชการ และมีการใช้ภาษาอังกฤษ และอิตาลี


การศึกษา     อัตราการรู้หนังสือ 40% (ปี 2559)


การก่อตั้งประเทศ  ดินแดนที่เป็นประเทศโซมาเลียในปัจจุบันเคยเป็นศูนย์กลางการค้าสำคัญของแอฟริกา โดยเป็นจุดค้าขายสินค้าที่มีค่า ได้แก่ ยางสน ยางไม้หอม และเครื่องเทศ ประชาชนในพื้นที่นับถือศาสนาอิสลาม เพราะได้รับอิทธิพลจากชาวอาหรับ ต่อมาสหราชอาณาจักรยึดครองดินแดนโซมาเลียได้เมื่อปี 2463 และมีดินแดนบางส่วนอยู่ในการปกครองของอิตาลีเมื่อปี 2484 สหราชอาณาจักรบริหารจัดการด้านการทหารในพื้นที่ตอนเหนือของโซมาเลีย ส่วนดินแดนทางใต้มีสถานะเป็นดินแดนในอารักขาสหราชอาณาจักรถอนกำลังออกจากบริเวณดังกล่าวเมื่อปี 2503 และยินยอมให้ดินแดนในปกครองของตนรวมกับดินแดนที่อยู่ภายใต้การดูแลของอิตาลี จัดตั้งรัฐใหม่โดยใช้ชื่อว่า สาธารณรัฐประชาธิปไตยโซมาเลีย


                 ปัญหาภายในโซมาเลียเกิดขึ้นภายหลังการรวมประเทศ โดยเกิดการแย่งชิงอำนาจเมื่อปี 2512 ซึ่งนายพล Said Barre เป็นผู้นำปฏิวัติการปกครองและสถาปนาตนเองขึ้นเป็นประธานาธิบดี แม้ว่าในระหว่างการบริหารประเทศจะประสบความสำเร็จในการพัฒนาประเทศอย่างมาก โดยสามารถจัดระเบียบการปกครอง การพัฒนาอาชีพและการศึกษาให้แก่ประชาชนโซมาเลียแต่การพัฒนาหยุดชะงักลงเมื่อเกิดสงครามระหว่างโซมาเลียกับเอธิโอเปียเมื่อปี 2520-2521 (สงคราม Ogaden) ซึ่งเกิดจากการที่โซมาเลียพยายามรวมประเทศและขอดินแดนที่เคยเป็นของโซมาเลียก่อนถูกแบ่งโดยประเทศมหาอำนาจในอดีตคืนจากเอธิโอเปียแต่ไม่ประสบผลสำเร็จจึงได้มีการใช้กำลังทหาร โดยเอธิโอเปียได้รับการช่วยเหลือด้านยุทโธปกรณ์จากรัสเซียและกลุ่มประเทศสมาชิกกติกาสัญญาวอร์ซอ (Warsaw Pact) ในทางตรงข้ามโซมาเลียไม่ได้มีการปรึกษากับประเทศพันธมิตรของตนจึงไม่มีประเทศใดให้การสนับสนุนโซมาเลีย ทำให้โซมาเลียต้องแพ้สงครามและสูญเสียทหารไปเป็นจำนวนมาก จนปี 2521 รัฐบาลทหารไม่ได้รับการสนับสนุนจากประชาชน ประกอบกับกลุ่มต่อต้านรัฐบาลที่ได้รับการสนับสนุนจากเอธิโอเปียเข้ามาก่อกวนภายในประเทศ ทำให้รัฐบาลหันไปใช้ระบบการปกครองแบบเผด็จการจนเกิดสงครามกลางเมืองเมื่อปี 2533 จนกระทั่งปี 2534 กลุ่มต่อต้านรัฐบาลสามารถโค่นล้มรัฐบาลทหารของประธานาธิบดี Said Barre และแต่งตั้งนาย Ali Mahdi Muhammaad ขึ้นเป็นประธานาธิบดี แต่ก็ยังไม่ได้รับการยอมรับจากกลุ่มต่อต้านอื่น ๆ ทำให้สงครามกลางเมืองยังไม่ยุติ


                 สงครามกลางเมืองและความรุนแรงที่เกิดขึ้นในประเทศโซมาเลีย ทำให้ไม่สามารถบังคับใช้กฎหมายภายในประเทศได้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) จึงอนุมัติให้จัดตั้ง United Nations Operation in Somalia 1 (UNOSOM I) เมื่อปี 2535 แต่ไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากมีข้อจำกัดที่ให้กองกำลังรักษาสันติภาพสามารถใช้อาวุธเพื่อการป้องกันตนเองได้เท่านั้นเเละไม่สามารถใช้อาวุธในการช่วยเหลือประชาชนได้ ทำให้กลุ่มต่อต้านไม่เกรงกลัวกำลังของสหประชาชาติแต่อย่างใด จนกระทั่ง ธ.ค. 2535 สหรัฐฯ ส่งกำลังทหารเข้าไปในโซมาเลียตอนใต้ โดยมีภารกิจปกป้องและรักษาสิทธิมนุษยชน เรียกหน่วยกำลังนี้ว่า United Task Force (UNITAF) และตั้งชื่อยุทธการว่า “ยุทธการฟื้นฟูความหวัง” (Operation Restore Hope) ซึ่งดูแลความปลอดภัยในชีวิตของประชาชนโซมาเลียได้ในระดับหนึ่ง และสหรัฐฯ ได้ถอนกำลังออกไปเมื่อ พ.ค. 2536 โดยแปรสภาพหน่วย UNITAF มาเป็นภารกิจของสหประชาชาติอีกครั้งหนึ่งในชื่อ UNOSOM II และเรียกชื่อยุทธการว่า “Operation United Shield” ซึ่งปฏิบัติภารกิจอยู่ได้เพียง 2 ปี แต่สูญเสียกำลังทหารรักษาสันติภาพจำนวนมากจึงได้ถอนกำลังออกจากโซมาเลียเมื่อ 3 มี.ค. 2538  เนื่องจากไม่สามารถรักษาสันติภาพภายในโซมาเลียได้


                 ปี 2546 การประชุม the Somalia National Peace Conference (SNPC) ที่จิบูตี กำหนดตั้งรัฐบาลชั่วคราวบริหารประเทศ (Transitional National Government-TNG) แต่ไม่สามารถเสริมสร้างความมั่นคงภายในประเทศ ทำให้รัฐบาลเคนยาภายใต้การสนับสนุนของ the Intergovernmental Authority on Development (IGAD) เลือกให้นาย Abdullahi Yusuf ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีชั่วคราวของโซมาเลีย โดยรัฐบาลชุดนี้เรียกว่า Transitional Federal Government (TFG) จนกระทั่งปี 2551 นาย Abdullahi Yusuf ลาออกจากตำแหน่ง สหประชาชาติจัดการประชุมร่วมระหว่างรัฐบาลชั่วคราวกับกลุ่ม Alliance for the Re-Liberation of Somalia (ARS) ที่จิบูตี ทำให้มีการตั้งรัฐบาลผสมระหว่าง TFG กับ ARS ต่อมาเมื่อ ธ.ค. 2549 รัฐบาลชั่วคราวเกิดความแตกแยกกับพรรค Islamic Courts Union (ICU) ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านจนพรรค ICU ถอนตัวออกจากรัฐบาลชั่วคราว


                 เมื่อ ม.ค. 2552 รัฐสภาโซมาเลียเลือกนาย Sheikh Sharif Sheikh Ahmed ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีพร้อมกับประกาศใช้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่กำหนดให้ประธานาธิบดีดำรงตำแหน่ง วาระละ 5 ปี และขยายวาระของรัฐบาลชั่วคราวออกก่อนจัดการเลือกตั้งทั่วไปที่กำหนดใน ก.ย. 2555 ซึ่งจะเป็นการสิ้นสุดยุคของรัฐบาลชั่วคราว


                 เมื่อ 8 ก.พ. 2560 มีการเลือกตั้งทั่วไป โดยนาย Mohamed Abdullahi Mohamed ชนะการเลือกตั้ง และดำรงตำแหน่งเป็นประธานาธิบดี เข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีคนที่ 9 เมื่อ 16 ก.พ. 2560


วันชาติ         1 ก.ค. 2503  ซึ่งเป็นวันที่ได้รับเอกราชจากอิตาลี


การเมือง      ระบอบประชาธิปไตยแบบสหพันธ์สาธารณรัฐ มีประธานาธิบดีเป็นประมุขของรัฐ และ นรม. เป็นหัวหน้าคณะรัฐบาล ประธานาธิบดีคนปัจจุบัน คือ นาย Mohamed Abdullahi Mohamed จากพรรค Tayo Political Party (TPP) ชนะการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อ 8 ก.พ. 2560 ส่วน นรม. คนปัจจุบัน คือ นาย Hassan Ali Khayre จากพรรค Peace and De-velopment Party (PDP) ดำรงตำแหน่งเมื่อ 1 มี.ค. 2560


                 ฝ่ายบริหาร : ประธานาธิบดีมาจากการเลือกตั้งทางอ้อมโดยรัฐสภา โดยต้องได้รับคะแนนเสียงสองในสาม และมีวาระ 4 ปี การเลือกตั้งครั้งล่าสุดมีขึ้นเมื่อ 8 ก.พ. 2560 ประธานาธิบดี Mohamed Abdullahi Mohamed “Farmaajo” จากพรรค TPP ได้รับคะแนนเสียง 184 เสียง และนาย Hassan Sheikh Mohamud จากพรรค PDP ได้รับคะแนนเสียง 97 เสียง ซึ่ง นรม. มาจากการแต่งตั้งโดยประธานาธิบดีและต้องผ่านการอนุมัติของรัฐภา


                 ฝ่ายนิติบัญญัติ : ระบบสองสภา ประกอบด้วย สภาสูง (Upper House) มีสมาชิก 54 คน โดยได้รับเลือกจากสภาแห่งรัฐ (state assemblies) มีวาระ 4 ปี ส่วนสภาผู้แทนราษฎร (House of the People) มีสมาชิก 275 คน ได้รับเลือกจากผู้แทนส่วนภูมิภาค มีวาระ 4 ปี ทั้งนี้ โซมาเลียเคยใช้ระบบสภาเดียวคือสภาผู้แทนราษฎร เริ่มมีครั้งแรกเมื่อ ก.ย. 2555 คัดเลือกโดยผู้อาวุโสของแต่ละเผ่า ต่อมาเปลี่ยนเป็นระบบสองสภา โดยการเพิ่มสภาสูงเมื่อปี 2559 การเลือกตั้งสภาสูงล่าสุดมีขึ้นเมื่อ 10 ต.ค. 2559 ส่วนการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎรคร้้งล่าสุดมีขึ้นเมื่อ 23 ต.ค.-10 พ.ย. 2559 โดยผู้ที่ได้รับการเลือกตั้ง (สมาชิกสภาสูง 41 คน และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 242 คน) สาบานตนเข้ารับตำแหน่งเมื่อ 27 ธ.ค. 2559


                 ฝ่ายตุลาการ : รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวกำหนดให้มีการจัดตั้งศาลรัฐธรรมนูญ (ประกอบด้วยผู้พิพากษา 5 คน) ศาลฎีกา และศาลอุทธรณ์ ส่วนในระดับภูมิภาคมีการกำหนดรูปแบบการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งต่าง ๆ โดยใช้กฎหมายจารีตประเพณี และกฎหมายอิสลาม ผู้พิพากษาแต่งตั้งจากประธานาธิบดี ตามคำแนะนำของคณะกรรมการตุลาการ


              พรรคการเมืองที่สำคัญ : พรรค Peace and Development Party พรรค Tayo และพรรค For Justice and Development


เศรษฐกิจ      แม้ว่ารัฐบาลโซมาเลียไม่มีเสถียรภาพ และยังไม่สามารถจัดการเรื่องรายได้และหนี้ต่างประเทศได้ ซึ่งเป็นหนี้สาธารณะสูงถึง 77% ของ GDP เมื่อปี 2560 โดยภาคการเกษตรเป็นภาคเศรษฐกิจที่มีความสำคัญสูงสุด ปศุสัตว์มีสัดส่วน 40% ของ GDP และคิดเป็นมากกว่า 50% ของรายได้จากการส่งออก โดยชนเผ่าเร่ร่อนและกึ่งเร่ร่อนเลี้ยงสัตว์เป็นอาชีพและเป็นประชากรส่วนใหญ่ของประเทศ ทั้งนี้ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ระบุว่า ปัญหาการก่อการร้ายในประเทศส่งกระทบต่ออัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของโซมาเลียเมื่อปี 2560 อยู่ที่ 1.8% และประมาณการว่าอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของโซมาเลียในปี 2561 จะฟื้นตัวเล็กน้อยมาอยู่ที่ 2.5% เนื่องจากการฟื้นตัวของภาคปศุสัตว์และผลิตผลทางการเกษตร ส่วนภาคอุตสาหกรรมของโซมาเลียมีขนาดเล็กและส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมแปรรูปผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร แต่มักเผชิญปัญหาปล้นสะดมเครื่องจักรถูกถอดไปขายเป็นเศษเหล็ก


                 บริษัทโทรคมนาคมให้บริการสื่อสารไร้สายเฉพาะในเมืองใหญ่ และมีอัตราค่าโทรต่ำที่สุดในทวีป ส่วนโรงแรมดำเนินกิจการโดยมีกลุ่มติดอาวุธรักษาความปลอดภัยให้รัฐบาลโซมาเลีย ไม่สามารถจัดเก็บรายได้ในประเทศได้และพึ่งพา IMF เพิ่มขึ้นโมกาดิชู ซึ่งเป็นเมืองหลวงมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน แต่ไม่ครอบคลุมในเขตพื้นที่นอกเมืองหลวงเนื่องจากปัญหาด้านความมั่นคง                


                สกุลเงิน ตัวย่อสกุลเงิน :  Somali Shilling หรือ SOS
                  อัตราแลกเปลี่ยนต่อดอลลาร์สหรัฐ :  580.13 Somali Shilling
                 อัตราแลกเปลี่ยนต่อบาท :  19.19 Somali Shilling (ธ.ค. 2562)


ดัชนีเศรษฐกิจสำคัญ
ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) : 34,8600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ปี 2562 ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ)
อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ : 2.6% (ปี 2561 ของสหประชาชาติ)
รายได้เฉลี่ยต่อหัวต่อปี : 5,3800 ดอลลาร์สหรัฐ (ปี 2562 ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ)
แรงงาน : 3,846,888 คน (ปี 2562 ของธนาคารโลก)
อัตราการว่างงาน : 13.9% (พ.ย. 2562 ขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ)
อัตราเงินเฟ้อ : 1.5% (ประมาณการปี 2559)
ผลผลิตทางการเกษตร : กล้วยหอม ข้าวฟ่าง ข้าวโพด มะพร้าว ข้าว อ้อย มะม่วง เมล็ดงา ถั่ว ปศุสัตว์ แกะ แพะ และปลา
ผลผลิตอุตสาหกรรม : การแปรรูปน้ำตาล สิ่งทอและอุปกรณ์สื่อสารไร้สาย
ดุลการค้าระหว่างประเทศ : ขาดดุล 464 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณการปี 2560)
มูลค่าการส่งออก : 819 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณการปี 2557)
สินค้าส่งออก : ปศุสัตว์ กล้วยหอม กลอง ปลา ถ่านไม้ และเศษโลหะ
คู่ค้าส่งออกที่สำคัญ : โอมาน 31.7% ซาอุดีอาระเบีย 18.7% สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 16.3% ไนจีเรีย 5.1% เยเมน 4.8% และปากีสถาน 4%
มูลค่าการนำเข้า : 94.43 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณการปี 2561)
สินค้านำเข้า : สินค้าอุตสาหกรรม ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม อาหาร วัสดุก่อสร้าง และต้นไม้ขนาดเล็ก
คู่ค้านำเข้าที่สำคัญ : จีน 17.6% อินเดีย 17.2% เอธิโอเปีย 10.5% โอมาน 10.3% เคนยา 6.9% ตุรกี 5.3% และมาเลเซีย 4.1%
คู่ค้าสำคัญ : โอมาน ซาอุดีอาระเบีย จีน อินเดีย
ทรัพยากรธรรมชาติ : ยูเรเนียม สินแร่ เหล็ก ดีบุก ยิปซัม แร่อะลูมิเนียม ทองแดง เกลือ ก๊าซธรรมชาติ และน้ำมัน


การทหารและความมั่นคง       


                 การทหาร : งบประมาณด้านการทหารเมื่อปี 2560 มีมูลค่า 6,520 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นอกจากกองทัพโซมาเลียแล้ว ยังมีกองกำลังรักษาสันติภาพของสหภาพแอฟริกา (African Union Mission in Somalia-AMISOM) ประจำการอยู่ในโซมาเลียด้วย


               ยุทโธปกรณ์สำคัญ : รถหุ้มเกราะลำเลียงพลรุ่น AT-105 Saxon 25 คัน รุ่น Bastion APC 13 คัน รถหุ้มเกราะลาดตระเวนรุ่น Casspir รุ่น MAV-5 รุ่น Mamba Mk5 และรุ่น RG-31 Nyala รวมมากกว่า 9 คัน และรถหุ้มเกราะรุ่น Tiger 4×4 12 คัน


                 กำลังพลรวม : ประมาณ 19,800 นาย ทำหน้าที่ดูแลความมั่นคงภายในประเทศ โดยเฉพาะการปราบปรามกลุ่ม al-Shabaab


               นอกจากนี้ ยังมีรัฐที่แยกตัวเป็นอิสระในโซมาเลีย ซึ่งมี กกล.ของตนเอง เช่น รัฐ Somaliland มีกำลังพลประมาณ 12,500 คน และรัฐ Puntland มีกำลังพลประมาณ 3,000 คน


ปัญหาด้านความมั่นคง


                 1.    การก่อการร้ายจากกลุ่ม al-Shabaab ที่มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มอัลกออิดะฮ์ ซึ่งแม้ว่ากลุ่มจะสูญเสียฐานที่มั่นในโมกาดิชูตั้งแต่ปี 2554 แต่ยังควบคุมพื้นที่หลายเเห่งของโซมาเลียและก่อเหตุอย่างต่อเนื่อง ได้เเก่ การลอบวางระเบิด การระเบิดรถยนต์ การระเบิดฆ่าตัวตาย และการลักพาตัว มุ่งโจมตีเจ้าหน้าที่รัฐ ทหาร รวมถึงพลเมือง โดยเฉพาะในโมกาดิชู ขณะที่เจ้าหน้าที่ให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในโซมาเลียยังเป็นเป้าหมายของกลุ่มด้วย  ทั้งนี้ กองทัพบกโซมาเลียเร่งปราบปรามกลุ่ม al-Shabaab โดยปฏิบัติการร่วมกับกองกำลังของสหภาพแอฟริกา (African Union Mission in Somalia-AMISOM) ตั้งแต่ปี 2550 โดยปัจจุบัน AMISOM มีกำลังพลประมาณ 22,000 นาย  อย่างไรก็ดี AMISOM เตรียมถอนกำลังออกจากโซมาเลียภายใน ธ.ค. 2563 และจะส่งมอบให้กองทัพบกโซมาเลียดูแลด้านความมั่นคงในโซมาเลียแทน นอกจากนี้ สหรัฐฯ เข้าช่วยปราบปรามกลุ่ม al-Shabaab โดยเริ่มโจมตีทางอากาศต่อโซมาเลียเป็นครั้งแรกเมื่อ 3 พ.ย. 2560


                 2.    ปัญหาผู้อพยพออกจากโซมาเลียและปัญหาความอดอยาก สถานการณ์ความไม่มั่นคงในโซมาเลียทำให้เมื่อปี 2561 มีผู้อพยพไปยังเอธิโอเปีย 18,971 คน ไปยังเยเมน 11,491 คน และมีผู้พลัดถิ่นภายในประเทศ 2.1 ล้านคน นอกจากนี้ สหประชาชาติระบุว่า ปี 2561 ชาวโซมาเลียมากกว่า 1.5 ล้านคน เป็นเด็กประมาณ 294,200 คน เผชิญภาวะขาดแคลนอาหาร และต้องการความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมอย่างเร่งด่วน


                 3.    ความแตกแยกทางการเมืองทำให้มีพื้นที่ต่าง ๆ แยกตัวออกไปเป็นรัฐอิสระ เช่น Somaliland และ Punt-land ทางตอนเหนือและทางตอนใต้เป็นเขตการปกครองของรัฐบาลโซมาเลียและบางส่วนอยู่ในการยึดครองของกลุ่ม al-Shabaab


                 4.    ปัญหาโจรสลัดที่สร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจต่อประเทศต่าง ๆ ในน่านน้ำโซมาเลีย และพื้นที่ใกล้เคียง รวมทั้งส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยด้านการเดินเรือทะเลในน่านน้ำโซมาเลีย ซึ่งปัจจุบัน โจรสลัดโซมาเลียได้กลับมาปฏิบัติการในน่านน้ำโซมาเลียอีกครั้ง หลังจากที่ลดลงไปเมื่อปี 2555 จากการปราบปรามของกองกำลังทางเรือนานาชาติ เช่น จีนและสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม ความร่วมมือระหว่างกองกำลังตำรวจน้ำโซมาเลีย กองกำลังเรือนานาชาติโดยกองทัพเรือของอินเดียและญี่ปุ่นเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะการลาดตระเวนในน่านน้ำอ่าวเอเดน ทะเลแดง น่านน้ำโซมาเลียที่ติดกับแม่น้ำเยเมน เพื่อจัดการปัญหาโจรสลัด


สมาชิกองค์การระหว่างประเทศ   ACP, AfDB, AFESD, AMF, AU, CAEU, FAO, G-77, IBRD, ICAO, ICRM, IDA, IDB, IFAD, IFC, IFRCS, IGAD, ILO, IMF, IMO, Interpol, IOC, IOM, IPU, ITSO, ITU, LAS, NAM, OIC, OPCW, OPCW, UN, UNCTAD, UNESCO, UNHCR, UNIDO, UPU, WFTU (NGOs), WHO, WIPO และ WMO


การขนส่งและโทรคมนาคม ท่าอากาศยาน 61 แห่ง ท่าอากาศยานระหว่างประเทศที่สำคัญ คือ ท่าอากาศยาน Aden Adde International Airport ในโมกาดิชู ถนนระยะทาง 22,100 กม. ท่าเรือสำคัญ ได้แก่ ท่าเรือ Kismaayo และ Berbera การโทรคมนาคม : โทรศัพท์พื้นฐานให้บริการประมาณ 48,000 เลขหมาย โทรศัพท์เคลื่อนที่ 6.653 ล้านเลขหมาย รหัสโทรศัพท์ +252 จำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตประมาณ 300,000 คน รหัสอินเทอร์เน็ต .so


การเดินทาง   สายการบินของไทยไม่มีเที่ยวบินตรง กรุงเทพฯ-โมกาดิชู แต่สามารถเดินทางได้ด้วยสายการบินที่หลากหลาย เช่น Ethiopian Airlines, Kenya Airways, Qatar Airways โดยใช้เวลาเดินทางอย่างน้อย 13.30 ชม. เวลาที่โซมาเลียช้ากว่าไทยประมาณ 4 ชม.


สถานการณ์สำคัญที่น่าติดตาม


                 1.    การดำเนินมาตรการของรัฐบาลโซมาเลียในการปราบปรามและป้องกันการโจมตีจากกลุ่มก่อการร้าย เช่น กลุ่ม al-Shabaab รวมถึงกลุ่มโจรสลัด


                 2.    ท่าทีและการดำเนินการของรัฐบาลโซมาเลียต่อรัฐที่แยกตัวเป็นอิสระ             



ความสัมพันธ์ไทย-โซมาเลีย


                    ความสัมพันธ์ด้านการทูต
              ไทยและโซมาเลียสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันเมื่อ 1 พ.ย. 2527  ไทยมอบหมายให้ สอท. ไนโรบี/เคนยา มีเขตอาณาครอบคลุมโซมาเลีย และโซมาเลียมอบหมายให้ สอท.โซมาเลีย/ปักกิ่ง จีน ดูแลไทย อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์ของทั้งสองฝ่ายยังไม่เเน่นเเฟ้น โดยยังไม่เคยมีการแลกเปลี่ยนการเยือนของผู้แทนระดับสูงระหว่างกัน


                 ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ


                 เมื่อปี 2561 การค้าระหว่างไทย-โซมาเลีย มีมูลค่า 21.60 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (697.36 ล้านบาท) ไทยส่งออกให้โซมาเลีย 20.87 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (673.55 ล้านบาท) และนำเข้าจากโซมาเลีย 0.73 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (23.81 ล้านบาท) โดยไทยได้เปรียบดุลการค้าโซมาเลีย 20.14 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (649.74 ล้านบาท) และในช่วง ม.ค.-ส.ค. 2562 การค้าไทย-โซมาเลีย มีมูลค่า 9.50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (296.17 ล้านบาท) ไทยส่งออก 9.48 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (295.68 ล้านบาท) และนำเข้า 0.02 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (0.49 ล้านบาท) 


                 สินค้าที่ไทยส่งออกไปโซมาเลีย ปี 2561 ได้แก่ อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป ผลิตภัณฑ์พลาสติก เครื่องซักผ้าและเครื่องซักแห้งและส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์เภสัชภัณฑ์ และไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ และในช่วง ม.ค.-ส.ค. 2562 ได้แก่ อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป ผลิตภัณฑ์พลาสติก เครื่องซักผ้าและเครื่องซักแห้งและส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูปอื่น ๆ และรถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ


                 สินค้าที่ไทยนำเข้า ปี 2561 ได้แก่ สัตว์น้ำสด แช่เย็น แช่แข็ง แปรรูปและกึ่งสำเร็จรูป พืชและผลิตภัณฑ์จากพืช และเครื่องจักรกลและส่วนประกอบ และในช่วง ม.ค.-ส.ค. 2562 ได้แก่ สัตว์น้ำสด แช่เย็น แช่แข็ง แปรรูปและกึ่งสำเร็จรูป และเนื้อสัตว์สำหรับการบริโภค  ทั้งนี้ มีคนไทยอาศัยอยู่ในโซมาเลียจำนวน 2 คน เป็นคนไทยที่สมรสกับชาวต่างชาติ 1 คน และนักธุรกิจ 1 คน (เมื่อ ต.ค. 2560)


                 ด้านการท่องเที่ยว ปี 2561 นักท่องเที่ยวโซมาเลียเดินทางมาไทย มีจำนวน 4477 คน และในช่วง ม.ค.-ส.ค. 2562 มีจำนวน 340 คน


                 ความร่วมมือที่สำคัญระหว่างไทยกับโซมาเลีย มีความร่วมมือด้านการทหาร โดยกองทัพเรือไทยได้ส่งหมู่เรือปราบปรามโจรสลัด (มปจ.) ไปปฏิบัติภารกิจร่วมกับกองกำลังผสมนานาชาติ (Combined Maritime Forces-CMF) ในการปราบปรามโจรสลัดโซมาเลีย จำนวน 2 ชุด ในบริเวณอ่าวเอเดนและชายฝั่งโซมาเลีย ได้แก่ มปจ. ชุดที่ 1 ปฏิบัติงานระหว่าง 8 ก.ย. 2553-22 ม.ค. 2554 และ มปจ. ชุดที่ 2 ปฏิบัติงานระหว่าง 12 ก.ค.-28 พ.ย. 2554


----------------------------------------

 
 
 
 

ผู้นำโซมาเลีย

 
บันทึกข้อมูลเมื่อ: Jan. 7, 2020, 2:11 p.m.
เผยแพร่ข้อมูลเมื่อ: None |
รูปผู้นำโซมาเลีย
 


นายโมฮัมเหม็ด อับดุลลาฮี โมฮัมเหม็ด


(Mohamed Abdullahi Mohamed)


ตำแหน่ง                    ประธานาธิบดีโซมาเลีย


เกิด                          11 มี.ค. 2505 (อายุ 58 ปี/ปี 2563) ที่โมกาดิชู


การศึกษา                   จบการศึกษาขั้นพื้นฐานที่โมกาดิชู จบการศึกษาด้านประวัติศาสตร์ที่ University of Buffalo นิวยอร์ก เมื่อปี 2536 และจบปริญญาโทด้านรัฐศาสตร์ (อเมริกันศึกษา) ที่ University of Buffalo นิวยอร์ก เมื่อปี 2552


สถานภาพทางครอบครัว  สมรสกับนาง Zeinab Abdi มีบุตร 4 คน


ประวัติการทำงาน    


ปี 2528-2531              -  ทำงานที่สถานทูตโซมาเลียประจำวอชิงตัน ดี.ซี.


ปี 2537-2540              - ได้รัับเลือกให้เป็นคณะกรรมการของ Buffalo Municipal Housing Authority และทำงานในตำแหน่งผู้บริหารด้านการเงิน


ปี 2543-2545              - เป็นผู้ประสานงานด้านธุรกิจที่ Equal Employment Opportunity (EEO)


ปี 2545-2553              - เป็นคณะกรรมการที่ Equal Employment แผนกการขนส่งในเมือง Buffalo, New York


ประวัติทางการเมือง


10 พ.ย. 2553-19 มิ.ย. 2554  - ได้รับแต่งตั้งให้เป็น นรม.


16 ก.พ. 2560-ปัจจุบัน       - ชนะเลือกตั้งประธานาธิบดีมาจากสังกัดพรรค Toyo Political Party (TPP)


ข้อมูลที่น่าสนใจ            -   มีชื่อเล่นเป็นที่รู้จักว่า Farmajo มาจาก Farmaggio ในภาษาอิตาลีหมายถึงเนยแข็ง


                              - เป็นบุคคลถือสองสัญชาติ คือ โซมาเลียและอเมริกัน


------------------------------------

#8c7b75 - right
 

คณะรัฐมนตรี


คณะรัฐมนตรีโซมาเลีย


นรม.                                                               Hassan Ali Khayre


รอง นรม.                                                        Mahdi Ahmed Khadar


รมว.กระทรวงเกษตร                                           Said Hussein Iid


รมว.กระทรวงพาณิชย์และอุตสาหกรรม                      Mohamed Abdi Hayr


รมว.กิจการรัฐธรรมนูญ                                     Abdirahman Hoosh Jibril


รมว.กระทรวงกลาโหม                                  Abdirashid Abdullahi Mohamed


รมว.กระทรวงการศึกษาธิการ                              Abdirahman Dahir Osman


รมว.กระทรวงพลังงานและน้ำ                                Salim Aliyow Ibrow


รมว.กระทรวงการคลัง                                       Abdirahman Duale Beyle


รมว.กระทรวงประมงและทรัพยากรทางน้ำ          Abdirahman Mohamed Abdi Hashi


รมว.กระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือนานาชาติ   Ahmed Ise Awad


รมว.กระทรวงสาธารณสุข                                     Fowsiya Abiikar Nur


รมว.กระทรวงทรัพยากรมนุษย์และแรงงาน            Salah Ahmed Jama


รมว.กระทรวงสารสนเทศ                                 Abdirahman Omar Osman


รมว.กระทรวงมหาดไทยและรัฐ                     Abdi Mohamed Sabriye


รมว.กระทรวงยุติธรรม                                   Hassan Hussein Hajji


รมว.กระทรวงปศุสัตว์                                 Sheikh Nur Mohamed Hassan


รมว.กระทรวงความมั่นคงแห่งชาติ                 Mohamed Abukar Islow Dualle


รมว.กระทรวงวางแผนและความร่วมมือนานาชาติ      Jamal Mohamed Hassan


รมว.กระทรวงท่าเรือและการขนส่งทางทะเล          Maryan Aweys


รมว.กระทรวงสาธารณูปโภคและการฟื้นฟู            ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่ง


รมว.กระทรวงกิจการศาสนา                       Iimaan Abdullahi Ali


รมว.กระทรวงการสื่อสารและไปรษณีย์          Abdi Anshur Hassan


รมว.กระทรวงคมนาคมและการบิน           Mohamed Abdullahi Salad


รมว.กระทรวงกิจการสตรีและสิทธิมนุษยชน     Deeqa Yasin Hajji Yusuf


รมว.กระทรวงเยาวชนและกีฬา                 Khadijo Mohamed Diriye


รมว.กระทรวงมนุษยธรรมและการจัดการภัยพิบัติ Maryam Qasim Ahmed


ผู้ว่าการธนาคารกลาง                          Bashir Isse Ali


----------------------------------------


(ธ.ค.2562)