สหราชอาณาจักรบริเตนใหญ่และไอร์แลนด์เหนือ

United Kingdom of Great Britain and Northern Ireland

บันทึกข้อมูลเมื่อ: Jan. 7, 2020, 2:15 p.m.
แก้ไขล่าสุดเมื่อ: Feb. 19, 2020, 2:37 p.m.
ธงสหราชอาณาจักร
 


เมืองหลวง    ลอนดอน


ที่ตั้ง            เป็นประเทศเกาะในมหาสมุทรแอตแลนติก ทางตะวันตกเฉียงเหนือของทวีปยุโรป มีพื้นที่ 243,610 ตร.กม. ลักษณะของประเทศมีรูปร่างคล้ายสามเหลี่ยมฐานแคบ (ไม่รวมไอร์แลนด์เหนือ)


อาณาเขต     


                 ทิศเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ     ติดกับทะเลเหนือ


                 ทิศตะวันออกและทิศใต้           ติดกับช่องแคบอังกฤษ 


                 ทิศตะวันตก                        ติดกับมหาสมุทรแอตแลนติก


          สำหรับแคว้นไอร์แลนด์เหนือมีพื้นที่ภาคพื้นดินติดกับสาธารณรัฐไอร์แลนด์และมีทะเลไอริชกั้นระหว่างแผ่นดินใหญ่สหราชอาณาจักรกับแผ่นดินไอร์แลนด์เหนือ


ภูมิประเทศ    ลักษณะของประเทศเป็นเกาะ แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ 1) บริเตนใหญ่ (Great Britain) ได้แก่ เกาะส่วนที่เป็นแคว้นอังกฤษเวลส์และสกอตแลนด์ และ 2) ไอร์แลนด์เหนือ นอกจากนี้ ยังประกอบด้วยหมู่เกาะเล็ก ๆ ประมาณ 5,500 เกาะโดยรอบ เช่น หมู่เกาะ Hebrides หมู่เกาะ Orkney และ Shetland หมู่เกาะ Wight หมู่เกาะ Scilly และหมู่เกาะ Anglesey


ภูมิอากาศ     ค่อนข้างอบอุ่นมี 4 ฤดู คือ ฤดูใบไม้ผลิ (มี..-..) อุณหภูมิเฉลี่ย 10-15 องศาเซลเซียส มีฝนตกบ่อยครั้ง ฤดูร้อน (มิ..-..) อุณหภูมิเฉลี่ย 20-28 องศาเซลเซียส มีฝนตกประปราย ช่วงกลางวันจะยาวกว่าช่วงกลางคืน ฤดูใบไม้ร่วง (..-..) อุณหภูมิเฉลี่ย 15-17 องศาเซลเซียส มีฝนตกบ่อยครั้ง และฤดูหนาว (..-..) อุณหภูมิเฉลี่ย -5 ถึง 7 องศาเซลเซียส มีหมอกและหิมะตกมากทางตอนเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันตก ส่วนภาคใต้และภาคตะวันออกเฉียงใต้ อากาศจะอบอุ่นกว่าภาคอื่นและมีฝนตกบ่อยครั้ง ช่วงเวลากลางวันสั้น


ประชากร      66.64 ล้านคน (ปี 2561) เพิ่มขึ้น 0.56% เป็นกลุ่มคนผิวขาว 87.2% กลุ่มคนผิวดำ 3% อินเดีย 2.3% ปากีสถาน 1.9% ผสม 2% อื่น ๆ 3.7% อัตราส่วนประชากรจำแนกตามอายุ : วัยเด็ก (0-14 ปี) 17.9% วัยทำงาน (15-64 ปี) 63.8% วัยชรา (65 ปีขึ้นไป) 18.2% อายุขัยเฉลี่ย 81.30 ปี เพศชาย 79.5 ปี เพศหญิง 83.1 ปี อัตราการเกิด 11 คนต่อประชากร 1,000 คน อัตราการตาย 9.3 คนต่อประชากร 1,000 คน


ศาสนา         คริสต์ (นิกาย Anglican, Roman Catholic, Presbyterian, Methodist) 59.5% อิสลาม 4.4% ฮินดู 1.3% อื่น ๆ 2% ไม่ระบุ 7.2% ไม่นับถือศาสนา 25.7%


ภาษาประจำชาติ    ภาษาอังกฤษ นอกจากนี้ มีภาษาถิ่นที่ใช้ตามภูมิภาคต่าง ๆ อาทิ 30% ของประชากรในสกอตแลนด์ใช้ภาษาสกอต 20% ของประชากรเวลส์ใช้ภาษาเวลส์และ 10% ของประชากรในไอร์แลนด์เหนือใช้ภาษาไอริช


การศึกษา     งบประมาณรายจ่ายด้านการศึกษา 5.49% ของ GDP การศึกษาภาคบังคับ ช่วงอายุ 5-16 ปี


การก่อตั้งประเทศ/วันชาติ    สหราชอาณาจักรมีชื่อเต็มว่า สหราชอาณาจักรบริเตนใหญ่และไอร์แลนด์เหนือ เป็นประเทศที่มีบทบาทนำด้านการเป็นประชาธิปไตยแบบรัฐสภาและความก้าวหน้าทางวรรณคดีและวิทยาศาสตร์จากการที่สหราชอาณาจักรมีดินแดนที่ประกอบขึ้นจากอดีตดินแดนอิสระ 4 แห่ง ได้แก่ อังกฤษ สกอตแลนด์ เวลส์ และไอร์แลนด์เหนือ การรวมตัวเป็นอาณาจักรเช่นปัจจุบันจึงใช้เวลานับ 1,000 ปี โดยอังกฤษและเวลส์ได้รวมตัวกับสกอตแลนด์อย่างเป็นทางการเมื่อปี 2250 และเรียกว่าสหราชอาณาจักรบริเตนใหญ่ (United Kingdom of Great Britain) ต่อมา เมื่อปี 2344 ก็ได้ผนวกดินแดนทั้งหมดของเกาะไอร์แลนด์และจัดตั้งเป็นสหราชอาณาจักร บริเตนใหญ่และไอร์แลนด์ (United Kingdom of Great Britain and Ireland) การรวมตัวดังกล่าวก่อให้เกิดการต่อต้านอย่างมากจากชาวไอริชชาตินิยม ในที่สุดชาวไอริชก็สามารถสถาปนารัฐเสรีไอร์แลนด์ (Irish Free State) ขึ้นเมื่อปี 2464 ซึ่งครอบคลุมอาณาเขตเกือบทั้งหมดของเกาะไอร์แลนด์ ยกเว้น 6 มณฑลทางตอนเหนือ การสถาปนาดังกล่าวเป็นจุดเริ่มต้นของการแยกตัวเป็นอิสระอย่างสมบูรณ์ของไอร์แลนด์เมื่อปี 2480 ไอร์แลนด์ใต้ได้จัดตั้งเป็นรัฐเอกราชมีชื่อเรียกว่า แอรา (Eire) และเมื่อปี 2492 ได้เปลี่ยนชื่อจากแอราเป็นไอร์แลนด์ และมีสถานภาพเป็นสาธารณรัฐอย่างเป็นทางการอีกทั้งไม่สังกัดในเครือจักรภพ (Commonwealths of Nations) อีกต่อไป อย่างไรก็ดี 6 มณฑลทางตอนเหนือในเขตอัลสเตอร์ (Ulster) หรือไอร์แลนด์เหนือ (Northern Ireland) ก็มิได้รวมตัวกับสาธารณรัฐ และยังคงเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของสหราชอาณาจักรบริเตนใหญ่ต่อไป โดยมีชื่อเรียกรวมกันใหม่ว่า สหราชอาณาจักร  บริเตนใหญ่และไอร์แลนด์เหนือ ในสมัยศตวรรษที่ 19 สหราชอาณาจักรได้แผ่ขยายอิทธิพลและมีเมืองขึ้นครอบคลุมพื้นที่ถึง 1 ใน 4 ของโลก แต่หลังจากประเทศได้รับความเสียหายจากสงครามโลกทั้ง 2 ครั้ง และการแยกตัวเป็นเอกราชของไอร์แลนด์ใต้ อิทธิพลของสหราชอาณาจักรจึงได้ลดทอนลงอย่างมาก


วันชาติ         วันเสาร์ที่ 2 ของ มิ..


การเมือง      ปกครองระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา โดยมีกษัตริย์เป็นประมุข ภายใต้รัฐธรรมนูญแบบไม่เป็นลายลักษณ์อักษร (Unwritten Constitution) มีระบบการกระจายอำนาจการปกครองให้แก่อังกฤษ เวลส์ สกอตแลนด์ และไอร์แลนด์เหนือ รัฐบาลกลางเป็นผู้ดูแลงานหลักเกี่ยวกับความมั่นคงของชาติ เศรษฐกิจ การต่างประเทศ และการป้องกันประเทศ ทั้งนี้ สถาบันกษัตริย์เป็นสถาบันที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศ กษัตริย์ทรงครองราชย์โดยความยินยอมพร้อมใจของรัฐสภา ปัจจุบัน สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบทที่ 2 ทรงเป็นประมุขของประเทศและเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นเอกภาพของชาติ


                 ฝ่ายบริหาร : นรม.เป็นหัวหน้ารัฐบาลและเป็นผู้แต่งตั้ง ครม.  ปัจจุบันนายบอริส จอห์นสัน เป็น นรม. หลังจากนำพรรคอนุรักษ์นิยมชนะเลือกตั้งทั่วไปเมื่อ 12 ธ.ค. 2562 ด้วยคะแนนเสียงเด็ดขาดจำนวน 365 ที่นั่ง จากทั้งหมด 650 ที่นั่ง


                 ฝ่ายนิติบัญญัติ : ระบบ 2 สภา ได้แก่ สภาสูง (House of Lords) 618 ที่นั่ง และสภาผู้แทนราษฎร 650 ที่นั่งมาจากการเลือกตั้งวาระ 5 ปี  พรรคอนุรักษ์นิยมเป็นรัฐบาลเสียงข้างมากพรรคเดียว หลังจากชนะการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อ 12 ธ.ค. 2562 ด้วยคะแนนเสียงเด็ดขาดจำนวน 365 ที่นั่ง จากทั้งหมด 650 ที่นั่ง มากที่สุดของพรรคนับตั้งแต่ปี 2530 ขณะที่พรรคแรงงานมี 203 ที่นั่ง พรรคชาตินิยมสกอต (Scottish Nationalist Party-SNP) 48 ที่นั่ง พรรคเสรีประชาธิปไตย (Liberal Democrat) 11 ที่นั่ง พรรค Democratic Unionist Party (DUP) 8 ที่นั่ง และพรรคอื่น ๆ 15 ที่นั่ง


                 ฝ่ายตุลาการ : สภาสูงทำหน้าที่เป็นศาลอุทธรณ์สูงสุด และมีศาลสูงของอังกฤษ เวลส์ และไอร์แลนด์เหนือ


                 พรรคการเมือง : ระบบหลายพรรค ที่สำคัญได้แก่ พรรคอนุรักษ์นิยม (Conservative) พรรคแรงงาน (Labour) พรรคชาตินิยมสกอต (Scottish Nationalist Party-SNP)  และพรรคเสรีประชาธิปไตย (Liberal Democrat)


เศรษฐกิจ      ระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมผสมผสานกับการจัดระบบรัฐสวัสดิการ ภาคเอกชนมีบทบาทสำคัญในระบบเศรษฐกิจมีนโยบายเศรษฐกิจมุ่งให้บรรลุถึงการเติบโตทางเศรษฐกิจที่สูงและมีเสถียรภาพ ทำให้ประชากรมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น โอกาสการจ้างงานสูงผลผลิตการเกษตรที่สำคัญ ได้แก่ ธัญพืช มันฝรั่ง พืชผักต่าง ๆ วัว แกะ สัตว์ปีก และปลา อุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ อุปกรณ์เครื่องจักร อุปกรณ์ไฟฟ้า อุปกรณ์อัตโนมัติ อุปกรณ์สำหรับการเดินเส้นทางรถไฟ การต่อเรือ อากาศยาน ยานยนต์และชิ้นส่วนต่าง ๆ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และการสื่อสาร โลหะ เคมีภัณฑ์ ถ่านหิน ปิโตรเลียม ผลิตภัณฑ์จากกระดาษ การผลิตอาหาร สิ่งทอ เสื้อผ้า และสินค้าอุปโภคบริโภคต่าง ๆ ทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญ ได้แก่ ถ่านหิน ปิโตรเลียม ก๊าซธรรมชาติ เหล็ก ตะกั่ว สังกะสี ทองคำ ดีบุก หินปูน ยิปซัม ปูนขาว ทราย ซิลิกา และหินชนวน


                 สกุลเงิน ตัวย่อสกุลเงิน :  ปอนด์สเตอร์ลิง (GBP)


                 อัตราแลกเปลี่ยนต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ :  1 ปอนด์ : 1.34 ดอลลาร์สหรัฐ


                 อัตราแลกเปลี่ยนต่อ 1 บาท :  1 ปอนด์ : 40.47 บาท (ธ.ค. 2562)


ดัชนีเศรษฐกิจสำคัญ (ปี 2561)


ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) : 2.825 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ธนาคารโลก ปี 2561)


อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ : 1.4%


รายได้เฉลี่ยต่อหัวต่อปี : 39,720 ดอลลาร์สหรัฐ


แรงงาน : 30.25 ล้านคน


อัตราการว่างงาน : 4%


อัตราเงินเฟ้อ : 2.3%


ดุลบัญชีเดินสะพัด: ขาดดุล 108,753 ล้านดอลลาร์สหรัฐ


มูลค่าการส่งออก : 468,031 ล้านดอลลาร์สหรัฐ


สินค้าส่งออกสำคัญ : สินค้าสำเร็จรูป เชื้อเพลิง เคมีภัณฑ์ อาหาร เครื่องดื่ม และยาสูบ


มูลค่าการนำเข้า : 652,144 ล้านดอลลาร์สหรัฐ


สินค้านำเข้าสำคัญ : สินค้าสำเร็จรูป เครื่องจักร เชื้อเพลิง และอาหาร


คู่ค้าสำคัญ : สหรัฐฯ เยอรมนี ฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ ไอร์แลนด์ สวิตเซอร์แลนด์ และจีน


การทหาร       งบประมาณด้านการทหารปี 2561 คิดเป็นมูลค่า 1.8% ของ GDP มีกำลังพล 148,350 นา (ทบ. 83,500 นาย ทร. 32,350 นาย และ ทอ. 32,350 นาย) กำลังพลสำรอง 80,000 นาย


ปัญหาด้านความมั่นคง        1) การร่วมมือด้านความมั่นคงกับ EU หลังจาก Brexit  2) การจัดการกับพลเมือง สหราชอาณาจักรที่เข้าร่วมกับกลุ่ม Islamic State (IS) และต้องการเดินทางกลับประเทศ  3) การก่อการร้ายโดยกลุ่มสุดโต่งทางศาสนาและกลุ่มขวาจัด


สมาชิกองค์การระหว่างประเทศ   ที่สำคัญ อาทิ UN (เป็นสมาชิกถาวร UNSC), IMF, OECD, NATO, AIIB, G-20 และ G-8


วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี   รัฐบาลสนับสนุนการค้นคว้าวิจัยทางวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีทั้งด้านพลเรือนและการทหารตลอดจนพัฒนาบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ การกระตุ้นให้ภาคอุตสาหกรรมเพิ่มการลงทุนด้านการวิจัยและการพัฒนา รวมถึงส่งเสริมการถ่ายทอดและอำนวยความสะดวก การเข้าถึงเทคโนโลยี สหราชอาณาจักรมีชื่อเสียงในหลายสาขา ได้แก่ ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา การแพทย์ อิเล็กทรอนิกส์ วิศวกรรมอวกาศ และการบิน


การขนส่งและโทรคมนาคม   ด้านขนส่งมีท่าอากาศยาน 460 แห่ง ที่สำคัญ คือ ท่าอากาศยาน Heathrow และท่าอากาศยาน Gatwick ในลอนดอน เส้นทางรถไฟ 16,837 กม. ถนน 394,428 กม. เส้นทางสัญจรทางน้ำ 3,200 กม. ด้านโทรคมนาคมส่งเสริมการแข่งขันด้านเครือข่ายโทรคมนาคม มี Office of Telecommunications (OFTEL) เป็นหน่วยงานควบคุมดูแลอุตสาหกรรมการสื่อสารโทรคมนาคม ปัจจุบันมีเทคโนโลยีการสื่อสารก้าวหน้าทั้งระบบภายในประเทศและระหว่างประเทศ โดยมีการใช้ระบบสายเคเบิลใต้ดิน เส้นใยแก้วนำแสงย่านความถี่ไมโครเวฟ และระบบสายเคเบิลใต้ทะเลเชื่อมโยงทั่วทวีปยุโรปกับเอเชีย ออสเตรเลีย ตะวันออกกลาง และสหรัฐฯ รวมทั้งมีสถานีดาวเทียมภาคพื้นดิน ได้แก่ สถานีดาวเทียมของ Intelsat 10 แห่ง (บริเวณมหาสมุทรแอตแลนติก 7 แห่ง และมหาสมุทรอินเดีย 3 แห่ง) ของ Inmarsat 1 แห่ง (แถบมหาสมุทรแอตแลนติก) และ Eutelsat 1 แห่ง มีโทรศัพท์พื้นฐานให้บริการ 33.51 ล้านเลขหมาย โทรศัพท์เคลื่อนที่ 78.5 ล้านเลขหมาย รหัสโทรศัพท์ +44 จำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตเมื่อปี 2562 คิดเป็น 94.2% ของจำนวนประชากร รหัสอินเทอร์เน็ต .uk


การเดินทาง   สายการบินตรงกรุงเทพฯ-ลอนดอน มี 3 สายการบิน คือ British Airways, EVA Airways และการบินไทย ระยะเวลาการบินประมาณ 11 ชม. 30 นาที-12 ชม. 50 นาที เวลาที่สหราชอาณาจักรช้ากว่าไทย 6 ชม. ในห้วงปลาย มี..-ปลาย ต.. และ 7 ชม. ในห้วงปลาย ต..-ปลาย มี.. เว็บไซต์ด้านการท่องเที่ยว https://www.visitbritain.com/us/en การเดินทางเข้าประเทศต้องขอรับการตรวจลงตราทั้งหนังสือเดินทางธรรมดาและเอกชน ผู้ถือหนังสือเดินทางของสหราชอาณาจักรได้รับยกเว้นการตรวจลงตราเพื่อการท่องเที่ยว และสามารถพำนักอยู่ในราชอาณาจักรได้ไม่เกิน 30 วัน


สถานการณ์สำคัญที่น่าติดตาม       


                สหราชอาณาจักรยังเผชิญปัญหาท้าทายที่สำคัญ ได้แก่


            1) การจัดการความสัมพันธ์ในอนาคตระหว่างสหราชอาณาจักรกับ EU หลังจาก Brexit


           2) การคลี่คลายปัญหาความแตกแยกภายในประเทศ โดยเฉพาะสกอตแลนด์ที่ต้องการจัดลงประชามติรอบใหม่เพื่อแยกตัวเป็นเอกราชจากสหราชอาณาจักร และการฟื้นตัวของกลุ่มหัวรุนแรงในไอร์แลนด์เหนือ


            3) การเป็นเป้าหมายก่อการร้ายโดยกลุ่มสุดโต่งทางศาสนาและกลุ่มขวาจัด


            4) บทบาทของสหราชอาณาจักรในเวทีการเมืองระหว่างประเทศหลังจาก Brexit


ความสัมพันธ์ไทย-สหราชอาณาจักร


                 สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการเมื่อ 18 เม.. 2398 แต่ทั้งสองฝ่ายมีปฏิสัมพันธ์กันยาวนานกว่านั้น โดยเพิ่งมีการเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ครบรอบ 402 ปี เมื่อ 7 มี.. 2558 นอกจากนี้ ความสัมพันธ์ยังดำเนินไปอย่างราบรื่นและแน่นแฟ้นทั้งในกรอบทวิภาคีและพหุภาคี มีการแลกเปลี่ยนการเยือนอย่างสม่ำเสมอ การเยือนครั้งล่าสุดของฝ่ายไทย คือ พล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา นรม. เยือนลอนดอน สหราชอาณาจักร ระหว่าง 20-21 มิ..2561 ฝ่ายสหราชอาณาจักร นายโดมินิก ราบ รมว.กระทรวงการต่างประเทศเยือนไทย เพื่อร่วมการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ในฐานะแขกของประธานอาเซียน (ไทย) เมื่อ ส.ค. 2562


                 ด้านการค้า เมื่อปี 2561 สหราชอาณาจักรเป็นคู่ค้าอันดับ 20 ของไทย และเป็นคู่ค้าอันดับ 2 ของไทยใน EU รองจากเยอรมนี มูลค่าการค้าไทยและสหราชอาณาจักรอยู่ที่ 226,646 ล้านบาท ลดลง 4.86% ไทยส่งออกมูลค่า 130,368 ล้านบาท นำเข้ามูลค่า 96,278 ล้านบาท ไทยได้เปรียบดุลการค้า 34,089 ล้านบาท


                 สินค้าส่งออกสำคัญของไทย ได้แก่ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ไก่แปรรูป รถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ อัญมณีและเครื่องประดับ แผงวงจรไฟฟ้า สินค้านำเข้าสำคัญของไทย ได้แก่ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ น้ำมันดิบ แผงวงจรไฟฟ้า เครื่องดื่มประเภทน้ำแร่ น้ำอัดลม และสุรา เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์เวชกรรมและเภสัชกรรม


                 ด้านการลงทุน เมื่อปี 2561 มีโครงการขอรับการส่งเสริมการลงทุนของสหราชอาณาจักรที่ได้รับอนุมัติจำนวน 27 โครงการ มูลค่า 4,194 ล้านบาท


                 ด้านการท่องเที่ยว เมื่อปี 2561 นักท่องเที่ยวจากสหราชอาณาจักรเดินทางมาไทยรวม 986,854 คน มากเป็นอันดับ 2 ในยุโรปรองจากรัสเซีย


                 จำนวนคนไทยในสหราชอาณาจักรเมื่อ  ประมาณ 71,000 คน (ต.. 2560)


                 ด้านการศึกษา มีความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษาในทุกระดับ โดย British Council (ประเทศไทย) เป็นหน่วยงานหลักของสหราชอาณาจักรที่ประสานโครงการความร่วมมือด้านการศึกษาต่าง ๆ กับหน่วยราชการของไทย ปัจจุบันมีนักศึกษาไทยศึกษาอยู่ในสถาบันต่าง ๆ ของสหราชอาณาจักรมากกว่า 8,000 คน


                 ข้อตกลงสำคัญ ได้แก่ ความตกลงว่าด้วยการบริการทางอากาศ (10 .. 2493 แก้ไขเพิ่มเติมเมื่อ 28 .. 2520 และ มิ.. 2522) ความตกลงว่าด้วยการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน (28 .. 2521) อนุสัญญาว่าด้วยการยกเว้นภาษีซ้อนและการป้องกันการเลี่ยงรัษฎากรในส่วนที่เกี่ยวกับภาษีที่เก็บจากเงินได้ (18 .. 2524) ความตกลงว่าด้วยการโอนตัวผู้กระทำผิดและความร่วมมือในการบังคับให้เป็นไปตามคำพิพากษาในคดีอาญา (22 .. 2533) และบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการส่งกำลังบำรุง (30 มี.. 2536)


------------------------------------------------

 
 
 
 

ผู้นำสหราชอาณาจักร

 
บันทึกข้อมูลเมื่อ: Jan. 7, 2020, 2:15 p.m.
เผยแพร่ข้อมูลเมื่อ: None |
รูปผู้นำสหราชอาณาจักร
 


Alexander Boris de Pfeffel Johnson 


ตำแหน่ง                นรม.สหราชอาณาจักร


ประวัติส่วนตัว         เกิด 1 มิ.ย. 2507 (อายุ 56 ปี/ปี 2563) ในนิวยอร์ก สหรัฐฯ เติบโตในครอบครัวชนชั้นกลางค่อนข้างบน เป็นบุตรคนโตในจำนวนพี่น้อง 4 คน บิดา ชื่อ นาย Stanley Johnson อดีตสมาชิกรัฐสภายุโรปรวมถึงที่ธนาคารโลก มารดา ชื่อ นาง Charlotte Johnson Wahl Fawcett เป็นจิตรกร


สถานภาพสมรส          


                      - สมรสกับนาง Allegra Mostyn-Owen เมื่อ 5 ก.ย. 2530 หย่าร้างกันเมื่อ 26 เม.ย. 2536


                    - สมรสกับนาง Marina Wheeler เมื่อ 8 พ.ค. 2536  บุตรสาว 2  คน ชื่อ Lara และ Cassia และ บุตรชาย 2 คน ชื่อ Milo และ Theodore อยู่ระหว่างกระบวนการหย่าร้าง


                    - ปัจจุบันคบหากับ น.ส. Carrie Symonds (อายุ 32 ปี/ปี 2563) อาชีพนักประชาสัมพันธ์


ประวัติการศึกษา      สถาบันชั้นนำหลายแห่งใน เช่น European School of Brussels เบลเยียม โรงเรียน Ashdown House และ Eton College สหราชอาณาจักร ศึกษาด้านวรรณกรรมคลาสสิก ที่ Balliol College ในมหาวิทยาลัย Oxford จบการศึกษาด้วยเกียรตินิยม อันดับ 2


ประวัติการทำงาน     นักหนังสือพิมพ์และบรรณาธิการในหนังสือพิมพ์และนิตยสารหลายฉบับ  เช่น นสพ. The Times, The Daily Telegraph, The Spectator โดยช่วงต้นของอาชีพเมื่อปี 2530 เคยถูกไล่ออกจากกรณีถูกกล่าวหาว่าปลอมแปลงถ้อยคำอ้างอิงที่เขียนลงในบทความ 


ประวัติทางการเมือง           เป็น ส.ส.พรรคอนุรักษ์นิยม ตั้งแต่ปี 2544


4 พ.ค. 2552-9 พ.ค. 2559   นายกเทศมนตรีลอนดอน


ก.ค. 2559-ก.ค. 2561         รมว.กระทรวงการต่างประเทศ


24 ก.ค. 2562                  นรม.สหราชอาณาจักร


12 ธ.ค. 2562                นำพรรคอนุรักษ์นิยมชนะการเลือกตั้งทั่วไปด้วยคะแนนเสียงเด็ดขาด และดำรง ตำแหน่ง นรม.สมัยที่สอง                             


ข้อมูลอื่น ๆ ที่น่าสนใจ        เดิมถือ 2 สัญชาติ คือ สหราชอาณาจักรและสหรัฐฯ ยกเลิกสัญชาติสหรัฐฯ เมื่อปี 2559 พูดภาษาฝรั่งเศสและอิตาเลียนได้คล่องแคล่ว และมีความรู้ด้านภาษาเยอรมัน   สเปน  และละติน เคยเสพกัญชา  มีแนวคิดสนับสนุนการใช้กัญชาทางการแพทย์ มีชื่อเล่นหลายชื่อ เช่น Bojo, Beano Boris, The Boris, Britain’s Donald Trump, The Blonde Bombshell, Bonking Boris ลักษณะเด่นที่มักถูกกล่าวถึง เช่น ผมสีบลอนด์ที่ไม่จัดทรงให้เรียบร้อย กิริยาที่ดูวางโต น้ำเสียงและวิธีการพูดที่แปลก มักสวมเนคไทสีสด เป็นต้น มีบุคลิกลักษณะคล้ายกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ โดยนาย Kenneth Clarke สมาชิกรัฐสภาสหราชอาณาจักรสังกัดพรรค Conservative ตั้งฉายาให้นายบอริส จอห์นสัน ว่า “Nicer Donald Trump”


 ------------------------------------------------

#8c7b75 - right
 

คณะรัฐมนตรี


ผู้นำและคณะรัฐมนตรีของสหราชอาณาจักร


ประมุข                                                            สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบทที่ 2


นรม.                                                               Boris Johnson 


รมว.กระทรวงการคลัง                                           Sajid Javid


รมว.กระทรวงการต่างประเทศและกิจการเครือจักรภพ     Dominic Raab


รมว.กระทรวงมหาดไทย                                         Priti Patel


รมว.กระทรวงยุติธรรม                                       Robert Buckland


รมว.กระทรวงกิจการเรื่องการออกจากสหภาพยุโรป    Stephen Barclay


รมว.กระทรวงกลาโหม                                      Ben Wallace


รมว.กระทรวงสาธารณสุข                                  Matt Hancock


รมว.กระทรวงธุรกิจ พลังงานและยุทธศาสตร์อุตสาหกรรม Andrea Leadsom


รมว.กระทรวงการค้าระหว่างประเทศ                    Elizabeth Truss


รมว.กระทรวงการทำงานและบำนาญ                   Therese Coffey


รมว.กระทรวงศึกษาธิการ                                 Gavin Williamson


รมว.กระทรวงสิ่งแวดล้อม                                 Theresa Villiers


รมว.กระทรวงเคหะและชุมชน                            Robert Jenrick


รมว.กระทรวงคมนาคม                                    Grant Shapps


รมว.กระทรวงดิจิทัล วัฒนธรรม สื่อมวลชน และกีฬา  Nicky Morgan


รมว.กระทรวงพัฒนาระหว่างประเทศ                    Alok Sharma


รมว.กระทรวงกิจการสกอตแลนด์                         Alister Jack


รมว.กระทรวงกิจการไอร์แลนด์เหนือ                     Julian Smith


รมว.กระทรวงกิจการเวลส์                                 Simon Hart


------------------------------------------------


 (ธ.ค. 2562)